บทที่ 4
น้ำแห่งชีวิต
วันที่ 17 - 23 เมษายน 2010
น้ำแห่งชีวิต
วันที่ 17 - 23 เมษายน 2010
บ่าย วันสะบาโต
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้
ปฐม กาล 2:10; อิสยาห์ 40:31; มัทธิว 9:2-7;
ยอห์น 4:1-26; ยอห์น 9:1-11; โรม 6:1-6
ข้อควรจำ
| แต่ผู้
ที่ดื่มน้ำซึ่งเราจะให้แก่เขานั้น จะไม่กระหายอีกเลย น้ำซึ่งเรา จะให้เขานั้น จะบังเกิดเป็นบ่อน้ำพุในตัวเขาพลุ่ง ขึ้นถึงชีวิตนิรันดร์ (ยอห์น 4:14) |
เป็นเรื่องน่าประหลาดใจมากว่า ความรู้สึกของเราสามารถหลอก
เราได้อย่างไร โลกกำลังหมุนรอบแกนของมัน ในความเร็วประมาณหนึ่งพันไมล์
ต่อชั่วโมง และโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ในอัตราความเร็วประมาณ 18 ไมล์ต่อ
วินาที โลกนี้กำลังเคลื่อนไหว แต่เรารู้สึกเหมือนว่าเราไม่ได้เคลื่อนไหวเลย สิ่ง
ทั้ง หลายไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ หรือแม้ก้อนหิน ต่างก็ไม่เคลื่อนไหวเลย อย่าง
ร่าง กายของมนุษย์เราก็เช่นกัน เรามองเห็นเป็นรูปทรงอัดแน่น แต่ความจริงเป็น
เกือบ ว่างเปล่า ขณะที่เรายืนหรือนั่งตากแดด จุดพลังขนาดจิ๋วปริมาณหลายล้าน
จุด จากดวงอาทิตย์ได้ไหลผ่านร่างกายของเรา แต่เราไม่รู้สึก หรือมองเห็น หรือ
ได้ ยินพลังงานเหล่านี้ จริงอยู่ร่างกายของมนุษย์อาจมองดูรูปทรงแน่น แต่ที่จริง
มัน ประกอบขึ้นด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่.. เต็มไปด้วยน้ำหรือ? จริง.. ร่างกายของเรา
ประกอบ ขึ้นด้วยน้ำเป็นหลัก กล่าวคือมีน้ำเป็นองค์ประกอบกว่า 60 เปอร์เซ็นต์
เชื่อ หรือไม่ สมองของเรามีน้ำอยู่ประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ แม้แต่กระดูกของเรา
ก็ มีส่วนประกอบของน้ำประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์
น่าประหลาด และลึกลับจริง น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของเนื้อหนัง
ของสิ่งมีชีวิตทั้ง ปวง ถ้าปราศจากน้ำ เราไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ สัปดาห์นี้เราจะ
ศึกษาเกี่ยว กับน้ำว่า มีความสำคัญต่อจิตวิญญาณ เหมือนกับที่สำคัญต่อร่างกาย
อย่างไร
ศึกษา บทเรียนของสัปดาห์นี้ด้วยใจจดจ่อมากขึ้น : พระเจ้าทรงเป็น
พระ ผู้สร้างน้ำดื่ม ที่ร่างกายของเราต้องการ และน้ำที่ทำให้เรามีชีวิตฝ่าย
จิต วิญญาณ น้ำทั้งสองประเภทมีความสำคัญต่อชีวิต และสุขภาพของเรามาก
วันอาทิตย์ น้ำแห่งชีวิด (ยอห์น 4:13-15)
| พระเยซูตรัสตอบว่า
ทุกคนที่ดื่มน้ำนี้จะกระหายอีก แต่ผู้ที่ ดื่มน้ำซึ่งเราจะ ให้แก่เขานั้น จะไม่กระหายอีกเลย น้ำซึ่งเราจะให้เขานั้น จะบังเกิดเป็นบ่อ น้ำพุในตัวเขาพลุ่งขึ้นถึงชีวิตนิรันดร์ นางทูลพระองค์ ว่า ท่านเจ้าคะ ขอน้ำนั้นให้ดิฉันเถิด เพื่อดิฉันจะได้ไม่กระหายอีก และ จะได้ไม่ต้องมาตัก ที่นี่ (ยอห์น 4:13-15) |
เรื่องของน้ำที่บันทึกใน ยอห์น 4:1-26 ถูกนำไปใช้ ในทางที่แตก
ต่างอะไรกันบ้าง? ความแตกต่างในประเภทของน้ำในเรื่องนี้หมายถึง
อะไร? มีข่าวสารอะไ รจากเรื่องนี้ สำหรับเราในวันนี้?
พระเยซูทรงพบกับหญิงชาวสะมาเรียที่มาตักน้ำจากบ่อน้ำของยาโคบ
พระองค์ทรงเอ่ยขอน้ำจากนางเพื่อดื่ม ในระหว่างการสนทนา พระองค์ทรงตรัส
กับหญิงชาวสะมาเรียว่า พระองค์สามารถประทานน้ำให้กับนาง ซึ่งนางจะไม่
ต้องกระหายอีกตลอดไป พระเยซูทรงตรัสถึงพระองค์เองว่าทรงเป็น น้ำแห่ง
ชีวิต นั่นคือพระองค์บอกเป็นนัยว่า พระองค์สามารถสนองความต้องการถึงขีด
ความพึงพอใจ ความชื่นชมยินดี ความรู้สึกเป็นอิสระจากความสำนึกผิด ความ
ปลอดโปร่งจากการได้รับการอภัยบาป และมีความรู้สึกอยู่ใกล้ชิดกับพระเจ้า
คริสเตียนพบคำตอบเช่นนั้นได้ในองค์พระเยซูคริสต์ นับเป็นสิ่งอัศจรรย์ที่
พระเยซูทรงเสนอให้กับเราทุกคน มีโอกาสเข้าร่วมเป็นหนึ่งกับพระองค์ใน
พันธกิจการรับใช้ ข้อเสนอนี้ยังคงมีผลดีจนทุกวันนี้ ทั้งนี้เพราะพระองค์ไม่เคย
เปลี่ยน แปลง หลายคนพบว่าตนไม่มีความสงบสุข ไม่มีความมั่นใจในชีวิตบ้าง
ก็รู้สึก สิ้นหวัง ความรู้สึกอันไม่พึงประสงค์เหล่านี้ จะหมดสิ้นไปเมื่อพวกเขา
รับ เอาพระเมตตาคุณ ความรัก และการยอมรับขององค์พระเยซู
พระเจ้าทรงกล่าว สัญญาจะประทานน้ำแห่งจิตวิญญาณอย่างเหลือเฟือ
ตราบที่เราแสวงหาพระองค์ ในพระธรรมวิวรณ์บันทึกไว้ว่า พระวิญญาณและ
เจ้าสาวตรัสว่า เชิญมาเถิด และให้ผู้ที่ได้ยินคำกล่าวว่า เชิญมาเถิด และ
ให้ผู้ที่กระหายเข้ามา ผู้ใดมีใจปรารถนา ก็ให้ผู้นั้นมารับน้ำแห่งชีวิต โดยไม่ต้อง
เสียอะไร เลย (วิวรณ์ 22:17) พระเยซูทรงเชื้อเชิญให้เรามารับเอาน้ำแห่งชีวิต
โดย ไม่ต้องจ่ายค่า เราทั้งหลายสามารถมีประสบการณ์การรับเอาพระวิญญาณ
บริสุทธิ์ อย่างเต็มล้นในชีวิตได้ ตราบที่เราดำเนินใกล้ชิดพระเยซูคริสต์ ผู้ทรง
เป็น น้ำพุแห่งชีวิต ในความรักของพระองค์ พระเยซูทรงเชิญให้ทุกคนดื่มน้ำพุ
แห่ง ชีวิตอย่างไม่เสียค่า (ยอห์น 4:13,14) คำเชื้อเชิญให้มารับน้ำแห่งชีวิตนี้ทรง
ประทานให้เราทั้งปวง พระเจ้าทรงประทานน้ำดื่มที่ไหลจากศิลาให้กับพลไพร่
อิสราเอล ในทำนองเดียวกัน พระเยซูทรงประทานน้ำแห่งชีวิตของพระองค์
(1 โครินธ์ 10:1-4) ให้กับเราในปัจจุบัน
ไม่มีข้อแม้ว่าเราจะเป็นใคร ไม่มีเงื่อนไขว่า ชีวิตอดีตของเราจะเป็นฉันใด
ไม่มีข้อจำกัดว่า เราได้ทำผิดบาปอะไรมา อีกทั้งไม่เกี่ยงว่าชีวิตปัจจุบันของเรา
จะเป็น เช่นไร ข้อเสนอน้ำแห่งชีวิตนี้สำหรับเราทุกคน เราได้รับการเชื้อเชิญให้
ดื่ม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ข้อเสนอนี้ผ่านมาทางพระคุณของพระคริสต์
ไม่มีข้อสงสัยใดๆ พระเยซูทรงเสนอน้ำแห่งชีวิตนี้ให้กับเรา
ท่านเคยมีประสบการณ์ได้ รับน้ำแห่งชีวิตบ้างไหม? ท่านได้ทราบด้วย
ตัวเองในพระสัญญา ดังกล่าวว่า ได้ช่วยท่านอย่างไร? ท่านรับเอาน้ำ
แห่ง ชีวิตที่ประทานให้เปล่าๆ หรือยัง? หรือท่านยังยับยั้งตัวเองที่จะ
รับ เอาตามคำเชิญ? ถ้าท่านยังลังเล โปรดถามตัวท่านเองว่าทำไม?
ท่านอาจคิดว่า ท่านได้รับ กำไร จากการยับยั้งไว้ แต่กำไรที่ว่าจะเอา
ไปเปรียบได้กับสิ่งที่พระเยซูทรงเสนอให้กับเราหรือ?
วันจันทร์ น้ำแห่งการรับบัพติศมา (โรม 6:1-6)
ท่านไม่รู้หรือว่า เราทั้งหลายที่ได้รับบัพติศมาเข้าในพระเยซู
คริสต์ ก็ได้รับบัพติศมานั้นเข้าในความตายของพระองค์ เหตุฉะนั้นเรา
จึงถูกฝังไว้กับพระองค์แล้ว โดยการรับบัพติศมาเข้าส่วนในการตาย
นั้น เพื่อว่าเมื่อพระคริสต์ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตาย
โดยเดชพระสิริของพระบิดาแล้ว เราก็จะได้ดำเนินตามชีวิตใหม่ด้วย
เหมือน กัน เพราะว่าถ้าเราเข้าสนิทกับพระองค์แล้วในการตายอย่าง
พระองค์ เราก็จะเข้าสนิทกับพระองค์ ในการเป็นขึ้นมาอย่างพระองค์
ได้ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย ด้วย (โรม 6:3-5)
อ่านกิจการของอัครทูต 8:35-39 เป็นตอนฟีลิปสอนพระกิตติคุณ
แก่ขันที ท่านฟิลิปบอกกับขันทีเกี่ยวกับข่าวดีของพระเยซู ขันทีคนนั้นรับเชื่อ
ว่า พระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้า ต่อมาเมื่อทั้งสองได้เห็นแหล่งน้ำข้างทาง
ขันที ได้บอกกับฟีลิปว่า นี่แน่ะ มีน้ำ มีอะไรขัดข้องไม่ให้ข้าพเจ้ารับบัพติศมา
และ ฟีลิปจึงตอบว่า ถ้าท่านเต็มใจเชื่อท่านก็รับได้ (กิจการ ฯ 8:36 ,37) ทั้งสอง
ได้ลงไปในน้ำ และฟีลิปได้รับบัพติศมาให้กับขันที และขันทีได้เดินทางต่อไป
ด้วยความชื่นชมยินดียิ่ง
ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ในน้ำด้วยตัวของมันเอง แต่น้ำเป็นสัญลักษณ์ของ
การ ชำระให้สะอาด แต่ของประทานคือพระวิญญาณที่ชำระ และเปลี่ยนแปลง
ชีวิต การรับบัพติศมาเป็นการประกาศต่อสาธารณะว่าบุคคลผู้นี้ได้รับเชื่อใน
พระ เยซูอย่างเป็นทางการแล้ว อ่านยอห์น 3:5-8 พระเยซูทรงตรัสกับ
นิโคเดมัส ว่า เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าผู้ใดไม่ได้บังเกิดใหม่จากน้ำ และ
พระ วิญญาณ ผู้นั้นจะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้ (ยอห์น 3:5)
ตามที่กล่าวไว้ใน โรม 6:1-6 มีอะไรบังเกิดขึ้น เมื่อบุคคลหนึ่งได้
รับ บัพติศมาด้วยการจุ่มลงไปน้ำจนมิดทั้งตัว?
การรับบัพติศมาโดยจุ่มลงใต้น้ำ แสดงให้เห็นถึงการกลับใจอย่างแท้จริง
และชีวิตของคนนั้นได้รับการชำระ ให้ขาวสะอาดปราศจากความบาป พระคัมภีร์
ใหม่กล่าวถึงพิธีรับบัพติศมาใต้ น้ำหลายครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพิธีบัพติศมา
เป็นประสบการณ์สำคัญของ คริสเตียน ยกตัวอย่าง ตอนหนึ่งได้บันทึกว่า ฝ่าย
เปโตรจึงกล่าวแก่เขาว่า จงกลับใจใหม่และรับบัพติศมา ในพระนามแห่ง
พระเยซูคริสต์สิ้นทุกคน เพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปของท่านเสีย แล้ว
ท่านจะได้รับพระราช ทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ (กิจการฯ 2:38) เมื่อเราได้รับ
ความรอดแล้ว เท่ากับเราได้รับบัพติศมาด้านจิตวิญญาณเข้าสู่พระคริสต์
(กาลาเทีย 3:26, 27) เราได้ถูกรับเข้าเป็นส่วนหนึ่งแห่งพระกายของพระองค์
ด้วย พระกายนี้คือคริสตจักร หรือโบสถ์ (1 โครินธ์ 12:13) ในพระคัมภีร์ การรับ
บัพ ติศมาใต้ผิวน้ำ เป็นสัญลักษณ์ของการชำระให้สะอาด (เอเฟซัส 5;25, 26)
และ เป็นการเกิดใหม่ฝ่ายจิตวิญญาณ (ยอห์น 3:5) ทั้งสองประการนี้อยู่ในหัวข้อ
ที่ สำคัญของความรอด หลายคนคิดว่า พิธีบัพติศมา ไม่ค่อยสำคัญ แต่สำหรับ
คน จำนวนมากในโลก
การเข้าสู่พิธีบัพติศมา เป็นการแสดงออกถึงความกล้าหาญ ในหลาย
ศตวรรษที่ผ่านมา การที่คนหนึ่งเข้าสู่พิธีบัพติศมา หมายถึงการที่เขาจะต้อง
แยกตัวจาก ภรรยา หรือสามี จากครอบครัว หรือแม้แต่จากชุมชน หรือแม้
กระทั่งการเข้า คุก หรือความตาย
จำนวนคำสั่งสุดท้ายของพระเยซูบนโลกนี้ ครั้งหนึ่งทรงบัญชาว่า เจ้า
ทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศข่าวประเสริฐแก่มนุษย์ทุกคน ผู้ใดเชื่อและ
รับบัพติศมาแล้วผู้นั้น จะรอด แต่ผู้ใดไม่เชื่อจะต้องปรับโทษ (มาระโก 16:15,
16)
จงคิดสักครู่หนึ่ง คำสั่งสุดท้ายของพระเยซูที่ตรัสสั่งสาวกให้ทำการประกาศ
และ ส่วนหนึ่ง คือให้ประกอบพิธีบัพติศมาให้กับคนที่รับเชื่อในพระองค์ เมื่อ
พระ เยซูทรงมีพระบัญชาเช่นนี้ เราไม่อาจจะทำเป็นเฉยต่อความสำคัญของพิธี
บัพ ติศมาได้
ท่านรู้สึกจริงจังเพียงใดในประสบการณ์ของท่าน ต่อคำของ
อัครทูตเปาโล ใน โรม 6:1-6 ? ชีวิตใหม่ ในพระคริสต์ของท่าน ได้
เปลี่ยน แปลงอะไรของท่านบ้าง? ท่านได้รับความรอดพ้นจากอะไร? ใน
พื้นที่ส่วนไหนของท่านที่ยัง ต้องการเปลี่ยนแปลง? ท่านจะให้ความร่วม
มือ กับองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ดีขึ้นอย่างไร? พระองค์คือผู้เสนอจะชำระ
ท่านจากความบาปทั้งสิ้นของ ท่าน
วันอังคาร การใช้ประโยชน์ของน้ำ (ปฐมกาล 2:10)
มีแม่น้ำสายหนึ่งไหลจากเอเดนรดสวนนั้น จากที่นั่นก็แยก
ออกเป็นสี่สาย (ปฐมกาล 2:10)
ในปฐมกาล 2:10 แสดงให้เห็นว่า มีน้ำสำหรับสิ่งมีชีวิตที่พระองค์
ได้ทรง เนรมิตสร้างขึ้น อันรวมถึงมนุษย์ สัตว์ และพืช ในสวนเอเดน ก่อน
ที่ความ บาปจะเข้ามาในโลก ข้อมูลความจริงนี้บอกอะไร?
ในฐานะเป็นสิ่งมีชีวิต เราทุกคนต้องการอากาศ น้ำ และอาหาร เพื่อจะ
ดำรงชีวิตอยู่ได้ (ปฐมกาล 1:29) สวนเอเดนเป็นอุทยานที่สวยงาม แม่น้ำใหญ่
สายหนึ่งไหลหล่อเลี้ยงสวน เอเดน แล้วจากนั้น ไหลแยกออกเป็นสี่สาย อันมี
ชื่อว่า ปิโชน, กิโฮน,ไทกริส และยูเฟรติส พระเจ้าทรงประทานน้ำ เพื่อให้น้ำ
เป็นสิ่งหล่อ เลี้ยง และปกป้องสิ่งมีชีวิตที่พระองค์ได้สร้างขึ้น
มนุษย์เราเป็น สิ่งมีชีวิตที่พระเจ้าได้ทรงสร้างขึ้น เราจำเป็นต้องได้รับน้ำ
เพื่อจะมี ชีวิตอยู่ได้ กล่าวคือทุกเซลล์ในร่างกายของคนเรา เนื้อเยื่อ และอวัยวะ
ต่างๆ ล้วนต้องการน้ำหล่อเลี้ยงจึงจะทำงานได้ นอกจากนี้น้ำยังช่วยรักษา
อุณหภูมิ ของร่างกาย น้ำ และออกซิเจน นำอาหารไปสู่เซลล์ทั่วร่างกาย อีกทั้ง
ช่วย ให้โลหิตไหลเวียนไปทั่วสรรพางค์กาย เราต้องการดื่มน้ำมากกว่า ที่เรารู้สึก
กระหาย จึงจะดื่มน้ำ ของเหลวหลายประเภท เช่น นม ผลไม้ ผัก และน้ำผักหรือ
ท่าน รู้สึกจริงจังเพียงใดในประสบการณ์ของท่าน ต่อคำของ
อัครทูตเปาโล ใน โรม 6:1-6 ? ชีวิตใหม่ ในพระคริสต์ของท่าน ได้
เปลี่ยนแปลงอะไรของท่าน บ้าง? ท่านได้รับความรอดพ้นจากอะไร? ใน
พื้นที่ส่วนไหนของท่านที่ยังต้อง การเปลี่ยนแปลง? ท่านจะให้ความร่วม
มือกับองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ดีขึ้น อย่างไร? พระองค์คือผู้เสนอจะชำระ
ท่านจากความบาปทั้งสิ้นของท่าน
ผลไม้ ทำให้ร่างกายเราได้รับน้ำในหลากหลายรูปแบบ แต่น้ำที่รับจากสุรา เบียร์
วิสกี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มาในชื่อต่างๆ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนจะเป็นตัว
เร่งร่างกายให้เสียน้ำ ซึ่งอาจเป็นอันตรายมากกว่าให้คุณ
น้ำบริสุทธิ์มีคุณค่าดีกว่าเครื่องดื่ม หลายประเภท จงเริ่มวันใหม่ของคุณ
ด้วยการดื่มน้ำ หนึ่ง หรือสองแก้ว จากนั้นดื่มน้ำต่อเนื่องไประหว่างมื้ออาหาร
เมื่อให้แน่ใจว่าร่างกายของ คุณเต็มไปด้วยน้ำ น้ำมีหน้าที่อื่นเพื่อช่วยให้สุขภาพดี
ด้วย เช่นการล้างมือจะช่วยไม่ให้ติดเชื้อจากการจับสิ่งของ หรือจากคนหนึ่งสู่อีก
คน โรคที่มีอาการอักเสบ หรือติดเชื้อหลายชนิดจะป้องกันไว้ได้ ด้วยการล้างมือ
อย่าง ถูกวิธี โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนรับประทานอาหาร การอาบน้ำทุกวันจะขจัด
เหงื่อ ไคล และฝุ่นออกจากร่างกาย ซึ่งสิ่งเหล่านั้นนำเชื้อโรคมาสู่ร่างกายเรา
ประเด็น สำคัญของ เลวีนิติ 11:40; เลวีนิติ 13:6, 34, 53, 54
และเลวีนิติ 15:3-13 คืออะไร?
มีการอภิปรายเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ เบื้องหลัง พิธีการชำระให้สะอาด
ในพระคัมภีร์เดิมกันหลายครั้ง หลายคนให้ความเห็นว่า นี่เป็นพิธีชำระให้บริสุทธิ์
ด้านศาสนาเพียงอย่าง เดียว กล่าวคือไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสุขภาพ ในข้อ
พระคัมภีร์บางข้อดู เหมือนชัดเจนกว่าข้ออื่นๆ (อย่างเช่นปุโรหิตจะต้องล้างมือ
และเท้าของพวก เขาก่อนที่จะเข้าไปในพลับพลา อ่านอพยพ 30:20, 21) แต่
จากที่เราทราบใน เรื่องเชื้อโรค และความสะอาดในปัจจุบัน พระเจ้าอาจได้ตั้ง
กฎเกณฑ์ไว้ เพื่อเหตุผลด้านสุขภาพ แม้ว่าชนอิสราเอลสมัยนั้นไม่ทราบทฤษฎี
เกี่ยวกับ เชื้อโรค
ไม่ว่าความจริงจะเป็นประการใด ปัจจุบันเราทราบว่าการใช้น้ำเพื่อทำให้
ตัวเราสะอาด จะทำให้เราได้รับประโยชน์ในการทำให้มีสุขภาพดี
วันพุธ พลัง อำนาจของน้ำ (อิสยาห์ 40:31)
แต่เขาทั้งหลายผู้รอคอยพระ เจ้า จะเสริมเรี่ยวแรงใหม่ เขาจะ
บิน ขึ้นด้วยปีกเหมือนนกอินทรี เขาจะวิ่งและไม่เหน็ดเหนื่อย เขาจะเดิน
และไม่อ่อนเปลี้ย (อิสยาห์ 40:31)
คิดอย่างลุ่มลึกเกี่ยวกับอิสยาห์ 40:31 ท่านอาจรับประโยชน์จาก
พระ คัมภีร์ข้อนี้ด้วยตัวท่านเองอะไรบ้าง? ท่านสามารถใช้พระสัญญานี้
ในชีวิต ของท่านอย่างไร?
การทดลองครั้งประวัติศาสตร์ กล่าวคือไม่มีการทดลองอย่างเดียวกัน
นี้มาก่อน ดร. พิทท์ แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้กำหนดให้นักกรีฑาเดินบน
เครื่องสายพาน (treadmill) โดยกำหนดสามไมล์ครึ่งต่อหนึ่งชั่วโมง ภายใต้
สิ่งแวดล้อมที่ ร้อน นักกรีฑาที่เข้าในการทดสอบ ได้รับการส่งเสริมให้ดื่มน้ำได้เท่า
ที่ พวกเขาต้องเสียเหงื่อไปในขณะทดสอบ เมื่อการทดสอบได้เสร็จสิ้นลง นัก
กรีฑา ทุกคนยังรู้สึกว่าพวกเขาอาจเดินบนเครื่องสายพานอีกได้หลายชั่วโมง!
จาก G.C. Pitts, R.E. Johnson, F.C. Conzolazio,Work in the Heat as
Aff ected by Intake of Water, Salt and Glucose, 1944.
การทดสอบนี้ชัดเจน น้ำอาจให้กำลังวังชา และพลังงานแก่เราได้ โดย
เฉพาะอย่างยิ่งขณะที่เราทำ งานที่ใช้กำลังอย่างหนัก แต่การได้รับน้ำไม่เพียงพอ
จะทำให้คนเรารู้สึก ว่าตนสูญเสียน้ำมากเกินไป (dehydrated) ซึ่งผู้ที่ขาดน้ำจะ
รู้สึก เหนื่อยง่ายมากกว่าตอนที่ได้ดื่มน้ำอย่างพอเพียง อนึ่งการไม่ได้รับน้ำพอ
เพียง สามารถทำให้ร่างกายทำงานไม่เป็นปกติ ร่างกายอาจดื้อทนทำงานต่อไป
แต่การ ไม่ได้รับน้ำเพียงพอจะนำไปสู่การเสื่อมสุขภาพ
เป็นไปได้เช่นกัน การได้รับน้ำอย่างมากมายทำให้อาการบางอย่างเช่น
การปวด ศีรษะอยู่ในวงจำกัด อันจะทำให้ความต้องการสำหรับยาแก้ปวดลดน้อย
ลง ซึ่งหมายถึงการลดผลข้างเคียงจากการใช้ยาบ่อยเกินไปอีกด้วย นักกรีฑา
ส่วน ใหญ่ทราบดีว่าในช่วงการออกกำลังอย่างหนักต่อเนื่องนานๆ ความต้องการ
ดื่ม น้ำจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน
แต่ก็เป็นไปได้ที่คนหนึ่งจะดื่มน้ำมากจนเกินไป การดื่มมากเกินไปจะ
นำไป สู่อาการ เมาน้ำ (drunk with water) จำนวนน้ำพอดีขึ้นอยู่กับปัจจัย
หลายอย่าง เช่นขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ขนาดของร่างกาย และการทำงานของไต แต่
ที่ สังเกตง่ายคือ ควรดื่มน้ำเพียงพอที่จะทำให้น้ำปัสสาวะเป็นสีซีด หรือใส นี่พูด
ถึงบุคคลที่อยูใ่ นสุขภาพดีปกติ ในกรณีของคนสว่ นมาก เราควรพยายามที่จะดื่ม
น้ำอย่างน้อย 6-8 แก้ว (อย่างน้อยขนาด 250 ซี.ซี. ต่อแก้ว) ต่อวัน และเราควร
ดื่มน้ำมากขึ้น เมื่อทำงานกลางแจ้งในที่มีแสงแดด หรืออากาศร้อน
ท่านเองดื่มน้ำปริมาณเท่าไรในแต่ละวัน? ลองพินิจอย่าง
รอบคอบ เพื่อบันทึกว่าท่านดื่มไปกี่แก้วในแต่ละวัน ถ้าท่านยังดื่มน้ำ
ไม่พอ ถามตัวเองว่ามีอะไรยับยั้งท่านไว้จากการทำสิ่งง่ายๆ แต่มี
ประโยชน์หลายประการต่อตัวท่าน เอง ?
วัน พฤหัสบดี การบำบัดด้วยการใช้น้ำ (ยอห์น 9:11)
เขาตอบว่า ชายคนหนึ่งชื่อเยซูได้ทำโคลนทาตาของข้าพเจ้า
และบอกข้าพเจ้าว่า จงไปที่สระสิโลอัมแล้วล้างโคลนออกเสีย ข้าพเจ้า
ก็ได้ไปล้างตาจึงมองเห็นได้ (ยอห์น 9:11)
อ่าน ยอห์น 9:11 ซึ่งเป็นเรื่องของพระเยซูทรงรักษาโรคให้กับชาย
ตาบอดตั้งแต่กำเนิด พระองค์ใช้อะไรเป็นสื่อในการทำการอัศจรรย์รักษา
โรค ที่ต่างกับรายอื่นๆ เมื่อพระองค์รักษาโรค? ตัวอย่างเช่น อ่านมัทธิว
8:8-13; มัทธิว 9:2-7 และลูกา 8:46, 47? ความหมายที่เป็นได้คืออะไร
ถ้ามี เราจะสามารถพบความแตกต่างนี้ได้ไหม?
เป็นสิ่ง สำคัญที่จะใช้น้ำสะอาดทำความสะอาด ทั้งภายนอก และภายใน
ของร่างกาย คนจำนวนมากในบางพื้นที่มีความลำบากที่ได้น้ำที่บริสุทธิ์สะอาด
น้ำที่ไม่ สะอาด (สกปรกหรือมีสิ่งเจือปน) อาจต้องนำไปผ่านกระบวนการทางเคมี
ทำการก รอง หรือต้มให้เดือด เพื่อให้ปลอดภัยสำหรับใช้ดื่ม และใช้ในบ้านเรือน
อย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว น้ำเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับใช้ภายใน หรือภายนอก
ร่าง กาย นอกจากนี้ เรายังอาจใช้น้ำในการบำบัดได้ด้วย ซึ่งเรียกกันว่า การ
บำบัด ด้วยน้ำ (hydro-therapy) ซึ่งการบำบัดดังกล่าวนี้ จะช่วยให้ผู้รับการ
บำบัด ได้รับการบรรเทาจากอาการหลายอย่าง ใช้น้ำในการบำบัดนั้น เราจะต้อง
ใช้ ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ สำหรับรายที่การหมุนเวียนของโลหิตไม่
ดี อย่างคนที่เป็นโรคเบาหวาน หรือผู้ที่เจ็บป่วยด้านระบบประสาท เป็นการดี
ที่ ท่านจะได้รับการฝึกอบรมในการให้การบำบัดด้วยน้ำอย่างถูกต้อง ก่อนที่จะ
นำ ไปใช้
หลายคนไม่เคยเรียนรู้ หรือมีประสบการณ์ของการได้ประโยชน์ การ
บำบัดด้วยน้ำอย่างถูกต้อง จึงรู้สึกกลัวที่นำมาใช้ คนจำนวนมากยังไม่ค่อยเข้าใจ
เรื่องการให้การ บำบัดด้วยน้ำเท่าที่ควร การจะมีความชำนาญในการใช้ ต้อง
ผ่านการอบรม และฝึกในด้านปฏิบัติ ด้วยการติดตามไปดูการทำงานของผู้ที่มี
ประสบการณ์ ก่อน หลายคนไม่เต็มใจที่จะเรียนรู้ พวกเราไม่ควรมีข้อแก้ตัวที่
จะเรียน รู้ในเรื่องนี้ ถ้าเรารู้จักการใช้น้ำในการบำบัดอย่างถูกต้อง ก็จะสามารถ
ใช้ ในการบรรเทาความเจ็บปวด และหยุดการแพร่ของเชื้อโรคได้ ทุกคนควรมี
ความ รู้ในการให้การบำบัดอย่างง่ายๆ ที่บ้าน มารดาควรทราบวิธีเอาใจใส่
ครอบ ครัวของเธอทั้งในการดูแลสุขภาพ และเอาใจใส่เมื่อมีใครในบ้านเจ็บป่วย
จาก หนังสือของเอลเลน จี. ไวท์. ใน แพทย์ผู้ประเสริฐ หน้า 237
ท่านมีความระมัดระวังในนิสัยด้านสุขภาพเพียงใด? เป็นการดี
กว่าไหมที่ท่านจะเอาใจใส่ดูแลตัวเองตั้งแต่บัดนี้? ทำไมท่านจะปล่อย
ให้นิสัย หรือความเคยชินไม่ดีทำให้ท่านเจ็บป่วย? จะเป็นการดีกว่าไหม
ที่จะเริ่มปฏิบัติตามหลักการสุขภาพเดี๋ยวนี้ และป้องกันไม่ให้เชื้อโรค
เข้ามาสู่ร่างกาย แทนที่จะต้องทนความทุกข์ลำบากในการพยายาม
เยียวยา เมื่อเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา?
วันศุกร์ ศึกษาเพิ่มเติม:
หนังสือ ของ เอลเลน จี.ไวท์. บทที่ชื่อ Beverages ในหนังสือ
Counsels on Diet and Food หน้า 419, 420 และบทที่ชื่อ Frequent
Bathing ในหนังสือ Counsels on Health หน้า 104
เหล่าผู้ที่ให้การดูแลคนป่วย ควรรุดไปข้างหน้าในงานสำคัญของพวก
เขา ขณะเดียวกันพึ่งในพระเจ้าสำหรับพระพรจากพระองค์ พระเจ้าผู้ทรงเมตตา
คุณ หนุนใจให้เราใช้ อากาศบริสุทธิ์ ความสะอาด อาหารสุขภาพ การพักผ่อน
อย่าง ถูกต้อง และน้ำในการบำบัด จาก Counsels on Diet and Food,
page 303. โมเสสใช้ไม้เท้าของเขาตีลงที่ก้อนศิลา น้ำได้ไหลออกสำหรับพลไพร่
ที่ กระหายเพื่อพวกเขาจะได้ดื่ม ศิลาดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ถึงการสิ้นพระชนม์
ของ พระเยซู ผู้เป็นสายน้ำพุแห่งชีวิต และความรอด สายน้ำนี้จะไหลสู่ผู้หิว
กระหาย ทั้งมวล ที่กระหายจะได้ดื่มกิน พระดำรัสของพระคริสต์คือน้ำแห่งชีวิต
ต่อ หน้าฝูงชนในวันนั้น พระเยซูทรงถูกยกขึ้นบนกางเขน อันเป็นเหตุให้น้ำ
แห่ง ชีวิตไหลลงสู่โลกใบนี้ ในการสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์ ซาตานคิดว่าตนได้
ทำลาย เจ้าชายแห่งชีวิต แต่การที่พระองค์สิ้นพระชนม์เป็นเหมือนก้อนศิลาได้
ถูก ตี เพื่อให้น้ำแห่งชีวิตไหลล้นออกมา ขณะที่พระเยซูทรงตรัสกับประชาชน
จิต ใจของเขารู้สึกหวั่นไหวด้วยความรู้สึกประหลาด และคนจำนวนมากพร้อมที่จะ
ร้อง ออกมาเหมือนหญิงชาวสะมาเรียว่า ท่านเจ้าคะ ขอน้ำนั้นให้ดิฉันเถิด เพื่อ
ดิฉัน จะได้ไม่กระหายอีก และจะได้ไม่ต้องมาตักที่นี่ (ยอห์น 4:15) หนังสือของ
เอ ลเลน จี.ไวท์. ผู้พึงปรารถนาแห่งปวงชน หน้า 454
คำถามเพื่อการอภิปราย:
1. ในบางพื้นที่ของโลกนี้ ผู้คนสามารถเดินเข้าไปในร้านสะดวก
ซื้อ หรือซุปเปอร์มาเก็ต และพบน้ำดื่มที่บรรจุมาในขวด ซึ่งอาจ
มากมายถึงสี่ สิบยี่ห้อ แตกต่างกัน แต่ในบางพื้นที่ของโลกผู้คน
จำนวนมากมุ่งเข้าไปยัง แหล่งน้ำ เพื่อจะได้ดื่มน้ำบริสุทธิ์ เราจะทำ
อะไรได้บ้างเพื่อช่วยให้ ผู้คนทั้งหลายมีน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐาน
ของชีวิต? เราจะปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำในชุมชนของเราให้
มีระบบดีขึ้นได้อย่าง ไร?
2. ถ้าท่านสามารถเข้าถึงนักสุขศึกษาอาชีพ หรือใครคนหนึ่งที่
เชี่ยว ชาญในเรื่องของน้ำ เชิญเขา หรือหล่อนให้มาบรรยายที่ชั้น ใน
รายละเอียด มากขึ้น เกี่ยวกับคุณประโยชน์ของน้ำ ถามเขาหรือ
หล่อนด้วยเกี่ยวกับการนำ น้ำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เพื่อ
ท่านได้คุณประโยชน์จากน้ำมากขึ้น
3. พระเยซูทรงเชื้อเชิญให้เราเข้ามาหาพระองค์ และดื่มน้ำแห่งชีวิต
โดยไม่ ต้องเสียค่า (วิวรณ์ 22:17) นั่นหมายถึงอะไร? เราจะทำตาม
คำเชิญได้อย่าง ไร? มีข้อกำหนด หรือเงื่อนไขอะไร เพื่อเราจะได้ดื่ม
น้ำแห่งชีวิตที่พระ เยซูทรงเสนอให้?
----------------------------------------------------------------------------------------------------