การพักผ่อนและการฟื้นฟูกำลัง
วันที่ 8 - 14 พฤษภาคม 2010
บ่ายวันสะบาโต
อ่านพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้
ปฐมกาล 2:15; อพยพ 20:8-11; อพยพ 23:12;มัทธิว 11:28-30; มาระโก 2:27; มาระโก 6:30-32
ข้อควรจำ
แล้วพระองค์ตรัสแก่เขาว่า ท่านทั้งหลายจงออกไปหาที่เปลี่ยว หยุดพักหายเหนื่อยสักหน่อยหนึ่ง เพราะว่ามีคนไปมาเป็นอันมากจนไม่มีเวลาว่างจะรับประทานอาหารได้(มาระโก 6:31)
นักศึกษาหนุ่มท่าทางสง่าผ่าเผย ชื่อทอมกำลังศึกษาในโรงเรียนแพทย์โลมาลินดา วันหนึ่งเขาพบว่า ตนเองอยู่ในภาวะอ่อนเปลี้ยเพลียแรง เขาตื่นตีสี่ และทำงานส่งอาจารย์อย่างต่อเนื่องจนเที่ยงคืน เขาพยายามดิ้นรนเรียน และทำงานส่งให้ทันกำหนด แต่ทุกอย่างล่าช้า และมีงานทับถมมากขึ้นเขาไม่อาจจัดการทุกอย่างให้ทันตามกรอบเวลาได้ ทอมรู้สึกสิ้นหวัง เขาได้เข้าไปปรึกษากับศาสตราจารย์ที่สอนเขาเพื่อขอความช่วยเหลือ อาจารย์ทราบว่าอะไรเป็นสาเหตุ จึงได้แนะนำให้ทอมพักผ่อนอย่างน้อยเจ็ดชั่วโมงต่อคืน และให้ออกกำลัง 30 นาทีทุกวัน ทอมไม่ค่อยเชื่อคำแนะนำของอาจารย์ว่าจะช่วยได้ แต่ความเกรงใจอาจารย์เขาบอกว่าเขาจะทดลองทำดู เขาคิดว่าเขาเคยลองทำตามคำแนะนำของเพื่อนแล้วหลายอย่าง แต่แก้ปัญหาไม่ได้ จะลองอีกทีก็ไม่เสียหายอะไร ทอมรู้สึกแปลกใจ คะแนนสอบของเขาเริ่มดีขึ้นภายในสองสัปดาห์เมื่อถึงปลายปีการศึกษา เกรดของเขาอยู่ในอันดับสามของชั้น และเมื่อถึงเวลาให้กับชีวิตครอบครัว และเวลาที่ควรพักผ่อน และออกกำลังกาย เขาจึงเสียสละสุขภาพไปด้วยอย่างไม่รู้ตัว ถูกแล้ว การทำงานหนัก พยายามทำสิ่งต่างๆ ให้ดีที่สุด ซื้อหาสิ่งของเครื่องใช้เพื่อให้ตนเอง และครอบครัวมีชีวิตสะดวกสบายนับว่าเป็นสิ่งดี พระคัมภีร์ไม่สนับสนุนให้ผู้เชื่อในพระองค์เกียจคร้าน (สุภาษิต6:9; สุภาษิต 13:4; 2 เธสะโลนิกา 3:10) แต่เราอาจแสวงหาสิ่งดีมากเกินไป ผลที่ตามมาคือ เรา และบุคคลที่เรารัก ผู้ที่เราควรให้การเอาใจใส่ได้รับผลกระทบเรามักได้ยินเรื่องเกี่ยวกับ ผู้เป็นพ่อที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา เมื่อภรรยา หรือลูกบ่นในเรื่องนี้ เขาจะตอบว่า ผม หรือพ่อกำลังทำเพื่อครอบครัวอยู่นะ แต่ในตอนท้ายสุด ครอบครัวของเขาเองเป็นฝ่ายที่ได้รับความเจ็บปวด โดยผู้เป็นสามีหรือพ่อ ผู้ไม่มีเวลาให้กับครอบครัวอย่างเพียงพอปฐมกาล 2:15 กล่าวเกี่ยวกับแผนของพระเจ้าที่ทรงให้กับมนุษย์ทำงาน แม้แต่ก่อนความบาปจะเหยียบย่างเข้ามาอย่างไร?
จากจุดเริ่มต้น ก่อนที่อาดัมและเอวาจะล้มลงในความบาป พระเจ้าทรงมีแผนให้มนุษย์ทำงาน และพักผ่อนจากการงานด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ เราต้องระลึกเสมอว่า ร่างกายของเรามีข้อจำกัด ดังนั้นการพักผ่อนจึงสำคัญมากมาระโก 6:30-32 และมาระโก 6:45-46 พูดกับเราเกี่ยวกับว่าเราจำเป็นต้องพักผ่อน ไม่ว่าเราจะกำลังทำอะไร และงานชิ้นนั้นจะสำคัญเพียงไหน?พระเยซูกับเหล่าอัครทูต และสาวกผู้ติดตามพระองค์ยังใช้เวลาในการพักผ่อน พระคริสต์ทรงทราบว่าพระวรกายของพระองค์ต้องการเวลาพัก เพื่อจะฟื้นฟูพลังสดชื่นขึ้นใหม่ เช่นเดียวกันเราทั้งหลายต้องการพักผ่อนในแต่ละวัน การที่เราพยายามโกงเวลานอน ยังผลให้ร่างกายอ่อนกำลัง อารมณ์เสียง่ายไม่ว่าท่านจะยังหนุ่มยังสาวแค่ไหน มีสุขภาพดี และแข็งแรงเพียงใด ร่างกายของเราต้องการพักผ่อน ถ้าไม่อย่างนั้นไม่เร็วก็ช้า การดำเนินชีวิตในรูปแบบประมาทในเรื่องนี้ ผลเสียก็จะวิ่งตามเราทันในวันหนึ่งมีสิ่งใดเป็นตัวขับเคลื่อนท่าน? มีสิ่งไหนทำให้ท่านทำงานหนักอย่างสุดสุด? ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ท่านจำเป็นต้องถามตัวเอง มันคุ้มกันแล้วหรือ ที่จะต้องจ่ายค่าสำหรับการเสียสุขภาพของท่าน?
วันจันทร์ ความต้องการ การพักผ่อน (อพยพ 23:12)
จงทำการงานของเจ้าหกวัน แต่ในวันที่เจ็ดนั้น จงหยุดงานเพื่อโค ลาของเจ้าจะได้พัก และลูกชาย ทาสีของเจ้า กับคนต่างด้าวจะได้พักผ่อนให้สดชื่นด้วย (อพยพ 23:12)
เราทุกคนทราบเกี่ยวกับความต้องการ การพักผ่อน เราต้องการอาหาร เราต้องการน้ำ และเราต้องการการพักผ่อน บ่อยครั้งทีเดียวที่ร่างกายของเราเตือนเราว่า นี่เป็นเวลาสำหรับพักผ่อน และมีไม่น้อยการเตือนนั้นเป็นดุจเสียงดัง และชัดเจน ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าเราฟังสิ่งที่ร่างกายบอกเรา เราก็จะไดพั้กผอ่ นอย่างเพียงพอ แต่ก็น่า เศร้า ใจที่บอ่ ยครั้งเรามัวยุง่ อยูกั่บการหาเงิน หาทอง วิ่งรอกไปงานนี้ แล้วก็ไปงานนั้น นั่นคือเราไม่ฟังเสียงเลือดเนื้อของเราเอง มีหลายคนทำงานเหน็ดเหนื่อยพักพ่อนไม่เพียงพอจนถึงจุดล้มพับทั้งยืนบ้างก็เจ็บป่วย (บ้างก็ขับรถยนต์ง่วงหลับในจนเกิดอุบัติเหตุก็มาก-ผู้แปล) ซึ่งในที่สุดก็ถูกสถานการณ์บังคับให้พักยาว จึงเป็นเรื่องน่าเศร้า เราควรจะอยู่ในสภาพสบายดีแข็งแรง ถ้าเราได้เชื่อฟังสิ่งที่ร่างกายของเราได้ส่งสัญญาณว่าเราต้องการการพักผ่อนไม่ช้าก็เร็ว เราจะได้พักผ่อนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง คำถามมีว่า ทำไมไม่พักผ่อนก่อนล้มเจ็บ ซึ่งเป็นการพักผ่อนแบบดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้?มีการเตือนอะไร ที่ร่างกายของท่านเคยบอกท่านว่า นี่เป็นเวลาที่จะทำอะไรช้าลงและหยุดพัก? ท่านได้เชื่อฟังเสียงเตือนนั้นอย่างไร?บุคคลผู้มีชีวิตทุกคนต้องการเวลาพัก เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูพลังขึ้นมาใหม่เหมือนเดิม จากการที่ได้ใช้พลังนั้นไปแล้ว ให้คิดเกี่ยวกับคำว่า การซ่อมแซม, การทำให้กลับคืนสู่สภาพเดิม (restoration) ซึ่งหมายความถึงการกระทำใดๆ ที่ทำให้กลับคืนสู่สภาพเดิม และนอกจากนี้ยังหมายถึง ตัวยาที่ทำให้สดชื่นขึ้นใหม่ (refreshing medicine) หรือ สิ่งใดๆ ที่ทำให้สดชื่นขึ้นใหม่ การนอนหลับทำให้ร่างกายที่เหนื่อยเพลีย นำพลังสดใหม่คืนมา เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับทำหน้าที่ในวันต่อไป จากหนังสือของเอลเลน จี.ไวท์. Child Guidance page 342
เราจำเป็นต้องทราบในข้อจำกัดของเรา เราไม่อาจทำงานด้วยกำลังวังชาของเราเอง พระเจ้าทรงสัญญาจะประทานพระคุณให้เราจัดการกับการงานของเราได้ การที่เราได้พักผ่อนอย่างสม่ำเสมอ เท่ากับเราอนุญาตให้องค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นผู้ทำให้ร่างกายของเราได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ เพื่อให้เราตื่นขึ้นด้วยพลังแห่งความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า พร้อมที่จะดำเนินไปตามน้ำพระทัย (แผน) ของพระองค์ต่อไปพระธรรมอพยพ 23:12 กล่าวถึงเหตุผลอะไร สำหรับให้เราพักผ่อน?คำกริยาของคำว่า ทำให้มีชีวิตชีวา, ทำให้สดชื่น, ทำให้ฟื้นคืน (refreshed)ถูกใช้เป็นคำกริยาเพียงสองสามครั้งในพระคัมภีร์เดิม แต่ถูกใช้บนพื้นฐานของคำนามที่ใช้กันทั่วไป บ่อยครั้งคำนี้แปลว่า มีชีวิต (ปฐมกาล 2:7พระเจ้าทรงปั้นมนุษย์ด้วยผงคลีดินระบายลมปราณเข้าทางจมูก มนุษย์จึงเป็นผู้มีชีวิต) ซึ่งมีความหมายถึง ชีวิต หรือ ที่ซึ่งมีลมหายใจ หรือในอีกคำหนึ่งมันเป็นเหมือนคำว่า มีชีวิต คำนี้ให้แนวคิดแก่เราว่า จากการที่ได้พักผ่อน เราจะมีชีวิตมากขึ้น ลมหายใจมากขึ้นซึ่งนั่นก็คือ มีชีวิต มากขึ้น การพักผ่อนมีความสำคัญมาก และเป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ผู้ดำรงชีวิตอยู่ ถ้าเราปฏิเสธการพักผ่อนที่เราต้องการ เท่ากับเราปฏิเสธตัวตนว่าเราเป็นมนุษย์
วันอังคาร การพักผ่อนที่มีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย (มัทธิว 11:28-30)
บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเราและเราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนื่อยเป็นสุข จงเอาแอกของเราแบกไว้ แล้วเรียนจากเรา เพราะว่าเราสุภาพและใจอ่อนน้อม และจิตใจท่านทั้งหลายจะได้พัก ด้วยว่าแอกของเราก็พอเหมาะ และภาระของเราก็เบา (มัทธิว 11:28-30)
พระเยซูทรงกล่าวเชื้อเชิญให้เราทำอะไร ในมัทธิว 11:28-30อะไรทำให้ท่านคิดว่าพระเยซูกล่าวอย่างนั้น? ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ท่านเคยมีประสบการณ์ในพระสัญญาของพระเยซูในชีวิตของท่านเองหรือยัง?การพักผ่อนที่พระเยซูเสนอจะให้แก่เราเป็นมากกว่าการพักผ่อนฝ่ายร่างกาย นั่นคือการพักผ่อนด้านจิตวิญญาณ เราจำเป็นต้องมีประสบการณ์การพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบที่พระคริสต์เสนอให้ การได้นอนหลับสนิทลึกทำให้ร่างกายของเราได้รับการพักผ่อนเต็มที่ การได้ไปพักร้อนอาจทำให้เราได้รับการพักผ่อนด้านอารมณ์ความรู้สึก แต่เราจะหาการพักผ่อนด้านจิตวิญญาณได้จากที่ไหน? การพักผ่อนด้านจิตวิญญาณหมายถึง การเป็นอิสระจากปัญหาด้านจิตใจ และอารมณ์ ที่เกิดขึ้นกับจิต และใจของเราพระเยซูทรงพร้อมจะให้การพักผ่อนด้านจิตวิญญาณแก่คนทั้งปวง ผู้มาหาพระองค์ การพักผ่อนดังกล่าวนี้รวมไปถึงอะไร? มันรวมไปถึงการเป็นอิสระจากความเจ็บปวด และการรู้สึกผิด ที่เกิดจากการต่อสู้ดิ้นรนของมนุษย์เพื่อให้พระเจ้าทรงรับพวกเขาผ่านการประกอบการดี เราสามารถพักใจในพระสัญญาที่ว่า เราได้รับการยอมรับจากพระเจ้า เพราะผลงานอันสมบูรณ์ของพระเยซู ซึ่งแน่นอนไม่ใช่เพราะผลงานอันมีตำหนิของเราเอง แต่มาจากพระคุณของพระเยซู และอำนาจการเปลี่ยนแปลงของพระวิญญาณ คริสเตียนสามารถมอบถวายตนเองแด่พระเยซู แลพระองค์จะให้พวกเขาพักผ่อน ผู้ชอบธรรมจะดำรงชีวิตโดยความเชื่อเท่านั้น (ฮาบากุก 2:4; โรม 1:17; กาลาเทีย 3:11)
การประกอบการดีของมนุษย์ยังอยู่ห่างไกลจากมาตรฐานอันสูงส่ง ที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้สำหรับเรา ช่างเป็นการปลอบประโลมใจเมื่อได้ทราบว่าพระเยซูทรงจ่ายค่าจ้างของความบาปแทนเรา ความชอบธรรมที่ทรงประทานให้แก่เรา เป็นหลักประกันว่าเราจะได้รับชีวิตชั่วนิรันดร์ ชีวิตอันสมบูรณ์แบบของพระเยซู และการถวายบูชาพระชนม์ชีพเป็นเครื่องไถ่บาปของพระองค์เป็นความหวังประการเดียวของเรา ในพระองค์จิตวิญญาณของเราจะได้พบกับการพักผ่อนพระเยซูทรงตรัสกับกลุ่มคนทั้งสองประเภท คือผู้ที่แบกภาระความบาปอันหนักไว้และเหล่าผู้ต่อสู้ดิ้นรนกับปัญหาของชีวิต พระเจ้าทรงทราบว่า เรากำลังต่อสู้ดิ้นรนในเรื่องไหน พระองค์ทรงทราบว่าภาระหนักของเราคืออะไร พระองค์บอกให้เรานำเอาสิ่งนั้นมาไว้ที่แทบเท้าของพระองค์ เราจะต้องไว้วางใจในความรัก ความกรุณาอันยั่งยืนของพระองค์ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานการณ์ใด เราจะได้พักผ่อนจากจิตวิญญาณอันอ่อนล้าของเรา อย่างไม่เคยประสพมาก่อน เมื่อเราเรียนรู้ที่จะพึ่งวางใจในพระองค์ เราทุกคนต้องการเวลา และสถานที่สงบ สถานที่เราจะมุ่งให้จิตใจของเราไปยังพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การศึกษาพระคัมภีร์ และครุ่นคิดถึงองค์พระเยซู ผู้จะนำเอาความรู้สึกในสัมผัสแห่งสันติสุข และการฟื้นฟูพลังขึ้นใหม่มาให้เราในสถานที่เราเฝ้าเดี่ยว มักจะเป็นสถานที่คนหนึ่งได้ยินเสียงตรัสเบาๆที่ให้การหนุนใจ และความหวัง ในช่วงเวลาอันเงียบสงบห่างไกลจากความเครียดของชีวิต เป็นเวลาที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าทรงทำการฟื้นฟูจิตวิญญาณให้พลังสดชื่นขึ้นมาใหม่ท่านสามารถจะนำตัวเองไปในสถานที่ ซึ่งท่านจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่มากขึ้น จากพระสัญญาอันอัศจรรย์ที่พระเยซูทรงเสนอให้เราได้อย่างไร?
วันพุธ การพักผ่อนในแต่ละวัน (ปฐมกาล บทที่ 1)
ในปฐมกาลพระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดิน แผ่นดินก็ว่างเปล่า ความมืดอยู่เหนือน้ำ และพระวิญญาณของพระเจ้าปกอยู่เหนือน้ำนั้น พระเจ้าตรัสว่า จงเกิดความสว่าง ความสว่างก็เกิดขึ้นพระเจ้าทรงเห็นว่าความสว่างนั้นดี และทรงแยกความสว่างออกจากความมืด พระเจ้าทรงเรียกความสว่างนั้นว่า วัน และความมืดนั้นว่า คืนมีเวลาเย็นและเวลาเช้าเป็นวันแรก พระเจ้าตรัสว่า จงมีภาคพื้นในระหว่างน้ำ แยกน้ำออกจากกัน พระเจ้าทรงสร้างภาคพื้นนั้นขึ้น แล้วทรงแยกน้ำที่อยูใ่ ตภ้ าคพื้นออกจากน้ำที่อยูเ่ หนือภาคพื้น ก็เปน็ ดังนั้นพระเจ้าจึงทรงเรียกภาคพื้นนั้นว่า ฟ้า มีเวลาเย็น และเวลาเช้า เป็นวันที่สอง (ปฐมกาล 1:1-8)
อ่านปฐมกาล บทที่ 1 จะพบว่าในระหว่างวันแห่งการทรงสร้าง มีเวลาเย็น และเวลาเช้าเป็นวันใหม่ พระเจ้าทรงมีตารางสำหรับการทำงาน และการพักผ่อน เพื่อฟื้นฟูพละกำลังขึ้นมาใหม่ให้กับร่างกายวันต่อวัน ร่างกายของมนุษย์ต้องการ การพักผ่อนในแต่ละวัน ข้อมูลการศึกษาวิจัยบ่งชัดว่า เมื่อคนหนึ่งหลับนอนไม่เพียงพอ จะมีผลด้านลบหลายอย่างตามมา สิ่งเหล่านี้อาจนำไปสู่การเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน เริ่มมีน้ำหนักเกิน ผลการเรียนตกต่ำ เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ทำให้บาดเจ็บล้มตาย และแม้แต่มีอาการป่วยทางจิต(psychotic behavior) ผู้ทำงานข้ามวันข้ามคืน เช่นนักบิน เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมยานแพทย์ผู้อยู่เวร ต่างอยู่ภายใต้กฏระเบียบอันเคร่งครัด เพื่อให้แน่ใจได้ว่าพวกเขามีเวลาปฏิบัติงาน และมีเวลาพักทั้งสองอย่าง นานมาแล้วก่อนจะมีการประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าขึ้น คนทั่วไปจะหลับนอนในเวลามืดค่ำ และทำงานในเวลากลางวัน แต่ในโลกสมัยใหม่ เราจะต้องเฝ้าระวังต่อการทดลอง ไม่ให้ตนเองทำงานมากไปจนเสียสุขภาพ
การค้นพบทางวิทยาศาสตร์บ่งว่า ร่างกายของมนุษย์ทำงานในรอบวันของ 24 ชั่วโมง ร่างกายผลิตฮอร์โมนในช่วงเวลาเฉพาะของแต่ละวัน สิ่งนี้ให้การสนับสนุนสิ่งที่ เอลเลน จี.ไวท์. ได้กล่าวไว้ในเรื่องการนอนว่า การนอนหลับสนิทสองชั่วโมงก่อนเวลาเที่ยงคืน มีคุณค่ามากกว่าการนอนหลับสองชั่วโมงหลังเที่ยงคืนไปแล้ว จากหนังสือของ เอลเลน จี. ไวท์.Manuscript Releases, vol. 7, page 224
การศึกษาวิจัยในห้องทดลองแสดงให้เห็นว่า ในความต้องการสำหรับการนอนประเภทต่างๆ ผู้ใหญ่ต้องการนอน 6-9 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อคนหนึ่งได้นอนเต็มอิ่มจะไม่รู้สึกง่วงเหงา หาวนอน หรือเซื่องซึมในช่วงกลางวัน แต่คนที่นอนหลับอย่างเพียงพอจะรู้สึกตื่นตัว และมีความรู้สึกกระฉับกระเฉง คนที่นอนหลับไม่เพียงพอการทำงานจะมีผลออกมาไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ยิ่งนอนหลับไม่พอมากๆ พวกเขาจะเป็นมีอาการเหมือนกับคนเมาค้างเขียนรายการต่างๆ ที่อาจกีดกั้นไม่ให้ท่านมีเวลาได้นอนหลับดีในตอนกลางคืน :
คำแนะนำที่จะช่วยให้ท่านนอนหลับดีมี :
ออกกำลังเป็นประจำทุกวัน
รักษาระดับอุณหภูมิห้องของท่านให้พอดีกับการหลับได้อย่างสบาย
หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหาร 2 ถึง 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
หลีกเลี่ยงความเครียด และความตื่นเต้นก่อนเข้านอน
หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยานอนหลับ หรือดื่มกาแฟ
นอนเต็มอิ่มจะไม่รู้สึกง่วงเหงา หาวนอน หรือเซื่องซึมในช่วงกลางวัน แต่คนที่นอนหลับอย่างเพียงพอจะรู้สึกตื่นตัว และมีความรู้สึกกระฉับกระเฉง คนที่นอนหลับไม่เพียงพอการทำงานจะมีผลออกมาไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ยิ่งนอนหลับไม่พอมากๆ พวกเขาจะเป็นมีอาการเหมือนกับคนเมาค้างเขียนรายการต่างๆ ที่อาจกีดกั้นไม่ให้ท่านมีเวลาได้นอนหลับดีในตอนกลางคืน :
คำแนะนำที่จะช่วยให้ท่านนอนหลับดีมี :
ออกกำลังเป็นประจำทุกวัน
รักษาระดับอุณหภูมิห้องของท่านให้พอดีกับการหลับได้อย่างสบาย
หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหาร 2 ถึง 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
หลีกเลี่ยงความเครียด และความตื่นเต้นก่อนเข้านอน
หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยานอนหลับ หรือดื่มกาแฟ
ท่านนอนหลับได้ดีเพียงไร? ท่านชอบทำอะไร ที่ยับยั้งไม่ให้ท่านนอนหลับ ซึ่งท่านจำเป็นต้องเลิกสิ่งนั้นเสีย เพื่อท่านจะนอนหลับได้ดี? ท่านจะต้องทำการเปลี่ยนแปลงอะไร เพื่อท่านจะนอนหลับได้ดี?
วันพฤหัสบดี การพักผ่อนประจำสัปดาห (อพยพ 20:8-11)
จงระลึกถึงวันสะบาโต ถือเป็นวันบริสุทธิ์ จงทำการงานทั้งสิ้นของเจ้าหกวันแต่วันที่เจ็ดนั้นเป็นสะบาโตของพระเจ้าของเจ้า ในวันนั้นอย่ากระทำการงานใดๆ ไม่ว่าเจ้าเอง หรือบุตรชายบุตรหญิงของเจ้าหรือทาสทาสีของเจ้า หรือสัตว์ใช้งานของเจ้า หรือแขกที่อาศัยอยู่ในประตูเมืองของเจ้า เพราะในหกวันพระเจ้าทรงสร้างฟ้า และแผ่นดินทะเล และสรรพสิ่งซึ่งมีอยู่ในที่เหล่านั้น แต่ในวันที่เจ็ดทรงพักเพราะฉะนั้นพระเจ้าทรงอวยพระพรวันสะบาโต และทรงตั้งวันนั้นไว้เป็นวันบริสุทธิ์ (อพยพ 20:8-11)
พระธรรม ปฐมกาล 2:1-3 และอพยพ 20:8-11 บอกเราเกี่ยวกับความสำคัญในแนวคิดทั้งหมด เรื่องการพักผ่อนอะไร?พระเจ้าทรงหยุดพักจากการทรงสร้างในวันที่เจ็ด หลังจากพันธกิจการรงสร้างของพระองค์เสร็จสิ้นลง คำในภาษาฮีบรูที่ใช้สำหรับ การหยุดพักมาจากคำเดียวกับคำที่มีความหมายว่า สะบาโต (Sabbath) ข้อมูลความจริงข้อนี้แสดงให้เห็นว่า วันสะบาโตวันที่เจ็ด สำหรับการหยุดพัก มีความสำคัญเพียงไร ข้อพระคัมภีร์นี้กล่าวไว้ชัดเจนว่า องค์พระเจ้าเองทรงหยุดพักในวันสะบาโตพระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า วันสะบาโตนั้นทรงตั้งไว้เพื่อมนุษย์มิใช่ทรงสร้างมนุษย์ไว้สำหรับวันสะบาโต (มาระโก 2:27)
เบื้องหลังที่มาของคำกล่าวคืออะไร? พระเยซูทรงหมายถึงอะไรแน่?เป็นการง่ายที่จะผูกติดอยู่กับวินัยศาสนา และกฏเกณฑ์ แต่เราต้องไม่มว่าวันสะบาโตเป็นวันเพื่อการดีของเรา เป็นวันที่ให้เกิดความสงบสำหรับเราได้คิดเกี่ยวกับความชื่นชมยินดี ในของประทานอัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงประทานให้เรา เป็นเวลาให้เราคิดเกี่ยวกับความดีของพระเจ้า วันสะบาโตเป็นเครื่องหมายถาวรสำหรับเรา เพื่อให้เราระลึกถึงและตระหนักในความรักของพระเจ้า
ข่าวดีของวันสะบาโตมีเป็นสองเท่า: (1) โดยการถือรักษาวันสะบาโต เราพูดเกี่ยวกับการพักในพระคริสต์ และ (2) เราแสดงออกในด้านบวกว่า เราไว้วางใจในงานของพระคริสต์ที่ทรงทำเพื่อเราในรูปของความรอด วันสะบาโตให้เรามีเวลาเพื่อพักผ่อนจากการงาน จากการดิ้นรนต่อสู้ และความเครียดของสัปดาห์วันสะบาโตเป็นวิถีทางของพระเจ้าเพื่อให้เราได้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง ได้หยุดพัก และไม่ต้องเร่งรีบ วันสะบาโตให้เราทั้งฝ่ายร่างกาย และจิตวิญญาณมีโอกาสได้หยุดพักซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการ
ท่านมีประสบการณ์อะไรในวันสะบาโต? เป็นวันแห่งความยินดีวันแห่งพระพรและวันแห่งการหยุดพักจริงๆ ไหม? หรือเป็นเหมือนสมัยของพระเยซู ที่บางคนรู้สึกว่าเป็นเพียงภาระหนักอีกอย่างหนึ่ง?ท่านสามารถเรียนรู้เพื่อรับเอาสิ่งดีๆ หลายสิ่งได้จากวันพิเศษแห่งการหยุดพักนี้อย่างไร?
วันศุกร์
ศึกษาเพิ่มเติม:
อ่านหนังสือของ เอลเลน จี.ไวท์์ เรื่อง ความประมาณตนในการทำงานในหนังสือ Counsels on Health, page 99คนจำนวนมากทำงานหนักเกินไปในเวลาอันจำกัด พวกเขายังทำงานต่อไปอีกทั้งๆ ที่จิตพิจารณา (judgment) ของพวกเขาบอกว่า พวกเขาควรหยุดพักได้แล้ว พวกเขาจะเป็นกลุ่มคนที่จะไม่ประสพความสำเร็จ พวกเขามีชีวิตอยู่ด้วยการยืมพลังของอนาคตมาใช้ ซึ่งพวกเขาควรสงวนพลังนั้นไว้ในเวลาที่ต้องการในวันข้างหน้า แต่เมื่อพวกเขาได้ใช้พลังนั้นไปอย่างประมาท พวกเขาจะล้มเหลว กำลังกายจะค่อยๆถูกบั่นทอนลง อำนาจจิตของพวกเขาจะแผ่วลง พวกเขาจะตระหนักในภายหลังว่าพวกเขาพบกับการสูญเสีย แต่พวกเขาไม่ทราบเกิดจากสาเหตุอะไร เมื่อช่วงเวลาที่พวกเขาต้องการมาถึง ต้นทุนแห่งพลังร่างกายได้ถูกใช้ไปจนเกือบหมด ทุกคนที่ละเมิดกฏแห่งสุขภาพ จะมีบางเวลาที่ต้องได้รับผลแห่งความยากลำบาก พระเจ้าทรงประทานพละกำลังให้เราแต่ละคนในปริมาณหนึ่ง เพื่อให้นำไปใช้ในยามที่ต้องการในแต่ละช่วงเวลาของชีวิตเรา ถ้าเราโหมพลังในการทำงานอย่างไม่ระมัดระวัง โดยการทำงานหนักอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพักหรือ หยุดพักไม่เพียงพอ ในบางเวลาเราจะกลายเป็นผู้แพ้ไป จากหนังสือของ เอลเลน จี. ไวท์. Child Guidance, pages397, 398
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Bible Texts:
1. 2:15 พระเยโฮวาห์พระเจ้าจึงทรงนำมนุษย์ไปอยู่ในสวนเอเดนให้ดูแลและรักษาสวน
2. 20:8 จงระลึกถึงวันสะบาโต ถือเป็นวันบริสุทธิ์
20:9 จงทำการงานทั้งสิ้นของเจ้าหกวัน
20:10 แต่วันที่เจ็ดนั้นเป็นสะบาโตของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า ในวันนั้นอย่ากระทำการงานใดๆ ไม่ว่าเจ้าเอง หรือบุตรชาย บุตรสาวของเจ้า หรือทาสทาสีของเจ้า หรือสัตว์ใช้งานของเจ้า หรือแขกที่อาศัยอยู่ในประตูเมืองของเจ้า
20:11 เพราะในหกวันพระเยโฮวาห์ทรงสร้างฟ้า และแผ่นดิน ทะเล และสรรพสิ่งซึ่งมีอยู่ในที่เหล่านั้น แต่ในวันที่เจ็ดทรงพัก เพราะฉะนั้นพระเยโฮวาห์ทรงอวยพระพรวันสะบาโต และทรงตั้งวันนั้นไว้เป็นวันบริสุทธิ์
23:12 จงทำการงานของเจ้าหกวัน แต่ในวันที่เจ็ดนั้นจงหยุดงาน เพื่อวัว ลาของเจ้าจะ