ค้นพบ
บทที่ 13
จากคนบาปที่ทำผิดสู่ธรรมิกชนที่ได้รับการอภัย
-การเผชิญหน้ากับการพิพากษาอย่างกล้าหาญ
-เส้นเวลาสำหรับพระชนม์ของพระคริสต์
-หลักประกันของการยกโทษบาปให้
-เส้นเวลาสำหรับการพิพากษา
-เมื่อพบหนังสือแห่งชีวิตของท่านในการพิพากษา...และมากกว่านั้น!
จากคนบาปที่ทำผิดสู่ธรรมิกชนที่ได้รับการอภัย
ไม่มีรอยนิ้วมือ ไม่มีอาวุธให้เห็น ไม่มีฆาตกรให้พบว่าเดินเข้ามาในที่ทำงานของนักจิตวิทยาไมเคิล ฟิลลิปส์ ไม่มีใครได้ยินเสียงปืนที่ถูกเหนี่ยวไก แต่พบดร.ฟิลลิปส์นอนแผ่อยู่หลังโต๊ะทำงานของเขา กระสุนห้านัดเจาะทะลุผ่านเสื้อกั๊กตัวนอกของเขา
ดูเหมือนเป็นคดีอาชญากรรมไร้ร่องรอยอย่างสมบูรณ์แบบ ครั้งแรกเหล่านักสืบไม่พบร่องรอยใดๆ แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นสายไฟเล็กๆ ติดอยู่กับที่วางดินสอบนโต๊ะของดร.ฟิลลิปส์ สายไฟนั้นโยงไปถึงเครื่องอัดเทปในลิ้นชักโต๊ะ เขาพบว่าแท้จริงแล้วที่วางดินสอก็เป็นที่ซ่อนของไมโครโฟนนั่นเอง
นักสืบเหล่านั้นได้กรอเทปกลับอย่างรวดเร็ว (ด้วยความตะลึงงันของพวกเขา) มีเสียงเทปของอาชญากรรมที่แท้จริง ผู้ชายชื่อแอนโธนี่ อินเซียราโน่เดินเข้ามาในห้องทำงานและเริ่มทะเลาะกับดร.ฟิลลิปส์อย่างรุนแรง เสียงปืนดังขึ้น เทปนั้นจบลงด้วยเสียงครวญครางอันน่ากลัวของนักจิตวิทยาซึ่งกำลังนอนตายบนพรม
มีการบันทึกเทปถึงรายละเอียดที่น่ากลัวทุกราย ฆาตกรคิดว่าคดีอาชญากรรมของเขายังคงเป็นความลับตลอดไป เขาระมัดระวังมากในการที่จะไม่ทิ้งร่องรอยไว้ แต่ก็ยังมีพยานที่มองไม่เห็นมาเล่าเรื่องให้ฟังทั้งหมดจนได้
ในคู่มือนี้พวกเราจะเรียนรู้เกี่ยวกับการพิพากษาครั้งสุดท้ายของพระเจ้า เมื่อมนุษย์ทั้งหลายจะ “ถูกพิพากษาตามการกระทำของเขาทั้งหลายที่เขียนไว้ในหนังสือแห่งชีวิตนั้น” (วิวรณ์ 20:12) (หากมิได้ทำเครื่องหมายใดๆไว้ บทความทั้งหมดภาคภาษาอังกฤษในบท ค้นพบ นี้มาจากพระคัมภีร์ฉบับสากลเล่มใหม่ [เอ็นไอวี] แปลไทยจาก “พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิม ฉบับ 1971 (ย่อขนาดปี 1998),ภาคพันธสัญญาใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2002 สงวนลิขสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย ใช้โดยได้รับอนุญาต”)
นับเป็นเรื่องที่จริงจัง คนเหล่านั้นที่คิดว่าเขาสามารถปกปิดการกระทำผิดของเขาไว้ได้นั้น จะต้องพบกับความประหลาดใจอย่างใหญ่หลวง เช่นในแต่ละสัปดาห์บุคคลที่แสร้งทำเป็นเคร่งศาสนาใช้เวลายาวนานในการอธิษฐานในโบสถ์ แต่ในขณะเดียวกันก็มักชอบทำทารุณคู่สมรสที่บ้านอย่างลับๆ เขาจะต้องตกใจเมื่อต้องรู้ว่าการกระทำลับๆของเขานั้นมีการบันทึกไว้เรียบร้อยแล้ว
และท่านจะได้เรียนรู้ด้วยเช่นกันว่า ทำไมการพิพากษาจึงเป็นข่าวดีเลิศสำหรับคนที่พบความมั่นคงในพระคริสต์
ท่านสามารถเผชิญหน้ากับการพิพากษาอย่างกล้าหาญ
ใครจะเป็นผู้พิพากษาโลก?
“พระบิดาไม่ทรงพิพากษาใคร แต่ทรงมอบการพิพากษาทั้งสิ้นไว้กับพระบุตร”
— ยอห์น 5:22
ไม้กางเขนทรงเตรียมพระคริสต์ให้กลายเป็นผู้พิพากษาของเราได้อย่างไร?
“พระเจ้าได้ทรงตั้งพระเยซูไว้ให้เป็นเครื่องบูชาไถ่บาป โดยพระโลหิตของพระองค์ ความเชื่อจึงได้ผล ทั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นความชอบธรรมของพระเจ้า... และเพื่อจะสำแดงในปัจจุบันนี้ว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ชอบธรรม และทรงให้ผู้ที่เชื่อในพระเยซูเป็นผู้ชอบธรรมด้วย”
— โรม 3:25, 26
การสิ้นพระชนม์แทนเราของพระคริสต์บนไม้กางเขน สามารถทำให้พระเจ้าทรงเป็นทั้งผู้พิพากษาที่เที่ยงธรรม และผู้แก้ต่างซึ่งเต็มไปด้วยพระเมตตา พระองค์ทรงสามารถทั้งปกป้องมาตรฐานที่ไม่เคยเปลี่ยนของพระเจ้า และปกป้องคนบาปที่กลับใจแล้ว เมื่อเอกภพที่ดูอยู่นั้นถามคำถามว่า “ทำไมผู้พิพากษาที่เป็นกลางนั้นประกาศคนที่ผิดให้เป็นไม่ผิดได้?” พระคริสต์ทรงสามารถตอบได้โดยชี้ไปที่แผลเป็นในพระหัตถ์ของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงรับโทษที่เที่ยงธรรมแห่งความบาป ด้วยร่างกายของพระองค์เองแทนคนบาปเรียบร้อยแล้ว
[บทที่ 12 ให้ภาพว่าพระเยซู (พระเมษโปดกของพระเจ้าหรือเป็นผู้แทนของเราต่อเบื้องพระบัลลังก์พระเจ้า) ทรงเตรียมเราสำหรับวันพิพากษาโดยทรงแก้บาปให้]
พระเยซูทรงทำอะไรเพื่อแลกเปลี่ยนกับชีวิตบาปของเรา?
“พระเจ้าทรงทำพระองค์[พระคริสต์]ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป เพราะเห็นแก่เรา เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์”
— โครินธ์ ฉบับที่สอง 5:21
เพราะพระคริสต์ พระเจ้าทรงสามารถทำให้เกิดการสลับที่ได้อย่างมหัศจรรย์ จากการพิพากษา เราสามารถยกชีวิตที่ผิดบาปของเราสลับกับพระชนม์ที่เที่ยงธรรมของพระคริสต์ และเพราะพระชนม์ที่ไร้บาปและการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู พระเจ้าจึงสามารถให้อภัยเรา และเลี้ยงดูเราเหมือนเราไม่เคยทำบาปมาเลย และยิ่งไปกว่านั้นพระองค์ทรงฝังความบาปของเราไว้ในห้วงทะเลลึก และบันทึกชีวิตที่ไร้บาปของพระองค์สลับให้เรา (ซึ่งไม้กางเขนได้ประกาศว่าเป็น “หลักฐานที่คู่ควรแก่การยอมรับ”) แทนการบันทึกชีวิตที่ผิดบาปของเรา นี่คือสิ่งที่เราต้องการในการพิพากษาจริงๆ เพื่อที่จะยืนต่อพระพักตร์พระเจ้าผู้ทรงบริสุทธิ์
สวรรค์ได้เก็บบันทึกแต่ละชีวิตทุกๆชีวิต (วิวรณ์ 20:12) พระเจ้าทรงเป็นผู้ประเมินการกระทำทุกๆอย่าง (ซามูเอล ฉบับต้น 2:3) พระเจ้าทรงเก็บบันทึกคำทุกคำที่พูดและความคิดทุกความคิดที่เคยผ่านในจิตใจเรา (มัทธิว 12:36) นั่นเป็นข่าวร้ายสำหรับคนที่คิดว่า ความบาปและอาชญากรรมลับที่เขาได้ทำไว้จะไม่กลับมาหลอกหลอนเขาอีก
แต่ก็มีข่าวดีเยี่ยมเช่นกันสำหรับคนทั้งหลายที่ยอมรับพระคริสต์อย่างจริงใจ ในฐานะผู้แก้ต่างของพวกเขาต่อเบื้องพระพักตร์พระบิดา “พระโลหิตของพระเยซูพระบุตรของพระองค์ ก็ชำระเราให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น” (ยอห์น ฉบับที่หนึ่ง 1:7) พระเยซูทรง “ลบล้าง” บาปของเรา (กิจการของอัครฑูต 3:19) แทนอดีตของเราที่ด่างพร้อยเหลือเกิน พระคริสต์ทรงให้เห็นบันทึกที่ไร้จุดด่างของชีวิตที่สมบูรณ์แบบของพระองค์ (โครินธ์ ฉบับที่สอง 5:21)
ลองมาดูกันให้ลึกลงไปอีกว่าอะไรทำให้พระเยซูหรือผู้ทรงแก้ต่าง หรือผู้พิพากษาของเราทรงมีคุณสมบัติพอที่จะสามารถจัดการกับปัญหาความบาปของเรา (หากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับเลขซึ่งหลายคนมักจะมี อย่าเพียงแต่จดจ่อกับปัญหาตรงหน้าตรงนั้น แต่ขอให้ท่านอ่านล่วงหน้าต่ออีกสามหัวข้อถัดไปอย่างรวดเร็ว แล้วท่านจะสามารถเข้าใจสิ่งสำคัญๆในส่วนที่เหลือ ถึงแม้ท่านจะไม่เข้าใจทั้งหมดก็ตาม)
พระคริสต์เสด็จมาตรงเวลา
ในการรับบัพติศมาของพระองค์ พระเยซูทรงถูกเจิมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์
“เมื่อพระเยซูทรงรับบัพติศมาแล้วก็เสด็จขึ้นจากน้ำ และในทันใดนั้นฟ้าก็แหวกออก และพระองค์ทรงเห็นพระวิญญาณของพระเจ้า เสด็จลงมาดุจนกพิราบสถิตบนพระองค์ และนี่แน่ะ มีพระสุรเสียงตรัสจากฟ้าสวรรค์ว่า ‘ท่านผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา เราชอบใจท่านมาก’”
— มัทธิว 3:16, 17
ต่อมาการถูกเจิมของพระคริสต์ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในการรับบัพติศมาของพระองค์ ทำให้สาวกทั้งหลายตระหนักว่า พระเมสสิยาห์เสด็จมาถึงแล้ว
“‘เราพบพระเมสสิยาห์’ (ซึ่งแปลว่าพระคริสต์)”
— ยอห์น 1:41
เมสสิยาห์เป็นคำฮีบรู และพระคริสต์เป็นคำกรีก ทั้งคู่แปลว่า “ผู้ที่ถูกเจิม” เหล่าสาวกสรุปว่าพระเยซูทรงถูกเจิมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นพระเมสสิยาห์ ขณะที่พระองค์ทรงรับบัพติศมา
ลูกา (สาวกของพระเยซู) บันทึกปีแห่งการเจิมของพระเยซูเป็นพระเมสสิยาห ์ในปีทิ่สิบห้าแห่งรัชกาลของจักรพรรดิทิเบริอัส ซีซาร์ (ลูกา 3:1, 2) สำหรับเราจะเป็นปี 27 ก่อนคริสตกาล
มีการทำนายถึงการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์ไว้หลายแห่งในคำพยากรณ์พระคัมภีร์เก่า พระคริสต์เสด็จมาตรงเวลาพอดีเพื่อให้เป็นจริงตามคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์ ขณะที่พระองค์ทรงเริ่มงานพันธกิจพระเจ้าของพระองค์ พระเยซูทรงประกาศว่า
“เวลากำหนดมาถึงแล้ว...และแผ่นดินของพระเจ้าก็มาใกล้แล้ว จงกลับใจใหม่ และเชื่อข่าวประเสริฐ!”
— มาระโก 1:15
การรับบัพติศมาและการเจิมของพระผู้ช่วยให้รอดบาปของเราจะปรากฏตรงเวลา พระคัมภีร์ฉบับคิงส์เจมส์กล่าวไว้ว่า “บังเกิดขึ้นตรงตามเวลาที่ได้กำหนดไว้” แต่พระคริสต์ทรงอ้างถึงเวลาอะไร? เวลาได้ดำเนินมาจนกระทั่งพระเยซูทรงปรากฏและทรงถูกเจิม เทพยากรณ์ดาเนียลทำนายไว้ล่วงหน้า ถึงเวลาที่พระเยซูจะทรงปรากฏเป็นพระเมสสิยาห์ เมื่อ 500 กว่าปีก่อนที่พระเยซูจะเสด็จมาบนโลกเสียอีก
ดาเนียลได้ทำนายไว้หรือไม่ว่าพระเยซูจะทรงปรากฏและทรงถูกเจิมเป็นพระเมสสิยาห์ในค.ศ. 27? นี่คือคำพยากรณ์ของดาเนียล
“เพราะฉะนั้นจงทราบและเข้าใจว่า นับตั้งแต่กาลที่ถ้อยคำนั้นออกไป ให้สร้างกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่จนถึง สมัยผู้ถูกเจิมไว้ ผู้เป็นประมุขก็เป็นเวลาเจ็ด’สัปตะ’ [หมายถึงหน่วยสัปดาห์] และเป็นเวลาหกสิบสอง’สัปตะ’ [สัปดาห์]”
— ดาเนียล 9:25
เจ็ดสัปดาห์และหกสิบสองสัปดาห์รวมเป็นหกสิบเก้าสัปดาห์หรือ 483 วัน (7 X 69 = 483 วัน) คำพยากรณ์ในพระคัมภีร์ที่เป็นสัญลักษณ์นั้น เรานับหนึ่งวันเท่ากับหนึ่งปี (เอเสเคียล 4:6; กันดารวิถี 14:34) ดังนั้น 483 วันจึงเท่ากับ 483 ปี ดาเนียลทำนายว่าจะมีคำสั่งให้สร้างกรุงเยรูซาเล็มใหม่ให้เหมือนเดิม และพระเมสสิยาห์จะทรงปรากฏอย่างแน่นอนหลังจากคำสั่งนี้ผ่านไป 483 ปี
พระเยซูทรงปรากฏเป็นพระเมสสิยาห์ตามเวลาที่กำหนดไว้หรือไม่? พระราชาอารทาเซอร์ซีส (Artaxerxes) ทรงออกกฎหมายสร้างกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่ในปี 457 ก่อนคริสตกาล (เอสรา 7:7-13, 21-26) เวลาได้ผ่านไปจนครบ 483 ปี นั่นคือจบลงในค.ศ. 27 (457 ก่อนคริสตกาล + ค.ศ. 27 = 484) อย่างไรก็ตามมีการออกกฎหมายระหว่างปี 457 และพระคริสต์ทรงถูกเจิมระหว่างปี 27 ทำให้เวลาของทั้งคู่ไม่เต็มปีดังนั้นระยะเวลาที่ถูกต้องจึงเป็น 483 ปีนั่นเอง จึงเป็นคำตอบของคำถามข้างต้นว่า พระเยซูทรงปรากฏเป็นพระเมสสิยาห์ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้จริง
เวลานั้นๆที่กำหนดคือ ค.ศ. 27 พระเยซูทรงปรากฏพร้อมข่าวประเสริฐว่า “เวลาได้มาถึงแล้ว” การเกิดขึ้นจริงอย่างแม่นยำตามคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์นั้นเป็นคำยืนยันที่น่าทึ่งว่า พระเยซูของนาซาเร็ททรงเป็นพระเมสสิยาห์อย่างแน่นอน พระเจ้าเสด็จลงมายังโลกด้วยเนื้อหนังมนุษย์
พระเยซูทรงใช้เวลานานเท่าไรในการทำพันธสัญญาเข้มแข็ง?
“ท่านจะทำพันธสัญญาเข้มแข็งกับคนเป็นอันมากอยู่หนึ่ง ‘สัปตะ’ [หมายถึงสัปดาห์]”
— ดาเนียล 9:27, ในส่วนแรก
เมื่อเราใช้กฎหนึ่งวันเท่ากับหนึ่งปี ดังนั้นหนึ่ง “สัปดาห์” เท่ากับเจ็ดปี นั่นคือพระเยซูทรง “ทำพันธสัญญาเข้มแข็ง” หรือพระสัญญาที่พระองค์ทรงให้กับมนุษย์ตั้งแต่ค.ศ. 27 ถึง ค.ศ. 34 นับเป็นเวลาเจ็ดปีพอดีตามพระวจนะข้างต้น หลังจากที่อาดัมและเอวาทำบาป พระเจ้าทรงทำพันธสัญญากับเขาทั้งคู่ว่าพระองค์จะทรงช่วยพงศ์พันธุ์มนุษย์จากบาป โดยผ่านการสิ้นพระชนม์ของคนที่พระองค์ทรงส่งมา (ปฐมกาล 3:15) การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูบนไม้กางเขนจึงเป็นจริงตามพันธสัญญาที่ให้ไว้เจ็ดสิบสัปดาห์ (69 สัปดาห์ + 1 สัปดาห์)
อะไรเกิดขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ที่เจ็ดสิบนี้?
“ท่านจะกระทำให้การถวายสัตวบูชา และเครื่องบูชาอื่นๆ หยุดไปครึ่ง ‘สัปตะ’ [หมายถึงสัปดาห์]”
— ดาเนียล 9:27, ในส่วนหลัง
พระเยซูทรงถูกตรึงกางเขนในปีค.ศ.31 คือในช่วง “ครึ่งสัปดาห์” เวลาสิ้นพระชนม์ของพระเยซู “ม่านในพระวิหารก็ฉีกขาดออกเป็นสองท่อนตั้งแต่บนตลอดล่าง” (มัทธิว 27:51) เครื่องบูชาที่กำลังจะถูกฆ่า (เป็นสัญญลักษณ์ของพระเยซู “พระเมษโปดกของพระเจ้า”) ได้หลบหนีจากมือของปุโรหิต เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องหมายว่าพระเจ้าทรงไม่ประสงค์ ให้มนุษย์ถวายสัตวบูชาอีกต่อไป การบรรลุถึงคำพยากรณ์ที่ถูกต้องตรงตามอักษรทุกตัวคือ พระเยซูทรง “หยุด” การถวายสัตวบูชา (ดาเนียล 9:27) ดังนั้นตั้งแต่พระคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์ เราติดต่อกับพระเจ้าโดยตรงผ่านพระเยซู พระเมษโปดกของพระเจ้าหรือมหาปุโรหิตของเรา มิได้ใช้สัตวบูชาเหมือนเช่นเคยแต่ประการใด
หลักประกันของการยกโทษบาป
ตามคำพยากรณ์ของดาเนียล ทำไมพระเยซูจึงทรงสิ้นพระชนม์?
“ท่านผู้หนึ่งที่ถูกเจิมไว้ จะต้องถูกตัดออกและจะไม่มีอะไรสำหรับท่าน”
— ดาเนียล 9:26, ช่วงกลาง
การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ที่ไม้กางเขน พระเยซูทรงถูก “ตัดออกและจะไม่มีอะไรสำหรับท่าน” พระเยซูทรงใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ เป็นคนเดียวที่ทำได้ในโลกของเรา พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์ “ไม่มีอะไรสำหรับท่าน” ไม่ใช่เป็นเพื่อการจ่ายบทลงโทษสำหรับบาปของพระองค์เอง แต่เพื่อเป็นการจ่ายบทลงโทษสำหรับบาปของท่าน บาปของเรา และบาปของโลกทั้งใบ
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าพระเจ้าทรงให้อภัยบาปของเราทั้งหมดและยอมรับเรา?
“คือความชอบธรรมของพระเจ้า ซึ่งปรากฏโดยความเชื่อในพระเยซูคริสแก่ทุกคนที่เชื่อ ... เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า แต่พระเจ้าทรงมีพระคุณให้เขาเป็นผู้ชอบธรรม โดยไม่คิดมูลค่าโดยที่พระเยซูคริสต์ทรงไถ่เขาให้พ้นบาปแล้ว พระเจ้าได้ทรงตั้งพระเยซูไว้ให้เป็นเครื่องบูชาไถ่บาป โดยพระโลหิตของพระองค์ ความเชื่อจึงได้ผล”
— โรม 3:22-25
ประเด็นสำคัญในพระวจนะเหล่านี้คือเรา “ทุกคนทำบาป” แต่เป็นเพราะ “พระคุณ” ของพระเจ้า คนทั้งหมด “เป็นผู้ชอบธรรม” ซึ่งมี “ความเชื่อ” ในอำนาจการลบมลทินของ “พระโลหิต” ของพระคริสต์
สองสิ่งเกิดขึ้นเมื่อเราเป็นผู้ชอบธรรม
• พระเจ้าทรงประกาศการให้อภัยแก่เรา การถูกเจิมหรือการเอาความผิดบาปในอดีตของเราออกไป
• พระเจ้าทรงประกาศให้เราชอบธรรม “ความชอบธรรมจากพระเจ้ามาจากความเชื่อในพระเยซูคริสต์”
วิธีของพระเจ้าที่ทรงมอบความปลอดภัยมั่นคงอย่างสมบูรณ์แก่เรา จะทำให้เราเป็นคนชอบธรรมโดยความเชื่อในพระคริสต์ พระเยซูทรงสัญญาว่า “บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายได้หยุดพัก” (มัทธิว 11:28) เราทั้งหลายหมดแรงจากการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้ดีพอ เพื่อให้ตัวเราดีขึ้น สามารถพบการหยุดพักที่แท้จริงโดยการยอมรับพระเกียรติคุณของพระคริสต์ เราทั้งหลายที่แบกภาระหนัก มีแผลเป็นจากอดีตและความรู้สึกที่เจ็บปวดของการดีไม่พอและน่าละอาย สามารถพบสันติสุขและความบริบูรณ์ในพระคริสต์บนไม้กางเขนที่เปิดอ้อมแขนทั้งสองของพระองค์ให้เรา
เวลาพิพากษาได้เริ่มขึ้น
บทที่แปดและบทที่เก้าในคำพยากรณ์ที่ยิ่งใหญ่ของดาเนียลเกี่ยวโยงกันมาก (หลังจากที่เราจบบทเรียน ค้นพบ เราจะมีโอกาสศึกษาพระคัมภีร์บทดาเนียลที่ให้รายละเอียดของทั้งสองบท)
ในบทที่แปดของดาเนียล ฑูตสวรรค์แสดงให้ผู้พยากรณ์เห็นภาพกว้างๆที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต ดาเนียลได้เห็นการขวิดกันของแกะตัวผู้ ซึ่งแทนถึงเมโดเปอร์เซียและกรีกตามลำดับ (ดาเนียล 8:1-12, 20-26)
ส่วนที่สี่ของคำพยากรณ์คืออะไร?
“‘นิมิตที่เกี่ยวข้องกับเครื่องเผาบูชาเนืองนิตย์จะอยู่อีกนานเท่าใด…? ท่านผู้นั้นตอบท่านว่า ‘อยู่นานสองพันสามร้อยเวลาเย็นเวลาเช้า [หรือวัน,ฉบับคิงส์เจมส์] แล้วสถานศักดิ์สิทธิ์นั้นจะกลับสู่สภาพอันควร[ชำระล้าง,ฉบับคิงส์เจมส์]’”
— ดาเนียล 8:13, 14

ดาเนียลเป็นลมก่อนที่ฑูตสวรรค์จะอธิบายคำพยากรณ์ในช่วงเวลา 2,300 วันและบทที่แปดได้จบลง โดยไม่มีการแปลความในส่วนนั้น แต่ต่อมาฑูตสวรรค์ปรากฏขึ้นอีกครั้งและพูดว่า
“ข้าพเจ้าออกมา ณ บัดนี้ เพื่อจะให้ปัญญาและความเข้าใจแก่ท่าน… เพราะฉะนั้นจงพิจารณาคำนั้นและเข้าใจนิมิตนั้น มีเจ็ดสิบ ‘สัปตะ’ [หน่วย:สัปดาห์] แห่งปีกำหนดไว้[ยุติ,ฉบับคิงส์เจมส์] สำหรับชนชาติของท่านและนครบริสุทธิ์ของท่าน เพื่อให้เสร็จสิ้นการทรยศ ให้บาปจบสิ้น และให้ลบมลทิน…”
— ดาเนียล 9:22-24
แน่นอนอยู่แล้วว่า 2,300 วันนั้นเท่ากับ 2,300 ปี โดยที่แต่ละวันนั้นเท่ากับหนึ่งปี (เอเสเคียล l 4:6) เจ็ดสิบสัปดาห์หรือ 490 ปีเท่ากับส่วนแรกของระยะที่ยาวกว่าของ 2,300 ปี ระยะเวลาทั้งสองนั้นเริ่มเมื่อ 457 ก่อนคริสตกาล เมื่อเปอร์เซียออกกฎหมาย “ให้สร้างกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่” ลบ 490 ปีออกจาก 2,300 ปีจะเหลือ 1,810 ปี บวก 1,810 ปีกับค.ศ. 34 เมื่อ 490 ปีสิ้นสุดลง ก็ได้ผลลัพธ์เป็นปี ค.ศ.1844
พระวิหารบนสรวงสวรรค์
การชำระล้าง – การพิพากษา
ฑูตสวรรค์บอกดาเนียลว่าในปี 1844 (จุดสิ้นสุดของ 2,300 ปี) “สถานศักดิ์สิทธิ์จะกลับสู่สภาพอันควร [ชำระล้าง, ฉบับคิงส์เจมส์]” แต่นั่นหมายความว่าอะไร?
ตั้งแต่ปีค.ศ. 70 เมื่อชาวโรมันทำลายพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม ประชาชนของพระเจ้าไม่มีพระวิหารบนโลก ดังนั้นในปี 1844 มีการชำระล้างสถานนมัสการ และมีเพียงพระวิหารบนสรวงสวรรค์เท่านั้นที่สถานนมัสการบนโลกใช้เป็นต้นแบบและสร้างจำลองมา
คราวนี้ การชำระล้างพระวิหารบนสรวงสวรรค์หมายความว่าอะไร? อิสราเอลโบราณเรียกวันชำระล้างสถานนมัสการบนโลกว่า Yom Kippur วันแห่งการไถ่บาป ซึ่งเป็นวันพิพากษาชนชาติฮีบรูจริงๆ
เหมือนที่เราค้นพบในบทที่ 12 พระพันธกิจของพระคริสต์ที่ทรงกระทำเพื่อเรามีสองภาคคือ 1. งานพันธกิจประจำวันและพิธีต่างๆที่เน้นงานพันธกิจของปุโรหิตที่ห้องแรกในสถานนมัสการหรือห้องวิสุทธิสถาน 2. งานพันธกิจประจำปีและพิธีต่างๆเน้นที่พันธกิจของมหาปุโรหิตในห้องชั้นในของสถานนมัสการหรือห้องอภิสุทธิสถาน (เลวีนิตี 16 และ 23; ฮีบรู 9:1-5)
ที่สถานนมัสการบนโลก ประชาชนสารภาพบาปของเขาอย่างเนืองนิตย์ เลือดของสัตว์ที่ถูกฆ่ากระจายไปตามมุมแท่นบูชา และปุโรหิตรับประทานเนื้อในห้องวิสุทธิสถาน (เลวีนิติ 4 และ 6) ดังนั้นจึงเป็นเครื่องหมายว่า บาปที่ถูกสารภาพจะถูกวางไว้ในสถานนมัสการวันแล้ววันเล่า
ดังนั้นในแต่ละปี (วันแห่งการไถ่บาป) สถานนมัสการจะถูกชำระล้างจากบาปทั้งปวง ที่ได้สารภาพไว้ตลอดปีที่ผ่านมา (เลวีนิติ 16) เพื่อให้มีผลต่อการชำระล้างครั้งนี้ มหาปุโรหิตทรงใช้แพะเป็นสัตวบูชาพิเศษ แล้วพระองค์ทรงนำเลือดของแพะเข้าไปในห้องอภิสุทธิสถาน (ห้องชั้นใน) เพื่อทรงเริ่มพันธกิจต่อหน้าหีบพันธสัญญา (ซึ่งบรรจุพระบัญญัติสิบประการไว้) ซึ่งอยู่ใต้พระที่นั่งกรุณา มหาปุโรหิตทรงประพรมเลือดชำระล้างต่อหน้าพระที่นั่งกรุณา เพื่อแสดงว่าพระโลหิตของพระเยซู (ผู้ไถ่บาปกำลังเสด็จมา) ทรงจ่ายบทลงโทษบาป และเพื่อให้เป็นเครื่องหมาย เพราะฉะนั้นมหาปุโรหิตทรงย้ายบาปที่ถูกสารภาพแล้วจากสถานนมัสการ ไปวางที่หัวแพะอีกตัวหนึ่งและปล่อยมันเข้าไปในถิ่นทุรกันดารเพื่อให้ตายที่นั่น (เลวีนิติ 16:20-22)
วันพิธีไถ่บาปประจำปีจะเป็นวันลบมลทินบาปออกจากสถานนมัสการ ประชาชนจะพิจารณาวันนั้นให้เป็นวันพิพากษาเพราะพวกเขาที่ทำบาปแต่ปฏิเสธการสารภาพบาป และปฏิเสธการให้อภัยบาปจากพระเจ้า จะถูกพิจารณาว่าเป็นคนไม่ชอบธรรมและถูก “อเปหิออกจากประชาชน [ของพระเจ้า] ของพระองค์” (เลวีนิติ 23:29)
สิ่งที่มหาปุโรหิตทรงกระทำปีละครั้งเป็นประจำทุกปีคือ พระเยซูในฐานะมหาปุโรหิตของเราทรงถวายเครื่องบูชาครั้งเดียวเป็นพอ ไม่ต้องกระทำทุกๆครั้ง (ฮีบรู 9:6-12) ในวันพิพากษาที่ยิ่งใหญ่นี้พระองค์ทรงลบมลทินบาปทั้งหมด ให้หายไปจากสถานนมัสการศักดิ์สิทธิ์ บาปดังกล่าวเป็นบาปที่ถูกสารภาพจากคนทั้งหลาย ที่ยอมรับพระเยซูในฐานะพระผู้ช่วยให้รอดจากบาปของพวกเขา ดังนั้นหากเราสารภาพบาปของเราในตอนนั้น พระองค์จะทรงลบมลทินบาปของเราออกจากหนังสือแห่งชีวิตไปตลอดกาล นี่คือพระราชกิจการพิพากษาซึ่งเริ่มในปี 1844
ในปี 1844 เมื่อชั่วโมงการพิพากษาของพระเจ้าเริ่มในสวรรค์ และพระเยซูทรงเริ่มพระราชกิจการชำระล้างพระวิหารบนสวรรค์ของพระองค์ ข่าวประเสริฐในชั่วโมงพิพากษาเริ่มถูกป่าวประกาศไปทั่วโลก (วิวรณ์ 14:6-7) คู่มือ ค้นพบ ในบทต่อๆไปจะพูดถึงข่าวประเสริฐอันแสนวิเศษนี้
เมื่อพบหนังสือแห่งชีวิตของท่านในการพิพากษา
ตั้งแต่ปี 1844 ตามพระวจนะดาเนียลบทที่ 8 และ บทที่ 9 พระคริสต์ทรงพิจารณาสืบสวนคดีในการพิพากษา ทรงลบบันทึกความบาปของเราและชำระล้างพระวิหารบนสรวงสวรรค์ ด้วยความสนใจนี้เปโตรพูดว่า
“เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงกลับใจและหันมาหาพระเจ้า เพื่อที่ว่าความผิดบาปของพวกท่านจะได้รับการลบล้าง เพื่อวาระแห่งการฟื้นชื่นจะได้มาจากพระพักตร์พระเจ้า และเพื่อพระองค์จะประทานพระคริสต์ที่ทรงกำหนดไว้นั้นแก่ท่านทั้งหลาย คือพระเยซู”
— กิจการของอัครฑูต 3:19, 20
ก่อนที่พระเยซูจะเสด็จมา การพิพากษากำลังเกิดขึ้นในสวรรค์ เป็นการสืบสวนหนังสือแห่งชีวิตของคนชอบธรรมทั้งหมดที่ตายไปแล้ว และที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อพิสูจน์ให้เอกภพเห็นว่า ใครบ้างที่จะได้รับความรอดเมื่อพระเยซูเสด็จมาเป็นผู้พิพากษาของเรา พระเยซูทรง “ลบล้าง“ ความบาปทั้งหมดที่บันทึกไว้ในสวรรค์ของคนชอบธรรม ออกจากชีวิตของพวกเขา ลบมลทินบาปออกไป “เหมือนหมอกยามเช้า” (อิสยาห์ 44:22) พระองค์ทรงผลักบาปออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา “ตะวันออกไกลจากตะวันตกเท่าใด” (เพลงสดุดี 103:12) ความบาปจะหายไปจากเอกภพไปตลอด (วิวรณ์ 21:1)
หากท่านมีโอกาสนำหนังสือแห่งชีวิตของท่านขึ้นพระแท่นบูชา ท่านอยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง? บางทีท่านอาจอยากรีบกากบาทสิ่งน่าละอายสองสามเรื่องออกไปเลยทีเดียว ข่าวที่ประเสริฐคือ พระคริสต์ทรงกากบาทสิ่งน่าละอายที่เราเคยทำไว้ออกอย่างละเอียดถี่ถ้วน มากกว่าที่เราจะสามารถกากบาทออกเองได้ เมื่อใดที่ชื่อของท่านปรากฏขึ้นในการพิพากษา ท่านจะพบหนังสือแห่งชีวิตของท่านได้อย่างง่ายดายหากท่านยอมรับพระคริสต์เป็นตัวแทนท่าน หรือพระผู้ช่วยให้รอดบาปของท่าน
เนื่องจากพระเยซูทรงมั่นใจว่าหลังจากที่คนชอบธรรมขึ้นบนสวรรค์แล้ว เขาเหล่านั้นจะไม่ทำบาปอีกต่อไป พระองค์ทรงลบรายการบาปทุกๆรายการที่มีการบันทึกไว้ และทำให้พวกเขาเป็นที่น่าเชื่อถือด้วยชีวิตที่สมบูรณ์แบบของพระองค์ แล้วพระองค์เสด็จกลับมายังโลกเพื่อให้รางวัลแก่พวกเขา
“‘นี่แน่ะ เราจะมาในเร็วๆนี้ และจะนำบำเหน็จของเรามาด้วย เพื่อตอบแทนตามการกระทำของแต่ละคน... คนทั้งหลายที่ชำระล้างเสื้อผ้าของตนก็เป็นสุข เพื่อว่าพวกเขาจะมีสิทธิ์ในต้นไม้แห่งชีวิต และเข้าไปในนครนั้นโดยทางประตูนั้นได้’”
— วิวรณ์ 22:12, 14
ท่านพร้อมสำหรับการเสด็จมาของพระเยซูหรือยัง? หรือยังมีอะไรอีกที่ทำให้ท่านต้องหลบซ่อนพระองค์? ท่านพร้อมที่จะมีความสัมพันธ์ที่ซื่อสัตย์และเปิดเผยต่อพระองค์หรือยัง พระองค์ผู้ซึ่งทรงปรารถนาที่จะเป็นทนายแก้ต่างให้ท่าน?
การตระหนักถึงการพิพากษานั้น เราไม่ควรกังวลขุดคุ้ยเรื่องบาปในอดีตที่เราลืมสารภาพไป แต่เราควรนำทุกสิ่งทุกอย่างมาวางบนโต๊ะต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า อย่างไม่มีความลับไม่มีการตุกติก
“ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงซื่อสัตย์และเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น”
— ยอห์น ฉบับที่หนึ่ง 1:9
การสารภาพบาปแปลง่ายๆคือ การตกลงให้พระเจ้าทรงรับรู้ในปัญหาที่พระองค์ทรงพิสูจน์ว่าเราผิด เราเต็มใจที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาเหล่านั้น เรายอมรับการให้อภัยบาปของพระองค์และรับรู้ถึงความต้องการพระฤทธานุภาพและพระเกียรติคุณจากพระองค์
ขณะที่กษัตริย์เฟรดเดริค วิลเลี่ยมเสด็จเยี่ยมเยียนคุกที่พอทสดัม (Potsdam) พระองค์ทรงฟังคดีเพื่อขอผ่อนผันมากมาย นักโทษทั้งหลายมักให้คำสาบานว่า ผู้พิพากษาลำเอียงบ้าง พยานเบิกความเท็จบ้าง หรือทนายไม่ซื่อสัตย์บ้างจึงตัดสินจำคุกพวกเขา จากห้องขังต่อห้องขังเรื่องราวความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาที่ถูกกล่าวหาอย่างผิดๆเหมือนๆกันถูกดำเนินต่อไปเรื่อยๆ
แต่มีห้องขังห้องหนึ่งที่นักโทษไม่มีอะไรจะพูด กษัตริย์เฟรดเดริคทรงตรัสอย่างตลกว่า “ฉันคิดว่าเธอก็บริสุทธิ์เหมือนกันนะ”
“ไม่ขอรับ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมขอเดชะ” ชายคนนั้นได้ตอบ “ขอเดชะ ผมผิดและสมควรจะได้รับโทษอย่างมหันต์ตามที่ผมได้รับ”
กษัตริย์ทรงหันกลับไปที่ผู้คุมขังและทรงตะโกนด้วยเสียงดังว่า “มานี่ซิและรีบปล่อยตัวผู้ร้ายคนนี้ออกไปก่อนที่เขาจะทำให้กลุ่มคนที่บริสุทธิ์ต้องเสื่อมทรามตามไปด้วย”
เราเตรียมตัวอย่างไรสำหรับการพิพากษา? เราจะเตรียมพร้อมอย่างไรสำหรับพระเยซูที่จะเสด็จมา? ง่ายๆเพียงแค่สารภาพความจริงอย่างซื่อสัตย์ ง่ายๆเพียงแค่ให้รับรู้การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ว่า ฉันมั่งคั่งจากการที่มีใครพระองค์นั้นทรงรับโทษความตายแทนบาปของฉัน และทรงมอบการให้อภัยที่สุดแสนจะเยี่ยมยอดแก่ฉัน
ขอเชิญท่านให้พันธสัญญากับพระคริสต์ในตอนนี้ได้เลยว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นท่านก็จะรักษาความสัมพันธ์นี้แบบตาต่อตาด้วยความซื่อสัตย์และใจต่อใจด้วยความบริสุทธิ์
ช่วยให้รอดจากชีวิตที่ไร้สาระของท่าน
เหมือนเป็นลูกแกะของพระเจ้าและมหาปุโรหิตของเรา พระเยซูไม่ทรงเพียงแต่คลุมอดีตของเราและโอบอุ้มอนาคตของเราให้ปลอดภัยมั่นคงเท่านั้น แต่พระองค์ยังทรงมีพระฤทธานุภาพต่อปัจจุบันกาลของเราด้วย
“พวกท่านรู้ว่าพวกท่านได้รับการไถ่ ออกจากการดำเนินชีวิตที่ไร้สาระ… แต่ด้วยพระโลหิตล้ำค่าของพระคริสต์ ดังเลือดลูกแกะที่ไร้ตำหนิและไร้จุดด่างพร้อย”
— เปโตร ฉบับที่หนึ่ง 1:18-19
พระองค์ทรงช่วยเราให้รอดจาก “การดำเนินชีวิตที่ไร้สาระ” พระเยซูทรงมอบศีลธรรมให้เราเหมือนกับการปลูกถ่ายหัวใจ
“เจ้าจะสะอาดพ้นจากมลทินทั้งหลายของเจ้า และเราจะชำระเจ้าจากรูปเคารพทั้งหลายของเจ้า เราจะให้ใจใหม่แก่เจ้าและเราจะบรรจุจิตวิญญาณใหม่ไว้ในเจ้า เราจะนำใจหินออกไปเสียจากเนื้อของเจ้า และจะให้เนื้อแก่เจ้า”
— เอเสเคียล 36:25, 26
เราทั้งหลายต่อสู้ดิ้นรนกับนิสัยเก่าๆและสภาพการบีบบังคับเก่าๆ แต่พระเจ้าทรงสัญญาที่จะผลักนิสัยเก่าๆด้วยการดึงนิสัยใหม่ๆเข้ามาแทน
“และเราจะใส่วิญญาณของเราภายในเจ้า และกระทำให้เจ้าดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเรา และให้รักษากฎหมายของเราและกระทำตาม”
— พระวจนะที่ 27
ขอให้จำพระสัญญาเหล่านี้ขณะที่ท่านเริ่มการเดินทางทางฝ่ายจิตวิญญาณของท่าน ขอให้ทัศนะการมองพระเจ้าได้จมดิ่งลึกในตัวท่านและพระเยซูจะทรงส่งท่านจาก “การดำเนินชีวิตที่ไร้สาระ” ผ่านพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์
ข้าแต่พระบิดาเจ้าบนสรวงสวรรค์ ขอขอบพระคุณสำหรับของประทานของพระเยซูซึ่งทรงสิ้นพระชนม์ มิใช่เพื่อพระองค์เองแต่เพื่อบาปของข้าพระองค์ ขอขอบพระคุณสำหรับการแต่งตั้งพระองค์เป็นทนายแก้ต่างของข้าพระองค์ มหาปุโรหิตของข้าพระองค์และผู้พิพากษาของข้าพระองค์ ทำให้ข้าพระองค์มีความหวังและความมั่นใจอะไรเช่นนี้! และเดี๋ยวนี้ข้าพระองค์ปรารถนาที่จะเอาชีวิตของข้าพระองค์ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ ข้าพระองค์ยอมรับพระสัญญาของพระองค์ที่ทรงเตรียมข้าพระองค์ จากชีวิตที่ว่างเปล่าไปสู่สวรรค์ ในนามของพระเยซูคริสตเจ้า อาเมน
____________
ค้นพบ บทที่ 13
จากคนบาปที่ทำผิดสู่ธรรมิกชนที่ได้รับการอภัย (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อเรื่องบทที่ 13)
1. การสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์บนไม้กางเขนสามารถทำให้พระองค์
ปกป้องคนบาปที่ไม่ยังไม่กลับใจ
เปลี่ยนชีวิตในบาปของเราเพื่อชีวิตที่เที่ยงธรรมของพระองค์
2. การรับบัพติศมาของพระเยซู ค.ศ. 27 พระองค์ทรง
ประกาศเป็นพระบุตรของพระเจ้า
ประกาศว่าเสด็จมาช้าไปหลายปี
3. สามปีครึ่งต่อมาในปี ค.ศ. 31
พระเยซูทรงถูกตรึงกางเขนเหมือนเป็นลูกแกะของพระเจ้า
การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูทำให้หยุดการถวายสัตวบูชาอีกต่อไป
ข้อความทั้งคู่นั้นเป็นความจริง
4. การทำให้บริสุทธิ์หมายถึง เพราะว่าความเชื่อของเราในพระเยซู พระองค์ทรงชำระล้างเราจากบาปและพระเจ้าทรงประกาศว่าเราพ้นผิด
ถูก
ผิด
5. ในปี1844 ชั่วโมงแห่งการพิพากษาของพระเจ้าได้มาถึงในสวรรค์และ พระเยซูทรงเริ่มพระราชกิจชำระล้างพระวิหารในสวรรค์ซึ่งเป็นพระราชกิจของการพิพากษา
ถูก
ผิด
6. กิจการของอัครฑูต 3:19 บอกว่า “เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงกลับใจและหันมาหาพระเจ้า เพื่อที่ว่าความผิดบาปของพวกท่านจะได้รับการลบล้าง เพื่อวาระแห่งการฟื้นชื่นจะได้มาจากพระพักตร์พระเจ้า และเพื่อพระองค์จะประทานพระคริสต์ที่ทรงกำหนดไว้นั้นแก่ท่านทั้งหลายคือพระเยซู” พระวจนะได้กล่าวว่าการกลับใจเป็นสิ่งสำคัญที่จะกลายเป็นคริสตชน การแสดงความเสียใจต่อสิ่งที่กระทำผิดมีความหมายต่อท่านอย่างไร?
7. คนคนหนึ่งจะได้รับการช่วยให้รอดได้อย่างไร? กรุณาอ่านพระวจนะเหล่านี้และเขียนการตอบสนองของท่าน กิจการของอัครฑูต 16:31, กิจการของอัครฑูต 3:19, โรม 3:23 และเอเฟซัส 2:8&9
8. พระสัญญาในพระคัมภีร์ข้อนี้มีความหมายอย่างไรต่อท่าน? “ใครที่มีพระบุตรก็มีชีวิต…” ยอห์น ฉบับที่หนึ่ง 5:12
9. กรุณาไตร่ตรองเรื่องนี้ ผ่านทางการสิ้นพระชนม์ของพระองค์บนไม้กางเขนและพระราชกิจของพระองค์เหมือนเป็นผู้พิพากษาของเรา พระเยซูทรงสามารถอภัยบาปของเราได้และทรงป้ายคำบันทึกบาปของเราออกไปให้หมด มีเพียงเงื่อนไขเดียวเท่านั้น นั่นคือเราทูลขอการอภัยบาปของเราและรับหัวใจใหม่พระวิญญาณใหม่จากพระเยซู เรื่องของท่านอยู่ในพระหัตถ์ของพระเยซูคริสต์แล้วหรือยัง พระองค์ผู้ซึ่งทรงรักท่านมากพอที่จะทรงสิ้นพระชนม์แทนท่านได้?