Thai Seventh-day Adventist Church of Southern California
10855 New Jersey St, Redlands, CA 92373 Phone: (909) 335-2272 Fax (909) 335-6182 "My house is the house of prayer for all people." Come... Jesus invites you.

ค้นพบ

บทที่ 7

เรื่องราวอนาคตของท่าน

-คำพยากรณ์ที่น่าทึ่งในพระคัมภีร์

-การทำนายคำพยากรณ์

-ยุคปัจจุบันของเราที่คำพยากรณ์กล่าวไว้ในพระคัมภีร์

-การมองอนาคต

-พระเจ้าทรงนำชนชาติ

-ความฝันของกษัตริย์และท่าน


เรื่องราวอนาคตของท่าน

ดร. แพทริเซียและดร.เดวิด มราเซค   (Drs. Patricia and David Mrazek)   เศร้าใจมากกับเหตุการณ์ที่เขาต้องพบในชีวิตการทำงานของเขา   ขณะที่เขาทั้งสองเป็นกุมารแพทย์ศูนย์โรคปอดและภูมิแพ้ประจำชาติยิว   เขารักษาเด็กที่ทรมานจากการเจ็บป่วยมากมาย   และเขาค้นพบความจริงว่า   อาการเจ็บป่วยของเด็กบางคนฟื้นตัวเร็วมาก   ขณะที่เด็กคนอื่นๆมีอาการเจ็บหนักปางตาย   ทำไม?   ทำไม?   ขอยกตัวอย่างเพิ่มเติม   เด็กอนาถาคนหนึ่งติดยาขณะที่เด็กบางคนได้เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย?   ทำไมคนบางคนที่ถูกทำทารุณในวัยเด็ก   เมื่อโตขึ้นบางคนก็กลายเป็นคนที่ชอบกระทำการทารุณ   แต่บางคนกลับกลายเป็นพ่อแม่ที่ดี?

 

ครอบครัวมราเซคทำการวิจัยมากมาย   เพื่อหาคำตอบให้กับคำถามเหล่านี้   จากการศึกษาพวกเขาพบว่า   คุณสมบัติที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดและโดดเด่นขึ้นมาทันที สำหรับกลุ่มเด็กที่เคยผ่านความชอกช้ำมา แต่ยังสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างถูกต้องตามครรลองครองธรรม   เคล็ดลับ?   คือ   “การมีพื้นฐานชีวิตของการมองโลกในแง่ดีและมีความหวัง

 

ความหวังทำให้เกิดความต่าง   ความหวัง   (มากยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด)   เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราชนะศัตรูฝ่ายตรงข้ามที่คอยต่อต้านทับถมเราตลอดเวลา

 

แต่เราจะเอาความหวังมาจากไหน?   เราเอาอะไรมาเป็นหลักยึดของเรา?   บ่อยครั้งที่โลกดูเหมือนมีรอยหยักมากเกินไปสำหรับลูกโป่งสีสวยแห่งความหวังที่เราพยายามจะถือไปถือมา   และเมื่อเราคิดบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า   บางสิ่งบางอย่างก็ทำให้ลูกโป่งแตกเสียแล้ว

 

ในปี ค.ศ.1986   เราต่างภูมิใจและมีความหวังเกี่ยวกับยานอวกาศ  วิทยาการสมัยใหม่ดูเหมือนจะเปิดประตูสู่อนาคตอย่างไร้ขอบเขต   แต่แล้วยานอวกาศชาเลนเจอร์ก็มาระเบิดผ่านหน้าจอโทรทัศน์ในห้องนั่งเล่นของเรา

 

ในปีค.ศ. 1989   พวกเราต่างแสดงความยินดีที่สงครามเย็นได้ยุติลง   ระเบียบโลกใหม่ที่มีสันติภาพและสอดคล้องกลมกลืนกันดูเหมือนจะอยู่แค่เอื้อม   แต่แล้วซัดดัม ฮุสเซนเริ่มกลิ้งรถถังผ่านข้ามแดนมา   และความขัดแย้งสมัยดึกดำบรรพ์ระหว่างยูโกสลาเวียและสหภาพโซเวียตก็ระเบิดขึ้น กลายเป็นเรื่องฆ่าฟันกันอย่างไม่คิดชีวิต

 

มนุษย์ต้องการความหวังเหลือเกิน   ต่ความหวังเป็นสิ่งที่หายากบนโลกของเรา   จนกว่า   เราจะเห็นคำพยากรณ์ที่ให้แง่คิดในพระคัมภีร์   ในบท  ค้นพบ ได้ตรวจพบคำพยากรณ์ที่น่าทึ่ง   ซึ่งทำให้คนนับไม่ถ้วนได้รับการดลใจด้วยความหวังที่เจิดจ้า บางทีคำพยากรณ์ในดาเนียลบทที่สองอาจจะให้ความชัดเจนมากกว่าบทอื่นที่ว่า   พระเจ้าทรงควบคุมประวัติศาสตร์และทรงโอบอุ้มอนาคตไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์จริงๆ

คำพยากรณ์ที่น่าทึ่งในพระคัมภีร์

ประมาณห้าร้อยปีก่อนการบังเกิดของพระคริสต์   พระเจ้าทรงให้โลกได้เหลือบมองภาพในอนาคตโดยผ่านคำพยากรณ์ของดาเนียล   พระองค์ทรงร่างประวัติศาสตร์โลกนับตั้งแต่ยุคของดาเนียลจนถึงยุคของเราในปัจจุบัน

 

คำพยากรณ์นี้ปรากฏขึ้นในบทที่สองของดาเนียล   แท้จริงแล้วได้เริ่มต้นจากความฝันที่พระเจ้าทรงให้เกิดขึ้นกับเนบูคัดเนสซาร์   (Nebuchadnezzar)   กษัตริย์แห่งยุคบาบิโลนเมื่อประมาณ 2500 ปีที่แล้ว   ความฝันทำให้พระองค์ทรงกลุ้มพระทัยมาก   เพราะเมื่อทรงตื่นจากบรรทม   พระองค์ไม่สามารถจำความฝันที่สำคัญๆได้!   หลังจากที่ไม่มีปุโรหิตคนใดในบาบิโลนสามารถแปลความฝันหรือทำให้กษัตริย์ทรงจำความฝันได้แล้ว   ต่อมามีเชลยชาวฮีบรูหนุ่มคนหนึ่งชื่อดาเนียลปรากฏตัวขึ้น   และอ้างว่าพระเจ้าบนสรวงสวรรค์สามารถเปิดเผยความฝันที่ลี้ลับเหล่านี้ได้

 

ดาเนียลยืนต่อพระพักตร์กษัตริย์และประกาศอย่างกล้าหาญว่า

ข้าแต่พระราชา ฝ่าพระบาททอดพระเนตร และดูเถิด มีปฏิมากรขนาดใหญ่ ปฏิมากรนี้มีฤทธิ์และสุกใสยิ่งนัก  ตั้งอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์ฝ่าพระบาทและรูปร่างก็น่ากลัว

เศียรของพระปฏิมากรนี้เป็นทองนพคุณ    อกและแขนเป็นเงิน    ท้องและโคนขาเป็นทองสัมฤทธิ์    ขาเป็นเหล็ก    เท้าเป็นเหล็กปนดิน

ขณะเมื่อพระองค์ทอดพระเนตร   มีหินก้อนหนึ่งถูกตัดออกมามิใช่ด้วยมือมนุษย์   กระทบปฏิมากรที่เท้าอันเป็นเหล็กปนดิน   กระทำให้แตกเป็นชิ้นๆ

แล้วส่วนเหล็ก   ส่วนกระเบื้อง   ส่วนทองสัมฤทธิ์   ส่วนเงิน   และส่วนทองคำ   ก็แตกเป็นชิ้นๆพร้อมกัน   กลายเป็นเหมือนแกลบจากลานนวดข้าวในฤดูร้อน   ลมก็พัดพาเอาไป   จึงหาร่องรอยไม่พบเสียเลย   แต่ก้อนหินที่กระทบปฏิมากรนั้น กลายเป็นภูเขาใหญ่จนเต็มพิภพ

    ดาเนียล 2:31-35

 (หากมิได้ทำเครื่องหมายใดไว้ บทความในพระคัมภีร์ทั้งหมดในบท ค้นพบนี้ได้มาจากพระคัมภีร์สากลฉบับใหม่ [เอ็นไอวี] แปลไทยจาก พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิม ฉบับ 1971 (ย่อขนาดปี 1998),ภาคพันธสัญญาใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2002 สงวนลิขสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย ใช้โดยได้รับอนุญาต”)

 

ปฏิมากรนี้   เมื่อมองแวบเดียวในตอนแรกดูเหมือนไม่น่าจะเอ่ยถึงยุคปัจจุบันของเราได้   อุปมาอุปไมยของชาวบาบิโลเนียนนั้นเปรียบเทียบได้ไกลถึง ยุคจรวดมิซซายล์และยุคผู้ก่อการร้ายที่คอยหลอกหลอนโลกของเราทีเดียว   แต่โปรดนั่งประจำที่ก่อนเพราะเรากำลังจะเจาะทะลุมิติกลับไปยังประวัติศาสตร์หลายพันปีก่อนอย่างด่วนจี๋ ด้วยการกดปุ่มของพระเจ้า

 

การทำนายคำพยากรณ์

หลังจากที่ดาเนียลทูลความฝันต่อกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์   พระองค์ทรงประทับใจมาก เพราะพระองค์ทรงสามารถเห็นวิสัยทัศน์จากความฝันได้อย่างแท้จริง   คำพยากรณ์ดาเนียลยังอธิบายต่อว่า:

 

นี่เป็นพระสุบินพระเจ้าข้า   บัดนี้เหล่าข้าพระบาทขอกราบทูลคำแก้พระสุบินให้พระราชาทรงทราบ

ดาเนียล 2:36

เศียรเป็นทองนพคุณ

ดาเนียลทูลต่อกษัตริย์ว่า   เศียรเป็นทองนพคุณนั้นหมายถึงสัญญลักษณ์แสดงถึงอำนาจอะไรในทางลก?

 

ข้าแต่พระราชา พระราชาจอมราชาทั้งหลาย   ซึ่งพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ได้ทรงประทานราชอาณาจักร   อานุภาพ   ฤทธิ์เดชและศักดิ์ศรี    และได้ทรงมอบไว้ในหัตถ์พระองค์ท่าน ซึ่งบุตรชายทั้งหลายของมนุษย์   สัตว์ในทุ่งนาและนกในอากาศ   ไม่ว่ามันจะอาศัยอยู่ ณ ที่ใดๆ    ให้แก่ฝ่าพระบาท   กระทำให้ฝ่าพระบาทปกครองมันได้ทั้งหมด  เศียรทองคำนั้นคือฝ่าพระบาทเอง

พระวจนะที่ 37, 38

 

ดาเนียลกำลังทูลสิ่งสำคัญให้กษัตริย์ทรงทราบถึงอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก   “ข้าแต่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์   พระสุบินของพระองค์นั้นเป็นข่าวประเสริฐจากพระเจ้า ที่ทรงแทนอาณาจักรของฝ่าพระบาทด้วยเศียรทองนพคุณของปฏิมากรนั่นเอง

 

เศียรเป็นทองนพคุณบรรยายให้เห็นภาพของบาบิโลนอันเก่าแก่อย่างแท้จริงทีเดียว   นักประวัติศาสตร์มักจะอ้างว่าเป็นเหมือน  “อาณาจักรทองคำแห่งยุคทองคำ”  จะมีความเจริญรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่กว่าอาณาจักรใดๆ   บาบิโลนได้ครอบครองโลกอย่างน่าภาคภูมิจนกระทั่ง 539 ก่อนคริสตกาล

อกและแขนเป็นเงิน

จากการมองของมนุษย์   (และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนยุคเนบูคัดเนสซาร์อันน่าภาคภูมิใจ)   บาบิโลนเป็นที่คาดหวังของโลกว่าจะเป็นอาณาจักรที่คงอยู่ตลอดไป   แต่คำทำนายได้กล่าวต่อไปว่าอะไรจะเกิดขึ้น?

 

ต่อจากฝ่าพระบาทไปจะมีราชอาณาจักรด้อยกว่าฝ่าพระบาท

        พระวจนะที่ 39

เพื่อให้บรรลุถึงคำทำนายของพระเจ้า   อาณาจักรเนบูคัดเนสซาร์จึงพังพินาศย่อยยับเมื่อไซรัส (Cyrus) นายพลชาวเปอร์เซียสามารถโค่นล้มอาณาจักรบาบิโลนได้ในปี 539 ก่อนคริสตกาล   ดังนั้นคำกล่าวที่ว่า   อกและแขนเป็นเงินนั้นจึงหมายความว่า   เมโดเปอร์เซีย (อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่ง)   กับชาวเปอร์เซียจะมีอำนาจเหนือกว่าและขึ้นมาแทนที่

 

 

 

 

ท้องและโคนขาเป็นทองสัมฤทธิ์

ส่วนประกอบเหล่านี้ที่เป็นทองสัมฤทธิ์หมายถึงอะไร?

 

และยังมีราชอาณาจักรที่สามเป็นทองสัมฤทธิ์ ซึ่งจะปกครองอยู่ทั่วพิภพ

        พระวจนะที่ 39

 

ท้องและโคนขาเป็นทองสัมฤทธิ์   เป็นสัญญลักษณ์หมายถึงอาณาจักรกรีก ซึ่งจะโค่นล้มชาวเปอร์เซียในสงครามอาร์บีส่าใน 331 ก่อนคริสตกาล   กษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชทรงมีชัยชนะต่อชาวมีเดสและชาวเปอร์เซีย   ทำให้กรีกเป็นราชอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่อันดับสามของโลก   ซึ่งมีการปกครองช่วงปี 331 ถึง 168 ก่อนคริสตกาล

ขาเป็นเหล็ก

อะไรเกิดขึ้นต่อจากสมัยกรีก?

 

และจะมีอาณาจักรที่สี่   [คำทำนายได้กล่าวไว้]   แข็งแรงดั่งเหล็ก   เพราะเหล็กตีสิ่งทั้งหลายให้หักและแตกเป็นชิ้นๆ   ราชอาณาจักรนั้นจะหัก   และทุบสิ่งเหล่านี้ดังเหล็กซึ่งทุบให้แหลก

พระวจนะที่ 40

หลังจากกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชทรงสิ้นพระชนม์   อาณาจักรของพระองค์เริ่มอ่อนแอและแยกออกเป็นฝักเป็นฝ่ายแข่งขันกัน   ในที่สุดในปี 168 ก่อนคริสตกาล   สงครามแห่งพายด์นา   (Pydna)    “อาณาจักรเหล็ก”   ของโรมมีชัยชนะต่อกรีก   พระเจ้าทรงใช้ขาเหล็กของปฏิมากรที่ยิ่งใหญ่เป็นสัญญลักษณ์แทนถึงราชอาณาจักรของโลกอันดับสี่

 

จักรพรรดิ์ซีซาร์ ออกัสตัส   (Caesar Augustus)   ทรงปกครองอาณาจักรโรมันเมื่อพระเยซูทรงบังเกิดประมาณ 2000 ปีก่อน (ลูกา 2:1) พระคริสต์และอัครสาวกของพระองค์ทรงมีชีวิตในช่วงนี้   (ขาเป็นเหล็ก)   กิบบอน  (Gibbon)  นักประวัติศาสตร์สมัยศตวรรษที่18   ไม่สงสัยเกี่ยวกับคำทำนายของดาเนียลที่ว่า   “แขนของสาธารณรัฐ [โรมัน] บางครั้งแพ้ในการรบ   แต่มักชนะในสงครามเสมอ   โรมันรบชนะมาตลอดอย่างรวดเร็วจนถึงเมืองเหล่านี้คือ ยูเพรทซ์ (Euphrates)   ดานูบ  (Danube)   รายน์  (Rhine)   และโอเชี่ยน  (Ocean)   และภาพลักษณ์ที่เป็นทอง   หรือเงิน   หรือทองสัมฤทธิ์นั้นอาจแทนประชาชาติและกษัตริย์ทั้งหลายของเขา ที่ถูกโจมตีแพ้ยับเยินโดยระบอบราชาธิปไตยแห่งโรมที่แข็งแกร่ง”—เอ็ดเวิด กิบบอน,ประวัติศาสตร์ในยุคตกต่ำของอาณาจักรโรมัน (ยอห์น ดี.มอลลิสและเพื่อน),  เล่มที่ 4,  หน้า89

 

ลองหยุดคิดสักนิดเกี่ยวกับคำทำนายในมุมมองมนุษย์ว่า   ดาเนียลสามารถรู้ได้อย่างไร   เขาเป็นชาวฮีบรูและมีชีวิตอยู่ในช่วงสมัยบาบิโลน   เขาสามารถคิดได้อย่างไรว่าอาณาจักรไหนจะรบชนะอาณาจักรไหนในอนาคตอีกหลายร้อยปีข้างหน้าอย่างนั้น?   ขนาดเราเองยังไม่สามารถบอกได้เลยว่าบรรยากาศตลาดหุ้นแค่ในสัปดาห์หน้านั้นจะเป็นอย่างไร   ราคาหุ้นจะขึ้นลงเท่าไร!   แต่นี่ไหนจะบาบิโลน   ไหนจะเมโดเปอร์เซีย   ไหนจะกรีก   ไหนจะโรม   เหตุการณ์เกิดขึ้นทยอยตามกันมาอย่างเป็นจริงและแม่นยำตามคำทำนาย   เหมือนเด็กนักเรียนที่เข้าแถวอย่างเป็นระเบียบตามคำสั่งคุณครู

 

พระเจ้าคือผู้ครอบครองอนาคตหรือ?   เราสามารถมีความหวังในแผนการหลักที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์หรือ?   ดาเนียลบทที่ 2   ได้ประกาศอย่างเด่นชัดว่า ใช่!   และมีต่ออีกนะ

 

เท้าเป็นเหล็กปนดิน

จะมีอาณาจักรที่ห้าต่อจากโรมไหม?

 

ดังที่ฝ่าพระบาททอดพระเนตร   เท้าและนิ้วเท้าเป็นดิน   ช่างหม้อบ้าง   เหล็กบ้าง   จะเป็นราชอาณาจักรประสม   แต่ความเหนียวของเหล็กจะยังอยู่ในนั้นบ้าง   ดังที่ฝ่าพระบาททอดพระเนตรเหล็กปนดินเหนียว   และนิ้วเท้าเป็นเหล็กปนดินฉันใด   ราชอาณาจักรนั้นจึงแข็งแรงบ้างเปราะบ้างฉันนั้น

พระวจนะที่ 41, 42

คำพยากรณ์ทำนายว่า   มิได้เป็นอาณาจักรที่ห้าแต่เป็นอาณาจักรประสมของจักรวรรดิ์โรมันที่เป็นเหล็ก   กรุงโรมจะแตกออกเป็นสิบอาณาจักรเหมือนสัญญลักษณ์ของเท้าที่มีสิบนิ้ว

 

สิ่งนี้เกิดขึ้นจริงๆหรือ?   จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน   ช่วงศตวรรษที่สี่และศตวรรษที่ห้าในยุคคริสเตียน   ผู้บุกรุกคนป่าทางเหนือจะพรั่งพรูลงมาที่อาณาจักรโรมันที่เสื่อมสลาย   ผู้บุกรุกคนป่าจะเข้ามาเป็นระลอกระลอก   ในที่สุดเกิดเป็นเผ่าต่างๆสิบเผ่าและได้ดินแดนในจักรวรรดิ์โรมันตะวันตกมากที่สุด   สิบชนชาติที่เป็นอิสระต่อกันนี้   ได้สถาปนาตัวเองและตั้งอยู่ในเขตยุโรปตะวันตก   ดังนั้นปัจจุบันนิ้วเท้าเป็นสัญญลักษณ์ของชนชาติใหม่ในยุโรป   เกิดขึ้นตามคำพยากรณ์ในประวัติศาสตร์   ซึ่งสอดคล้องกับคำทำนายของพระเจ้าอีกครั้ง   เจ็ดในสิบชนชาติของโรมันตะวันตกที่ถูกแบ่งแยก   ยังคงปรากฏในแผนที่ยุโรปปัจจุบัน   และยังคงมีความสัมพันธ์โดยตรงกับคำพยากรณ์ของดาเนียลอีกด้วย

นิ้วเท้าสิบนิ้ว - สิบเผ่าที่สำคัญๆในอาณาจักรโรมันตะวันตก

แอนโกล แซคซอนส์ (Anglo-Saxons) (อังกฤษ)

แฟรคซ์ (Franks) (ฝรั่งเศส)

อลาแมนนี่ (Alamanni) (เยอรมัน)

ลอมบารทซ์ (Lombards) (อิตาลี)

ออสโทรโกชส์ (Ostrogoths) (ต่อมาถูกทำลาย)

วิซิโกชส์ (Visigoths) (สเปน)

เบอร์กันเดี่ยนส์ (Burgundians) (สวิสเซอร์แลนด์)

แวนดัลส์ (Vandals)  (แอฟริกาเหนือซึ่งต่อมาถูกทำลาย)

ซูวิ (Suevi) (โปรตุเกส)

ฮีรูลิ (Heruli) (หลังจากนั้นสองสามศตวรรษก็ได้หายไป)

ยุคปัจจุบันของเราที่คำพยากรณ์กล่าวไว้ในพระคัมภีร์

คำพยากรณ์ของดาเนียลได้มีการทำนายหรือไม่ว่า   เคยมีความพยายามที่จะรวมโรมที่แตกแยกให้เป็นหนึ่งอีกครั้งภายใต้การปกครองของคนคนเดียว?

 

ดังที่ฝ่าพระบาททอดพระเนตรเหล็กปนดินเหนียว   ราชอาณาจักรจะปนกันด้วยการสมรส   แต่จะไม่ยึดกันแน่นไว้ได้อย่างเดียวกับที่เหล็กไม่ประสมเข้ากับดิน

ดาเนียล 2:43

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ผู้มีอำนาจพยายามจะรวมยุโรปให้เป็นหนึ่ง   แต่ก็ทำได้เพียงเป้าหมายระยะสั้นเท่านั้น   “ราชอาณาจักรจะปนกันด้วยการสมรส   แต่จะไม่ยึดกันแน่นไว้ได้”   เป็นคำตัดสินในการพยากรณ์   มีการประกาศว่าฝรั่งเศส   อังกฤษ   เยอรมัน สเปน   โปรตุเกส   อิตาลี   และสวิสเซอร์แลนด์จะไม่รวมเป็นประเทศมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่หรือเป็นหนึ่งเดียว

 

ด้วยความเป็นชาตินิยมมาหลายศตวรรษ   ดังนั้นการแตกแยกครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ตามคำทำนายของดาเนียล จึงเป็นการยากที่จะเข้าใจว่าจะเกิดการหักมุมเหมือนในละครอย่างนั้นเชียวหรือ   จนกระทั่งการเสื่อมสลายของกรุงโรมได้มาถึง   โลกนี้ถูกครอบครองด้วยอาณาจักรซึ่งถอยกลับไปเริ่มต้นที่อียิปต์และอัสซีเรีย   แต่หลังจากยุคกรุงโรม   โลกได้ถูกแบ่งแยกเป็นประชาชาติต่างๆ   และประชาชาติเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ต่อไป   มีเพียงพระจิตของพระเจ้าเท่านั้น   ที่สามารถบอกล่วงหน้าถึงการกวาดล้างครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์   ที่เกิดขึ้นจริงอย่างถูกต้องแม่นยำเหลือเกิน

 

เป็นจริงอย่างที่พระเยซูทรงตรัส   “จะฝ่าฝืนพระคัมภีร์ไม่ได้”   (ยอห์น 10:35)   พระองค์ยังทรงประกาศด้วยว่า

 

ฟ้าและดินจะล่วงไป   แต่บรรดาถ้อยคำของเราจะไม่สูญหายไปเลย

มัทธิว 24:35

หนึ่งพันสี่ร้อยปีในประวัติศาสตร์ได้แสดงให้เห็นว่า   ไม่มีอำนาจมนุษย์ใดๆหรือการรวมพลังใดๆที่จะสามารถหักล้างพระวจนะเหล่านี้ที่เป็นคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์ได้   “อาณาจักรจะปนกันและจะไม่ยึดกันแน่นไว้ได้จนเป็นหนึ่ง

 

แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีความพยายามกันอยู่   ผู้มีอัจฉริยภาพทางการทหารที่ยิ่งใหญ่หลายคนพยายามอย่างที่สุด ในการรวมยุโรปให้เป็นหนึ่งเดียว   แต่นโปเลียน  โบนาพาร์ท  (Napoleon Bonaparte)  ทำได้ใกล้จุดหมายมากที่สุดและมากกว่าคนอื่นๆทั้งหมด   ในการเริ่มต้นชีวิตทางการทหารของนโปเลียน   เขาได้คุยโอ้อวดไว้ว่า   “อีกห้าปีฉันจะครองโลก  เขาพูดด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนมากว่า   “เขาจะชนะรัสเซีย   ยุโรป   และโลกให้ได้

         

บางครั้งกองทัพนโปเลียนเป็นกองทัพที่ไม่มีใครสามารถรบชนะ   เขาได้ครอบครองแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาล   แต่ขณะที่เขาเคลื่อนทัพไปมอสโคในช่วงต้นฤดูหนาว   กองกำลังฝรั่งเศสได้สกัดกั้นไว้   จึงเป็นโอกาสให้กองทัพทหารรัสเซียได้สังหารทหารนโปเลียนตายเป็นจำนวนมาก   ทำไมเป้าหมายของนโปเลียนจึงจบลงด้วยระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้?   เพราะว่าพระเจ้าทรงตรัสว่า   “อาณาจักรจะปนกันแต่จะไม่ยึดกันแน่นไว้ได้เป็นหนึ่งเดียว”   ถึงแม้นโปเลียนจะมีกองทัพที่ดีที่สุดในยุโรป   แต่สิ่งนี้ไม่ตรงกับพระวจนะของพระเจ้า   ขณะที่กษัตริย์นโปเลียนทรงหนีสงครามวอเตอร์ลู   กษัตริย์นโปเลียนทรงตะโกนร้องว่า   “พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพนั้นทรงเป็นอะไรที่มากเกินไปสำหรับข้าพเจ้าจริงๆ!”

 

ไกเซอร์ วิลเฮมที่สองและ อดอฟ ฮิตเล่อร์ (Kaiser Wilhelm II and Adolf Hitler) ได้สร้างกองกำลังทหารที่ทรงอำนาจมากที่สุดในยุคสมัยของพวกเขา   แต่ทั้งคู่ก็ไม่สามารถจะรวมยุโรปให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้การปกครองของเขาได้   ทำไม? เพราะพระวจนะของพระเจ้าที่ว่า   อาณาจักรจะปนกันและจะไม่ยึดกันแน่นไว้เป็นหนึ่งเดียว

 

นักเผด็จการสามารถสั่งกองทัพและประชากรของเขาทั้งหมดด้วยความเร่าร้อนที่บ้าคลั่งได้   แต่ไม่สามารถเปลี่ยนคำทำนายของดาเนียลได้ ผลลัพธ์สงครามโลกสองครั้งที่เกิดขึ้นยืนยันถึงความจริงในข้อนี้ได้   พระเจ้าทรงโอบอุ้มอนาคตไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์   พระองค์ทรงเป็นผู้ครอบครองจนถึงที่สุด   นั่นก็เป็นการเพียงพอแล้วที่ทำให้เราทราบถึงความหวังและความสงบทางจิตใจที่จะเกิดขึ้นกับเราเมื่อเข้าหาพระองค์   ขอให้เรามีความมั่นใจและวางใจในแผนการของพระเจ้าเพื่อการดำเนินชีวิตของเรา

 

การมองอนาคต

มีเพียงส่วนเดียวเท่านั้นในคำพยากรณ์ของดาเนียลที่ยังคงไม่เกิดขึ้นตามคำทำนาย

 

ก้อนหินที่อธิบายในพระวจนะที่   34   และ   35   ที่ว่า   หินก้อนหนึ่ง....กระทบปฏิมากรที่เท้า   กระทำให้แตกเป็นชิ้นๆ... แต่ก้อนหินที่กระทบปฏิมากรนั้นกลายเป็นภูเขาใหญ่จนเต็มพิภพ   ก้อนหินนี้มีความหมายว่าอะไร?

 

และในสมัยของพระราชาเหล่านั้น [ชนชาติใหม่ของยุโรปตะวันตก] พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์จะทรงสถาปนาราชอาณาจักรหนึ่ง    ซึ่งไม่มีวันทำลายเสียได้ หรือราชอำนาจนั้นจะไม่ตกไปแก่ชนชาติอื่น   ราชอาณาจักรนั้นจะกระทำให้ราชอาณาจักรเหล่านี้แตกเป็นชิ้นๆถึงอวสาน   และราชอาณาจักรนั้นจะตั้งมั่นอยู่เป็นนิตย์ ดังที่ฝ่าพระบาททอดพระเนตรก้อนหินถูกตัดออกจากภูเขา   มิใช่ด้วยมือมนุษย์   และก้อนหินนั้นได้กระทำให้เหล็ก ทองสัมฤทธิ์   ดิน   เงิน   และทองคำแตกเป็นชิ้นๆ

ดาเนียล 2:44, 45

พระราชาเหล่านั้น”   สื่อถึงเท้าและนิ้วเท้าของปฏิมากรซึ่งเป็นสัญญลักษณ์หมายถึง ผู้ปกครองยุโรปสมัยใหม่นั่นเอง   ผลสรุปที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้คือ   “ในสมัยของพระราชาเหล่านั้น”   ซึ่งหมายถึงยุคปัจจุบัน   โลกสมัยใหม่ของเราอยู่บนธรณีประตูคอยต้อนรับเหตุการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่จะเกิดขึ้นนั่นเอง

 

ในไม่ช้าพระเยซูจะเสด็จลงมาจากสวรรค์เพื่อ   “สร้างอาณาจักร”   แผ่นดินแห่งความสุขและสันติสุขของพระองค์   หินที่กระทบปฏิมากรทำให้ปฏิมากรแตกเป็นชิ้นๆจนเต็มพื้นโลก   และแล้วพระคริสต์   (หินของทุกยุคทุกสมัย   กษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลาย)   จะทรงปกครองโลกไปชั่วนิรันดร์!   (อาณาจักรบนสรวงสวรรค์ของพระเจ้าจะมีการพูดในรายละเอียดต่อไปใน ค้นพบ บทที่ 9)

 

นี่คือจุดสำคัญที่สุดที่ดาเนียลได้พยากรณ์ไว้   ทุกๆสิ่งมุ่งสู่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจักรวาลนี้ ความมั่นใจซึ่งได้รับการดลใจจากคำพยากรณ์ที่ยิ่งใหญ่นี้   (เป็นคำพยากรณ์ซึ่งเกิดขึ้นจริงทุกขั้นตอนในประวัติศาสตร์อย่างไม่ผิดเพี้ยน)   ได้สร้างความหวังในการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระคริสต์ว่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน   ทุกๆสิ่งในคำพยากรณ์ของดาเนียลบทที่สองได้ผ่านไปเรียบร้อยแล้วยกเว้นการกระทำสุดท้าย   นั่นก็คือการที่หินกระทบปฏิมากร เดี๋ยวนี้ตามตารางเวลาของพระเจ้าเรามาถึงจุดสำคัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว   นั่นคือพระเยซูคริสต์ทรงเสด็จกลับมายังโลกเรา   ข้าแต่องค์พระเยซูคริสตเจ้า (พระบุตรของพระเจ้า)   จบสิ้นเสียทีกับการต่อสู้ดิ้นรนอย่างเสียเลือดเนื้อที่เกิดขึ้นอย่างยาวนานในประวัติศาสตร์มนุษย์   และถึงเวลาเสียทีที่พระองค์จะทรงสถาปนาอาณาจักรแห่งความรักและพระเกียรติคุณของพระองค์

พระเจ้าทรงนำประชาชาติ

เมื่อพระเจ้าทรงเปิดเผยคำพยากรณ์นี้ให้กับดาเนียล   ผู้เผยพระวจนะชาวฮีบรูก็เห็นมือที่ช่วยชี้แนะของพระเจ้าทันที ถึงความเจริญรุ่งเรืองและการล่มสลายของชนชาติต่างๆ (ดาเนียล 2:20-22)   การที่พระเจ้าทรงรู้อดีตและคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์นี้   แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพระองค์ทรงรู้ถึงอนาคตด้วยเช่นกัน

 

บางครั้งเราอาจจินตนาการว่า   พระฤทธานุภาพได้ครอบคลุมเอกภพอันกว้างใหญ่ไพศาลของพระองค์   ซึ่งกว้างเสียจนดาวเคราะห์ดวงเล็กๆของเรานั้น แทบไม่มีค่าอะไรพอที่พระองค์จะมาทรงสนพระทัยห่วงใยขนาดนี้   และกับชีวิตของคนแต่ละคนบนดาวเคราะห์นี้ก็ยิ่งดูไม่มีค่ามากเข้าไปใหญ่   แต่พระเจ้าก็ยังทรงยืดความยิ่งใหญ่ให้ยาวขึ้นจนเรามั่นใจได้ว่า   พระองค์ทรงสนพระทัยห่วงใยในประวัติศาสตร์มนุษย์ และประวัติศาสตร์ของคนทุกๆคนเป็นอย่างมาก   พระองค์ทรงคอยนำทางให้กับเรา

 

 “และเรามีคำเผยพระวจนะที่แน่นอนยิ่งกว่านั้นอีก จะเป็นการดีถ้าพวกท่านจะเอาใจใส่คำนั้น เพราะคำนั้นเป็นเสมือนตะเกียงที่ส่องสว่างในที่มืด   จนกว่าแสงอรุณจะขึ้น   และดาวรุ่ง [พระเยซู]จะผุดขึ้นในใจของพวกท่าน

เปโตร ฉบับที่สอง 1:19

พระเจ้าทรงใช้พระวจนะในพระคัมภีร์เปิดด้านมืดของโลกเราเหมือนไฟหน้ารถที่เราเปิดตอนขับรถกลางคืน พระองค์ทรงส่องให้เราเห็นถึงสถานที่ที่เรากำลังจะไป   พระองค์ทรงส่องให้เราเห็นว่าอะไรอยู่ข้างหน้า   เราสามารถมั่นใจได้ว่าในที่สุดการเรียงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ก็ต้องมาจบลงที่ถนนทางหลวงของพระองค์อยู่ดี

และพระองค์ยังทรงกำลังนำทางการดำเนินชีวิตให้กับผู้ศึกษาบทเรียน ค้นพบ นี้ทุกคน   เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นจริงตามคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์ได้เพิ่มความมั่นใจให้ท่านเชื้อเชิญพระเยซู   "ดาวรุ่ง"   ให้ผุดขึ้น "ในใจของท่านทั้งหลาย"   การได้อยู่กับพระองค์ในฐานะพระเจ้าของเรา   เราไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรอีกเลยจริงๆ

ความฝันของกษัตริย์และท่าน

ใช่แล้ว   โลกสามารถเป็นรอยหยักที่มีเสน่ห์ได้   การก่อการร้ายสามารถจะโจมตีเมื่อไรก็ได้   ความเป็นศัตรูคู่แค้นเก่าพร้อมที่จะปะทุเดือดซ้ำแล้วซ้ำอีกและแก้แค้นกันไปมาด้วยเลือดบริสุทธิ์   นักเผด็จการทั้งหลายก็ยังคงคิดวางแผนในป้อมปราการของเขา

 

แต่เราสามารถรู้ถึงความจริงที่สำคัญมากกว่าหัวเรื่องทั้งหมด   ประวัตศาสตร์กำลังมุ่งไปสู่การพบพระเยซูแบบหน้าต่อหน้า   ฉันสามารถเตรียมตัวเดี๋ยวนี้สำหรับจุดสำคัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์   พระหัตถ์ที่ชี้นำดาเนียลให้ย่ออนาคตหลายพันปีข้างหน้ามาบันทึกในประวัติศาสตร์ที่มีความยาวเหลือเพียงไม่กี่ย่อหน้า   และด้วยพระหัตถ์เดียวกันนี้ที่สามารถนำทางให้ชีวิตฉันมีความหมาย

ถ้าพระเจ้าทรงนำย่างเท้าของมนุษย์คนใด   และคนนั้นพอใจในมรรคาของพระเจ้า   แม้เขาล้ม   เขาจะไม่ถูกเหวี่ยงลงเหยียดยาว   เพราะว่าพระหัตถ์พระเจ้าพยุงเขาไว้

เพลงสดุดี 37:23, 24

ในขณะที่พระเจ้าทรงชี้นำการเคลื่อนไหวของประชาชาติต่างๆได้แม่นยำเหลือเกิน   จึงเป็นที่แน่นอนว่าพระองค์จะทรงสามารถชี้ทางชีวิตของคนแต่ละคนได้แม่นยำด้วยเช่นกัน

 

นกกระจาบสองตัวเขาขายหนึ่งอาส์ซสริอันไม่ใช่หรือ?   แต่ถ้าพระบิดาของท่านไม่โปรด   นกเหล่านั้นจะไม่ตกลงถึงดินแม้แต่ตัวเดียว   ถึงผมของท่านทั้งหลาย   ก็ทรงนับไว้แล้วทุกเส้น   เพราะฉะนั้นอย่ากลัวเลย   พวกท่านก็ประเสริฐกว่านกกระจาบหลายตัว

มัทธิว 10:29-31

ความเชื่อซึ่งเป็นของประทานจากพระเจ้า   สามารถเป็นยาแก้พิษที่จะคอยขจัดความกังวลและความกลัวต่างๆทั้งหมดของเรา   ความหวังที่พระองค์ทรงดลใจให้เรายึดนั้นเป็นเสมือนสมอที่แน่นอนและมั่นคงของจิตใจของเรา (ฮีบรู 6:19)

 

ในศตวรรษที่สิบหกนักปราชญ์อีรัสมัส (Erasmus) ได้บรรยายเหตุการณ์ระหว่างการท่องเที่ยวในเรือ   ซี่งเขาจะจำไปตลอดชีวิตของเขา เรือลำนั้นได้เกยตื้นท่ามกลางพายุ   ขณะที่คลื่นบ้าคลั่งซัดเรือจนแตกละเอียดและเรือเริ่มพัง   ซึ่งแม้แต่กะลาสีเรือยังหวาดกลัว   ผู้โดยสารทั้งหลายกลัวแทบคลั่งจะบ้าตายเหมือนคนเป็นโรคจิต   ส่วนใหญ่จะตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากนักบุญอุปถัมภ์   ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าหรืออธิษฐานวิงวอนด้วยเสียงอันดัง

 

อีรัสมัสสังเกตเห็นผู้โดยสารคนหนึ่ง ซึ่งแสดงอาการท่าทางต่างจากคนอื่นเป็นอย่างมาก   “เราทุกคนทั้งหมด”   อีรัสมัสเขียนมีเพียงหนึ่งที่ยังคงสำรวมมากที่สุด   นั่นคือหญิงสาวแม่ลูกอ่อนซึ่งกำลังให้นมลูกอยู่   เธอเป็นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ตะโกนร้อง   ไม่ร้องไห้น้ำตาซึม หรือไม่มีการต่อรองกับสวรรค์   เธอไม่ทำอะไรเลยนอกจากอธิษฐานอย่างเงียบๆขณะที่โอบกอดลูกไว้อย่างแนบแน่นบนตักของเธอ

 

อีรัสมัสตระหนักดีว่า   การอธิษฐานของเธอในครั้งนี้ เป็นเพียงการอธิษฐานต่อเนื่องจากชีวิตการอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอของเธอเท่านั้น   เธอไม่ได้ร้องขอความคุ้มครองที่พิเศษแต่ประการใด   และดูเหมือนเธอมอบความไว้วางใจในพระเจ้า

 

ขณะที่เรือเริ่มจม   แม่ลูกอ่อนคนนี้อยู่บนแผ่นกระดาน   เธอใช้เสาค้ำยึดเป็นไม้พายที่เคลื่อนตัวไปตามมวลคลื่น   เธออุ้มลูกด้วยมือข้างหนึ่งและพยายามที่จะพายด้วยมืออีกข้างหนึ่ง   ความคิดสองสามอย่างได้แล่นเข้ามาว่าเธอจะต้องรอดจากคลื่นที่ซัดแรงกระหน่ำขนาดนี้   และด้วยความเชื่อและความสำรวมของเธอทำให้เธอมีสติและไม่หวั่นไหว   ในที่สุดหญิงแม่ลูกอ่อนพร้อมลูกได้ถึงฝั่งเป็นคนแรก

 

ความหวังในพระเจ้าผู้ซึ่งควรค่าแห่งความไว้วางใจ   สามารถทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมีความต่าง   แม้กระทั่งยามที่โลกดูเหมือนจะแตกดับรอบๆตัวเรา   เราก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงนั้นโดยลำพัง   พระหัตถ์ที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์จะคอยชี้นำและพยุงเราขึ้นมา

 

ถ้าท่านเข้าหาพระคริสต์ด้วยความยินยอมทั้งหัวใจ   พระองค์จะประทานความเชื่อแก่ท่าน   ซึ่งความเชื่อนี้จะคอยดูแลปกป้องให้ท่านสามารถฟันฝ่าพายุได้ทุกๆครั้ง   เป็นการค้นพบสันติสุขอันปาฏิหาริย์ที่พระเยซูทรงสัญญาไว้

 

เรามอบสันติสุขไว้กับพวกท่าน สันติสุขของเราที่ให้กับท่านนั้น... อย่าให้ใจของท่านเป็นทุกข์อย่ากลัวเลย

ยอห์น 14:27

บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก   จงมาหาเรา   และเราจะทำให้ท่านได้หยุดพัก

มัทธิ11:28

ข้าแต่พระบิดาเจ้าบนสรวงสวรรค์    ข้าพระองค์ขอขอบพระคุณพระองค์ในวันนี้สำหรับความรักของพระองค์ที่ทรงมีให้เป็นการส่วนพระองค์    ขอขอบคุณสำหรับการบอกข้าพระองค์ล่วงหน้า ถึงคำตอบมากมายในคำถามทั้งปวงที่เกี่ยวกับอนาคตในโลกของข้าพระองค์    และสำหรับการทรงนำโลกของข้าพระองค์    และการทรงนำชีวิตของข้าพระองค์    ข้าพระองค์ขอขอบพระคุณสำหรับคำพยากรณ์ที่แม่นยำในพระคัมภีร์   ขอทรงโปรดช่วยให้ข้าพระองค์เชื่อและยอมรับพระวจนะที่เป็นความจริงของพระองค์เสมอ    และเหนือสิ่งอื่นใดทั้งปวงขอทรงโปรดช่วยให้ข้าพระองค์เปิดใจรับพระเยซูคริสตเจ้า    เจ้าชายแห่งสันติสุขในตอนนี้ด้วยเทอญ    ในนามของพระเยซูคริสตเจ้า    อาเมน

 

 

ค้นพบ บทที่ 7

เกี่ยวกับอนาคตของท่าน   (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อเรื่องบทที่ 7)

1. คำพยากรณ์ของพระปฏิมากรขนาดใหญ่ในดาเนียล บทที่สอง

ทำนายประวัติศาสตร์โลกไว้ล่วงหน้า  2500   ปี

ทบทวนประวัติศาสตร์โลก  2500  ปีแรก

 

2. ศีรษะของปฏิมากรเป็นทองนพคุณแทนจักรวรรดิ์โลกของ

แอสซีเรีย ปกครองโดยกษัตริย์เนโบโพรัสซาร์

บาบิโลน ปกครองโดยกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์

 

3. อกและแขนของปฏิมากรเป็นเงินแทน

จักรวรรดิ์โลกของอียิปต์  (ก่อนคริสตศักราช 539 ถึง 331)

จักรวรรดิ์โลกของเมโดเปอร์เซีย   (ก่อนคริสตศักราช 539 ถึง 331)

 

4. ต้นขาของปฏิมากรเป็นทองสัมฤทธิ์แทนจักรวรรดิ์โลก

ของกรีก  (ก่อนคริสตศักราช 331 ถึง 168 )

ของโรม  (ก่อนคริสตศักราช 168 ถึง ค.ศ. 476)

 

5. ขาของปฏิมากรเป็นเหล็กแทนจักรวรรดิ์โลก

ของเมซิโดเนีย   (ก่อนคริสตศักราช168 ถึง ค.ศ. 476)

ของโรม   (ก่อนคริสตศักราช168 ถึง ค.ศ. 476)

 

6. เท้าของปฏิมากรเป็นเหล็กผสมดินแทน

จักรวรรดิ์โลกไม่ทราบชื่ออันดับที่ห้าที่จะมาถึง

จักรวรรดิ์ของโรมที่แบ่งแยก   (ก่อนคริสตศักราช 476 จนปัจจุบัน)

 

7. เหล็กผสมดินที่ใช้สร้างเป็นเท้า

หมายถึงยุโรปจะรวมกันกลายเป็นอภิมหาอำนาจของโลก

หมายถึงยุโรปสมัยใหม่ที่จะไม่รวมกันเป็นหนึ่ง

 

8. ก้อนหินที่ตีปฏิมากรที่เท้าทำให้แตกละเอียดเป็นผง

แทนถึงสงครามโลกครั้งที่สาม

แทนถึงการเสด็จมาของพระเยซูในเร็วๆนี้เพื่อการตั้งอาณาจักรของพระองค์

 

9. หากพระเจ้าสามารถนำทางการเคลื่อนไหวของประชาชาติได้อย่างแม่นยำเช่นนั้น   พระองค์สามารถชี้นำชีวิตของเราแต่ละคนได้อย่างแน่นอน

ถูก

ผิด

 

10. คำถามที่เป็นหัวใจ: เป็นความปรารถนาของท่านที่จะทูลถามพระเยซูให้นำทางชีวิตของท่าน ดังนั้นท่านสามารถเป็นพลเมืองในอาณาจักรที่พระองค์กำลังเสด็จมาจัดตั้งในไม่ช้า ใช่หรือไม่?

 

11. หนึ่งพันสี่ร้อยปีผ่านไปตั้งแต่จักรวรรดิ์โรมันล่มสลายและการก่อตัวประเทศต่างๆของยุโรป   พระเจ้าทรงตรัสว่าไม่มีจักรวรรดิ์ใดในโลกที่จะก่อตัวได้หลังโรม   เนื้อความนี้เสร็จสมบูรณ์จากส่วนสุดท้ายของคู่มือการศึกษาของท่าน   พระเจ้าทรงตรัสว่าไม่มีอาณาจักรโลกใดๆที่จะก่อตั้งได้หลังโรม  จงเติมคำให้สมบูรณ์จากส่วนสุดท้ายของคู่มือการศึกษาของท่าน   "สวรรค์และ ()_________ จะตายแต่ ()_____ ________ จะ ()________ ตาย"   มัทธิว 24:35

 

12. มันหมายความว่าอะไรที่ท่านรู้ว่าพระเจ้าทรงซื่อสัตย์และพระวจนะของพระองค์นั้นแน่นอน?

 

13. มีอีกส่วนหนึ่งที่จะเกิดขึ้นตามคำพยากรณ์   คือก้อนหินตีที่เท้า   ทำให้ท่านรู้สึกอย่างไรที่จะได้รู้ว่าเหตุการณ์ใหญ่ต่อไปในคำพยากรณ์ของพระคำภีร์คือการกลับมาของพระเยซู?

ข้าพเจ้ายังไม่พร้อมสำหรับการกลับมาของพระเยซู

ข้าพเจ้ายังต้องการเวลาเพิ่มในการคิด

ข้าพเจ้าอยากให้พระเยซูกลับมาเร็วๆ

ทั้งตื่นเต้นและกลัว

กลัว

 

14. ขณะที่เรารอคอยพระเยซูเสด็จมา   ชีวิตนั้นอาจจะยากด้วยปัญหา   ความเศร้า   ความตาย   และความเจ็บปวด   พระเยซูทรงให้ความหวังแก่เรา "อย่าให้ใจของท่านเป็นทุกข์อย่ากลัวเลย"  ยอห์น14:27    จงเลือกคำตอบสำหรับการศึกษาบทเรียนนี้ของท่าน

ฉันกำลังไว้วางใจในพระเยซู

ฉันต้องการความเชื่อมั่น

โปรดอธิษฐานเผื่อฉัน

 




Progress