Thai Seventh-day Adventist Church of Southern California
10855 New Jersey St, Redlands, CA 92373 Phone: (909) 335-2272 Fax (909) 335-6182 "My house is the house of prayer for all people." Come... Jesus invites you.

ค้นพบ

 

บทที่ 11

 

อำนาจอัศจรรย์ในชีวิตฉัน

 

-ตัวแทนองค์พระคริสต์ในโลก

-พระวิญญาณบริสุทธิ์คือใคร?

-พระราชกิจพระวิญญาณบริสุทธิ์

-ของประทานแห่งพระวิญญาณ

-ชีวิตเต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณ...และมากขึ้นๆ!

 

  

อำนาจอัศจรรย์ในชีวิตฉัน

ในปี 1929  นายแฟรงค์ มอลลีส   (Frank Morris)   ล่องเรือไปสวิสเซอร์แลนด์   บางครั้งเขาเฝ้ารอการเดินทางนี้   แต่นี่เป็นการเดินทางที่น่าละอาย   ทุกๆคืนผู้ดูแลผู้โดยสารจะทำหน้าที่ดูแลแฟรงค์โดยปล่อยให้อยู่แต่ในห้อง   หลังจากอาหารเช้าที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว   แฟรงค์สามารถออกกำลังกายได้เพียงบริเวณรอบๆโต๊ะเท่านั้น   เขารู้สึกไม่ดีที่เป็นเช่นนี้   เป็นความรู้สึกที่ไม่ต่างอะไรไปจากสัตว์ที่ถูกควบคุม   แล้วแฟรงค์จะถูกปล่อยให้นั่งอยู่ที่เก้าอี้บนเรือเป็นประจำ   เมื่อไรที่เพื่อนผู้โดยสารชวนเขาไปเดินเล่น   ผู้ดูแลจะห้ามและให้คำตอบว่าเขามีหน้าที่ดูแลแฟรงค์อยู่ตลอดเวลา ไม่ให้ละสายตา

 

ถึงแม้แฟรงค์จะตาบอด   แต่เขาเป็นหนุ่มแล้วจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาอยากรู้อยากเห็น และมีความปรารถนาเหมือนเด็กหนุ่มทั่วไป   ผู้ดูแลผู้โดยสารเข้าใจเองว่าแฟรงค์ไม่สามารถจะดูแลตัวเองได้   เขาจึงดูแลแฟรงค์เหมือนพัสดุหีบห่ออเมริกันเอ็กเพร็สที่ต้องมีเชือกผูกไว้รอบกล่อง

 

แต่ชีวิตแฟรงค์เปลี่ยนแปลงมากที่สวิสเซอร์แลนด์   ที่นั่นแฟรงค์เรียนรู้ถึงสุนัขนำทางคนตาบอด   และในที่สุดเขานำสุนัขพันธุ์เยอรมันเชิร์ฟเพริดชื่อว่าบัดดี้กลับมาที่อเมริกา   บัดดี้จึงคอยเป็นตาให้แฟรงค์

 

เดี๋ยวนี้แฟรงค์   (มีบัดดี้อยู่ข้างกาย)   สามารถไปไหนมาไหนเองได้   จะไปเมื่อไรก็ได้   จะไปกับใครก็ได้   ในที่สุดเขาก็เป็นอิสระอีกครั้ง   ครั้งหนึ่งผู้สื่อข่าวหลายคนได้เห็นเหตุการณ์บนถนนสี่แยกที่ยุ่งเหยิงแห่งหนึ่งในนิวยอร์ค   เหตุการณ์นั้นคือการที่บัดดี้พานายเดินข้ามถนนอย่างชำนาญนั่นเอง   จากทางเดินเท้าฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่งท่ามกลางรถหลายคันที่แล่นผ่านอย่างรวดเร็ว   และเพราะแฟรงค์เชื่อมั่นบัดดี้เหลือเกินจึงทำให้การข้ามถนนเป็นไปได้ด้วยดี   ผู้สื่อข่าวกลุ่มนั้นให้ข้อคิดเห็นว่าจริงๆแล้วเป็นการยากมากที่จะข้ามถนนเส้นนี้โดยลำพัง   ใครก็ตามที่ข้ามถนนเส้นนี้มักต้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่

 

ในสองสามหน้าถัดจากนี้   เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับพระวิญญาณบริสุทธิ์   ผู้ชี้นำซึ่งทรงปรารถนาให้เราทั้งหลายฝากชีวิตของเราไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้า   โดยธรรมชาติการมองที่เหมือนๆกันของมนุษย์นั้นเราทุกคนตาบอด   เพราะเรามองไม่เห็นถึงสิ่งแท้จริงที่สำคัญที่สุด   ชีวิตเร่งรีบของเราช่างเป็นก้าวที่ต้องย่ำให้ทันอย่างบ้าคลั่ง   แทนที่เราจะใช้ชีวิตไปไหนต่อไหนแต่บ่อยครั้งที่เรากลับต้องมารับมือกับการย่างก้าวที่บ้าคลั่งเหล่านี้   อย่างไรก็ตามเราก็ยังรีรอที่จะฝากชีวิตทั้งหมดของเราไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้าผู้ทรงชี้นำพระองค์นี้   เรายังคงต้องการข้ามถนนด้วยตัวเราเองตามลำพัง   แต่สิ่งที่  ค้นพบ  นี้กำลังรอคอยให้ท่านมาค้นให้พบก็คือ   ความอิสระและอำนาจที่แท้จริง   ซึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงคอยชี้นำการดำเนินชีวิตให้เรา

 

ตัวแทนองค์พระคริสต์ในโลก

เมื่อพระคริสต์เสด็จขึ้นสวรรค์   เหล่าสาวกของพระองค์เข้าใจทันทีถึงการจากไปของนายใหญ่ของเขา   ดังนั้นพระเยซูทรงสัญญากับเขาเหล่านั้นว่า   พระองค์จะประทานของประทานที่หาค่ามิได้   พระองค์จะเป็นผู้ทรงชี้นำและให้คำปรึกษาส่วนตัวแก่เขาทั้งหลาย

 

อย่างไรก็ตามเราจะบอกความจริงกับพวกท่าน   คือการที่เราจากไปนั้นก็เพื่อพวกท่าน เพราะถ้าเราไม่ไป   องค์ผู้ช่วยก็จะไม่เสด็จมาหาพวกท่าน   แต่ถ้าเราไปแล้ว   เราก็จะใช้พระองค์มาหาท่าน.... เมื่อพระวิญญาณแห่งความจริงเสด็จมาแล้ว    พระองค์จะนำพวกท่านไปสู่ความจริงทั้งมวล .... พระองค์จะทรงให้เราได้รับเกียรติ   เพราะว่าพระองค์จะทรงเอาสิ่งที่เป็นของเรา มาแจ้งแก่พวกท่าน

ยอห์น 16:7,13,14 (หากไม่มีเครื่องหมายอื่นใด บทความในพระคัมภีร์ทั้งหมดในบท ค้นพบ นี้มาจากพระคัมภีร์สากลฉบับใหม่ [เอ็นไอวี]แปลไทยจาก “พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิม ฉบับ 1971 (ย่อขนาดปี 1998),ภาคพันธสัญญาใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2002 สงวนลิขสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย ใช้โดยได้รับอนุญาต”)

ในแผนการพระเจ้า   พระเยซูทรงกลับขึ้นไปสวรรค์ในฐานะตัวแทนของเราต่อหน้าพระบัลลังก์ของพระเจ้าและ   “เพื่อทรงปรากฏตัวต่อพระพักตร์พระเจ้าเพื่อพวกเรา”   (ฮีบรู 9:24)   แต่โดยความรู้สึกแล้ว   ผู้มีความเชื่อทั้งหลายจะได้รับการช่วยอยู่สองทาง   ทางแรกคือการที่องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงถูกตรึงบนไม้กางเขน ทรงตรัสทูลแก้ต่างแทนเราบนสรวงสวรรค์   และทางที่สองคือขณะเราอยู่บนโลกที่นี่   เราก็ยังมีพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงเป็นตัวแทนพระเยซูบนสวรรค์   ทรงทำหน้าที่ช่วยเราคิดและพูดได้โดยตรงเช่นกัน

 

ขณะที่พระองค์ทรงคอยช่วยเหลือพวกเราภายใต้ข้อจำกัดของการเป็นมนุษย์   พระคริสต์ไม่สามารถจะเสด็จไปทุกๆที่ได้ในเวลาเดียวกัน   แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ติดปัญหาดังกล่าวแต่ประการใด   นั่นหมายความว่าเราทุกคนแต่ละคนจะได้รับการชี้นำส่วนตัวผ่านพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ในเวลาเดียวกันนั่นเอง

พระวิญญาณบริสุทธิ์คือใคร?

เราส่วนใหญ่สามารถเชื่อมโยงกับพระเจ้าพระบิดาได้   เราลองมองภาพบิดามารดาที่คอยอบรมดูแลเรา และเท่าที่เราทราบก็มีบิดามารดานั่นแหละ ที่คอยเป็นห่วงเป็นใยเรามากที่สุด   ในทำนองเดียวกันสิ่งนี้ทำให้เราสามารถสร้างมโนภาพพระบุตรพระเยซูได้   เพราะพระองค์ทรงอยู่ท่ามกลางพวกเราในสภาพที่เป็นมนุษย์   ต่างกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งเราสามารถเปรียบเทียบและสร้างภาพให้เห็นได้ยากกว่า   เพราะพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ได้อยู่ในสภาพเนื้อหนังมังสา   อย่างไรก็ตามพระคัมภีร์ได้ให้ข้อเท็จจริงแก่เรา   ซึ่งเป็นเรื่องราวเฉพาะเจาะจงของพระองค์

 

บุคลิกภาพ  เช่นเดียวกับที่พระเจ้าทรงเป็นพระบิดา   พระเจ้าทรงเป็นพระบุตรคือพระเยซู   ดังนั้นพระเยซูในร่างมนุษย์ ก็ทรงมีพระวิญญาณบริสุทธิ์ด้วยเช่นกัน โดยทรงเป็นหนึ่งในตรีภาพ   (หมายถึง พระบิดา   พระบุตร   พระวิญญาณบริสุทธิ์)   ของพระเจ้า   พระวิญญาณบริสุทธิ์จะถูกกลั่นกรองและแสดงออกมาให้เห็นเป็นบุคลิกภาพ ของพระเยซูที่เราสามารถสัมผัสได้นั่นเอง

  

 เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงออกไปและนำชนทุกชาติมาเป็นสาวกของเรา   จงบัพติศมาพวกเขาในพระนามของพระบิดา   พระบุตร    และพระวิญญาณบริสุทธิ์

มัทธิว 28:19

พระคัมภีร์บอกเราว่าพระวิญญาณมีคุณลักษณะต่างๆเป็นการเฉพาะในแต่ละบุคคล   พระวิญญาณเป็นใจมนุษย์   (โรม 8:27)   พระวิญญาณทรงหยั่งรู้ทุกสิ่ง   (โครินธ์ ฉบับที่หนึ่ง 2:10)   ความรักของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่มีต่อเรา   (โรม 15:30)   พระวิญญาณบริสุทธิ์เสียพระทัยเมื่อเราทำบาป   (เอเฟซัส 4:30)   พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นความสามารถในการสั่งสอนเรา   (เนหะมีย์ 9:20)   และพระวิญญาณบริสุทธิ์มีฤทธานุภาพนำทางเราได้    (กิจการของอัครฑูต 16:6, 7)

 

พระวิญญาณบริสุทธิ์มีส่วนร่วมในพระราชกิจการสร้างของพระเจ้าด้วย พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงมีส่วนในพระราชกิจการสร้างโลกของเราเช่นเดียวกับพระบิดาและพระบุตร

 

ในปฐมกาล   พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดิน...... และพระวิญญาณของพระเจ้าปกอยู่เหนือน้ำนั้น

ปฐมกาล 1:1, 2, ฉบับคิงส์เจมส์ (แปลไทยจาก “พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิม ฉบับ 1971 (ย่อขนาดปี 1998),ภาคพันธสัญญาใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2002 สงวนลิขสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย ใช้โดยได้รับอนุญาต”)

 

พระราชกิจพระวิญญาณบริสุทธิ์

1. การเปลี่ยนแปลงจิตใจมนุษย์    พระคัมภีร์อธิบายถึงการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ซ้ำๆกันในหลายๆรูปแบบที่เป็นส่วนตัว   เห็นได้ชัดว่าพระองค์ทรงรู้ถึงบุคคลแต่ละบุคคลเป็นการส่วนตัวอย่างละเอียดเหมือนคนรู้ใจ   และทรงมีอิทธิพลโน้มน้าวจิตใจส่วนตัวได้ลึกที่สุดถึงก้นบึ้งหัวใจเลยทีเดียว   การที่พระองค์ทรงเผชิญหน้ากับนิโคเดมัส   (Nicodemus)   พระเยซูทรงเน้นถึงบทบาทของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงจิตใจมนุษย์

 

พระเยซูตรัสว่า   ‘เราบอกความจริงกับท่านว่า   ถ้าใครไม่ได้เกิดจากน้ำและพระวิญญาณ คนนั้นจะเข้าในดินแดนของพระเจ้าไม่ได้’”

ยอห์น 3:5

ในการเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดินครั้งนั้น   พระวิญญาณของพระเจ้าได้ปกคลุมอยู่เหนือน้ำ   เช่นกันพระองค์ทรงวนเวียนในตัวเราเพื่อจะเนรมิตสร้างจิตใจใหม่ให้เกิดขึ้นในตัวเรา   การเกิดของพระวิญญาณ”   นั้นหมายความว่าพระวิญญาณจะให้การเริ่มต้นใหม่แก่เรา ที่มากกว่าการดัดนิสัยของเราเล็กน้อย พระวิญญาณทรงเปลี่ยนเราจากภายในสู่ภายนอกเพื่อให้บรรลุถึงพระสัญญาที่ว่า   “เราจะให้ใจใหม่แก่เจ้า”   (เอเสเคียล 36:26)

 

2. ทำให้เราสำนึกบาปและปรารถนาจิตใจที่บริสุทธิ์   อะไรทำให้คนเรารู้ถึงความบาปและความรับผิดชอบในการทำบาปของเขา?

 

เมื่อพระองค์ [พระวิญญาณบริสุทธิ์] เสด็จมาแล้ว   พระองค์จะทรงทำให้โลกรู้แจ้งในเรื่องความบาป ความชอบธรรม และการพิพากษา

ยอห์น 16:8

หากเราไม่มีอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์มาคอยเตือนเราว่าไม่ให้ทำบาป   ป่านนี้จิตใจเราคงล่องลอยไปอย่างง่ายดายจนลืมตัวทำให้มีพฤติกรรมที่เป็นพิษเป็นภัยไปนานแล้ว   ในโลกที่เต็มไปด้วยความเป็นส่วนตัวที่ผิดปกติ   ซึ่งบางครั้งทำให้ยากที่จะรู้ว่าจริงๆแล้วอะไรคือ   “เรื่องปกติ”   และ   “มีเหตุผลดี”   แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำให้เรารู้ถึง   การมีชีวิตที่ดี”   อย่างแท้จริงที่ลึกซึ้งมากกว่า   ซึ่งพระเจ้าทรงปรารถนาที่จะมอบให้กับลูกๆของพระองค์

 

เมื่อเราได้ยินเรื่องพระคริสต์ทรงทำให้คนหลุดพ้นจากยาเสพติดร้ายแรง   หรือทรงทำให้คนบางคนหันเหชีวิตการทำผิดศีลธรรมมาเข้าหาพระเจ้า จนกลายเป็นสามีภรรยาที่มีความซื่อสัตย์ต่อกันและเป็นบิดามารดาปู่ย่าตายายที่ดีของลูกหลาน   ขอให้จำไว้เถิดว่าทุกๆขั้นตอนจวบจนขั้นสุดท้ายที่เกิดขึ้นนั้น   ทั้งหมดมาจากผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงปฏิบัติหน้าที่อย่างเร่งด่วนนั่นเอง

 

3. ทรงนำเราเข้าสู่ชีวิตคริสเตียน   บางครั้งพระวิญญาณบริสุทธิ์ดลใจสิ่งสำคัญที่สุดของพระองค์   ผ่านทางเสียงกระซิบเงียบๆหลายๆครั้งว่า

 

และเมื่อเจ้าหันไปทางขวา   หรือหันไปทางซ้าย   หูของเจ้าจะได้ยินวจนะข้างหลังเจ้าว่านี่เป็นหนทาง   จงเดินในทางนี้’”

อิสยาห์ 30:21

พระเจ้าทรงสนทนากับเราโดยตรงผ่าน   “เสียงที่ยังคงเบาๆนิ่มนวล”   ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งคอยดึงเรากลับสู่เป้าหมายสุดท้ายทางอ้อมโดยการปรับเปลี่ยนทัศนคติของเรา   พระเยซูทรงสัญญากับเหล่าสาวกของพระองค์ว่า

 

 เมื่อพระวิญญาณแห่งความจริงเสด็จมาแล้ว พระองค์จะนำพวกท่านไปสู่ความจริงทั้งมวล

ยอห์น 16:13

พระวิญญาณยังสามารถติดต่อสื่อสารกับความลึกลับที่ล้ำลึกที่สุดในเอกภพได้   พระวิญญาณนี้ซึ่งชี้นำเหล่าสาวกก็ยังคงชี้นำเราด้วยเหมือนกันว่า   “ไปสู่ความจริงทั้งมวล”   พระองค์ทรงเปิดตาให้เห็นคุณค่าฝ่ายจิตวิญญาณที่เราละเลยง่ายเหลือเกิน   โดยปกติเราสามารถถ่ายทอดภาพคนทั้งหลายจากทวีปหนึ่งที่ไกลแสนไกลผ่านดาวเทียม มาปรากฏบนจอโทรทัศน์ในห้องนั่งเล่นของเรา   พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็เช่นกัน ทรงทำหน้าที่เป็นดาวเทียมของพระเจ้าแบบกลายๆ   ซึ่งถ่ายทอดการปรากฏองค์พระคริสต์บนสรวงสวรรค์มายังโลก   ทำให้เราเข้าใกล้พระองค์ได้ยามที่เราต้องการพระองค์มากที่สุด   นั่นเป็นการตอบคำถามว่าทำไมพระเยซูทรงสามารถสัญญาว่า   เราจะ   “สถิตอยู่กับท่าน   และจะประทับอยู่ท่ามกลางท่าน”   (ยอห์น 14:17)

 

4. ทรงช่วยผ่านชีวิตการอธิษฐานของเรา   พระวิญญาณบริสุทธิ์ยังทรงช่วยส่งข่าวสารจากโลกไปบนสรวงสวรรค์ด้วย

ในทำนองเดียวกัน   พระวิญญาณก็ทรงช่วยเมื่อเราอ่อนกำลังด้วย   เพราะเราไม่รู้ว่าควรจะอธิษฐานขออะไรอย่างไร   แต่พระวิญญาณทรงช่วยขอแทน ด้วยการคร่ำครวญซึ่งไม่อาจกล่าวเป็นถ้อยคำ.... ตามพระประสงค์ของพระเจ้า

โรม 8:26, 27

ขณะที่เราอธิษฐาน   พระวิญญาณก็จะอธิษฐานด้วยพระวิญญาณเองด้วย!   ขณะที่เรากำลังค้นหาพระวจนะต่างๆ   พระองค์ก็ทรงกำลังแถลงพระวจนะเหล่านั้นอย่างไพเราะจับใจอยู่พอดี   เมื่อเรารู้สึกท้อแท้เราสามารถทำได้เพียงคร่ำครวญต่อพระเจ้า   แล้วพระวิญญาณจะทรงขยายเสียงร้องคร่ำครวญอันน่าเวทนาของเรา ให้ดังขึ้นจนทำให้เกิดพระฤทธานุภาพในคำอธิษฐานเหล่านั้น   ทำให้เราเหมือนอยู่ตรงเบื้องพระพักตร์พระบัลลังก์ของพระเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงเพียงแค่เอื้อมมือก็แตะถึงเราแล้วและพร้อมที่จะช่วยเราทันที

 

 5. การพัฒนาคุณภาพทั้งหลายและคุณลักษณะของชาวคริสเตียน   พระวิญญาณทรงทำให้จิตวิญญาณส่วนตัวที่แห้งแล้งกลับอุดมสมบูรณ์   ทำให้ต้นไม้ออกดอกออกผลมากมาย

 

ส่วนผลของพระวิญญาณนั้น คือความรัก   ความยินดี   สันติสุข   ความอดทน ความกรุณา   ความดี   ความซื่อสัตย์   ความสุภาพอ่อนโยน   การรู้จักบังคับตน... ผู้ที่อยู่ฝ่ายพระเยซูคริสต์ได้ตรึงเนื้อหนังไว้ที่กางเขน พร้อมกับราคะและตัณหาแล้ว

กาลาเทีย 5:22-24

เราสามารถอธิบายศาสนาที่ดีได้   โดยการมองที่ผลผลิตของศาสนานั้น   ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนา   แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณภาพที่ล้นแก้วทั้งหลายคือ   ความรักอันจริงแท้ที่เกิดขึ้น   ความยินดีปรีดาที่ลึกซึ้ง   สันติสุขที่ยังคงมีอยู่   ผลผลิตของพระวิญญาณแสดงให้เห็นว่าเราได้ทาบกิ่งกับเถาองุ่นจริงๆ   (หมายถึงพระเยซู)

 

เราเป็นเถาองุ่น   พวกท่านเป็นแขนง   คนที่ติดสนิทอยู่กับเราและเราติดสนิทอยู่กับเขา   คนนั้นจะเกิดผลมาก   เพราะว่าถ้าแยกจากเราแล้ว   พวกท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย

ยอห์น 15:5

พระเยซูคริสต์ทรงสามารถมอบชีวิตที่อุดมสมบูรณ์ของพระองค์ให้กับเราได้จริงๆ ด้วยพระฤทธานุภาพของพระวิญญาณบริสุทธิ์

 

6. ทรงเตรียมเราให้เป็นสักขีพยาน   พระเยซูทรงสัญญากับคนที่มีพันธสัญญากับพระองค์   ในฐานะเป็นพระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดจากบาปว่า

 

แต่พวกท่านจะได้รับพระราชทานฤทธานุภาพ   เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาเหนือท่าน   และท่านทั้งหลายจะเป็นสักขีพยานของเรา....จนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก

กิจการของอัครฑูต 1:8

เราอาจไม่ได้รับคำตอบหรือไม่เข้าใจพระคัมภีร์ทั้งหมด   แต่ด้วยอำนาจพระวิญญาณจะสามารถเล่าเรื่องและปรับเปลี่ยนจิตใจเราได้   และสามารถทำให้เราเป็นประจักษ์พยานได้ด้วยความเต็มใจ   แม้ว่าเหล่าอัครสาวกจะติดต่อนัดแนะกันได้ลำบากก่อนถึงวันเทศกาลเพ็นเทคอสต์   (Pentecost)   แต่หลังจากพระวิญญาณเสด็จมา   พวกเขาได้สรรเสริญพระคริสต์ที่ทรงฤทธานุภาพและสำแดงจนทำให้พวกเขาสามารถ   “กลับตาลปัตรโลกได้”   (กิจการของอัครฑูต 17:6, ฉบับคิงส์เจมส์)

 

ของประทานแห่งพระวิญญาณ

พระคัมภีร์ทำให้เห็นลักษณะ   “ของประทาน”   จากพระเจ้าที่แตกต่างกัน   ของประทานประเภทแรกเป็นของประทานจากพระเจ้า   (พระวิญญาณบริสุทธิ์ )   ที่ให้กับผู้มีความเชื่อทุกๆคนเหมือนๆกันคือ   การได้รับชัยชนะในชีวิตคริสเตียน   และของประทานประเภทที่สองเป็นของประทานจากพระวิญญาณบริสุทธิ์   ที่มีให้กับผู้มีความเชื่อแต่ละคนในลักษณะของพรสวรรค์ที่แต่ละคนจะได้รับแตกต่างกันออกไป   เป็นความสามารถเฉพาะตัวเพื่อที่แต่ละคนจะสามารถรับใช้พระเจ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในวิธีที่แตกต่างกัน

 

 “‘เมื่อพระองค์ [พระคริสต์] เสด็จขึ้นไปสู่ที่สูงพระองค์ทรงนำเชลยกลุ่มใหญ่ไป และประทานของประทานแก่มนุษย์’   และพระองค์เองประทานให้บางคนเป็นอัครฑูต บางคนเป็นผู้เผยพระวจนะ   บางคนเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐ   บางคนเป็น ศิษยาภิบาลและอาจารย์ เพื่อเตรียมธรรมิกชนสำหรับการปรนนิบัติ และการเสริมสร้างพระกายของพระคริสต์   จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในความเชื่อและในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า   บรรลุถึงความเป็นผู้ใหญ่คือโตเต็มถึงขนาดความบริบูรณ์ของพระคริสต์เอเฟซัส 4:8, 11-13

อาจารย์เปาโลได้พูดไว้ชัดว่า   ผู้มีความเชื่อทุกคนไม่ได้รับของประทานทั้งหมด   ความเป็นคริสเตียนที่แตกต่างกันทำให้ได้รับของประทานที่ต่างกันออกไป   และบ้างอาจได้ของประทานอย่างเห็นได้ชัดกว่าคนอื่นๆขณะที่พระวิญญาณ   “ทรงทำสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดแก่แต่ละคนตามชอบพระทัยพระองค์”   (โครินธ์ ฉบับที่หนึ่ง 12:11)   แต่พระวิญญาณได้จัดสรรบทบาทที่พิเศษของเขาหรือของเธอให้แก่ผู้มีความเชื่อแต่ละคนตามแผนการของพระเจ้า

 

ของประทานฝ่ายจิตวิญญาณอื่นๆของอาจารย์เปาโล   เราสามารถหาอ่านได้ในโครินธ์ ฉบับที่หนึ่ง บทที่ 12   รายการของประทานเหล่านี้ได้รวมถึงปัญญา   ความรู้   ความเชื่อ   ของประทานในการรักษาโรค   การเผยพระวจนะ   รู้จักสังเกตพระวิญญาณต่างๆ   การพูดภาษาแปลกๆ   [หมายถึงภาษาต่างๆ]   และการแปลภาษาต่างๆเหล่านั้นได้   (พระวจนะที่ 8-10)   โบสถ์บางแห่งที่เมืองโครินธ์สอนว่า   ของประทานจากพระเจ้าที่ทำให้พูดภาษาอื่นๆได้นั้นเป็นของประทานที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด   การแตกเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยในโบสถ์คือผลของการมีหลายภาษา   อัครสาวกได้บอกไว้ชัดเจนในบทที่12 ว่า   พระวิญญาณได้พบวิธีทำให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียว   ทำให้คนในโบสถ์เข้าใจภาษากันอย่างทั่วถึง   นั่นคือโดยการแปลภาษา   ซึ่งนับเป็นของประทานและการแสดงออกของพระวิญญาณนั่นเอง   การแปลภาษาของคนอีกคนหนึ่งจะไม่ทำให้คนอื่นๆแยกตัวออกไปจากโบสถ์หรือไม่ทำให้มีอำนาจเหนือคนอื่นๆในโบสถ์

 

สิ่งไหนสำคัญกว่ากัน   ของประทานจากพระวิญญาณบริสุทธิ์   หรือผลิตผลจากพระวิญญาณบริสุทธิ์?   ขอให้อาจารย์เปาโลได้ตอบเถิด

 

แต่ท่านทั้งหลายจงขวนขวายของประทานต่างๆที่ยิ่งใหญ่กว่าความรัก    และข้าพเจ้าจะชี้ให้เห็นถึงทางดีที่สุดแก่ท่านทั้งหลาย

โครินธ์ ฉบับที่หนึ่ง 12:31

บทความรัก   (โครินธ์ ฉบับที่หนึ่ง บทที่13)   ซึ่งพระวจนะนี้เน้นถึง   “ทางที่ดีที่สุด”   คือทางแห่งความรัก   ความรักคือผลอันแรกสุดของพระวิญญาณ   (กาลาเทีย 5:22)

 

ความสนใจของเราควรจะมองหาผลของพระวิญญาณ และปล่อยให้พระวิญญาณจัดสรรของประทานต่างๆของพระองค์ให้กับเรา   “ตามชอบพระทัยพระองค์”   (โครินธ์ ฉบับที่หนึ่ง 12:11)   โบสถ์จะไม่เคยสมบูรณ์หากปราศจากของประทานต่างๆของพระวิญญาณ และโบสถ์จะไม่แข็งแกร่งจากการเลียนแบบสิ่งที่ทำขึ้นโดยพระวิญญาณ   พระเจ้าทรงรู้ว่าจะมอบของประทานให้เราเมื่อไรและที่ไหน จึงจะเป็นพระพรที่ดีที่สุดสำหรับชนชาติและโบสถ์ของพระองค์

 

 “จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุ ถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในความเชื่อและในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า   บรรลุถึงความเป็นผู้ใหญ่   คือโตเต็มถึงขนาดความบริบูรณ์ของพระคริสต์

เอเฟซัส 4:13

ความบริบูรณ์ของพระวิญญาณในวันเทศกาลเพ็นเทคอสต์

 

ในวันเทศกาลเพ็นเทคอสต์พระวิญญาณจะพรั่งพรูมาเหลือคณานับ เพื่อบรรลุถึงพระคำสัญญาของพระเยซูตั้งแต่ต้น

 

แต่พวกท่านจะได้รับพระราชทานฤทธานุภาพ   เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาเหนือท่าน   และท่านทั้งหลายจะเป็นสักขีพยานของเรา... จนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก

กิจการของอัครฑูต 1:8

พระวิญญาณให้นิมิตเป็นนกพิราบเวลาที่พระคริสต์ทรงรับบัพติศมา   ในวันเพ็นเทคอสต์พระองค์ได้ทรงปรากฏให้เห็นเป็น   “บางสิ่งที่คล้ายเปลวไฟลักษณะเหมือนลิ้นแผ่กระจายอยู่บนตัวพวกเขาทุกคน”   (กิจการของอัครฑูต 2:3)   เวลานั้นพระวิญญาณทรงสามารถให้อัครสาวกพูดพระวจนะเป็นภาษาอื่นๆหลายภาษาอย่างชัดเจน   “จากหลายๆชนชาติ”   (พระวจนะที่ 4-6)

 

นักเรียนหลายคนที่ศึกษาพระคัมภีร์เปรียบเทียบการเสด็จมาของพระวิญญาณเป็นฝนต้นฤดู และฝนชุกปลายฤดูในปาเลสไตน์

 

โอ   บุตรทั้งหลายของศิโยนเอ๋ยจงยินดีเถิด   จงเปรมปรีดิ์ในพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า  เพราะว่าพระองค์ทรงช่วยกู้เจ้าด้วยฝนต้นฤดู   พระองค์ทรงเทฝนลงมาให้เจ้าคือฝนต้นฤดูและฝนชุกปลายฤดูอย่างแต่ก่อน

โยเอล 2:23

ฝนต้นฤดูในปาเลสไตน์เป็นฝนที่ตกอย่างนุ่มนวลทำให้พื้นดินชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ   เมล็ดแตกหน่องอกจากดิน   เช่นกันพระวิญญาณบริสุทธิ์พรั่งพรูอย่างนิ่มนวลเหมือนดั่งฝนต้นฤดูในวันเพ็นเทคอสต์   และพระเยซูทรงหว่านพระวจนะดั่งฝนท่ามกลางเหล่าสาวกและผู้รับใช้ของพระองค์   ทำให้ความเชื่อแตกหน่องอกขึ้นมาใหม่เป็นจำนวนมากอย่างรวดเร็วขณะที่พวกเขาได้เริ่มเผยแพร่พระวจนะไปทั่วโลก  “ฝนต้นฤดู”   นี้ของพระวิญญาณเป็นยาบำรุงที่สำคัญของโบสถ์คริสเตียนที่เริ่มเกิดใหม่   พระองค์ทรงเทฝนลงมาให้กับเมล็ดที่มีอยู่มากมายเหล่านี้ (โยเอล 2:23, เอ็นไอวีและฉบับคิงส์เจมส์)

ฝนช่วงปลายฤดูของพระวิญญาณ

จวบจนกระทั่งบัดนี้หลายศตวรรษได้ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้ว   เรื่องราวการช่วยให้รอดจากบาป ได้แพร่กระจายไปตามพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลก   บัดนี้เป็นเวลาสำหรับ   “ฤดูใบไม้ผลิ”   หรือ   “ฝนปลายฤดู”   ที่เมล็ดข้าวโตเต็มที่และพร้อมให้เก็บเกี่ยวได้แล้ว

 

คำพยากรณ์ในพระคัมภีร์บอกถึง ในวันข้างหน้าพระวิญญาณของพระเจ้าจะเทหลั่งลงมาเหมือนฝนให้โบสถ์

 

 ต่อมาภายหลังจะเป็นอย่างนี้   คือเราจะเทพระวิญญาณของเรามาเหนือมนุษย์ทั้งปวง บุตรชายบุตรหญิงของเจ้าทั้งหลายจะเผยพระวจนะ   คนชราของเจ้าจะฝัน   และคนหนุ่มของเจ้าจะเห็นนิมิต ในกาลครั้งนั้น เราจะเทพระวิญญาณของเรามาเหนือกระทั่งคนใช้ชายหญิง

โยเอล 2:28, 29

เหมือนประวัติศาสตร์มาถึงจุดสำคัญแล้ว   ในที่สุดก็มาถึงการปรากฏขึ้นของหมายสำคัญต่างๆก่อนการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระคริสต์   พระเจ้าทรงเตรียมผู้มีความเชื่ออย่างหมดจิตหมดใจทุกๆคน ให้ได้ไปสวรรค์โดยผ่านพระวิญญาณที่ไหลพรั่งพรูออกมาอย่างมากมาย   คราวนี้ท่านได้ประสบการณ์จากฝนต้นฤดูซึ่งกำลังเตรียมโบสถ์เพื่อรับฝนปลายฤดูแห่งพระวิญญาณหรือยัง?   ทุกวันนี้ท่านมีพระวิญญาณอยู่ในชีวิตอย่างเต็มเปี่ยมหรือไม่?   ในขณะที่ท่านได้รับพระฤทธานุภาพจากพระวิญญาณ   ท่านสนใจที่จะช่วยเหลือพระเจ้าโดยการประกาศถึงความรักที่ไม่น่าเชื่อและการเสด็จกลับมาในไม่ช้าของพระองค์หรือไม่?

เงื่อนไขต่างๆเพื่อรับพระวิญญาณบริสุทธิ์

ในวันเพ็นเทคอสต์พระวิญญาณบริสุทธิ์ทำให้คนที่ได้ยินพระวจนะนั้นเสี้ยวแปลบไปถึงหัวใจแล้วร้องว่า   “พี่น้องเอ๋ย   เราจะทำอย่างไรดี?”   (กิจการของอัครฑูต 2:37)

 

เปโตรจึงกล่าวกับเขาทั้งหลายว่า   ‘จงกลับใจใหม่และรับบัพติศมา ในพระนามของพระเยซูคริสต์ให้หมดทุกคน   เพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปของท่านทั้งหลาย แล้วพวกท่านจะได้รับของประทานคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพราะว่าพระสัญญานั้นตกแก่ท่านทั้งหลายกับลูกหลานของพวกท่านด้วย   และแก่ทุกคนที่อยู่ไกล   คือทุกคนที่องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของเรา ทรงเรียกให้มาเฝ้า’”

กิจการของอัครฑูต 2:38

พระอัครสาวกเปโตรได้เน้นถึงการกลับใจ   (หันเหจากชีวิตที่ติดบาปและเข้าหาพระคริสต์) นั่นคือเงื่อนไขการรับของประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์

 

พระวิญญาณทรงทำงานกับหมู่ชนเพื่อพาไปให้ถึงจุดกลับใจใหม่   พระองค์ทรงให้เรารับรู้ถึงพระกรุณาคุณของพระเจ้าและมุ่งจะชักนำเราให้กลับใจใหม่   (โรม 2:4)   พระองค์ทรงร่วมในพระราชกิจของการกลับใจและหันมาหาพระเจ้า   (กิจการของอัครฑูต 3:19)   สิ่งที่เปโตรชี้ให้เห็นคือการมีพระวิญญาณหลั่งไหลมาที่เรานั้นเป็นของประทานจากพระเจ้า   เพื่อให้มีพระวิญญาณอย่างเต็มเปี่ยม   เราต้องกลับใจใหม่ก่อนเป็นอันดับแรก   และเข้ารับบัพติศมาซึ่งถือเป็นสัญญลักษณ์ ของการสร้างพันธสัญญาการดำเนินชีวิตเรากับพระเจ้า

 

พระเยซูทรงตรัสความจริงเหมือนๆกันนี้ด้วยวิธีที่ต่างกันเล็กน้อย   พระองค์ทรงเน้นถึงความเต็มใจที่จะปฏิบัติตามและเชื่อฟัง เหมือนเป็นเงื่อนไขของการรับของประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์จากพระองค์

 

 “ถ้าพวกท่านรักเรา   ท่านก็จะประพฤติตามบัญญัติของเรา เราจะทูลขอพระบิดาและพระองค์จะประทานผู้ช่วยอีกผู้หนึ่งให้กับพวกท่าน   เพื่อจะอยู่กับท่านตลอดไป   คือพระวิญญาณแห่งความจริง

ยอห์น 14:15-17

คนซึ่งทูลขอของประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์แต่ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในบาป   ก็เป็นแค่คนที่ทำตัวเองให้โง่ลงเท่านั้น   วิญญาณที่ชั่วร้ายมักใช้การแสดงออกบางอย่างแห่งพระวิญญาณเป็นตัวล่อให้คนทำบาปอยู่เรื่อยๆ   ทำให้บางคนสรุปบางอย่างเองว่า   “ของประทานของพระเจ้า”   ชิ้นนี้ยังไงๆก็ให้อภัยความประพฤติที่ไร้ศีลธรรมของเขาอยู่แล้ว   ดังนั้นเขาก็ยังคงทำบาปต่อไป

 

ชีวิตเต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทำให้ชีวิตชาวคริสเตียนสวยงามและครบบริบูรณ์   เพราะการมีพระวิญญาณที่เต็มเปี่ยมทำให้บรรลุถึงความคิดของพระคริสต์เพื่อเราที่ว่า

 

เรามาเพื่อพวกเขาจะได้ชีวิต และจะได้อย่างครบบริบูรณ์

        ยอห์น 10:10

ก่อนที่พระเยซูจะทรงจากโลกนี้ไป   พระองค์ทรงแนะนำผู้ติดตามพระองค์ว่า

 

อย่าออกไปจากกรุงเยรูซาเล็ม   แต่ให้รอคอยรับตามพระสัญญาของพระบิดา... นั่นก็คือยอห์นให้รับบัพติศมาด้วยน้ำ แต่อีกไม่นานพวกท่านจะได้รับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์

กิจการของอัครฑูต 1:4, 5

คำว่าบัพติศมาหมายถึงการจุ่มตัวลงมิดน้ำ   ชาวคริสเตียนยอมรับความเชื่อในพระคริสต์ของเขาโดยการจุ่มตัวลงมิดน้ำเพื่อเป็นการรับบัพติศมา   เขาเหล่านั้นจะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ด้วยในขณะที่รับบัพติศมา

 

พระเยซูทรงตรัสต่อนิโคเดมัสว่า

ถ้าใครไม่ได้เกิด [ทั้ง] จากน้ำและพระวิญญาณ คนนั้นจะเข้าในดินแดนของพระเจ้าไม่ได้

ยอห์น 3:5

พระคัมภีร์ชี้ให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าคริสตชน   เต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์”   (กิจการของอัครฑูต 2:4; 4:8, 4:31; 6:3, 6:5; 7:55; 9:17; 13:9, 13:52; 19:6)   ขณะที่อธิบายถึงชีวิตคริสตชนที่เต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณ   อาจารย์เปาโลอธิษฐานเพื่อผู้มีความเชื่อทุกๆคนดังนี้

 

       ข้าพเจ้าทูลขอให้ประทานความเข้มแข็งภายในจิตใจ ด้วยฤทธานุภาพที่มาทางพระวิญญาณของพระองค์แก่พวกท่าน ตามพระสิริอันอุดมของพระองค์   ให้พระคริสต์ประทับในใจของของท่านโดยทางความเชื่อ... ขอให้พระเกียรติมีแด่พระองค์ผู้ทรงสามารถทำทุกสิ่ง ได้มากยิ่งกว่าที่เราทูลขอหรือคิด โดยฤทธานุภาพที่ทำกิจอยู่ภายในเรา

เอเฟซัส 3:16, 17, 20

ชีวิตที่เต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณคือชีวิตที่ได้รับความอิสระอย่างแท้จริง   เช่นเดียวกับแฟรงค์ มอลลีสกับบัดดี้สุนัขนำทางที่ซื่อสัตย์ของเขา   ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงคอยชี้นำจิตใจของเรา   ทำให้เราสามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างอิสระกว่าแต่ก่อน   เราค้นพบความปรารถนาใหม่ๆและความสามารถใหม่ๆ   เราสามารถขยับไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจแทนที่จะขยับเพื่อพยายามแก้ปัญหาชีวิตต่างๆที่เกิดขึ้นเท่านั้น

 

ความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณนี้ จะถูกเติมเต็มใหม่ทุกๆวันโดยการอธิษฐานและการศึกษาพระคัมภีร์   สิ่งเหล่านี้คือเครื่องมือหลักๆที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ใช้เพื่อให้เราเจริญเติบโต   [เช่นเดียวกับที่เราจะได้เห็นในบทที่ 14 และ15]   การอธิษฐานช่วยให้เราใกล้ชิดพระคริสต์มากขึ้น   และพระวจนะของพระเจ้าช่วยให้เรามุ่งไปที่หนทางต่างๆของพระองค์   นี่คือวิธีที่เราจะเริ่มเปลี่ยนนิสัยและทัศนคติต่างๆที่ไม่ดี ให้กลายเป็นดีมีคุณภาพแข็งแกร่ง

 

ชีวิตที่เต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณ คือของประทานสำหรับผู้ที่มีความเชื่อทุกๆคน   เราสามารถมีชีวิตคริสเตียนที่ประสบความสำเร็จทุกอย่าง ก้าวตามที่พระเจ้าทรงประสงค์ให้เราไป   แต่เป็นการก้าวไปข้างหน้า   โรมบทที่ 8   อธิบายถึง   ชีวิตเต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณได้อย่างน่าตื่นเต้น   ขอให้ท่านลองอ่านในเวลาว่าง   และลองดูซิว่ามีกี่ครั้งที่อาจารย์เปาโลพูดถึง   “พระวิญญาณ”   เป็นเหมือนพลังอำนาจเบื้องหลังการมีชีวิตคริสเตียน

 

ท่านค้นพบชีวิตเต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณที่แสนมหัศจรรย์นี้หรือยัง?   ท่านรู้สึกถึงการมีพระวิญญาณในชีวิตท่านหรือยัง?   ท่านรู้ถึงอำนาจในการประทานพระชนม์ของพระองค์แก่ท่านหรือยัง?   ขอให้ท่านมั่นใจว่าจะไม่มีอุปสรรคใดๆมาขวางกั้นท่านกับพระคริสต์ ซึ่งอาจทำให้พระองค์หยุดหลั่งของประทานอันล้ำค่าแก่ท่าน   ขอให้เปิดชีวิตของท่านต่ออำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอกภพเถิด

 

ข้าแต่พระบิดาเจ้า   ผู้ทรงมอบของประทานทุกๆชิ้นที่สมบูรณ์แบบและดีเหลือเกิน    ข้าพระองค์ขอสรรเสริญพระองค์ในวันนี้สำหรับของประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงสัญญาไว้    ข้าพระองค์าขอให้พระเยซูทรงสถิตและเติมเต็มด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ในข้าพระองค์    ขอทรงโปรดขจัดนิสัยเก่าๆของข้าพระองค์ทิ้งไป    และทรงมอบพลังแห่งความดีทั้งหลายในพระเจ้าของพระองค์แก่ข้าพระองค์   ขอทรงโปรดรักษาข้าพระองค์ในวันนี้ให้มีชีวิตเต็มเปี่ยมด้วยพลังอำนาจของพระวิญญาณ    ให้อยู่ในการดูแลของพระคริสต์และให้อยู่ในการทรงนำของพระเจ้า    ข้าพระองค์ทูลขอสิ่งเหล่านี้ในนามของพระเยซูคริสตเจ้า    อาเมน

________________

 

ค้นพบ บทที่ 11

อำนาจอัศจรรย์ในชีวิตฉัน (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อเรื่องบทที่ 11)

1. พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมา

เพื่อแทนพระเยซูบนโลก

เพื่อจัดตั้งอาณาจักรเกี่ยวกับโลก

 

2. พระวิญญาณบริสุทธิ์

เป็นสิ่งที่อยู่ในความคิดของพระเจ้า

เป็นทูตสวรรค์ของพระเจ้า

 

3. วิญญาณของพระเจ้า

ไม่ได้คงอยู่ในพระราชกิจการสร้าง

เป็นส่วนที่คล่องตัวส่วนหนึ่งในพระราชกิจการสร้าง

 

4. ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ การทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์?

ช่วยเราขณะที่เราอธิษฐาน

ช่วยเปลี่ยนจิตใจมนุษย์ผ่านประสบการณ์การเกิดใหม่

พิสูจน์บาปของเราและนำทางให้เราเข้าสู่ความจริง

พัฒนาเราให้เป็นผลผลิตของความรัก   ความอดทน   และการควบคุมตนเอง

ให้เรามีความสามารถรับใช้พระเยซู

รักษาเราให้ติดต่อกับพระเยซูอย่างสม่ำเสมอ

ไม่ใช่ข้อเหล่านี้

 

5. อะไรคือของประทานบางอย่างของพระวิญญาณ?

คุณลักษณะความดีเลิศของความรัก   ความยินดีและสันติสุข

ความสามารถในการเป็นผู้เผยแพร่ศาสนา   ศาสนาจารย์และครูบาอาจารย์ทั้งหลาย

 

6. ของประทานใดที่ชาวคริสเตียนได้รับ?

ของประทานทั้งหมดของพระวิญญาณ

ของประทานที่พระวิญญาณทรงเลือกให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น

 

7. เมื่อใดที่พระวิญญาณจะหลั่งไหลมา?

ในวาระสุดท้ายที่เตรียมประชาชนสำหรับการเสด็จมาของพระคริสต์

เฉพาะในช่วงเวลาของอัครสาวกในวันเทศกาลเพ็นทาคอสต์

 

8. ทำอย่างไรเราถึงจะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นเหมือนของประทาน?

โดยการกลับใจและรับบัพติศมา

โดยใช้ความพยายามให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้เพื่อเป็นคนดี

 

9. ขณะที่เราคิดเกี่ยวกับพระวิญญาณบริสุทธิ์   ทำไมพระวิญญาณบริสุทธิ์จึงสำคัญกับท่าน?

 

10. ในยอห์น10:10   พระเยซูทรงตรัสว่า   "เรามาเพื่อพวกเขาจะได้ชีวิตและจะได้อย่างครบบริบูรณ์"   มีความหมายกับท่านอย่างไร?

พระเยซูทรงประสงค์ให้เราสนุกสนานกับชีวิต

พระเยซูทรงประสงค์ให้เราได้พบสันติสุขและความหมายในชีวิต

พระเยซูทรงประสงค์ให้เรามีชีวิตนิรันดร์

พระเยซูทรงจะยกปัญหาต่างๆของเราออกไป

 

11. หากท่านสามารถถามพระเยซูหนึ่งคำถามเกี่ยวกับพระวิญญาณบริสุทธิ์   ท่านจะถามว่าอะไร?

 

12. คำถามที่เป็นหัวใจ: เพราะพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำให้เราเข้มแข็งผ่านทางพระฤทธานุภาพของพระองค์ที่มีในเรา   และทำให้ความเป็นอยู่ของเราบรรลุตามวัตถุประสงค์และสวยงาม   ท่านปรารถนาที่จะเห็นข้ออ้างอิงของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตท่านหรือไม่?

 




Progress