บทที่ 1
ท่านเปาโลและกรุงโรม
วันที่ 26 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม 2010
ท่านเปาโลและกรุงโรม
วันที่ 26 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม 2010
บ่ายวันสะบาโต
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้
กิจการฯ 28:17-31; โรม 1: 7; โรม 15:14; 20-27; เอเฟซัส บทที่ 1; ฟีลิปปี 1:12
ข้อควรจำ
ประการแรก ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณพระเจ้าของข้าพเจ้า
โดยทางพระเยซูคริสต์ เหตุด้วยท่านทั้งหลายเพราะว่า
ความเชื่อของพวกท่านเลื่องลือไปทั่วโลก (โรม 1:8)
ในการศึกษาหนังสือโรมของเรา เราควรเริ่มต้นด้วยการศึกษาถึง
ประวัติศาสตร์ และเบื้องหลังของหนังสือเล่มนี้ก่อน เสร็จแล้วจึงเริ่มศึกษาโรม 1:1
และจากนั้นศึกษาต่อไปทีละข้อจนจบทั้งเล่ม แต่เพราะการศึกษาหนังสือเล่มนี้
มีเวลาจำกัดอยู่เพียงหนึ่งไตรมาส เราจึงจำเป็นต้องเลือกส่วนสำคัญที่สุดยกขึ้น
มาศึกษา เพราะถ้าจะศึกษาอย่างละเอียดจริงๆ เราจะต้องใช้เวลา 4 ไตรมาส
แทนที่จะเป็นไตรมาสเดียว ดังนั้นเราจะศึกษา ค้นหาเฉพาะบทที่มีข่าวสารหลัก
เท่านั้น
เป็นสิ่งสำคัญมาก ที่นักศึกษาหนังสือโรมจะเข้าใจพื้นเพความเป็นมา
และประวัติศาสตร์ก่อนการศึกษาหนังสือโรม ถ้าเราไม่เข้าใจความเป็นมาเบื้อง
หลัง จะเป็นการยากที่จะทราบว่าท่านเปาโลกำลังพูดถึงอะไร อัครทูตเปาโลเขียน
จดหมายฝากฉบับนี้ไปถึงกลุ่มคริสเตียนเฉพาะกลุ่ม ในช่วงเวลานั้น ด้วยเหตุผล
เจาะจงบางประการ เราทราบว่าเหตุผลดังกล่าว จะช่วยเราได้อย่างมากในการ
ศึกษาของเรา
ในจินตนาการ ให้เรากลับไปที่กรุงโรมในเวลานั้น และในฐานะผู้เชื่ออยู่
ในโบสถ์ในศตวรรษที่หนึ่ง เราจะต้องฟังสิ่งท่านเปาโลกล่าว เพราะถ้อยคำที่ท่าน
เขียนขึ้นมาเป็นสิ่งที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ประทานให้กับท่านในเวลานั้น
แม้ว่าจดหมายฝากเล่มนี้จะถูกเขียนขึ้นในอดีตนานมาแล้ว แต่ข้อ
เขียนของหนังสือเล่มนี้ยังมีข่าวสารของพระเจ้าสำหรับประชากรของพระเจ้าใน
ปัจจุบัน ผู้อาศัยอยู่ในทุกดินแดน และเกือบจะในทุกสถานการณ์ ดังนั้นเราจะ
ต้องรับฟัง และในเวลาเดียวกันอธิษฐานขอความกระจ่างในถ้อยคำ ของข้อเขียน
เหล่านี้ เพื่อนำมาใช้กับชีวิตของเรา
วันอาทิตย์
วันเดือนปีและสถานที่ (กิจการฯ 18:23)
ครั้นยับยั้ง อยู่ที่นั่นหน่อยหนึ่ง ท่านจึงไปตลอดแว่นแคว้น
กาลาเทียและฟรีเจีย เพื่อจะช่วยชูกำลังพวกสาวก (กิจการฯ 18:23)
พระธรรม โรม 16:1, 2 บอกให้เราทราบว่า ท่านเปาโลอาจเขียนหนังสือ
โรม ขณะที่ท่านพำนักในเมืองเคนเครีย เมืองนี้ตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือภาคตะวันออก
แห่งเมืองโครินธ์ประเทศกรีก จึงกล่าวได้ว่าโครินธ์เป็นส่วนหนึ่งของเบื้องหลัง
สำหรับจดหมายฝากที่อัครทูตเปาโลเขียนถึงผู้เชื่อในกรุงโรม
เหตุผลอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ คือการจะทราบว่าท่านเปาโลเขียนจดหมาย
ฝากที่รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของพระคัมภีร์ใหม่จากที่ไหน พร้อมทั้งการคำนวณ
หาวันเดือนปีที่ท่านเปาโล เขียนจดหมายฉบับดังกล่าว ท่านเปาโลใช้เวลาในการ
เดินทางมาก ดังนั้นเมื่อเราทราบเวลาเจาะจง จะเท่ากับเป็นการบอกเบาะแส
เรื่องวันเวลา ว่าท่านเขียนจดหมายฝากเล่มไหน เมื่อไร
ท่านเปาโลเริ่มก่อตั้งคริสตจักรที่เมืองโครินธ์ในการเดินทางมิชชันนารี
เที่ยวที่สองระหว่างปี ค.ศ. 49-52 (อ่าน กิจการฯ 18:1-18) ในการเดินทางเที่ยว
ที่สาม ในระหว่างปี ค.ศ. 53-58 ท่านได้เยี่ยมงานของพระเจ้าในประเทศกรีก
อีกครั้งหนึ่ง (กิจการฯ 20:2, 3) ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ ท่านได้รับเงินถวาย เพื่อ
นำไปช่วยเหลือเหล่าผู้เชื่อที่ประสบภัยการกันดารอาหารในกรุงเยรูซาเล็ม
เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นใกล้ตอนสิ้นสุดการเดินทางของท่านเปาโล (โรม
15:25, 26) นี่หมายความว่าจดหมายที่อัครทูตเปาโลเขียนถึงเหล่าผู้เชื่อในกรุง
โรมอาจเกิดขึ้นในต้นปี ค.ศ. 58
พระธรรมกิจการฯ 18:23 ท่านเปาโลได้เยี่ยมคริสตจักรสำคัญ
แห่งใดบ้าง ระหว่างการเดินทางมิชชันนารีเที่ยวที่สามของท่าน?
ท่านเปาโลได้เยี่ยมคริสตจักรหลายแห่งในแคว้นกาลาเทีย ท่านได้ค้น
พบว่า เมื่อท่านได้ก่อตั้งคริสตจักรไว้แล้ว ขณะที่ไม่อยู่ได้มีครูสอนเทียมเท็จ
แอบเข้ามาสอนเหล่าผู้เชื่อว่า แม้ว่าพวกเขาจะไม่เป็นชาวยิว แต่เมื่อรับเชื่อแล้ว
จะต้องเข้าพิธีสุหนัต ครูสอนเทียมเท็จเหล่านี้ยังสอนด้วยว่าบัญญัติของโมเสส
ส่วนอื่นๆ ย่อมมีความสำคัญจำเป็นต้องถือรักษาไว้ ท่านอัครทูตเปาโลเกรงว่า
เหล่าครูสอนศาสนาเทียมเท็จอาจเดินทางไปถึงกรุงโรมก่อนที่ท่านจะไปถึง ดังนั้น
ท่านจึงเขียนจดหมายฝากถึงเหล่าผู้เชื่อในกรุงโรม เพื่อเป็นการเตือน และหยุด
ครูสอนเทียมเท็จไว้ไม่ให้สร้างความสับสนให้กับคริสตจักรในกรุงโรมเหมือนที่
เกิดขึ้นในหลายคริสตจักรที่ท่านได้ก่อตั้งขึ้น เป็นที่เชื่อกันว่าท่านเปาโลเขียน
จดหมายฝากถึงชาวกาลาเทีย เมื่อท่านพักอยู่ที่เมืองโครินธ์ ในช่วงสามเดือนของ
การเดินทางมิชชันนารีเที่ยวที่สามของท่าน ท่านเปาโลอาจเริ่มเขียนจดหมาย
ไม่นานหลังจากที่ท่านเดินทางถึงเมืองโครินธ์
ในจดหมายที่อัครทูตเปาโลเขียนถึงผู้เชื่อในกรุงโรม ท่านได้ตั้งหลักการ
ยิ่งใหญ่แห่งพระกิตติคุณ ท่านได้อธิบายคำตอบของท่านสำหรับคำถาม ในสิ่งที่
คริสตจักรชาวยิว และคริสตจักรของชาวต่างชาติมีความเห็นไม่ตรงกัน ท่าน
เปาโลแสดงให้เห็นถึงความหวัง และพระสัญญาซึ่งครั้งหนึ่งเป็นของชนชาติยิว
แต่บัดนี้ได้เสนอให้ผู้ที่ไม่ใช่ชนชาติยิวด้วย จาก หนังสือ เอลเลน จี.ไวท์.
กิจการของอัครทูต หน้า 373.
เมื่อเราศึกษาหนังสือเล่มหนึ่งเล่มใดของพระคัมภีร์ เป็นสิ่งสำคัญที่
จะทราบว่าเหตุใดหนังสือดังกล่าวจึงถูกเขียนขึ้น เราจำเป็นต้องทราบด้วยว่ามี
สถานการณ์อะไรที่หนังสือกำลังเอ่ยถึง ดังนั้นเพื่อเราจะเข้าใจจดหมายที่เขียน
ถึงคริสเตียนในโรม จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราที่จะเข้าใจ และทราบเกี่ยวกับ
ปัญหาที่แยกคริสตจักรของชาวยิว และชาวต่างชาติออกจากกัน บทเรียนใน
สัปดาห์ หน้าของเราจะให้คำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้
มีประเด็นปัญหาอะไรไหมที่กำลังทำให้โบสถ์ของท่านกำลัง
แตกแยกในทุกวันนี้? มีการคุกคามจากภายนอกมากกว่า การคุกคาม
จากภายในไหม? ท่านมีส่วนในการต่อสู้เอาชนะกันในเรื่องเหล่านี้ไหม?
ท่านได้หยุดถามตัวเองบ่อยครั้งเพียงใด ว่าท่านมีส่วนในตำแหน่งหน้าที่
ของท่าน ท่าทีความรู้สึกของท่าน เกี่ยวกับการต่อสู้ที่ท่านกำลังเผเชิญ
หน้าอยู่? เหตุใดจึงมีความจำเป็นที่เราจะสำรวจตัวเอาเอง?
วันจันทร์ การสัมผัสส่วนตัว (โรม 15:20-27)
อันที่จริงข้าพเจ้าได้ตั้งเป้าไว้อย่างนี้ว่า จะประกาศข่าวประเสริฐ
ในที่ซึ่งไม่เคยมีใครออกพระนามพระคริสต์มาก่อน เพื่อข้าพเจ้าจะได้
ไม่ก่อขึ้นบนรากฐานที่คนอื่นได้วางไว้ก่อนแล้ว ตามที่มีคำเขียนไว้ใน
พระคัมภีร์ว่า คนที่ไม่เคยได้รับคำบอกเล่าเรื่องพระองค์ก็จะได้เห็น และ
คนที่ไม่เคยได้ฟังจะได้เข้าใจ นี่คือเหตุที่ขัดขวางข้าพเจ้าไว้ไม่ให้มาหา
ท่าน แต่เดี๋ยวนี้ข้าพเจ้าไม่มีกิจที่จะต้องอยู่ในแว่นแคว้นเหล่านี้ต่อไป
ข้าพเจ้ามีความปรารถนามาหลายปีแล้วที่จะมาหาท่าน เมื่อข้าพเจ้าจะ
ไปประเทศสเปน ข้าพเจ้าจะแวะมาหาท่านทั้งหลาย เพราะข้าพเจ้าหวัง
ว่าจะได้พบท่านขณะที่ไปตามทางนั้น และเมื่อได้รับความบันเทิงใจกับ
ท่านทั้งหลายบ้างแล้วหวังว่าท่านจะช่วยจัดส่งให้ข้าพเจ้าเดินทางต่อไป
ขณะนี้ข้าพเจ้าจะขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อช่วยสงเคราะห์ธรรมิกชน
เพราะว่าพวกศิษย์ในแคว้นมาซิโดเนียและแคว้นอาคายา เห็นชอบที่
จะเรี่ยไรเงินส่งไปให้แก่ธรรมิกชนที่ยากจน ในกรุงเยรูซาเล็มพวกศิษย์
เหล่านั้นพอใจที่จะทำเช่นนั้น และความจริงพวกเขาก็เป็นหนี้ธรรมิกชน
เหล่านั้นด้วย เพราะว่าถ้าเขาได้รับคนต่างชาติเข้าส่วนในการฝ่าย
วิญญาณจิต ก็เป็นการสมควรที่พวกต่างชาตินั้นจะได้ปรนนิบัติศิษย์
เหล่านั้น ด้วยสิ่งของฝ่ายเนื้อหนัง (โรม 15:20 - 27)
จดหมายนั้นเป็นสิ่งหนึ่ง แต่การได้ไปเยี่ยมเป็นการส่วนตัวเป็นอีกเรื่อง
หนึ่ง นั่นคือสิ่งที่ท่านเปาโลบอกกับผู้เชื่อในกรุงโรมในจดหมายของท่าน ทั้งนี้
เพราะท่านตั้งใจจะเดินทางไปเยี่ยมพวกเขาด้วยตัวเอง ท่านต้องการให้พวกเขา
ทราบว่าท่านกำลังจะเดินทางมา และมาเพื่ออะไร
ท่านเปาโลได้ให้เหตุผลอะไร ตามที่บันทึกใน โรม 15:20-27 ว่า
เหตุใดท่านจึงไม่ได้เดินทางมาเยี่ยมกรุงโรมก่อนหน้านี้? มีอะไรที่ทำให้
ท่านเปาโลตัดสินใจเดินทางไปที่โรม? พันธกิจมีความสำคัญเพียงใด
สำหรับท่าน? มีอะไรที่เราสามารถเรียนรู้ได้เกี่ยวกับพันธกิจการประกาศ
พระกิตติคุณ และจากคำพยานของท่านเปาโลตรงนี้? มีสิ่งที่น่าสนใจ และ
มีจุดสำคัญอะไรที่ท่านเปาโลกล่าวถึงในข้อ 27 เกี่ยวกับชาวยิวและชาว
ต่างชาติ?
ท่านเปาโลรับดำเนินพันธกิจอันยิ่งใหญ่จากพระเจ้า เพื่อทำการประกาศ
ท่ามกลางคนต่างชาติ ซึ่งท่านตระหนักในความสำคัญที่จะนำเอาพระกิตติคุณ
ไปประกาศในพื้นที่ใหม่ ในช่วงเริ่มต้นของเผยแพร่ศาสนาคริสต์ คนงานมีอยู่
เพียงเล็กน้อย ท่านเปาโลคิดว่าเป็นการสูญเสียอำนาจอันล้ำค่าแห่งพันธกิจ
สำหรับการที่ท่านจะทำงานเป็นศิษยาภิบาลประจำโบสถ์ที่ได้ก่อตั้งขึ้นแล้ว
ดังนั้นท่านจึงตั้งผู้ปกครองให้ดูแลโบสถ์ที่ท่านได้สถาปนาขึ้น ท่านเปาโลกล่าว
ว่า อันที่จริงข้าพเจ้าได้ตั้งเป้าไว้อย่างนี้ว่า จะประกาศข่าวประเสริฐในที่ซึ่งไม่
เคยมีใครออกพระนามพระคริสต์มาก่อน เพื่อข้าพเจ้าจะได้ไม่ก่อขึ้นบนรากฐาน
ที่คนอื่นได้วางไว้ก่อนแล้ว ตามที่มีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า คนที่ไม่เคยได้รับ
คำบอกเล่าเรื่องพระองค์ก็จะได้เห็น และคนที่ไม่เคยได้ฟังจะได้เข้าใจ (โรม
15:20, 21)
ท่านเปาโลไม่เคยวางแผนจะปักหลักอยู่ในกรุงโรม เป้าหมายของท่าน
ต่อไปคือการเดินทางไปเทศนาพระกิตติคุณในประเทศสเปน โดยท่านหวังจะได้
รับการสนับสนุน และการช่วยเหลือจากคริสเตียนในกรุงโรม สำหรับงานประกาศ
ของท่านในประเทศสเปน
มีหลักการสำคัญอะไรที่เราสามารถเรียนรู้ได้สำหรับเราเอง เกี่ยว
กับการที่ท่านเปาโลพยายามขอความช่วยเหลือจากคริสตจักรที่ได้ก่อตั้ง
ขึ้นแล้ว เพื่อที่ท่านจะสามารถทำการประกาศพระกิตติคุณในพื้นที่ใหม่
ได้?
อ่านข้อพระคัมภีร์ โรม 15:20-27 อีกครั้งหนึ่ง คิดเกี่ยวกับว่า
ท่านเปาโลมีใจร้อนรนในการประกาศ และให้การรับใช้มากเพียงใด?
มีสิ่งใดที่ดลใจท่าน และการกระทำของท่าน? ท่านเทจิตใจให้กับการรับ
ใช้มากเพียงใด?
วันอังคาร ท่านเปาโลไปถึงกรุงโรม (กิจการฯ 28:16, 17)
ครั้นพวกเรามาถึงกรุงโรม เขายอมให้เปาโลอยู่คนเดียวต่าง
หาก ให้ทหารคนหนึ่งคุมไว้ ครั้นล่วงไปสามวันแล้ว เปาโลจึงเชิญพวก
ผู้ใหญ่ในพวกยิวมาประชุมกัน เมื่อมาพร้อมหน้ากันแล้วท่านจึงกล่าว
แก่เขาว่า ดูก่อนท่านพี่น้องทั้งหลาย ถึงแม้ว่าข้าพเจ้ามิได้กระทำผิด
สิ่งหนึ่งสิ่งใดต่อชนชาติ หรือผิดธรรมเนียมของบรรพบุรุษ ข้าพเจ้ายัง
ต้องถูกมอบเป็นนักโทษมาจากกรุงเยรูซาเล็ม เป็นนักโทษให้อยู่ในมือ
ของพวกโรม (กิจการฯ 28:16, 17)
พระธรรมกิจการฯ 28:16 บอกเราว่า ในที่สุดท่านเปาโลได้ไปถึง
กรุงโรมอย่างไร? มีบทเรียนอะไรที่เราสามารถเรียนรู้ได้เกี่ยวกับสิ่งที่ไม่
คาดฝันมาก่อนและไม่เป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ ซึ่งได้เกิดขึ้นกับเรา?
ชีวิตของคนหนึ่งอาจมาถึงจุดผกผันที่น่าหวาดหวั่น
บ่อยครั้งแผนการดีที่สุดของเราไม่สัมฤทธิ์ผลตามที่เรา
คาดฝัน หรือหวังไว้ ในที่สุดท่านอัครทูตเปาโลได้เดินทางไป
ถึงกรุงโรมจริง แต่นั่นอาจไม่ได้เป็นในรูปแบบที่ท่านได้คาด
การณ์ไว้
ท่านเปาโลไปถึงกรุงเยรูซาเล็มในตอนสิ้นสุดการเดินทางประกาศ
พระกิตติคุณเที่ยวที่สามของท่านพร้อมกับเงินบริจาคสำหรับผู้ขัดสน อัครทูต
เปาโลได้รวบรวมเงินถวายจากโบสถ์ต่างๆ ในยุโรป และเอเซียไมเนอร์
(Asia Minor คาบสมุทรในเอเซียตะวันตกอยู่ระหว่างทะเลดำกับทะเล
เมดิเตอร์เรเนียน) แต่ในกรุงเยรูซาเล็ม เหตุการณ์ไม่คาดหวังได้รอท่านอยู่ ท่าน
ถูกจับ ถูกล่ามโซ่ และถูกจองจำเป็นนักโทษที่เมืองซีซารียาเป็นเวลาสองปี ท่าน
เปาโลยื่นอุทรณ์ถึงกายซาทางการจึงได้จัดส่งตัวท่านขึ้นเรือที่เดินทางไปยัง
กรุงโรม ท่านเปาโลได้ไปถึงกรุงโรมสามปีหลังจากที่ท่านถูกจับ ท่านเปาโลคง
ไม่คาดหวังท่านจะไปถึงกรุงโรมในฐานะนักโทษ เมื่อแรกท่านเขียนจดหมาย
ฝากไปยังเหล่าผู้เชื่อในกรุงโรม
พระธรรมกิจการฯ 28:17-31 บอกอะไรเราเกี่ยวกับเวลาของท่าน
เปาโลในกรุงโรม? ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น มีบทเรียนอะไรที่เราสามารถเรียน
รู้ได้จากข้อพระคัมภีร์เหล่านี้?
ไม่ใช่คำเทศนาของท่านเปาโล แต่เป็นโซ่ตรวนของท่าน ที่เป็นเหตุ
ให้ประชาชนในศาลของเมือง ซีซารีอาได้สนใจในศาสนาคริสต์ ในฐานะของ
นักโทษ ท่านเปาโลได้ปลดปล่อยจิตวิญญาณมากมายจากการเป็นทาสของ
ความบาป และนี่ไม่ใช่ผลกระทบทั้งหมดที่ได้เกิดขึ้น ท่านเปาโลกล่าวว่า พี่น้อง
ส่วนมากได้เกิดความไว้วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า เนื่องด้วยการจำจองของ
ข้าพเจ้า และพวกเขามีใจกล้าขึ้นที่จะกล่าวพระวจนะของพระเจ้าโดยปราศจาก
ความกลัว (ฟีลิปปี 1:14) จากหนังสือของ เอลเลน จี.ไวท์. กิจการของอัครทูต
หน้า 464
มีบ่อยครั้งเพียงใด ที่ท่านได้รับประสบการณ์ที่ไม่คาดฝันในชีวิต
ของท่าน ที่เปลี่ยนแปรเป็นสิ่งดี (อ่านฟีลิปปี 1:12) เป็นไปได้อย่างไร
และควรเป็นเช่นใดที่ประสบการณ์เหล่านั้นทำให้ท่านมีความเชื่อ มีความ
ไว้วางใจในพระเจ้า เมื่อสิ่งที่ไม่คาดหมายมาก่อนเกิดขึ้น?
อ่านข้อพระคัมภีร์ โรม 15:20-27 อีกครั้งหนึ่ง คิดเกี่ยวกับว่า
ท่านเปา โลมีใจร้อนรนในการประกาศ และให้การรับใช้มากเพียงใด?
มีสิ่งใดที่ดลใจ ท่าน และการกระทำของท่าน? ท่านเทจิตใจให้กับการรับ
ใช้มากเพียงใด?
มีหลักการสำคัญอะไรที่เราสามารถเรียนรู้ได้สำหรับเราเอง เกี่ยว
กับการที่ท่านเปาโลพยายามขอความช่วยเหลือจากคริสตจักรที่ได้ก่อตั้ง
ขึ้นแล้ว เพื่อที่ท่านจะสามารถทำการประกาศพระกิตติคุณในพื้นที่ใหม่
ได้?
เปาโล
12 การไถ่ให้รอดตามแนวคิดในพระธรรมโรม
ท่านเปาโลไปถึงกรุงเยรูซาเล็มในตอนสิ้นสุดการเดินทางประกาศ
พระกิตติคุณเที่ยวที่สามของท่านพร้อมกับเงินบริจาคสำหรับผู้ขัดสน อัครทูต
เปาโลได้รวบรวมเงินถวายจากโบสถ์ต่างๆ ในยุโรป และเอเซียไมเนอร์
(Asia Minor คาบสมุทรในเอเซียตะวันตกอยู่ระหว่างทะเลดำกับทะเล
เมดิเตอร์เรเนียน) แต่ในกรุงเยรูซาเล็ม เหตุการณ์ไม่คาดหวังได้รอท่านอยู่ ท่าน
ถูกจับ ถูกล่ามโซ่ และถูกจองจำเป็นนักโทษที่เมืองซีซารียาเป็นเวลาสองปี ท่าน
เปาโลยื่นอุทรณ์ถึงกายซาทางการจึงได้จัดส่งตัวท่านขึ้นเรือที่เดินทางไปยัง
กรุงโรม ท่านเปาโลได้ไปถึงกรุงโรมสามปีหลังจากที่ท่านถูกจับ ท่านเปาโลคง
ไม่คาดหวังท่านจะไปถึงกรุงโรมในฐานะนักโทษ เมื่อแรกท่านเขียนจดหมาย
ฝากไปยังเหล่าผู้เชื่อในกรุงโรม
พระธรรมกิจการฯ 28:17-31 บอกอะไรเราเกี่ยวกับเวลาของท่าน
เปาโลในกรุงโรม? ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น มีบทเรียนอะไรที่เราสามารถเรียน
รู้ได้จากข้อพระคัมภีร์เหล่านี้?
ไม่ใช่คำเทศนาของท่านเปาโล แต่เป็นโซ่ตรวนของท่าน ที่เป็นเหตุ
ให้ประชาชนในศาลของเมือง ซีซารีอาได้สนใจในศาสนาคริสต์ ในฐานะของ
นักโทษ ท่านเปาโลได้ปลดปล่อยจิตวิญญาณมากมายจากการเป็นทาสของ
ความบาป และนี่ไม่ใช่ผลกระทบทั้งหมดที่ได้เกิดขึ้น ท่านเปาโลกล่าวว่า พี่น้อง
ส่วนมากได้เกิดความไว้วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า เนื่องด้วยการจำจองของ
ข้าพเจ้า และพวกเขามีใจกล้าขึ้นที่จะกล่าวพระวจนะของพระเจ้าโดยปราศจาก
ความกลัว (ฟีลิปปี 1:14) จากหนังสือของ เอลเลน จี.ไวท์. กิจการของอัครทูต
หน้า 464
มีบ่อยครั้งเพียงใด ที่ท่านได้รับประสบการณ์ที่ไม่คาดฝันในชีวิต
ของท่าน ที่เปลี่ยนแปรเป็นสิ่งดี (อ่านฟีลิปปี 1:12) เป็นไปได้อย่างไร
และควรเป็นเช่นใดที่ประสบการณ์เหล่านั้นทำให้ท่านมีความเชื่อ มีความ
ไว้วางใจในพระเจ้า เมื่อสิ่งที่ไม่คาดหมายมาก่อนเกิดขึ้น?
บรรดาท่านที่อยู่ในกรุงโรมผู้ซึ่งพระเจ้าทรงรัก และทรงเรียก
ให้เป็นธรรมิกชน ขอพระคุณและสันติสุขซึ่งมาจากพระเจ้าพระบิดา
ของเราทั้งหลาย และจากพระเยซูคริสตเจ้า จงดำรงอยู่กับพวกท่าน
เถิด (โรม 1:7)
วันพุธ เรียกให้เป็น ธรรมิกชน (โรม 1:7)
อ่านคำทักทาย ที่ท่านเปาโลกล่าวกับเหล่าผู้เชื่อในกรุงโรม โรม
1:7 มีหลักการแห่งความจริงอะไรที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากถ้อยคำของ
ท่าน?
คำว่า ผู้ซึ่งพระเจ้าทรงรัก เป็นความจริงที่ว่า พระเจ้าทรงรักโลก แต่นั่น
เป็นอีกนัยหนึ่ง แต่พระเจ้าทรงรักเหล่าผู้ที่ได้เลือกรับเอาพระองค์ และเหล่าผู้ที่
ยอมรับเอาความรักของพระองค์ เป็นกลุ่มคนพิเศษ เป็น ผู้ซึ่งพระเจ้าทรงรัก
เราทราบดีว่าในฐานะเป็นมนุษย์ เรารักเหล่าคนที่รักเรา เป็นความรัก
ที่คาดหวังจะได้รับความรักตอบแทนมายังเรา เป็นความรักที่มีข้อจำกัด และไม่
สมบูรณ์ในตัว
คำที่ว่า ทรงเรียกให้เป็นธรรมิกชน ในฉบับแปลบางฉบับพิมพ์คำว่า
ให้เป็น ด้วย ตัวเอน นี่หมายความว่าผู้แปลได้เพิ่มคำเข้าไปเอง แต่คำเหล่านี้
อาจนำเอาออกไป โดยไม่ทำให้ความหมายเสียไป เมื่อคำว่า ให้เป็น ถูกนำเอา
ออกไป เราจะได้คำว่า ถูกเรียกว่าธรรมิกชน
คำว่า ธรรมิกชน แปลมาจากคำในภาษากรีก ฮากิโออิ (hagioi)
ซึ่งหมายความถึง ผู้บริสุทธิ์ และคำว่า บริสุทธิ์ หมายถึง ผู้ที่ได้อุทิศถวายตัว
ถูกแล้ว คำว่า ธรรมิกชน คือผู้ที่ได้ถูก แยกไว้ โดยพระเจ้า เขาหรือ/เธอ
อาจจะต้องเดินตามครรลองของคริสเตียนไปอีกไกลกว่าที่จะเติบโตเต็มขนาด แต่
บุคคลผูน้ ี้ไดท้ ำการเลือกพระคริสตไ์ วดั้งนั้นพระเจา้ จึงเรียกพวกเขาวา่ ธรรมิกชน
อัครทูตเปาโลกล่าวว่า มีบางคนถูกเรียกว่าธรรมิกชน ซึ่งใน
ข้อความตอนเดียวกันบอกเป็นนัยว่า มีบางคนไม่ได้ถูกเรียก? เอเฟซัส
14 การไถ่ให้รอดตามแนวคิดในพระธรรมโรม
เราไม่ทราบว่ากลุ่มผู้เชื่อในกรุงโรมเริ่มต้นอย่างไร หลายคนเชื่อว่า กลุ่ม
ผู้เชื่อในกรุงโรมเริ่มต้นจากท่านเปโตร หรือไม่ก็ท่านเปาโล แต่ก็ไม่มีข้อพิสูจน์
ได้ชัดเจน อาจเป็นได้ว่าสมาชิกอาสาบางคนเป็นผู้เริ่มต้น คนเหล่านั้นคือผู้ที่
รับเชื่อองค์พระเยซูในวันเพ็นเตคอสต์ในกรุงเยรูซาเล็ม (กิจการฯ บทที่ 2) ใน
เวลาต่อมา ผู้เชื่อเหล่านั้นบางคนเดินทางไปเยี่ยมกรุงโรม หรือแม้แต่ย้ายไปอยู่
ที่โรม และได้เป็นพยานความเชื่อของพวกเขาที่นั่น
ประการแรก ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณพระเจ้าของข้าพเจ้า โดย
ทางพระเยซูคริสต์ เหตุด้วยท่านทั้งหลายเพราะว่าความเชื่อของพวก
ท่านเลื่องลือไปทั่วโลก (โรม 1:8)
วันพฤหัสบดี เป็นที่รู้จักของโลก (โรม 1:8)
ลองตรึกตรองดู: แม้แต่ก่อนที่โลกนี้จะเริ่มต้นขึ้น พระเจ้าทรงเตรียม
แผนที่จะให้ท่านถูกเรียกให้รับเอาความรอดในพระองค์ อย่าให้มีสิ่งใด
สามารถมาหยุดเราไว้จากการเชื่อฟังเสียงเรียกให้เชื่อฟังนั้น? อธิบาย
คำตอบของท่าน
1:4; ฮีบรู 2:9 และ 2 เปโตร 3:9 ช่วยเราให้เข้าใจว่าท่านเปาโลหมายความ
ถึงอะไร?
ข่าวยิ่งใหญ่แห่งพระกิตติคุณคือ พระคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่บาป
ของมนุษย์ทุกคน และเราทุกคนได้ถูกเรียกให้รับเอาความรอดในพระเยซู เรา
ทั้งหลาย ถูกเรียกให้เป็นธรรมิกชน แม้แต่ก่อนที่โลกนี้ถูกวางรากฐานในตอน
สร้าง กล่าวคือพระเจ้าทรงวางแผนไว้ว่า มนุษย์ทั้งมวลจะได้รับความรอดใน
พระเยซู ไฟกำมะถันแห่งนรกหมายถึงการลงโทษที่จะเกิดขึ้นกับพญามาร และ
ทูตสวรรค์บริวาร (มัทธิว 25:41) ช่างน่าเศร้ามากที่บางคนมองไม่เห็นประโยชน์
ที่จะได้รับ จากสิ่งที่พระเจ้าทรงเสนอให้กับเขา แต่การปฏิเสธของมนุษย์ไม่ควร
ทำให้เราลืมความมหัศจรรย์ในของประทานจากพระเจ้า
แล้วโบสถ์ท้องถิ่นของท่านเป็นอย่างไร? โบสถ์มีชื่อเสียงเป็นที่
รู้จักในด้านไหน? หรือที่สำคัญยิ่งกว่า โบสถ์มีชื่อเสียงสักหนึ่งอย่าง
ประมาณสามสิบปี ภายหลังเหตุการณ์ของวันเพ็นเตคอสต์ เหล่าผู้เชื่อ
ได้เริ่มต้นกลุ่มนมัสการขึ้นในโรม ตามบันทึกบอกว่าก่อนหน้านั้นไม่มีอัครทูต
ท่านใดเดินทางไปเยี่ยม แต่คริสตจักรแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีในท่ามกลางผู้เชื่อใน
ที่ต่างๆ บางคนกล่าวว่าประมาณยี่สิบปีหลังจากที่พระคริสต์ถูกตรึง มีคริสตจักร
ที่กระตือรือร้นและเข้มแข็งเกิดขึ้นที่กรุงโรม คริสตจักรแห่งนี้มีความเป็นปึกแผ่น
และเป็นพยานความเชื่อในพระเจ้าอย่างเข้มแข็งและองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำ
การท่ามพวกเขาจากข้อเขียนของ เอลเลน จี.ไวท์. ใน The Bible Commentary,
volume 6, page 1067.
ท่านเปาโลพรรณนาเกี่ยวกับคริสตจักรในกรุงโรม ในโรม 15:14
อย่างไร?
ท่านเปาโลเลือกใช้สามสิ่งที่สำคัญในประสบการณ์ของกลุ่มคริสเตียน
ในกรุงโรมอันประกอบด้วย:
1. บริบูรณ์ด้วยความดีของพระเจ้า ผู้คนจะกล่าวถึงคุณสมบัติข้อนี้
จากประสบการณ์ของเราเองไหม? ขณะที่พวกเขาใช้เวลากับเรา ความดีของเรา
เป็นจุดประทับใจของพวกเขาได้หรือเปล่า?
2. พร้อมด้วยความรู้ทุกอย่าง พระคัมภีร์ชี้ให้เห็นความสำคัญในข้อมูล
และความรู้ คริสเตียนได้รับการหนุนใจให้ศึกษาพระคัมภีร์ เพื่อจะมีความรู้ดี
เกี่ยวกับคำสอน พระวจนะ, ดวงใจใหม่ซึ่งเราจะประทานให้ท่าน หมายถึง
จิตใจดวงใหม่ที่เราประทานแก่ท่าน, จะติดตามมาโดยความรู้สึกอันชัดเจน
ในภาระของคริสเตียน นี่คือความเข้าใจในความจริง จากหนังสือของ เอลเลน
จี.ไวท์. My Live Today page 24.
3. สามารถจะเตือนสติกันและกันได้ จะไม่มีใครเติบโตฝ่าย
พระวิญญาณ ถ้าเขาหรือเธอแยกตัวเองจากผู้เชื่อคนอื่น เราจำเป็นต้องสามารถ
ให้การหนุนใจคนอื่น และในเวลาเดียวกันให้คนอื่นหนุนใจเราได้ด้วย
แล้วโบสถ์ท้องถิ่นของท่านเป็นอย่างไร? โบสถ์มีชื่อเสียงเป็นที่
รู้จักในด้านไหน? หรือที่สำคัญยิ่งกว่า โบสถ์มีชื่อเสียงสักหนึ่งอย่างหรือไม่? คำตอบของท่านบอกให้ทราบเกี่ยวกับโบสถ์ท้องถิ่นของท่าน
อย่างไร? ที่สำคัญกว่าท่านจะสามารถช่วยปรับปรุงสถานการณ์ในโบสถ์
ท้องถิ่นของท่าน ได้อย่างไร?
วันศุกร์ ศึกษาเพิ่มเติม:
อ่านหนังสือของ เอลเลน จี. ไวท์ ในบทที่ชื่อ The Mysteries of the Bible
ใน Testimonies for the Church, volume 5, p 706. อ่านในบทที่ชื่อ
Salvation to the Jews. , in The Acts of the Apostle, pages 372-374.
และอ่านหนังสือ The SDA Bible Dictionary, 922; and The Bible
Commenta Volume 6, 467, 468.
ขณะที่ท่านเปาโลเป็นผู้ต้องขังอยู่ในเรือนจำ ท่านไม่มีโอกาสดำเนิน
พันธกิจใดๆ ของคริสตจักร แต่อิทธิพลของท่านยังคงอยู่ และขยายออกกว้าง
กว่าในสมัยที่ท่านมีอิสระเดินทางไปประกาศท่ามกลางคริสตจักรต่างๆ อัครทูต
เปาโลเป็นประดุจหลักยึดของเหล่าผู้เชื่อในพระเยซู และถ้อยคำในจดหมายฝาก
ที่ท่านเขียนขณะถูกจองจำด้วยโซ่ตรวน เพื่อพระนามของพระคริสต์ เป็นเหตุ
ทำให้คนทั้งหลายเกิดความสนใจและยอมรับนับถือท่าน มากกว่าตอนที่ท่านอยู่
กับพวกเขาด้วยตัวเองเสียอีก จากหนังสือของ เอลเลน จี. ไวท์. กิจการของ
อัครทูต หน้า 454.
ความหวังและเป้าหมายอันสูงสุดของอัครทูตเปาโล คือต้องการให้
คริสตจักรที่ตั้งไว้อย่างดีแล้วในกรุงโรม มีความเข้มแข็ง และเติบโตขึ้น และ
เป้าหมายขั้นต่อไปคือท่านต้องการให้เหล่าผู้เชื่อแห่งคริสตจักรโรม ให้การ
สนับสนุนงานที่ต้องขยายต่อไปทั้งในอิตาลี และในประเทศอื่นๆ ท่านเปาโล
พยายามเตรียมทางไว้สำหรับงานของท่านท่ามกลางเหล่าผู้เชื่อ ซึ่งมีหลายคน
เป็นแขกแปลกหน้าสำหรับท่าน ดังนั้นอัครทูตเปาโลส่งจดหมายบอกพวกเขา
เกี่ยวกับแผนการของท่านที่จะไปเยี่ยมกรุงโรม และความหวังของท่านที่จะก่อตั้ง
คริสตจักรแห่งใหม่ในประเทศสเปน จากหนังสือของ เอลเลน จี.ไวท์. กิจการ
ของอัครทูต หน้า 373
พระเจ้าผู้ทรงชนม์นิรันดร์ ได้แสดงให้เห็นการแยกกันระหว่างธรรมิกชน
และคนบาป ระหว่างผู้เชื่อในพระเจ้าและผู้ที่ไม่เชื่อ คนทั้งสองประเภทไม่อาจคละ
เคล้าเป็นเนื้อเดียวกันได้เหมือนสีของรุ้งกินน้ำ ซึ่งจะว่าไปแล้วทั้งสองประเภทมี
ความแตกต่างจากกันเหมือนเวลาเที่ยงวันและเวลาเที่ยงคืน จากหนังสือของ
เอลเลน จี.ไวท์ ใน ข่าวประเสริฐสำหรับเยาวชน หน้า 39
คำถามเพื่อการอภิปราย:
1. คิดใคร่ครวญเกี่ยวกับคำถามในตอนจบบทเรียนในวันพฤหัสบดี
ชั้นของท่านจะปรับปรุงแก้ไข ในสิ่งที่คนอื่นคิดเกี่ยวกับโบสถ์ของ
ท่านได้อย่างไร?
2. แบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ตอนแรกดูเหมือนเลวร้าย
แต่ภายหลังกลายเป็นดี ท่านจะสามารถใช้ประสบการณ์เหล่านี้ให้
การช่วยคนอื่น ผู้ต่อสู้ดิ้นรนกับสิ่งเลว ที่ไม่คาดหวังมาก่อนได้
อย่างไร?
3. ไตร่ตรองเกี่ยวกับแนวคิด ที่ว่า เราถูกเรียกให้รับเอาความรอด ก่อน
ที่โลกนี้จะอุบัติขึ้น? (อ่านทิตัส 1:1, 2; 2 ทิโมธี 1:8, 9) เหตุใด
สิ่งนี้ให้การหนุนใจเราเป็นอย่างยิ่ง? สิ่งนี้บอกอะไรเราเกี่ยวกับ
ความรักของพระเจ้าสำหรับมนุษย์ทั้งปวง เหตุใดจึงเป็นเรื่องเศร้าใจ
ยิ่ง เมื่อผู้คนหันหนีจากของประทานแห่งพระคุณของพระเจ้า?