ค้นพบ
บทที่ 12
พระผู้ช่วยให้รอดจากบาปผู้ทรงสถิต-นิรันดร์
-การเข้าหาพระเยซูได้ตลอดเวลา
-พระวจนะในพระคัมภีร์เก่า
-พระเยซูทรงงานพันธกิจเพื่อเราที่สถานนมัสการ
-ทำไมเป็นเลือด? ....และมากไปกว่านั้น!
พระผู้ช่วยให้รอดจากบาปผู้ทรงสถิต-นิรันดร์
ค่ำคืนหนึ่งที่มืดเป็นสีดำสนิท พ่อหนูน้อยชาวสก็อตชื่อปีเตอร์ มาร์แชลหลงทางที่หนองน้ำใกล้เมืองแบมเบริช พระเจ้าทรงเรียกชื่อเขา “ ปีเตอร์! “ เมื่อเสียงจากสวรรค์ได้เรียกชื่อเขาอีกครั้ง ปีเตอร์หยุดก้าว มองไปข้างล่างและพบว่าอีกเพียงก้าวเดียว เขาก็จะตกจากโขดหินลงในบ่อหินปูนร้าง
เป็นการอัศจรรย์ใจขนาดไหนหากเราได้ยินพระเจ้าทรงเรียกชื่อเราแต่ละคน? เป็นการดีเยี่ยมขนาดไหนหากพระองค์ทรงเป็นเพื่อนที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งสามารถนั่งคุยกันจริงๆเป็นเวลานานๆในห้องรับแขก เกี่ยวกับการต่อสู้ดิ้นรนและความฝันต่างๆของเรา?
การเข้าหาพระเยซูได้ตลอดเวลา
ท่านเชื่อหรือไม่ว่า จริงๆแล้วเดี๋ยวนี้พระเยซูทรงเข้าถึงเราง่ายกว่าเมื่อครั้งที่ พระองค์ทรงอาศัยอยู่บนโลกในสภาพของคนที่เรามองเห็นได้เสียอีก ก็โดยผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ไง (ยอห์น 14:16-20) แน่นอน การที่มีพระคริสต์เป็นเนื้อหนังมังสาในบ้านเมืองเราเป็นเรื่องมหัศจรรย์ แต่ลองคิดดูกลุ่มคนมหาศาลที่เบียดเสียดแย่งกันเข้ามาเพื่อขอดูพระองค์อย่างใกล้ๆ ลองคิดดูความต้องการที่จะมีเวลากับพระองค์ เป็นการดีทีเดียวที่ในชีวิตหนึ่งๆของแต่ละคน จะได้พูดคุยกับพระองค์โดยตรงสักสองสามนาทีแบบตัวต่อตัว อย่างไรก็ตามพระคริสต์ทรงปรารถนาที่จะสร้างความสัมพันธ์ส่วนพระองค์กับเราทุกๆคน และนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่พระองค์ทรงจากโลกนี้ไปเพื่อช่วยเราเป็นพิเศษบนสวรรค์ พระเยซูทรงอยู่ใกล้ปีเตอร์ มาร์แชลที่ยืนอยู่ริมโขดหินบริเวณบ่อหินนั้น พระองค์ทรงนำเขาให้กลายเป็นศาสนาจารย์ของโบสถ์ใหญ่ในย่านธุรกิจรัฐวอชิงตัน ดี.ซี. และเป็นอนุศาสนาจารย์ของวุฒิสภาของสหรัฐอเมริกา และเพราะว่าพระเยซูทรงไม่ถูกจำกัดเพียงที่ใดที่หนึ่งเหมือนเมื่อครั้งที่พระองค์ทรงอยู่บนโลก แต่เดี๋ยวนี้พระองค์ทรงอยู่ใกล้และสามารถชี้นำชีวิตของเราทุกๆคนที่ต้องการได้เลยทีเดียว
พระเยซูทรงให้พระสัญญาอะไรที่เป็นกำลังใจแก่เหล่าผู้ติดตามพระองค์ก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นไปบนสวรรค์?
“สิทธิอำนาจทั้งหมดในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดีทรงมอบไว้แก่เราแล้ว... และนี่แน่ะ เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค”
— มัทธิว 28:18, 20 (หากมิได้ทำเครื่องหมายอื่นใดไว้ บทความในพระคัมภีร์ทั้งหมดที่อยู่ในบท ค้นพบ นี้มาจากพระคัมภีร์สากลฉบับใหม่ [เอ็นไอวี] แปลไทยจาก “พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิม ฉบับ 1971 (ย่อขนาดปี 1998),ภาคพันธสัญญาใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2002 สงวนลิขสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย ใช้โดยได้รับอนุญาต”)
พระคริสต์ทรงทำอะไรในสวรรค์เพื่อให้เป็นไปได้สำหรับพระองค์ที่จะทรงสถิต “กับท่านเสมอไป”?
“เพราะฉะนั้น เมื่อเรามีมหาปุโรหิตยิ่งใหญ่ผู้เสด็จผ่านฟ้าสวรรค์แล้ว คือพระเยซูพระบุตรของพระเจ้า ขอให้เรายึดมั่นในหลักความเชื่อที่ประกาศรับไว้ เพราะว่า เราไม่มีมหาปุโรหิตที่ไม่สามารถจะเห็นใจในความอ่อนแอของเรา แต่ทรงเคยถูกลองใจเหมือนเราทุกอย่าง ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังปราศจากบาป ฉะนั้นขอให้เราเข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณด้วยความกล้า เพื่อเราจะได้รับพระเมตตา และจะพบพระคุณที่ช่วยเราในยามต้องการ”
— ฮีบรู 4:14-16
โปรดจงมั่นใจว่าพระเยซูทรงเป็นตัวแทนส่วนตัวของเราบนสวรรค์ “ทรงเคยถูกลองใจเหมือนเราทุกอย่าง” “เห็นใจในความอ่อนแอของเรา” “ช่วยเราในยามต้องการ” พระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตของเราที่ทรงคอยต้อนรับเรา และนำเราสู่เบื้องพระพักตร์พระเจ้า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเราได้ “เข้าถึงพระบัลลังก์แห่งพระเกียรติคุณด้วยความมั่นใจ”
พระเยซูทรงอยู่ที่ไหนบนสวรรค์?
“แต่เมื่อพระคริสต์ทรงถวายเครื่องบูชา เพื่อลบบาปเพียงครั้งเดียวสำหรับตลอดไปแล้ว พระองค์ก็ประทับเบื้องขวาของพระเจ้า”
— ฮีบรู 10:12
พระคริสต์ยังทรงพระชนม์อยู่ (บางคนเข้าใจว่า) คือตัวแทนส่วนตัวของเราบนบัลลังก์ “ทรงประทับเบื้องขวาของพระเจ้า”
พระเยซูทรงเตรียมพระองค์อย่างไรเพื่อที่จะเป็นมหาปุโรหิตของเรา?
“เพราะเหตุนี้พระองค์จึงต้องเป็นเหมือนกับพี่น้องทุกอย่าง เพื่อจะได้เป็นมหาปุโรหิต ผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาและความซื่อสัตย์ ในการกระทำกิจต่อพระเจ้าเพื่อที่จะลบล้างบาปของประชาชน เพราะพระองค์เองได้ทรงทนทุกข์และถูกทดลอง พระองค์จึงทรงสามารถช่วยผู้ที่ถูกทดลองได้”
— ฮีบรู 2:17, 18
“พี่น้อง” ของเราซึ่งมีความเป็นมนุษย์และ “ทรงถูกทดลอง” เหมือนเรา เดี๋ยวนี้กลายเป็นมหาปุโรหิตของเราทรงประทับอยู่เบื้องขวาของพระบิดา “ทรงเป็นเหมือน” เรา พระองค์จึงทรงรู้ว่าเรากำลังจะผ่านอะไร พระองค์ทรงหิว ทรงกระหาย และทรงเหนื่อย พระองค์ทรงทราบถึงความต้องการของเรา คือความเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจ พระองค์ทรงทราบถึงความกลัดกลุ้มของการถูกทดลองที่น่าอึดอัด แต่เหนือสิ่งใดทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น พระเยซูทรงมีคุณสมบัติครบที่จะเป็นมหาปุโรหิตของเราเพราะพระองค์ทรงเป็นพระเมษโปดก (ลูกแกะ) ของพระเจ้าที่ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อรับบาปแทนเรา
“จงดูพระเมษโปดกของพระเจ้า ผู้ทรงรับบาปของโลกไป”
— ยอห์น 1:29
เหมือน “พระเมษโปดกของพระเจ้า” ที่ทรงเสียสละ พระเยซูทรงทราบถึงความเจ็บปวดอันแสนสาหัส พระองค์ทรงถลำลึกถึงความทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและทางความรู้สึก ที่พระองค์ทรงได้รับอย่างสุดแสนจะทน
“แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความทรยศของเราทั้งหลาย ท่านฟกช้ำเพราะความบาปผิดของเรา การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายสมบูรณ์นั้น ตกแก่ท่าน ที่ท่านต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี”
— อิสยาห์ 53:5
พระเยซูทรงรับผิดชอบต่อบาปของเรา และทรงยอมสิ้นพระชนม์แทนเรา เราแต่ละคนสามารถยอมรับความเชื่อความศรัทธาที่พระองค์ทรงจ่ายหนี้บาปแทนเรา นี่คือพระวจนะของพระองค์ เป็นข่าวอันประเสริฐเพื่อมนุษย์ทุกๆคนสำหรับทุกๆที่และทุกๆเวลา
ศาสนาจารย์ที่โรงเรียนสอนศาสนาของเราแห่งหนึ่งได้แบ่งปันประสบการณ์คือ “เมื่อลูกสาวคนเล็กสุดของเราอายุได้สามขวบ นิ้วของเธอถูกเก้าอี้ที่พับได้หนีบ ทำให้กระดูกแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เรารีบพาเธอไปพบแพทย์ เสียงร้องอันดังแสดงถึงความเจ็บปวดของเธอซึ่งแทบจะฉีกหัวใจเราออกเป็นชิ้นๆ แต่เสียงร้องแสดงความเจ็บปวดนั้นทำให้ลูกอายุห้าขวบอีกคนของเรารู้สึกอีกแบบหนึ่งที่พิเศษออกไป ผมจะไม่ลืมคำพูดเหล่านั้นของเธอเลย ขณะที่หมอกำลังรักษาบาดแผลให้น้องสาวของเธออยู่ พี่สาวร้องไห้สะอึกสะอื้นและพูดว่า ‘โอ้...คุณพ่อขา หนูอยากให้เป็นนิ้วของหนูแทนจังเลยค่ะ!’ “
เมื่อความเป็นมนุษย์ทั้งหมดถูกครอบด้วยบาปและถูกตัดสินให้ตายอย่างนิรันดร์ พระเยซูทรงรู้สึกว่า “โอ้...พระบิดา ข้าพระองค์ปรารถนาที่จะให้เป็นข้าพระองค์แทน” และเมื่อพระบิดาทรงทำให้พระเยซูทรงสมหวังโดยการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนแทนพวกเรา พระผู้ช่วยให้รอดจากบาปของเราทรงได้รับความทุกข์ทรมาน ความเจ็บปวดทุกๆอย่างเหมือนที่เราทุกๆคนได้รับแต่มากกว่านั้นอีก!
พระวจนะในพระคัมภีร์เก่า
เมื่อชาวอิสราเอลตั้งแคมป์ที่เชิงเขาซีนาย พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสสสร้างพลับพลาชั่วคราวให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อนมัสการพระเจ้า “จงระวังทำสิ่งเหล่านี้ ตามแบบอย่างที่เราแจ้งแก่เจ้าบนภูเขา” (อพยพ 25:40) เกือบ 500 ปีต่อมาได้มีธรรมศาลาหินที่ยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ซาโลมอนมาแทนที่ที่เดิมนั้น ซึ่งยังคงสภาพการจัดวางตามแบบเดิมเหมือนพลับพลาชั่วคราวหลังเก่าทุกประการ
พระเจ้าทรงมีคำอธิบายรายละเอียดทุกอย่าง สำหรับการออกแบบสถานนมัสการที่ศักดิ์สิทธิ์บนโลก และทรงตรัสให้ทราบถึงวิธีนมัสการต่างๆว่าต้องทำอย่างไรตั้งแต่ต้นจนจบ ชาวฮีบรูได้เรียนรู้พิธีต่างๆจากบทเรียนนั้นๆในพระคัมภีร์เก่านี้ และเป็นสิ่งเดียวกับที่พระคัมภีร์ใหม่ประกาศถึงความจริงต่างๆ ผ่านทางชีวิตและการสิ้นพระชนม์และการช่วยเหลือของพระคริสต์ ในฐานะพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ของเรา
เมื่อพระเจ้าทรงบอกโมเสสให้สร้างสถานนมัสการตามรายละเอียดของพระองค์ พระองค์ทรงมีพระประสงค์อะไรในใจ?
“แล้วให้เขาสร้างสถานนมัสการถวายแก่เรา เพื่อเราจะได้อยู่ท่ามกลางพวกเขา”
— อพยพ 25:8
ความบาปเป็นสาเหตุทำให้มนุษย์แยกตัวออกจากพระผู้สร้างของเขาทั้งหลายอย่างน่าเศร้า สถานนมัสการเป็นวิธีทางพระเจ้าเพื่อแสดงว่าพระองค์ทรงสามารถอยู่ท่ามกลางพวกเราได้ เป็นการแสดงถึงแผนของพระองค์ในการช่วยให้รอดจากบาป
สถานนมัสการ (ซึ่งต่อมาก็คือโบสถ์) กลายเป็นศูนย์กลางชีวิตและการนมัสการทางศาสนพิธี ในสมัยพระคัมภีร์เก่า พิธีการต่างๆดังกล่าวได้เปิดเผยถึงวิธีที่พระเจ้าทรงสนทนากับพวกเราและวิธีที่เราจะสามารถสนทนากับพระองค์ ทุกเช้าเย็นประชาชนจะมารวมตัวกันรอบๆสถานนมัสการและเริ่มสนทนากับพระเจ้าโดยการอธิษฐาน (ลูกา 1:10) ดังที่ประกาศไว้ในพระสัญญา “ที่ที่เราจะพบกับเจ้า” (อพยพ 30:6)
ท่านอาจประหลาดใจว่าพระคัมภีร์เก่าสอนพระวจนะการช่วยให้รอดบาป เหมือนๆกับที่พระคัมภีร์ใหม่ได้สอน ซึ่งแท้จริงแล้วการใช้สัญญลักษณ์ในพระคัมภีร์เก่าในเรื่องสถานนมัสการของอิสราเอล ได้บรรยายให้เห็นสถานนมัสการบนสวรรค์ ซึ่งพระเยซูผู้เป็นมหาปุโรหิตทรงถ่ายทอดความคิดเหล่านั้น เพื่อการสร้างสถานนมัสการบนโลกให้เหมือนกับสถานนมัสการบนสวรรค์โดยผ่านทางการจัดการพันธกิจของเรา เป็นการเข้าใจที่ถูกต้องแล้ว ที่สถานนมัสการและวิธีนมัสการต่างๆเหล่านั้นเป็นสิ่งที่พระเยซูทรงกำลังทำอยู่ตอนนี้ในสถานนมัสการบนสวรรค์ และเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงกำลังทำอยู่ตอนนี้บนโลก เพื่อเพิ่มคุณค่าและชี้ทางการดำเนินชีวิตประจำวันให้เราแต่ละคน
พระเยซูทรงงานพันธกิจเพื่อเราที่สถานนมัสการ
เพราะว่าสถานนมัสการบนโลกสะท้อนแบบอย่างพระวิหารในสวรรค์ซึ่งเดี๋ยวนี้พระเยซูทรงงานพันธกิจอยู่ พระวจนะในอพยพบทที่ 25-40 อธิบายถึงรายละเอียดมากมายของงานนมัสการและศาสนพิธีต่างๆของสถานนมัสการในที่ที่กว้างใหญ่ไพศาล สำหรับการสรุปย่อการตกแต่งสถานนมัสการมีปรากฏในพระวจนะอพยพเช่นกัน
“จงตั้งหีบพระโอวาทไว้ในพลับพลา [จัดไว้ชั่วคราว] และกั้นม่านบังหีบนั้นไว้ จงยกโต๊ะเข้ามาตั้งไว้ และจัดเครื่องบนโต๊ะไว้ ตามที่ของมันแล้วจงนำคันประทีบนั้นเข้ามา และจัดตะเกียงให้เข้าที่ จงตั้งแท่นบูชาทองคำ สำหรับเผาเครื่องหอมตรงหน้าหีบพระโอวาท แล้วติดม่านบังตาของประตูพลับพลา จงตั้งแท่นสำหรับเครื่องเผาบูชา ไว้ตรงหน้าประตูพลับพลาแห่งเต๊นท์นัดพบ จงตั้งขันไว้ระหว่างเต๊นท์นัดพบกับแท่นบูชา แล้วจงตักน้ำใส่ไว้ในขันนั้น จงตั้งข้างฝาลานไว้รอบพลับพลา และติดม่านบังตาไว้ที่ประตูลานนั้น”
— อพยพ 40: 3-8
พลับพลาที่สร้างขึ้นมีสองห้องคือห้องวิสุทธิสถาน (หมายถึงห้องที่บริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์) และห้องอภิสุทธิสถาน (หมายถึงห้องที่บริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดซึ่งเป็นห้องชั้นใน) มีลานรอบๆพลับพลา ลานด้านหน้าพลับพลาจะมีแท่นบูชาทองสัมฤทธิ์ตั้งอยู่เพื่อให้ปุโรหิตใช้ทำศาสนพิธี และมีขันทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ใช้ล้างมือล้างเท้า
การทำศาสนพิธีบนแท่นบูชาทองสัมฤทธิ์นั้น เป็นสัญญลักษณ์หมายถึงพระเยซูซึ่งยอมสละพระชนม์ของพระองค์บนไม้กางเขนจึงทรงเป็น “พระเมษโปดกของพระเจ้า ผู้ทรงรับบาปของโลกไป!” (ยอห์น 1:29) (พระเมษโปดก หมายถึงลูกแกะ พระเยซูทรงยอมใช้พระองค์เองเป็นเครื่องบูชาเหมือนลูกแกะนั่นเอง) เมื่อคนบาปที่สำนึกผิดมาที่แท่นบูชาเพื่อทำศาสนพิธีและสารภาพบาปของเขา เขาจะได้รับการอภัยและมีการชำระล้างความบาปออกไป ในทำนองเดียวกันคนบาปในทุกวันนี้ได้รับการชำระล้างความบาปออกไปโดยผ่านทางโลหิตพระเยซู (หมายถึงการสิ้นพระชนม์แทนเรา) หรือพระเมษโปดกของพระเจ้า (ยอห์น ฉบับที่หนึ่ง 1:9)
ในห้องแรกเรียกว่าห้องวิสุทธิสถานจะมีที่ตั้งตะเกียง (มีที่จับหนึ่งอันและแตกแขนงออกเป็นกิ่งสำหรับตั้งตะเกียงได้ 7 ดวงเรียงกันบนที่จับอันเดียวกันนั้น) ซึ่งมีตะเกียงอยู่เจ็ดดวงจุดไฟไว้ตลอดเวลา หมายความถึงพระเยซูทรงไม่เคยหยุดเป็น “ความสว่างของโลก” (ยอห์น 8:12) โต๊ะวางอาหาร/ขนมปังสำหรับบูชา (ในสมัยนั้นขนมปังถือเป็นอาหารของพระเจ้าเมื่อยังทรงพระชนม์) การแปลสัญญลักษณ์ที่ทำให้พระองค์พอพระทัยนั้น ขนมปังหมายถึงอาหารที่ให้กับความเป็นเนื้อหนังมังสาหรือร่างกายของเราและเป็นอาหารให้กับความหิวของจิตวิญญาณ ดังนั้นขนมปังจึงเหมือนเป็น “อาหารแห่งชีวิต” (ยอห์น 6:35) แท่นบูชาทองคำวางเครื่องหอม ความหมายของเครื่องหอมคือควันของเครื่องหอมนั้นจะลอยขึ้นไปพร้อมคำอธิษฐาน (เพื่อช่วยเรา) ของพระเยซูสู่เบื้องพระพักตร์พระเจ้า (วิวรณ์ 8:3, 4)
ห้องที่สองเรียกว่าห้องอภิสุทธิสถาน (ห้องชั้นในหรือห้องบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์) จะมีหีบพันธสัญญาหุ้มด้วยทองคำบริสุทธิ์ เป็นสัญญลักษณ์หมายถึงพระบัลลังก์พระเจ้า เป็นห้องไถ่บาปหรือพระที่นั่งกรุณาซึ่งเป็นที่ซึ่งพระเยซูใช้ไกล่เกลี่ยช่วยเหลือเราคนบาปที่ฝ่าฝืนกฏศีลธรรมของพระเจ้า หินจารึกพระบัญญัติสิบประการที่พระเจ้าทรงให้ไว้ทั้งสองแผ่นวางไว้ข้างใต้พระที่นั่งกรุณา เครูบทองคำของพระสิริอยู่ที่สุดปลายพระที่นั่งกรุณาเหนือหีบพันธสัญญาข้างละรูป แสงแห่งพระเกียรติคุณได้ส่องแสงระหว่างเครูบทั้งสองรูปนี้เป็นสัญลักษณ์ของการปรากฏของพระเจ้าพระองค์เอง
ม่านได้ซ่อนห้องวิสุทธิสถาน (ห้องชั้นนอก) จากสายตาของประชาชนในขณะที่ปุโรหิตทั้งหลายเทศนาพวกเขาอยู่ที่ลานสนาม ม่านที่สองจะอยู่ข้างหน้าห้องอภิสุทธิสถาน (ห้องชั้นใน) กั้นห้องชั้นในนี้จากปุโรหิตที่เข้ามาในห้องแรก (ห้องชั้นนอก) ของสถานนมัสการ
เมื่อพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน อะไรเกิดขึ้นกับม่าน?
“และนี่แน่ะ ม่านในพระวิหาร ก็ฉีกขาดออกเป็นสองท่อน ตั้งแต่บนตลอดล่าง”
— มัทธิว 27:51
ห้องอภิสุทธิสถานซึ่งเคยมีหีบพันธสัญญาตั้งอยู่ เป็นสัญญลักษณ์ของพระบัลลังก์พระเจ้าได้ปรากฏขึ้น เมื่อพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์ หลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู ไม่มีม่านมากั้นระหว่างพระเจ้าผู้ทรงบริสุทธิ์กับผู้มีความเชื่ออย่างจริงใจ อีกต่อไป พระเยซู พระมหาปุโรหิตของเราทรงเชื้อเชิญเรา เข้ามาสู่เบื้องพระพักตร์พระเจ้าอย่างเต็มๆ
“เพราะฉะนั้น พี่น้องทั้งหลาย เมื่อเรามีใจกล้าที่จะเข้าไปในสถานศักดิ์สิทธิ์ [กรีกหมายถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย] โดยพระโลหิตของพระเยซู ตามทางใหม่และเป็นทางที่มีชีวิต ซึ่งพระองค์ทรงเปิดให้เราผ่านเข้าไปทางม่านนั้น คือทางพระกายของพระองค์ และเมื่อเรามีปุโรหิตใหญ่เหนือหมู่คนของพระเจ้าแล้ว ก็ให้เราเข้าไปใกล้ด้วยใจจริง ด้วยความไว้ใจเต็มที่”
— ฮีบรู 10:19-22
เราเข้าไปถึงห้องบัลลังก์ของสวรรค์ เพราะพระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตของเราเบื้องขวาของพระเจ้า พระองค์ไม่ได้ทรงอยู่ที่นั่นเพื่อป้องกันเราจากพระบิดา แต่ทำให้เราสามารถเข้ามาอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าได้ เข้าไปในพระหฤทัยของพระบิดาที่เต็มไปด้วยความรักได้ ดังนั้น “ขอให้เราเข้าไปใกล้ๆ” ทำไม? เพราะว่าพระเจ้าทรงต้อนรับเราเหมือนที่พระเยซูทรงตรัสว่า “เราจะไม่บอกท่านว่า เราจะอ้อนวอนพระบิดาเพื่อท่าน เพราะว่าพระบิดาเองก็ทรงรักพวกท่าน” (ยอห์น 16:26, 27)
หลังจากพระผู้ช่วยให้รอดของเราเสด็จกลับไปสวรรค์เมื่อเสร็จการทรงงานบนโลก อัครสาวกยอห์นเห็น “พระวิหารในสวรรค์” (วิวรณ์ 14:17; 15:5; 16:17) ต้นกำเนิดสถานนมัสการบนสวรรค์ซึ่งเป็นต้นแบบของพลับพลาที่โมเสสสร้างขึ้นนั้น ในห้องอภิสุทธิสถาน (ห้องชั้นใน) ยอห์นสังเกตว่า “หีบพันธสัญญา” ซึ่งบรรจุความเป็นนิรันดร์ พระบัญญัติศีลธรรมของพระเจ้าสิบประการ (วิวรณ์ 11:19; ฮีบรู 9:4) ยอห์นสังเกตด้วยว่า “ในสวรรค์....ต่อหน้าพระบัลลังก์ คบเพลิงเจ็ดอัน” (วิวรณ์ 4:1, 5) และ “แท่นบูชาทองคำ” ของเครื่องหอม (วิวรณ์ 8:3) และที่สำคัญที่สุด ยอห์นเห็นพระเยซูทรงประทับท่ามกลางคันประทีปทั้งเจ็ด (วิวรณ์ 1:12, 13)
การเปิดเผยการสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์เพื่อช่วยเราให้พ้นบาป
สถานนมัสการบนโลกเป็นแบบจำลองย่อส่วนพระวิหารบนสวรรค์ สถานที่ซึ่งพระเยซูได้ทรงงานเพื่อเราในตอนนี้ งานนมัสการในสถานนมัสการบนโลกเรียกว่าเป็น “แบบจำลองและเงาของสิ่งที่อยู่ในสวรรค์” (ฮีบรู 8:5, ฉบับคิงส์เจมส์) แต่มีความต่างกันอย่างเห็นได้ชัด “พระเยซูทรงได้รับพันธกิจที่สูงส่งกว่าของพวกเขา เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงเป็นคนกลางแห่งพันธสัญญาอันประเสริฐกว่า ซึ่งตั้งอยู่บนพระสัญญาที่ประเสริฐกว่า” (ฮีบรู 8:6) บรรดาปุโรหิตที่ทำหน้าที่ในโบสถ์บนโลกไม่สามารถยกโทษบาปเองได้ แต่ที่ไม้กางเขนพระเยซู “พระองค์ทรงปรากฏครั้งเดียวเท่านั้น ในปลายยุคเพื่อกำจัดบาปให้หมดสิ้นไป โดยการถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชา” (ฮีบรู 9:26)
พระคัมภีร์เก่าพระวจนะเลวีนิติอธิบายถึงรายละเอียดของงานพันธกิจ ในสถานศักดิ์สิทธิ์ ศาสนพิธีนี้มีสองส่วนคือ งานพันธกิจประจำวันและงานพันธกิจประจำปี บทที่ 13 กล่าวถึงงานประจำปี
ในงานพันธกิจประจำวัน ปุโรหิตถวายเครื่องบูชาเพื่อทั้งสองประเภท คือเพื่อคนแต่ละคนและเพื่อกลุ่มธรรมิกชนทั้งหลายในโบสถ์ หากผู้ใดทำบาป ผู้นั้นจะนำสัตว์บริสุทธิ์มาถวายเป็นเครื่องบูชา “และเขาจะเอามือวางบนหัวของเครื่องบูชาไถ่บาป และฆ่าเครื่องบูชาไถ่บาปนั้น ในที่ที่เขาถวายเครื่องบูชา” (เลวีนิติ 4:29)
เมื่อกลุ่มธรรมิกชนทั้งหลายมีส่วนในการละเมิด ปุโรหิตจะทำพิธีบูชาเกือบเหมือนกันสำหรับพวกเขา หลังจากการฆ่าสัตวบูชา ปุโรหิตจะนำเลือดไปที่สถานนมัสการและป้ายเลือดบนเขาที่แท่นบูชาเครื่องหอม การบูชาเลือดเหล่านี้ถ่ายทอดความจริงที่ว่าความตายเป็นผลของบาป และคนบาปสามารถจะหนีความตายอย่างนิรันดร์นี้ได้ทางเดียวโดยให้ผู้อื่นตายแทนเขาหรือเธอ
การถวายพระองค์เป็นเครื่องบูชาของพระคริสต์เป็นยิ่งกว่าหัวใจของแผนนมัสการ
ข้อที่หนึ่ง สัตว์ที่ใช้เป็นเครื่องบูชาต้อง “ปราศจากตำหนิ” เพราะว่าแสดงให้เห็นถึงหนึ่งเดียวที่ “เป็นผู้บริสุทธิ์ ปราศจากอุบาย ไร้มลทิน แยกจากคนบาปทั้งหลาย” (ฮีบรู 7:26)
ข้อที่สอง ความผิดของคนบาปต้องได้รับการถ่ายโอนไปที่สัตว์ที่ไม่มีความผิดโดยสารภาพบาปและวางมือบนหัว สัญญลักษณ์นี้พระคริสต์ทรงเอาความผิดของเราไปไว้ที่คาลวารี่ พระองค์ทรงทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป “บาปเพื่อเรา” (โครินธ์ ฉบับที่สอง 5:21)
ข้อที่สาม สัตว์ที่ใช้เป็นเครื่องบูชาต้องถูกฆ่าและมีการหลั่งเลือดออกมาเพราะชี้ถึงการลงโทษขั้นรุนแรงที่สุด ให้สมกับที่พระคริสต์ทรงทรมานบนไม้กางเขน สิ่งที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสถานนมัสการในพระคัมภีร์เก่าก็คือ การชี้ให้เห็นถึงการช่วยให้รอดที่ยิ่งใหญ่ของพระคริสต์ การสิ้นพระชนม์เพื่อความบาปของเรา พระองค์ทรงเข้าไปที่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ “ครั้งเดียวเป็นพอโดยนำพระโลหิตของพระองค์เองเข้าไป จึงได้มาซึ่งการไถ่บาปชั่วนิรันดร์” เพื่อเรา (ฮีบรู 9:12)
ทำไมเป็นเลือด?
บางคนบ่นว่า “ในความเป็นคริสเตียนมีเรื่องเกี่ยวกับเลือดมากเกินไป” ทำไมถึงพูดว่า “ถ้าไม่มีโลหิตไหลออกมา ก็จะไม่มีการยกโทษบาปเลย” (ฮีบรู 9:22)? ทำไมเลือดจึงเป็นสัญญลักษณ์ที่สำคัญขนาดนี้ในพระคัมภีร์? มันอาจเป็นภาพที่ไม่น่าพอใจเสียเท่าไรในตอนแรก แต่พระโลหิตของพระคริสต์สามารถบอกเรื่องราว เพื่อโน้มน้าวจิตใจของเราได้เป็นอย่างดี
1. พระโลหิตของพระคริสต์เป็นสัญญลักษณ์ของชีวิต
“เพราะว่าชีวิตของเนื้อหนังอยู่ในเลือด... เพราะว่าโลหิตเป็นสิ่งที่ทำการลบมลทินบาปด้วยชีวิตเป็นเหตุ”
— เลวีนิติ 17:11
การมีพระชนม์ของพระคริสต์มีความสำคัญพอๆกับการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ ถ้าไม่ใช่เพราะชีวิตปราศจากบาปของพระองค์ ไม้กางเขนก็คงไม่มีความหมายอะไร และหากพระองค์ไม่ทรงฟื้นหลังสิ้นพระชนม์ การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ก็คงไม่สามารถช่วยเราให้รอดบาปได้ เหมือนกับที่เปาโลพูดว่า
“ถ้าพระคริสต์ไม่ทรงถูกทำให้เป็นขึ้นมา การประกาศของเรานั้นก็ไร้ประโยชน์ และความเชื่อของพวกท่านทั้งหลายก็ไร้ประโยชน์ด้วย”
— โครินธ์ ฉบับที่หนึ่ง 15:14
เมื่อพระเยซูทรงทำให้พระโลหิตของพระองค์หยดลงจากไม้กางเขน พระองค์ทรงกำลังมอบพระชนม์พระองค์ให้กับความเป็นมนุษย์ พระองค์ทรงกำลังเสนอพระชนม์ที่เชื่อฟังอย่างสมบูรณ์แบบของพระองค์ให้เป็นตัวแทนความผิดทั้งปวงของเรา
2. พระโลหิตของพระคริสต์เป็นสัญญลักษณ์ของการสิ้นพระชนม์ของพระองค์
เมื่อพระองค์ทรงหลั่งพระโลหิตของพระองค์บนไม้กางเขน พระองค์ทรงกำลังจ่าย “ค่าจ้างของบาป” คือความตาย ความตายอย่างนิรันดร์ พระองค์ทรงรับรู้ถึงความเจ็บปวดและความทรมานของการแยกจากพระเจ้าพระบิดาอย่างสมบูรณ์ พระเจ้าพระบุตรทรงก้าวเข้าไปในประวัติศาสตร์เพื่อมอบพระองค์เองกับผลของบาปเต็มๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่าจริงๆแล้วการกระทำผิดเป็นเรื่องน่าเศร้าเพียงใด พระองค์ทรงให้อภัยคนบาปได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าการทำบาปไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญ
3. พระโลหิตของพระคริสต์เป็นสัญญลักษณ์ของหัวใจที่ทุกข์ทรมานของพระเจ้า
ไม้กางเขนเปิดเผยถึงความเจ็บปวดอย่างมากมายที่ความบาปนำมาให้พระเจ้า พระองค์ไม่ได้ทรงเป็นพระเจ้าที่กระหายเลือด พระองค์ไม่ได้ทรงเรียกร้องเครื่องบูชา แต่พระองค์ทรงถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชาต่างหาก ในเหตุการณ์ที่พระบิดาและพระบุตรทรงแยกจากกันที่เนินเขาคาลวารี่ ครั้งนั้นพระบิดาทรงเบือนพระพักตร์หนีด้วยความกลัดกลุ้มด้วยความทรมานทั้งกายและใจ ในขณะที่พระบุตรทรงสิ้นพระชนม์พร้อมหัวใจที่แตกสลาย
พระโลหิตของพระคริสต์แทนถึงละครทั้งหมดของการไถ่บาป เป็นการแสดงที่น่าตกใจซึ่งพระเจ้า “และโดยพระองค์ พระเจ้าทรงให้ทุกสิ่งคืนดีกับพระองค์เอง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะอยู่บนแผ่นดินโลกหรืออยู่บนสวรรค์ โดยทรงทำให้เกิดสันติภาพโดยพระโลหิตแห่งกางเขนของพระองค์” (โคโลสี 1:20)
การมีพระชนม์ของพระเยซูเกิดขึ้นเพื่อช่วยเรา
เครื่องบูชาในสถานนมัสการในพระคัมภีร์เก่า แสดงให้เห็นถึงการสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์เพื่อบาปของเรา งานของปุโรหิตทั้งหลายบรรยายถึงการช่วยเหลือของพระคริสต์ในฐานะมหาปุโรหิต
งานของปุโรหิตในสถานศักดิ์สิทธิ์ฮีบรู และงานของมหาปุโรหิตซึ่งพระเยซูทรงกำลังปฏิบัติตอนนี้บนสถานศักดิ์สิทธิ์ในสวรรค์ต่างกันอย่างไร?
“เพราะว่าพระคริสต์ไม่ได้เสด็จเข้าไป ในสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นด้วยมือมนุษย์ ซึ่งถอดแบบจากของจริง แต่พระองค์เสด็จเข้าไปในสวรรค์นั้นเอง เพื่อทรงปรากฏตัวต่อพระพักตร์พระเจ้า เพื่อพวกเรา... แต่ความจริง พระองค์ทรงปรากฏครั้งเดียวเท่านั้นในปลายยุคเพื่อกำจัดบาปให้หมดสิ้นไป โดยการถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชา”
— ฮีบรู 9:24, 26
เป็นการยากที่จะเข้าใจ พระเยซูทรงเสนอ “พระองค์เอง” เป็น “เครื่องบูชา” บนไม้กางเขนที่คาลวารี่ พระองค์เสนอพระองค์เองเพราะไม่มีอะไรจะต้องสูญเสียไปมากกว่านี้อีกแล้ว
ที่สถานนมัสการบนสวรรค์นั้น งานพันธกิจประจำวันวันต่อวันของพระเยซูคืออะไร?
“เพราะเหตุนี้ พระองค์จึงทรงสามารถช่วยคนทั้งหลายที่เข้ามาใกล้พระเจ้า โดยทางพระองค์นั้นอย่างเต็มที่ [ขอบเขตหมายถึงชั่วนิรันดร์] เพราะว่าพระองค์ทรงพระชนม์อยู่ทุกเวลาเพื่อทูลขอเผื่อคนเหล่านั้น”
— ฮีบรู 7:25
ขณะนี้พระเยซู “ทรงพระชนม์” เพื่อมอบพระโลหิตและถวายพระองค์เป็นเครื่องบูชาแก่เรา พระองค์ทรงพระราชกิจอย่างขยันเพื่อช่วยมนุษย์ทุกๆคนจากความโศกเศร้าของบาป บางคนทึกทักผิดไปว่าพระเจ้าคงไม่เต็มใจอภัยบาปเรา ดังนั้นผู้ทูลขอหรือพระเยซูของเราจึงประทับบนสวรรค์เพื่อกำลังวิงวอนขอร้องให้พระเจ้าทรงอภัยบาปเรา ความจริงแล้วมิได้เป็นเช่นนั้น พระเจ้าต่างหากที่ทรงเต็มใจยอมรับด้วยความยินดีปรีดา ในการที่พระบุตรทรงถวายพระองค์เป็นเครื่องบูชา นั่นคือพระบิดาและพระบุตรทรงพระราชกิจด้วยกัน เพื่อสร้างสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นระหว่างคนบาปกับพระองค์
นอกจากพระคริสต์จะทรงเป็นมหาปุโรหิตของเราบนสรวงสวรรค์แล้ว พระองค์ยังทรงภารกิจช่วยขอร้องวิงวอนมนุษย์ที่เมินเฉย ให้มองเห็นพระเกียรติคุณของพระองค์เป็นครั้งที่สอง ทรงช่วยคนบาปที่สิ้นหวังให้มีความหวังกับพระวจนะของพระองค์ และทรงช่วยผู้มีความเชื่อทั้งหลายให้ร่ำรวยมากยิ่งขึ้น ในพระวจนะของพระเจ้าเพื่อทำให้คำอธิษฐานมีพลังมากขึ้น พระเยซูทรงกำลังหล่อหลอมชีวิตเราให้สอดคล้องกลมกลืน กับพระบัญญัติทั้งปวงของพระเจ้า และทรงช่วยเราให้มีพัฒนาการด้านลักษณะนิสัย ที่พร้อมเสมอเพื่อผ่านการทดสอบของเวลา
พระเยซูทรงมอบพระชนม์พระองค์ให้ทุกๆคนที่อาศัยบนโลกนี้ตลอดไป และขณะนี้ผู้ทูลขอหรือผู้ประสานงานของเรา “พระองค์ทรงพระชนม์อยู่ทุกเวลา” ทรงนำประชาชนให้ยอมรับการสิ้นพระชนม์ของพระองค์เพื่อบาปของเขา ทั้งๆที่เขามีสิทธิ์ไม่รับการให้อภัยจากพระเยซู ความจริงแล้วพระองค์ทรงสามารถทำให้โลกที่ตกลงมาทั้งใบ คล้อยตามพระองค์บนไม้กางเขนได้ แต่พระองค์ทรงไม่สามารถช่วยเขาได้ หากเขาไม่ยอมรับพระเกียรติคุณของพระองค์ เราอาจจะกล่าวได้ว่าการที่ประชาชนหลงทางนั้นไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนบาป แต่เพราะเขาปฏิเสธที่จะรับการให้อภัยจากพระเยซูคริสต์ต่างหาก
บาปทำลายความสัมพันธ์ระหว่างอาดัมเอวากับพระเจ้าที่เคยใกล้ชิดสนิทสนมกันสนุกสนานกัน พระเยซู (ทรงเป็นพระเมษโปดกของพระเจ้า) ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อให้อาดัมเอวาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นอิสระจากบาปและเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่หายไป ท่านได้ค้นพบพระองค์ในฐานะเป็นมหาปุโรหิตของท่านแล้วหรือยัง พระองค์นั้นที่ทรงรักษาความสัมพันธ์ระหว่างพระองค์กับเราให้ใกล้ชิดและสนุกสนานด้วยกันตลอดไป
การสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์เป็นการเสียสละอย่างใหญ่หลวง และเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญที่สุด ความช่วยเหลือของพระคริสต์บนสรวงสวรรค์นั้น มีค่ามากเสียจนหาสิ่งใดเปรียบเทียบมิได้ พระคริสต์เท่านั้นที่ทรงนำพระเจ้าให้สถิตอยู่ข้างกายเรา พระคริสต์เท่านั้นที่ทรงทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์สถิตในหัวใจเราได้อย่างแท้จริง และเป็นไปได้ ขอให้เรายอมรับพระองค์อย่างเต็มเปี่ยม ในฐานะพระผู้ช่วยให้รอดบาปและนายแห่งชีวิตเรา
ข้าแต่พระบิดาบนสรวงสวรรค์ ข้าพระองค์ขอขอบพระคุณพระองค์สำหรับวันนี้ที่ได้ค้นพบความรักของพระองค์ ที่ทรงสนพระทัยในข้าพระองค์เป็นการส่วนพระองค์ ขอขอบพระคุณสำหรับความช่วยเหลือของพระคริสต์ในพระวิหารบนสรวงสวรรค์ พระองค์ยังทรงนำชีวิตของข้าพระองค์และหมู่ชนของพระองค์ในทุกๆแห่งอย่างสม่ำเสมอ ขอทรงโปรดช่วยข้าพระองค์ให้เต็มเปี่ยมด้วยพระเกียรติคุณของพระองค์อย่างสมบูรณ์ เพื่อให้ข้าพระองค์มีชีวิตที่ดีขึ้น ในนามของพระเยซูคริสตเจ้า อาเมน
__________________________
ค้นพบ บทที่ 12
พระผู้ช่วยให้รอดจากบาปผู้ทรงสถิต-นิรันดร์ (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อเรื่องบทที่ 12)
1. เดี๋ยวนี้พระเยซูไม่ได้ทรงจำกัดอยู่เพียงที่ใดที่หนึ่ง ดังนั้นเราสามารถเข้าใกล้พระเยซูได้ง่ายกว่าตอนที่พระองค์ทรงอยู่ในโลก
ถูก
ผิด
2. พระเยซูทรงอยู่ใกล้พอที่จะแนะนำชีวิตของทุกๆคนที่ยอมรับพระองค์
ถูก
ผิด
3. เพราะพระเยซูทรงถูกทดลองใจเหมือนมนุษย์คนหนึ่ง พระองค์สามารถที่จะช่วยเราให้รอดจากบาปได้
ถูก
ผิด
4. พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพื่อคนไม่กี่คนที่ถูกเลือก
ถูก
ผิด
5. พระวิหารในพระคัมภีร์เก่าสอนคนเกี่ยวกับพระเมสสิยาห์ที่กำลังเสด็จมา
ถูก
ผิด
6. พระวิหารในพระคัมภีร์เก่าคือสถานที่ที่พระเจ้าได้พบกับชาวอิสราเอล
ถูก
ผิด
7. พระวิหารในพระคัมภีร์เก่าเกี่ยวข้องกับการนมัสการเพียงเล็กน้อย
ถูก
ผิด
8. พระวิหารในพระคัมภีร์เก่าสอนพระวจนะเช่นเดียวกับพระคัมภีร์ใหม่สอน
ถูก
ผิด
9. งานที่เกิดขึ้นในพระวิหารช่วยสอนคนทั้งหลายเกี่ยวกับการสิ้นพระชนน์ของพระคริสต์เพื่อบาปของเรา และการทรงพระราชกิจของพระคริสต์ในฐานะมหาปุโรหิต
ถูก
ผิด
10. งานที่เกิดขึ้นในพระวิหารไม่มีความหมายต่อคริสตชน
ถูก
ผิด
11. เครื่องบูชาที่ใช้บูชาในพระวิหารนั้นชี้ไปให้เห็นถึงไม้กางเขน
ถูก
ผิด
12. พระวิหารนั้นไม่มีข้อกำหนดสำหรับชาวอิสราเอลในการให้อภัยบาป
ถูก
ผิด
13. พระวิหารในอิสราเอลนั้นถูกออกแบบตามพระวิหารในสวรรค์
ถูก
ผิด
14. เยรูซาเล็มยังคงมีม่านอยู่ในพระวิหารนับจากยุคสมัยของพระคริสต์
ถูก
ผิด
15. งานของปุโรหิตในพระวิหารแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่พระคริสต์ทรงปฏิบัติให้พวกเรา
ถูก
ผิด
16. ดั่งมหาปุโรหิตของเรา ขณะนี้พระเยซูทรงช่วยพวกเราให้บริสุทธิ์จากบาปด้วยพระโลหิตของพระองค์
ถูก
ผิด
17. งานที่เกิดขึ้นในพระวิหารในพระคัมภีร์เก่าเป็นตัวแทนการสิ้นพระชนน์ของพระเยซูบนไม้กางเขน เพื่ออภัยบาปของพวกเรา ท่านรู้สึกอย่างไรเมื่อรู้ว่าพระเยซูทรงให้อภัยบาปของท่านได้?
18. พระโลหิตของพระเยซู (การสิ้นพระชนม์ของพระองค์) ได้ทำอะไรให้กับคริสตชนทั้งหลาย? เอเฟซัส 2:13,16,18 กรุณาจดคำถามของท่านที่เกี่ยวกับพระวจนะเหล่านี้
19. คำถามที่เป็นหัวใจ: ดั่งแกะของพระเจ้าพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพื่อบาปของเรา ดั่งมหาปุโรหิตพระเยซูทรงดึงเราเข้าใกล้ชิดสนิทสนมกับพระเจ้า จากสิ่งที่พระเยซูทรงทำและกำลังทำให้ท่านท่านรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับพระเยซู?