ค้นพบ
บทที่ 18
เคล็ดลับการดำเนินชีวิตให้มีสุขภาพดี
· อากาศบริสุทธิ์
· การออกกำลังกาย
· การรับประทานที่ถูกต้อง
· การหลีกเลี่ยงสิ่งอันตราย
· เชื่อมั่นในพระฤทธานุภาพของพระเจ้า
เคล็ดลับการดำเนินชีวิตให้มีสุขภาพดี
นักวิจัยสมัยใหม่ต้องเจ็บปวดกับเอกสารข้อเท็จจริงในพระคัมภีร์ ซึ่งมีการตีพิมพ์เป็นครั้งแรกว่า มนุษย์คืออะไรหลายๆอย่างที่มาประกอบกัน บ่อยครั้งที่เรามักจะแบ่งเป็นส่วนร่างกาย ส่วนจิตใจ ส่วนสังคม และส่วนจิตวิญญาณ แท้จริงแล้วทุกๆส่วนในคนๆหนึ่งจะมีความสัมพันธ์กันหมด และไม่สามารถแยกกันได้ หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือ อะไรที่มีผลต่อจิตใจย่อมส่งผลกระทบต่อร่ายกายด้วย เงื่อนไขที่เกิดขึ้นกับจิตวิญญาณเราจะส่งผลกระทบต่อเงื่อนไขที่เกิดขึ้นกับร่างกายด้วย และในทางกลับกัน อะไรที่มีผลกระทบต่อด้านใดด้านหนึ่งในความเป็นอยู่ของเรา ย่อมกระทบกับด้านอื่นๆด้วยทั้งหมด เราจึงเป็นคนซึ่งประกอบด้วยอะไรหลายๆอย่างที่มาประกอบกัน
ขอยกตัวอย่างนักวิจัย ดร.ลี เอส.เบอร์กจากมหาวิทยาลัยโลมาลินดา และ ดร.วิลเลี่ยม เอฟ. ฟรายจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดทำการศึกษาโดยควบคุมตัวแปรว่า การหัวเราะด้วยความยินดีมีความสุขจะทำให้ระบบภูมิต้านทานของคนดีขึ้นอย่างเห็นผล (Loma Linda Scope, กรกฎาคม-กันยายน 1992, หน้า 55) จริงๆแล้วท่านสามารถต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บได้ดีขึ้น โดยการมีความสุขนั่นเอง! สิ่งนี้และการศึกษาอื่นๆอีกมากมาย แสดงให้เห็นถึงการทำงานร่วมกันของจิตใจและร่างกายที่ใกล้ชิดกันเหลือเกิน
พระวจนะของพระเจ้าชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่เชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญแบบนี้มาตั้งแต่หลายพันปีก่อน แต่เพิ่งได้รับการยอมรับทางทฤษฎีการแพทย์เมื่อเร็วๆนี้เองว่า
“ใจร่าเริงเป็นยาอย่างดี แต่จิตใจที่หมดมานะทำให้กระดูกแห้ง”
— สุภาษิต 17:22 (หากมิได้ทำเครื่องหมายใดๆไว้ บทความทั้งหมดภาคภาษาอังกฤษในบท ค้นพบ นี้มาจากพระคัมภีร์ฉบับสากลเล่มใหม่ [เอ็นไอวี] แปลไทยจาก “พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิม ฉบับ 1971 (ย่อขนาดปี 1998), ภาคพันธสัญญาใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2002 สงวนลิขสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย ใช้โดยได้รับอนุญาต”)
ตามที่อัครสาวกยอห์นกล่าวไว้ ความสุขความเจริญฝ่ายร่างกายจิตใจ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับความเจริญฝ่ายจิตวิญญาณของเรา มากน้อยเพียงใด?
“ท่านที่รัก ข้าพเจ้าอธิษฐานขอให้ท่าน มีสุขภาพแข็งแรง และมีความสุขความเจริญทุกอย่าง ดังที่จิตวิญญาณของท่านกำลังเจริญอยู่นั้น”
— ยอห์น ฉบับที่สาม 2
พระวจนะของพระเจ้าสามารถช่วยท่านได้หลายอย่าง พระวจนะสามารถให้ความช่วยเหลือดุจเป็นน้ำพุหล่อเลี้ยงสุขภาพ เช่นเดียวกับน้ำพุหล่อเลี้ยงชีวิตนิรันดร์ของเรา ดังนั้นใน ค้นพบ นี้เราจะศึกษาถึงหลักสุขภาพอนามัยที่จำเป็นต่างๆ
เพราะว่าสุขภาพกาย ใจ จิตวิญญาณของเราจะเจริญเติบโตอย่างประสานกัน อาจารย์เปาโลจึงแนะนำให้คริสตชนตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ให้มากๆ
“เพราะฉะนั้นเมื่อพวกท่านจะรับประทาน จะดื่ม หรือจะทำอะไรก็ตาม จงทำเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า”
— โครินธ์ ฉบับที่หนึ่ง 10:31
ข่าวประเสริฐรวมถึงการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ พระผู้สร้างทรงมีพระประสงค์ให้เรา “มีสุขภาพแข็งแรง” (ยอห์น ฉบับที่สาม 2) พระองค์ทรงรู้ว่าการดำเนินชีวิตให้มีสุขภาพแข็งแรง สามารถช่วยให้เราเป็นคริสตชนที่มีชีวิตชีวาได้ เราสามารถสร้างเสริมและรักษาสุขภาพที่แข็งแรงนี้อย่างไร? นี่คือหลักแปดประการที่ควรปฏิบัติ หากท่านต้องการมีชีวิตที่อุดมสมบูรณ์กว่าและสุขภาพที่แข็งแรงกว่าจริงๆ
อากาศบริสุทธิ์
อากาศบริสุทธิ์เป็นสิ่งจำเป็นตลอดเวลาเพื่อให้สุขภาพเราแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นเวลาหลับหรือตื่น ไม่ว่าจะเป็นอากาศที่ถ่ายเทได้ดีในบ้านหรือที่ทำงาน สิ่งเหล่านี้ทำให้เลือดสามารถแจกจ่ายก๊าซออกซิเจน ไปยังส่วนต่างๆทั้งหมดของร่างกายเราได้อย่างพอเพียงตลอดเวลา
ชนิดของอากาศที่ท่านหายใจเข้าไปนับเป็นสิ่งสำคัญอย่างเห็นได้ชัด ระวัง! ท่านไม่ควรสูดหายใจเอาควันพิษ ก๊าซเผาไหม้ หรือเชื้อแบคทีเรียในอากาศตามสถานที่อับเข้าไปในร่างกาย แต่ท่านควรหายใจเข้าลึกๆระหว่างเดินเล่นในยามเช้าตรู่ซึ่งเป็นวิธีที่ดีมาก ร่างกายของท่านจะสดชื่นด้วยก๊าซออกซิเจนที่หายใจเข้าไป เพราะฉะนั้นขอให้ท่านเดินเล่นให้ไกลเท่าที่จะไกลได้ ท่ามกลางอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์เช่นนี้
ควันบุหรี่ไม่เพียงแต่จะทำให้อากาศเป็นพิษเท่านั้น แต่ยังเป็นนักฆ่าตัวยงอย่างหนึ่งในปัจจุบันอีกด้วย การวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อหาสาเหตุการเกิดโรค ได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างใบยาสูบกับมะเร็งปอด ถุงลมโป่งพองเรื้อรัง โรคหัวใจและการเจ็บป่วยอื่นๆ การที่ร่างกายติดสารเสพติดนิโครตินในบุหรี่ทำให้หยุดเลิกสูบบุหรี่ไม่ได้ ซึ่งเป็นนิสัยที่แก้ยากที่สุดอย่างหนึ่ง หากแนวโน้มในปัจจุบันยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ การสูบบุหรี่จะฆ่าชีวิตคนสิบสองล้านคนต่อปีก่อนปีคศ. 2020
แสงแดด
ประโยชน์จากแสงแดดมีมากมายเหลือเกินคือ
1. การตากแดดสักสิบห้าถึงสามสิบนาทีทุกวันในยามเช้าตรู่หรือตอนบ่ายแก่ๆ จะทำให้ร่างกายสามารถใช้แคลเซี่ยมและฟอสฟอรัส เพื่อช่วยสร้างกระดูกและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้มาก
2. แสงแดดฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคอื่นๆได้
3. หากได้ตากแดดหลังจากเดินทางข้ามเขตประเทศเวลาที่แตกต่างกัน โดยเครื่องบิน จะทำให้เราปรับตัวให้เข้ากับเวลาที่ต่างกันของประเทศใหม่ได้ดีขึ้น
4. ดวงอาทิตย์ให้พลังงาน [ซึ่งต้นไม้สามารถ] เปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำให้เป็นคาร์โบไฮเดรต..... หากปราศจากขบวนการเปลี่ยนแปลงนี้ สัตว์และมนุษย์คงต้องอดตาย จากอีลีเอเนอร์ เอ็น. วิทนี่ และอีวา เอ็ม. ฮามีตัน, Understanding Nutrition (เซนต์. เปาโล, มินน.: บริษัทเวส พลับบิชชิ่ง, 1981),หน้า 401
5. แสงแดดทำให้คนสามารถปรับตัวได้ แสงแดดช่วยให้คนที่ทำงานกลางคืนปรับตัวได้ และช่วยผ่อนคลายความหดหู่ของวันมืดครึ้มในช่วงฤดูหนาวที่มาถึง
“(คำเตือน: แสงแดดสามารถเป็นอันตรายได้เช่นกัน การอยู่กลางแดดนานเกินไปทำให้ผิวหนังไหม้ ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังสูงขึ้น ทำให้แก่เร็วและทำลายการมองเห็นและเป็นสาเหตุของตาต้อ)” จาก Look Up and Live: A Guide to Health Quarterly (นำพา, ไอดาโฮ: สมาคมสำนักพิมพ์แปซิฟิค เพรส, มกราคมถึงมีนาคม, 1993), หน้า 36
การพักผ่อน
เราเติบโตขึ้นมาแบบไม่ค่อยอดทนกับการให้ร่างกายของเรา รักษาอาการเจ็บป่วยด้วยตัวเอง เราต้องการยาเพื่อให้หายเจ็บหรือมีอาการดีขึ้น เพื่อการเดินก้าวต่อไปอย่างเคยชิน แต่แท้จริงแล้วร่างกายต้องการการพักผ่อนเพื่อซ่อมแซมตัวเอง การใช้ยาเพียงช่วยฟื้นฟูการทำงานของร่างกายเท่านั้น บ่อยครั้งเราพยายามมากในการกำจัดอาการเจ็บป่วยต่างๆ แต่จริงๆแล้วอาการเจ็บป่วยเหล่านั้น เป็นความพยายามของร่างกายเราที่กำลังต่อสู้เชื้อโรคอยู่ การมีไข้ ความอึดอัดและความอ่อนเพลียเป็นหลักฐานทั้งหมด ที่แสดงว่าร่างกายกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาอาการป่วยของท่านอยู่ ดังนั้นจงควรปล่อยให้ร่างกายทำงานรักษาซ่อมแซมอาการเจ็บป่วยของตัวเองต่อไป
การพักผ่อนเป็นการรักษาที่ดีที่สุดตามธรรมชาติสำหรับร่างกายและจิตใจของเรา ที่มักถูกข่มเหงรังแกอยู่บ่อยๆในระหว่างวัน เราจะต้องมีเวลาพักผ่อนหย่อนใจเพื่อคลายเครียดจากการงานและครอบครัว หากไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ คนเรามักจะกระวนกระวายใจ หดหู่และโกรธระคายเคืองอยู่บ่อยๆ สาเหตุนี้อาจนำไปสู่การเจ็บป่วยซึ่งจะเป็นตัวบังคับให้เราต้องพักผ่อนโดยร่างกายเรา จะเป็นฝ่ายขอร้องให้มีการพักผ่อนเองนั่นคือการไม่สบาย ง่ายๆเลยคือไม่มีอะไรจะมาทดแทนการนอนหลับฝันดีได้ ไม่มีการรักษาด้วยตัวยาใดๆ หรือการกระตุ้นใดๆที่จะทดแทนการอดหลับอดนอนได้
การเติมพลังแบตเตอรี่ฝ่ายจิตวิญญาณของเราเป็นประจำทุกวัน เป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกันที่ทำให้สุขภาพกายแข็งแรง การนั่งภาวนาอย่างต่อเนื่องทุกวันของคริสตชน การศึกษาพระคัมภีร์และการสวดอธิษฐานจะเป็นการรักษาทางร่างกายเช่นเดียวกับทางจิตวิญญาณ เราต้องการการหยุดพักอย่างสม่ำเสมอจากวัฏจักรการทำงานด้วยเช่นกัน การพักผ่อนประจำสัปดาห์ การหยุดพักประจำปีหรือการหยุดพักประจำครึ่งปีจะทำให้การก้าวเปลี่ยนแปลงดีขึ้น
การออกกำลังกาย
Look Up and Live: A Guide to Health, หน้า38, พูดถึงการออกกำลังกายว่า
พระเจ้ามอบหมายให้อาดัมและเอวาทำงาน ซึ่งรวมถึงการที่ร่างกายได้ออกกำลังกาย โชคร้ายที่ปัจจุบันเราหลายๆคนทำงานที่มีการเคลื่อนไหวน้อย อย่างไรก็ตามกับความจริงที่ว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพของเราซึ่งก็ยังคงเป็นเช่นนั้น นี่คือบางสิ่งบางอย่างที่เราได้จากการออกกำลังกาย
1. การออกกำลังกายทำให้ความดันโลหิตปกติ
2. การออกกำลังกายทำให้เลือดไหลเวียนไปยังส่วนต่างๆของร่างกายมากขึ้น ทำให้ร่างกายอบอุ่นที่สุด
3. การออกกำลังกายทำให้คลายเครียดทั้งร่างกายและอารมณ์ ทำให้ชีวิตท่านรู้สึกดีขึ้น [โดยปกติแล้วการออกกำลังกาย เป็นวิธีขจัดความกังวลและความตึงเครียดที่ดีที่สุด]
4. การออกกำลังกายทำให้พลังงานกระแสไฟฟ้าเข้าสู่เซลประสาทและเซลสมอง [ซึ่งจะทำให้มีสุขภาพแข็งแรงได้โดยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อมีการออกกำลังกายที่เหมาะสม จิตใจจะผ่องใสและเกิดความคิดที่มีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์มากขึ้น]
5. การออกกำลังกายทำให้ท่านมีรูปร่างผิวพรรณดี
6. การออกกำลังกายทำให้ท่านกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น ทำให้ร่างกายและจิตใจไม่เหนื่อยง่าย
7. การออกกำลังกายทำให้สมองผลิตสารเคมีที่ทำให้มีอารมณ์ดีและทนความเจ็บปวดได้ดีขึ้น
“นี่เป็นรายการแค่บางส่วนเท่านั้นที่คอยบอกเราว่า ถีงเวลาเสียทีที่จะเลิกหาคำแก้ตัวต่างๆนานาเพื่อหลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย ถึงเวลาเสียทีที่จะต้องหาเวลามาออกกำลังกายกันได้แล้ว โดยค่อยๆเริ่มอย่างช้าๆ เพิ่มขึ้นทีละเล็กทีละน้อยเท่าที่ท่านจะทนได้ จะเป็นการฉลาดหากท่านจะปรึกษาแพทย์ประจำตัวของท่านก่อนที่จะเริ่มออกกำลังกาย บ่อยครั้งที่โรคความดันโลหิตสูงและคลอเลสเตอรอลสูงไม่แสดงอาการ แต่สามารถพิสูจน์ได้ถึงอันตรายเมื่อเริ่มโปรแกรมการออกกำลังกาย ท่านควรเต้นแอโรบิคหรือออกกำลังกายอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เทียบได้กับการเดินหนึ่งไมล์ในสิบห้านาทีเป็นจำนวนสี่ครั้งหรือมากกว่าต่อสัปดาห์ (การเต้นแอโรบิคแบบซ้ำๆจะใช้กล้ามเนื้อใหญ่ของขาและแขนจนกระทั่งอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น 20 ถึง 25 เปอร์เซนต์)”
น้ำ
เพราะว่าน้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อทุกๆเซลของร่างกาย เราจึงควรดื่มน้ำในปริมาณที่มาก น้ำเป็นตัวทำละลายตามธรรมชาติ เป็นวิธีที่สมบูรณ์แบบวิธีหนึ่งในการชำระล้างทั้งภายในและภายนอกร่างกาย
น้ำเกิดขึ้นตั้งแต่ปฐมกาลของพระราชกิจการสร้าง และเป็นปัจจัยที่สำคัญอันหนึ่งที่รักษาร่างกายของเราให้เคลื่อนไหวได้อย่างไม่มีปัญหา
1. ร่างกายมีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว
2. เลือดมีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณ 83 เปอร์เซนต์ และกระดูกมีน้ำเป็นส่วนประกอบเกือบๆ 22 เปอร์เซ็นต์
3. กล้ามเนื้อในร่างกายมีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์
4. ร่ายกายต้องการน้ำประมาณหกถึงแปดแก้วต่อวันเพื่อใช้ในการทำงานต่างๆ เช่นการหมุนเวียนของโลหิต การกำจัดของเสีย การลำเลียงสารอาหารและการย่อย (เราได้รับน้ำจากการดื่มและอาหารที่เรารับประทาน)
5. โดยเฉลี่ยคนเรามีเซลสมอง 15 ถึง 40 พันล้านเซล แต่ละเซลจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบ 70 ถึง 85 เปอร์เซนต์ การมีน้ำหล่อเลี้ยงอย่างเพียงพอทำให้เซลตื่นตัว ไม่ซึมเศร้าและอารมณ์ดี
6. ไม่เพียงแต่น้ำที่เราดื่มเท่านั้นที่มีความสำคัญ การอาบน้ำด้วยน้ำเย็นน้ำอุ่นทุกวัน จะช่วยให้การหมุนเวียนดีขึ้น ทำให้ร่างกายและจิตใจมีกำลังวังชา การอาบน้ำสามารถช่วยบรรเทาเรื่องเส้นประสาททับซ้อน ซึ่งเป็นสาเหตุการเจ็บป่วยโดยทำให้ระบบภูมิต้านทานอ่อนแอลง การอาบน้ำยังช่วยกำจัดของเสียออกจากผิวหนัง และช่วยลดไข้ได้ (ไอบิท., หน้า 35)
การรับประทานที่ถูกต้อง
ในพระราชกิจการสร้างพระเจ้าทรงสอนให้อาดัมและเอวารู้จักการรับประทานอาหารประเภทถั่ว เมล็ดข้าวและผลไม้ (ปฐมกาล 1:29) แต่หลังจากอาดัมและเอวาทำบาป พืชผักกลายเป็นอาหารด้วย (ปฐมกาล 3:18) หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วม พระผู้สร้างทรงรวมสัตว์ที่ “สะอาด” ให้เป็นอาหารด้วย (ปฐมกาล 7:2, 3; 9:1-6)
เพราะว่าคนที่รับประทานอาหารมังสวิรัติจะมีสุขภาพที่แข็งแรงกว่า และมีอายุยืนยาวกว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและสารอาหารทั้งหลาย กระตุ้นเราให้พิจารณาการกลับไปรับประทานอาหารประเภทถั่ว เมล็ดข้าวและพืชผักผลไม้ ซึ่งเป็นอาหารดั้งเดิมของมนุษย์อีกครั้ง เนื้อสัตว์มีทั้งไขมันอิ่มตัวและคลอเลสเตอรอล ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง เส้นโลหิตในสมองแตก โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคอ้วน โรคเบาหวานและโรคอื่นๆ ทุกวันนี้แพทย์และนักโภชนาการทั้งหลายต่างแนะนำคนที่รับประทานเนื้อสัตว์ว่า ให้รับประทานเฉพาะเนื้อที่สุกและไม่ติดมันและให้ทานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากท่านสนใจเริ่มรับประทานมังสวิรัติ อันดับแรกขอให้แน่ใจว่าท่านเข้าใจถึงวิธีการรับประทาน ที่ทำให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนโดยไม่ทานเนื้อสัตว์
และนี่คือคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับอาหารมังสวิรัติ หรืออาหารที่ผสมเนื้อสัตว์เพียงเล็กน้อย (นำมาจาก Look Up and Live, หน้า 44)
1. ซื้อผลไม้ ถั่ว เมล็ดข้าวและผักที่มีคุณภาพที่สุดและสดที่สุด นำเก็บในที่แห้งชื้นและรับประทานให้หมดในเวลาอันสั้น
2. รับประทานอาหารที่เป็นธรรมชาติทุกๆวัน เมื่อท่านต้องการทำให้สุกให้ใช้น้ำในปริมาณที่น้อยที่สุดและเวลาปรุงอาหารที่สั้นที่สุด
3. หลีกเลี่ยงอาหารที่ต้องผ่านขบวนการผลิตหลายขั้นตอนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ซื้อหรือทำขนมปังจากเมล็ดข้าวล้วนๆ และใช้ข้าวไม่ขัดสี(เช่น ข้าวซ้อมมือ) แทนข้าวขาว ควรรับประทานอาหารหมู่แป้งคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลให้ได้อย่างน้อยสามถ้วยในหนึ่งวัน (สิ่งนี้ให้รวมถึงธัญญพืชและฝักถั่ว)
4. พยายามรับประทานผลไม้และผักให้ได้อย่างน้อยสองถ้วยครึ่งทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักเหลืองและผักเขียว ผลไม้ตระกูลส้มก็มีความสำคัญเช่นกัน พยายามรับประทานผักผลไม้สดตามฤดูกาลในปริมาณมากๆ
5. รับประทานไขมันพืชแทนไขมันสัตว์เช่นเนย ครีม มันหมู มันแข็งรอบไตแกะหรือวัว และอื่นๆ ไขมันทั้งหมดที่รับประทานควรจะน้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณแคลลอรี่ทั้งหมดของท่าน
รายการอาหารข้างต้นเป็นทางเลือกของการเพิ่มคุณค่าอาหาร อย่างเต็มที่ที่เพียงพอ ถึงแม้จะไม่ได้รับประทานเนื้อสัตว์ หากท่านใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนมไขมันต่ำ หากท่านรับประทานเนื้อสัตว์ ขอให้รับประทานเฉพาะเนื้อไม่ติดมันและปลา
การรับประทานที่ถูกสุขลักษณะ เป็นวิธีการรับประทานอาหารแบบธรรมดาๆ มีการปรุงอาหารอย่างดีและดูน่ารับประทาน มีการจัดเตรียมเป็นมื้อๆตรงเวลา การรับประทานระหว่างมื้อและมากเกินไป (โดยเฉพาะไขมัน น้ำตาลและอาหารที่มีสารอาหารมากเกินไป) จะนำไปสู่การมีน้ำหนักมากเกินไปและทำให้เจ็บป่วยได้ง่ายเช่นกัน
การดื่มน้ำมากๆพร้อมอาหารทำให้การย่อยทำงานช้าลง ดังนั้นควรดื่มน้ำแต่น้อยในขณะรับประทานอาหาร อาหารรสชาติเผ็ดและเต็มไปด้วยไขมันบางอย่างทำให้กระเพาะระคายเคือง เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นสาเหตุให้เกิดแผลพุพองอักเสบ มีกรดในกระเพาะ จุกเสียดท้อง กระวนกระวายใจและเศร้าหดหู่
สำหรับท่านที่บริโภคเนื้อสัตว์ควรเลือกรับประทานเฉพาะเนื้อสัตว์ที่พระคัมภีร์ชี้ว่า “สะอาด” หรือเหมาะกับมนุษย์ เมื่อพระเจ้าอนุญาตให้คนเรารับประทานเนื้อสัตว์หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมโลก (ปฐมกาล 7:2, 3; 9:1-6) พระองค์แสดงอย่างชัดเจนว่าสัตว์ชนิดใดบ้างที่สะอาดและสามารถรับประทานได้และสัตว์ชนิดใดบ้างที่ไม่สะอาด
ขอให้อ่านในเลวีนิติ บทที่ 11 และเฉลยธรรมบัญญัติบทที่ 14 เป็นรายชื่อของนกต่างๆ สัตว์และปลาที่พระเจ้าทรงประกาศว่าไม่เหมาะแก่การรับประทาน ตามพระวจนะเหล่านี้ปลาที่สะอาดต้องมีทั้งครีบและเกล็ด นกแร้งเหยี่ยวหรือนกที่กินสัตว์ที่ตายแล้วเป็นสัตว์ต้องห้ามรับประทาน สัตว์ที่สะอาดต้องเคี้ยวเอื้องและมีกีบแยกที่เท้าด้วย ตัวอย่างของสัตว์ที่ไม่สะอาดคือหมู
“และหมูด้วย เพราะหมูมีกีบผ่าแต่ไม่เคี้ยวเอื้อง จึงเป็นสัตว์มลทินแก่เจ้า ท่านอย่ารับประทานเนื้อของมัน และซากของมันท่านก็อย่าแตะต้อง”
— เฉลยธรรมบัญญัติ 14:8
นักวิจัยวิทยาศาสตร์พิสูจน์ว่า การที่พระเจ้าทรงเตือนไม่ให้รับประทานสัตว์ที่ไม่สะอาดนั้นแท้จริงทีเดียว การใส่ใจในสุขภาพเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ไม่เพียงแต่จะมีเชื้อโรคในสัตว์บางชนิดเท่านั้น แต่มีรายงานถึงผลเสียจากไขมันอิ่มตัวอีกด้วย เป็นสิ่งสำคัญที่จะปรุงอาหารประเภทเนื้อแดง สัตว์ปีกและปลาทั้งหมดให้สุกตามอุณหภูมิความร้อนที่แนะนำ เพื่อฆ่าเชื้อโรคอันเป็นสาเหตุของการเกิดแบคทีเรีย ความปรารถนาของพระเจ้าคือ ความต้องการให้ประชาชนของพระองค์อยู่อย่างมีความสุข สุขภาพแข็งแรงและมีชีวิตที่อุดมสมบูรณ์ ทำไม? ก็เพราะพระองค์ทรงดูแลเอาใจใส่ท่านนั่นเอง
การหลีกเลี่ยงสิ่งอันตราย
พระคัมภีร์เตือนว่าอย่างไรเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์?
“เหล้าองุ่นให้เกิดการเยาะเย้ย และสุราก็ให้เกิดเป็นพาลเกเร ผู้ใดยอมให้มันพาเจิ่นไป ก็ไม่เป็นคนฉลาด”
— สุภาษิต 20:1
“ใครที่ร้องโอย? ใครที่ร้องอุย? ใครที่มีการวิวาท? ใครที่มีการร้องคราง? ใครที่มีบาดแผลปราศจากเหตุ? ใครที่มีตาแดง? คือบรรดาผู้ที่นั่งแช่อยู่กับเหล้าองุ่น”
— สุภาษิต 23:29-30
“พวกขโมย พวกที่โลภ พวกขี้เมา พวกชอบกล่าวร้าย พวกฉ้อโกง จะไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า”
— โครินธ์ ฉบับที่หนึ่ง 6:10
ใน Look Up and Live: A Guide to Health, หน้า 66, มีข้อสังเกตเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ว่า “เพียงแค่ดื่มแอลกอฮอล์หนึ่งหรือสองแก้วก็ทำให้ความสามารถในการรับรู้ข้อมูลของสมองลดลง....ความจำ การรับรู้และการตัดสินใจแย่ลง ผลกระทบจากแอลกอฮอล์ต่อระบบร่างกายมีดังต่อไปนี้
1. ระบบภูมิต้านทาน แอลกอฮอล์ทำให้ความสามารถในการต่อสู้ของเม็ดเลือดขาวลดลง ดังนั้นเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคปอดบวม วัณโรค โรคตับอักเสบและโรคมะเร็งต่างๆ
2. ระบบต่อมไร้ท่อ เพียงแค่ดื่มแอลกอฮอล์สองถึงสามแก้วต่อวัน ก็เป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งลูกหรือการคลอดก่อนกำหนด
3. ระบบการไหลเวียน การดื่มแอลกอฮอล์จะเพิ่มความเสี่ยงทำให้หัวใจเกิดเส้นเลือดอุดตัน มีน้ำตาลในเลือดลดลง มีความดันโลหิตและมีไขมันในเลือดสูงขึ้น ดังนั้นทำให้มีโอกาสเป็นความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น
4. ระบบการย่อย แอลกอฮอล์ทำให้กระเพาะอาหารระคายเคืองและเป็นสาเหตุให้มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร.......... นิสัยการดื่มแอลกอฮอล์จะเพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคตับอักเสบและโรคตับเรื้อรัง”
มีรายงานว่า 30 เปอร์เซนต์ของคนดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหมดฆ่าตัวตาย 55 เปอร์เซนต์ของทั้งหมดตายเพราะดื่มแอลกอฮอล์ 60 เปอร์เซนต์ของทั้งหมดชอบประทุษร้ายเด็ก 85 เปอร์เซนต์ของทั้งหมดชอบใช้กำลังรุนแรงในบ้าน (เคทลีน วาลเลน ฟิซเจอรัด, การติดสุราเรื้อรัง(นิวยอร์ค: ดับเบิ้ลเดย์, 1988, หน้า xii)
ในจดหมายถึง ชาวคริสตชนในทุกวันนี้, ริชาร์ด ซีซิค เตือนเราว่า “การดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัญหายาเสพติดอันดับหนึ่งของประเทศ ที่มีมูลค่าต้นทุนทางเศรษฐกิจนับเป็นหนึ่งแสนล้านดอลล่าร์ และทำให้มีผู้เสียชีวิต 105,000 คนต่อปี แอลกอฮอล์ฆ่าชาวอเมริกันมากกว่าสามเท่าตัวของพวกครอบครัวแตกแยก พวกติดเฮโรอีนและพวกติดยาเสพติดต่างๆทั้งหมดรวมกัน”
เชื่อมั่นในพระฤทธานุภาพของพระเจ้า
หลักเจ็ดประการข้างต้นนี้เป็นแนวการดำเนินชีวิตเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรง แต่จะขาดความสมบูรณ์ไปหากขาดหลักสำคัญข้อที่แปด นั่นคือความเชื่อมั่นในพระฤทธานุภาพของพระเจ้า จะเป็นการยากสำหรับคนที่ตกอยู่ในความกลัว หรือความผิดที่จะได้รับสุขภาพแข็งแรงตามวิธีข้างต้น แต่คนที่มองโลกในแง่ดีเรื่องพระเจ้าจะพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างทำงานร่วมกัน เพื่อให้มีชีวิตที่อุดมสมบูรณ์ ขอให้จดจำหลักข้อสุดท้ายที่ทำให้เกิดความเป็นอยู่ที่ดีนี้
“จิตใจของข้าเอ๋ย จงถวายสาธุการแด่พระเจ้าและอย่าลืมพระราชกิจอันมีพระคุณทั้งสิ้นของพระองค์ ผู้ทรงอภัยความบาปผิดทั้งสิ้นของท่าน ผู้ทรงรักษาโรคทั้งสิ้นของท่าน ผู้ทรงไถ่ชีวิตของท่านมาจากปากแดนผู้ตาย ผู้ทรงสวมความรักมั่นคงและพระกรุณาให้ท่าน”
— เพลงสดุดี 103:2-4
เดวิด ลาร์สัน (ที่ปรึกษาสถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติ) ทำการวิจัยอย่างกว้างขวางจริงๆเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างศาสนาและสุขภาพ การศึกษาของเขาแสดงให้เห็นว่า การสร้างพันธะของคริสตชนกับสุขภาพมีความเชื่อมโยงกันโดยตรง เขาค่อนข้างประหลาดใจที่เรียนรู้ว่าคนที่เข้าโบสถ์มีชีวิตที่ยืนยาวกว่าคนที่ไม่เข้าโบสถ์ คนเข้าโบสถ์มีอัตราการเกิดโรคหัวใจ เส้นเลือดตีบ ความดันโลหิตสูงและโรคอื่นๆน้อยลง ลาร์สันค้นพบอีกว่าคนที่เชื่อพระเจ้าจะมีชีวิตอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์มากกว่า เพราะว่าโอกาสที่เขาเหล่านั้นเกิดอาการเศร้าสลดหดหู่มีน้อยมาก โอกาสที่เขาเหล่านั้นจะกลายเป็นคนติดเหล้ามีน้อยมาก และโอกาสที่เขาเหล่านั้นจะเข้าคุกเพราะทำความผิดซ้ำๆ หรือไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตแต่งงานก็เกิดขึ้นได้น้อยเช่นกัน
สุขภาพเป็นมากยิ่งกว่าการไม่มีโรค สุขภาพเป็นผลจากพัฒนาการของร่างกาย จิตใจ สังคมและจิตวิญญาณที่สอดคล้องกลมกลืนกันอย่างเป็นธรรมชาติของเรา ความเชื่อมั่นในพระฤทธานุภาพของพระเจ้านั้นเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้มีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างแท้จริง มีสุขภาพที่แข็งแรงและเป็นชีวิตที่มีความสุข
คนที่ปฏิบัติตามหลักสุขภาพทั้งแปดประการดังอธิบายในบทเรียนนี้ จะรับรู้ไม่เพียงแต่การมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นเท่านั้น แต่จะรับรู้ถึงคุณภาพของชีวิตที่ดีขึ้นเป็นอย่างมากด้วย โครงการวิจัยที่ไม่หยุดยั้งของฝ่ายเวชศาสตร์ป้องกันที่มหาวิทยาลัยโลมาลินดา มีเอกสารอ้างอิงว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อกลุ่มประชากรปฏิบัติตามหลักสุขภาพเหล่านี้ “บนพื้นฐานข้อมูลที่มีการศึกษามานานกว่า 30 ปีของชาวคริสเตียนเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสที่แคลิฟลอร์เนียประมาณ 50,000 คน ผลปรากฏว่าผู้ชายแอ๊คเวนตีสมีอายุยืนกว่าคนทั่วไป 8.9 ปี และผู้หญิงมีอายุยืนกว่าคนทั่วไป 7.5 ปี” โดยยอห์น ชารฟเฟินเบิร์ก, เอ็ม.ดี., เอ็ม.พี.เอช., Vibrant Life (พฤษภาคม/มิถุนายน 1992), หน้า 18. คุณหมอท่านนี้ยังชี้ให้เห็นอีกด้วยว่า การศึกษาคริสตชนแอ๊ดเวนตีสในฮอลแลนด์ นอร์เวย์ และโปแลนด์ก็ให้ผลเช่นเดียวกัน
นักวิจัยหลายคนให้เหตุผลการมีชีวิตที่ยืนยาวของคริสตชนแอ๊ดเวนตีสว่า เพราะพวกเขาปฏิบัติตามหลักสุขภาพที่ได้กล่าวไว้ในบทเรียนนี้เพียงบางข้อหรือครบทั้งแปดข้อเลย
การศึกษาได้แสดงว่ากลุ่มศาสนามอร์มอนก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่มีอัตราการเป็นโรคหัวใจที่ต่ำที่สุดเช่นกัน พวกเขาไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้าหรือใช้เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
การนำทัศนคติในพระคัมภีร์มาใช้ในชีวิตความเป็นอยู่ของเราทำให้เกิดความต่างจริงๆ นั่นคือหลักการที่นำมาปฏิบัติทั้งหมด แสดงให้เห็นหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่า ในโลกนี้ความเป็นคริสเตียนได้นำมาซึ่งศาสนา ที่มีความเป็นเหตุเป็นผลและติดอยู่กับความเป็นจริงมากที่สุด ความเป็นคริสเตียนนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านความคิด และการปฏิบัติของพวกเขาและการดำเนินชีวิตแบบใหม่
เพราะความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างร่างกายจิตใจและชีวิตในจิตวิญญาณของเรา คริสตชนผู้อยู่ในพระวจนะพระเจ้าจะปฏิบัติตามหลักการใช้ชีวิตอย่างถูกสุขลักษณะ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู (ยอห์น 10:10, ยอห์น ฉบับที่หนึ่ง 3:1-3) พระคริสต์ทรงไม่เพียงแต่ปรารถนาให้เราพร้อมที่จะพบกับพระองค์เมื่อพระองค์เสด็จกลับมาเท่านั้น แต่พระองค์ยังทรงปรารถนาที่จะปรับปรุงคุณภาพการดำเนินชีวิตปัจจุบันของเราให้ดีขึ้น เราสามารถร่วมมือกับพระองค์โดยทำตามหลักสุขภาพอันเป็นพื้นฐานของพระเจ้า
พระเยซูทรงสัญญาที่จะทำให้เราหลุดจากการมีนิสัยไม่ดีผ่านทาง “ฤทธานุภาพที่ทำกิจอยู่ภายในเรา” (เอเฟซัส 3:20) หากท่านต้องการช่วยใครบางคนให้ได้รับชัยชนะจากนิสัยที่ไม่ดีเช่น การสูบบุหรี่ หรือการติดเหล้า นี่คือคำอธิษฐานสำหรับท่าน
ข้าแต่พระบิดาผู้ทรงสถิตอยู่บนสวรรค์ ข้าพระองค์ต้องการอยู่ในความบริสุทธิ์และความศักดิ์สิทธิ์ในพระเยซูคริสต์เป็นอย่างมาก ขอได้โปรดประทานพระสิริของพระองค์เพื่อให้ข้าพระองค์ได้รับชัยชนะต่อสิ่งอันตรายทุกๆสิ่ง ที่เกิดในชีวิตของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ไม่สามารถจะชนะได้ด้วยพลังกำลังของข้าพระองค์เอง พระองค์ทรงรู้ว่าบ่อยครั้งเพียงใดที่การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดของข้าพระองค์ ก็เป็นแค่เพียงการหวังอะไรไม่ได้เลย แต่พระองค์ทรงสัญญาว่าพระฤทธานุภาพของพระองค์จะทรง “ทำกิจในเรา” ข้าพระองค์รักและต้องการเป็นเหมือนอย่างพระองค์ และพร้อมสำหรับการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์ ขอโปรดประทานพละกำลังแก่ข้าพระองค์เพื่อจะสามารถชนะนิสัยไม่ดีของข้าพระองค์ และจะได้มีชีวิตอยู่เพื่อพระองค์ ในนามของพระเยซูคริสตเจ้า อาเมน
_____________________________
ค้นพบ บทที่ 18
เคล็ดลับการดำเนินชีวิตให้มีสุขภาพดี (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อเรื่องบทที่ 18)
1. สุขภาพร่างกายและความเจริญฝ่ายจิตวิญญาณของเราจะไปด้วยกันแบบจับมือกันและกัน
ถูก
ผิด
2. ข่าวประเสริฐรวมถึงการฟื้นฟูร่างกายและจิตวิญญาณ
ถูก
ผิด
3. พระเจ้าทรงปรารถนาให้เรามีความยินดีกับสุขภาพที่ดีและสนใจว่าเรารับประทานอะไร
ถูก
ผิด
4. การสูบบุหรี่ทำให้อากาศเสียและเป็นนักฆ่าที่ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่งในปัจจุบัน
ถูก
ผิด
5. แสงแดดฆ่าเชื้อโรคและช่วยให้ร่างกายผลิตวิตามินอีและวิตามินซี
ถูก
ผิด
6. คริสตชนต้องการการพักผ่อนทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ
ถูก
ผิด
7. การออกกำลังกายจะมีประโยชน์สำหรับคนที่มีอายุต่ำกว่า 55 ปีเท่านั้น
ถูก
ผิด
8. ร่างกายต้องการน้ำ 6 – 8 แก้วต่อวัน
ถูก
ผิด
9. ในพระราชกิจการสร้าง มนุษย์ได้รับอาหาร
เนื้อสัตว์สดๆและผักที่สดๆ
ถั่ว เมล็ดข้าว และผลไม้
10. เนื้อสัตว์ที่สดและสะอาดได้เป็นอาหารเพิ่มเติมให้มนุษย์
หลังจากอาดัมและเอวาทำบาป
หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมโลก
11. พระเจ้าทรงห้ามรับประทานหมูและสัตว์ที่ไม่สะอาดอื่นๆ
เพื่อการสำนึกบาป
เพราะว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นอันตราย
12. การดื่มเหล้า
ได้รับการสนับสนุนจากพระคัมภีร์
เป็นอันตรายต่อระบบภูมิต้านทาน ระบบต่อมไร้ท่อ ระบบการหมุนเวียนและระบบการย่อย
13. คนที่ซึ่งปฏิบัติตามหลักสุขภาพ
มีอายุไม่ยืน แต่อยู่อย่างสุขภาพที่แข็งแรงกว่าและมีความสุขกว่า
เป็นที่รู้กันว่าทำให้มีอายุยืนกว่าคนทั่วไป 8 ปี
14. พระคริสต์ทรงสนพระทัย
ในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตปัจจุบันของเราและการเตรียมตัวให้พร้อมเมื่อพระองค์เสด็จมา
เพียงแค่การได้พบกับพระองค์เมื่อเสด็จกลับมาครั้งที่สองเท่านั้น
15. ทำไมพระเจ้าจึงถือสิทธิ์การเป็นเจ้าของในร่างกายของเรา? โครินธ์ ฉบับที่หนึ่ง 6:19, 20
16. เมื่อเราตระหนักว่าร่างกายของเราเป็นพระวิหารของพระเจ้าแล้ว เราควรดูแลรักษาร่างกายเราอย่างไร? โครินธ์ ฉบับที่หนึ่ง 10:31
17. อะไรคือความปรารถนาของพระเจ้าเพื่อเหล่าผู้ติดตามพระองค์? ยอห์น ฉบับที่สาม 1:2, “ท่านที่รัก ข้าพเจ้าอธิษฐานขอให้ท่านมี (ก) ________ ทุกสิ่งและอยู่ใน(ข)_________, ดังที่จิตวิญญาณของท่านกำลังเจริญอยู่นั้น”
18. ท่านคิดว่าทำไมพระเจ้าจึงทรงปรารถนาให้เรามีสุขภาพที่ดี?
19. การขอคำอธิษฐาน : พระเยซูทรงสัญญาให้เราชนะนิสัยที่ไม่ดีทุกๆอย่าง หากท่านต้องการให้ช่วยแก้ปัญหาการดื่มเหล้าหรือการสูบบุหรี่หรือปัญหาบางอย่างในชีวิตที่ท่านต้องการแก้ไข ขอให้ท่านอธิษฐาน และเราจะอธิษฐานขอให้พระเยซูทรงเข้ามาใกล้ท่านและช่วยเหลือท่าน