Thai Seventh-day Adventist Church of Southern California
10855 New Jersey St, Redlands, CA 92373 Phone: (909) 335-2272 Fax (909) 335-6182 "My house is the house of prayer for all people." Come... Jesus invites you.

ค้นพบ

บทที่ 13

จากคนบาปที่ทำผิดสู่ธรรมิกชนที่ได้รับการอภัย

-การเผชิญหน้ากับการพิพากษาอย่างกล้าหาญ

-เส้นเวลาสำหรับพระชนม์ของพระคริสต์

-หลักประกันของการยกโทษบาปให้

-เส้นเวลาสำหรับการพิพากษา

-เมื่อพบหนังสือแห่งชีวิตของท่านในการพิพากษา...และมากกว่านั้น!
จากคนบาปที่ทำผิดสู่ธรรมิกชนที่ได้รับการอภัย

 

 

 

ไม่มีรอยนิ้วมือ   ไม่มีอาวุธให้เห็น   ไม่มีฆาตกรให้พบว่าเดินเข้ามาในที่ทำงานของนักจิตวิทยาไมเคิล ฟิลลิปส์   ไม่มีใครได้ยินเสียงปืนที่ถูกเหนี่ยวไก   แต่พบดร.ฟิลลิปส์นอนแผ่อยู่หลังโต๊ะทำงานของเขา   กระสุนห้านัดเจาะทะลุผ่านเสื้อกั๊กตัวนอกของเขา

 

ดูเหมือนเป็นคดีอาชญากรรมไร้ร่องรอยอย่างสมบูรณ์แบบ   ครั้งแรกเหล่านักสืบไม่พบร่องรอยใดๆ   แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นสายไฟเล็กๆ ติดอยู่กับที่วางดินสอบนโต๊ะของดร.ฟิลลิปส์   สายไฟนั้นโยงไปถึงเครื่องอัดเทปในลิ้นชักโต๊ะ   เขาพบว่าแท้จริงแล้วที่วางดินสอก็เป็นที่ซ่อนของไมโครโฟนนั่นเอง

 

นักสืบเหล่านั้นได้กรอเทปกลับอย่างรวดเร็ว   (ด้วยความตะลึงงันของพวกเขา)  มีเสียงเทปของอาชญากรรมที่แท้จริง   ผู้ชายชื่อแอนโธนี่ อินเซียราโน่เดินเข้ามาในห้องทำงานและเริ่มทะเลาะกับดร.ฟิลลิปส์อย่างรุนแรง   เสียงปืนดังขึ้น   เทปนั้นจบลงด้วยเสียงครวญครางอันน่ากลัวของนักจิตวิทยาซึ่งกำลังนอนตายบนพรม

มีการบันทึกเทปถึงรายละเอียดที่น่ากลัวทุกราย   ฆาตกรคิดว่าคดีอาชญากรรมของเขายังคงเป็นความลับตลอดไป   เขาระมัดระวังมากในการที่จะไม่ทิ้งร่องรอยไว้   แต่ก็ยังมีพยานที่มองไม่เห็นมาเล่าเรื่องให้ฟังทั้งหมดจนได้

 

ในคู่มือนี้พวกเราจะเรียนรู้เกี่ยวกับการพิพากษาครั้งสุดท้ายของพระเจ้า   เมื่อมนุษย์ทั้งหลายจะ   ถูกพิพากษาตามการกระทำของเขาทั้งหลายที่เขียนไว้ในหนังสือแห่งชีวิตนั้น”   (วิวรณ์ 20:12)   (หากมิได้ทำเครื่องหมายใดๆไว้ บทความทั้งหมดภาคภาษาอังกฤษในบท ค้นพบ นี้มาจากพระคัมภีร์ฉบับสากลเล่มใหม่ [เอ็นไอวี] แปลไทยจาก พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิม ฉบับ 1971 (ย่อขนาดปี 1998),ภาคพันธสัญญาใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2002 สงวนลิขสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย ใช้โดยได้รับอนุญาต”)

 

นับเป็นเรื่องที่จริงจัง   คนเหล่านั้นที่คิดว่าเขาสามารถปกปิดการกระทำผิดของเขาไว้ได้นั้น   จะต้องพบกับความประหลาดใจอย่างใหญ่หลวง   เช่นในแต่ละสัปดาห์บุคคลที่แสร้งทำเป็นเคร่งศาสนาใช้เวลายาวนานในการอธิษฐานในโบสถ์   แต่ในขณะเดียวกันก็มักชอบทำทารุณคู่สมรสที่บ้านอย่างลับๆ   เขาจะต้องตกใจเมื่อต้องรู้ว่าการกระทำลับๆของเขานั้นมีการบันทึกไว้เรียบร้อยแล้ว

 

และท่านจะได้เรียนรู้ด้วยเช่นกันว่า   ทำไมการพิพากษาจึงเป็นข่าวดีเลิศสำหรับคนที่พบความมั่นคงในพระคริสต์

 

ท่านสามารถเผชิญหน้ากับการพิพากษาอย่างกล้าหาญ

 

ใครจะเป็นผู้พิพากษาโลก?

 

พระบิดาไม่ทรงพิพากษาใคร   แต่ทรงมอบการพิพากษาทั้งสิ้นไว้กับพระบุตร

ยอห์น 5:22

ไม้กางเขนทรงเตรียมพระคริสต์ให้กลายเป็นผู้พิพากษาของเราได้อย่างไร?

 

พระเจ้าได้ทรงตั้งพระเยซูไว้ให้เป็นเครื่องบูชาไถ่บาป   โดยพระโลหิตของพระองค์   ความเชื่อจึงได้ผล   ทั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นความชอบธรรมของพระเจ้า... และเพื่อจะสำแดงในปัจจุบันนี้ว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ชอบธรรม และทรงให้ผู้ที่เชื่อในพระเยซูเป็นผู้ชอบธรรมด้วย

โรม 3:25, 26

การสิ้นพระชนม์แทนเราของพระคริสต์บนไม้กางเขน   สามารถทำให้พระเจ้าทรงเป็นทั้งผู้พิพากษาที่เที่ยงธรรม และผู้แก้ต่างซึ่งเต็มไปด้วยพระเมตตา   พระองค์ทรงสามารถทั้งปกป้องมาตรฐานที่ไม่เคยเปลี่ยนของพระเจ้า   และปกป้องคนบาปที่กลับใจแล้ว   เมื่อเอกภพที่ดูอยู่นั้นถามคำถามว่า   ทำไมผู้พิพากษาที่เป็นกลางนั้นประกาศคนที่ผิดให้เป็นไม่ผิดได้?”   พระคริสต์ทรงสามารถตอบได้โดยชี้ไปที่แผลเป็นในพระหัตถ์ของพระองค์   เพราะพระองค์ทรงรับโทษที่เที่ยงธรรมแห่งความบาป ด้วยร่างกายของพระองค์เองแทนคนบาปเรียบร้อยแล้ว

 

[บทที่ 12 ให้ภาพว่าพระเยซู   (พระเมษโปดกของพระเจ้าหรือเป็นผู้แทนของเราต่อเบื้องพระบัลลังก์พระเจ้า)   ทรงเตรียมเราสำหรับวันพิพากษาโดยทรงแก้บาปให้]

 

พระเยซูทรงทำอะไรเพื่อแลกเปลี่ยนกับชีวิตบาปของเรา?

 

พระเจ้าทรงทำพระองค์[พระคริสต์]ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป   เพราะเห็นแก่เรา   เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์

โครินธ์ ฉบับที่สอง 5:21

เพราะพระคริสต์   พระเจ้าทรงสามารถทำให้เกิดการสลับที่ได้อย่างมหัศจรรย์   จากการพิพากษา   เราสามารถยกชีวิตที่ผิดบาปของเราสลับกับพระชนม์ที่เที่ยงธรรมของพระคริสต์   และเพราะพระชนม์ที่ไร้บาปและการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู   พระเจ้าจึงสามารถให้อภัยเรา และเลี้ยงดูเราเหมือนเราไม่เคยทำบาปมาเลย   และยิ่งไปกว่านั้นพระองค์ทรงฝังความบาปของเราไว้ในห้วงทะเลลึก และบันทึกชีวิตที่ไร้บาปของพระองค์สลับให้เรา   (ซึ่งไม้กางเขนได้ประกาศว่าเป็น   “หลักฐานที่คู่ควรแก่การยอมรับ”)   แทนการบันทึกชีวิตที่ผิดบาปของเรา   นี่คือสิ่งที่เราต้องการในการพิพากษาจริงๆ   เพื่อที่จะยืนต่อพระพักตร์พระเจ้าผู้ทรงบริสุทธิ์

สวรรค์ได้เก็บบันทึกแต่ละชีวิตทุกๆชีวิต   (วิวรณ์ 20:12)    พระเจ้าทรงเป็นผู้ประเมินการกระทำทุกๆอย่าง   (ซามูเอล ฉบับต้น 2:3)   พระเจ้าทรงเก็บบันทึกคำทุกคำที่พูดและความคิดทุกความคิดที่เคยผ่านในจิตใจเรา   (มัทธิว 12:36)   นั่นเป็นข่าวร้ายสำหรับคนที่คิดว่า ความบาปและอาชญากรรมลับที่เขาได้ทำไว้จะไม่กลับมาหลอกหลอนเขาอีก

แต่ก็มีข่าวดีเยี่ยมเช่นกันสำหรับคนทั้งหลายที่ยอมรับพระคริสต์อย่างจริงใจ ในฐานะผู้แก้ต่างของพวกเขาต่อเบื้องพระพักตร์พระบิดา   “พระโลหิตของพระเยซูพระบุตรของพระองค์   ก็ชำระเราให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น”   (ยอห์น ฉบับที่หนึ่ง 1:7)   พระเยซูทรง   “ลบล้างบาปของเรา   (กิจการของอัครฑูต 3:19)   แทนอดีตของเราที่ด่างพร้อยเหลือเกิน   พระคริสต์ทรงให้เห็นบันทึกที่ไร้จุดด่างของชีวิตที่สมบูรณ์แบบของพระองค์   (โครินธ์ ฉบับที่สอง 5:21)

ลองมาดูกันให้ลึกลงไปอีกว่าอะไรทำให้พระเยซูหรือผู้ทรงแก้ต่าง หรือผู้พิพากษาของเราทรงมีคุณสมบัติพอที่จะสามารถจัดการกับปัญหาความบาปของเรา   (หากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับเลขซึ่งหลายคนมักจะมี   อย่าเพียงแต่จดจ่อกับปัญหาตรงหน้าตรงนั้น   แต่ขอให้ท่านอ่านล่วงหน้าต่ออีกสามหัวข้อถัดไปอย่างรวดเร็ว   แล้วท่านจะสามารถเข้าใจสิ่งสำคัญๆในส่วนที่เหลือ   ถึงแม้ท่านจะไม่เข้าใจทั้งหมดก็ตาม)

พระคริสต์เสด็จมาตรงเวลา

ในการรับบัพติศมาของพระองค์   พระเยซูทรงถูกเจิมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์

 

เมื่อพระเยซูทรงรับบัพติศมาแล้วก็เสด็จขึ้นจากน้ำ   และในทันใดนั้นฟ้าก็แหวกออก   และพระองค์ทรงเห็นพระวิญญาณของพระเจ้า เสด็จลงมาดุจนกพิราบสถิตบนพระองค์   และนี่แน่ะ   มีพระสุรเสียงตรัสจากฟ้าสวรรค์ว่า   ‘ท่านผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา เราชอบใจท่านมาก’”

มัทธิว 3:16, 17

ต่อมาการถูกเจิมของพระคริสต์ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในการรับบัพติศมาของพระองค์   ทำให้สาวกทั้งหลายตระหนักว่า พระเมสสิยาห์เสด็จมาถึงแล้ว

 

“‘เราพบพระเมสสิยาห์’  (ซึ่งแปลว่าพระคริสต์)”

        ยอห์น 1:41

เมสสิยาห์เป็นคำฮีบรู   และพระคริสต์เป็นคำกรีก   ทั้งคู่แปลว่า   “ผู้ที่ถูกเจิม”   เหล่าสาวกสรุปว่าพระเยซูทรงถูกเจิมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นพระเมสสิยาห์   ขณะที่พระองค์ทรงรับบัพติศมา

 

ลูกา   (สาวกของพระเยซู)   บันทึกปีแห่งการเจิมของพระเยซูเป็นพระเมสสิยาห ์ในปีทิ่สิบห้าแห่งรัชกาลของจักรพรรดิทิเบริอัส   ซีซาร์   (ลูกา 3:1, 2)   สำหรับเราจะเป็นปี 27 ก่อนคริสตกาล

 

มีการทำนายถึงการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์ไว้หลายแห่งในคำพยากรณ์พระคัมภีร์เก่า   พระคริสต์เสด็จมาตรงเวลาพอดีเพื่อให้เป็นจริงตามคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์   ขณะที่พระองค์ทรงเริ่มงานพันธกิจพระเจ้าของพระองค์   พระเยซูทรงประกาศว่า

 

เวลากำหนดมาถึงแล้ว...และแผ่นดินของพระเจ้าก็มาใกล้แล้ว   จงกลับใจใหม่   และเชื่อข่าวประเสริฐ!”

มาระโก 1:15

การรับบัพติศมาและการเจิมของพระผู้ช่วยให้รอดบาปของเราจะปรากฏตรงเวลา   พระคัมภีร์ฉบับคิงส์เจมส์กล่าวไว้ว่า   “บังเกิดขึ้นตรงตามเวลาที่ได้กำหนดไว้”   แต่พระคริสต์ทรงอ้างถึงเวลาอะไร?   เวลาได้ดำเนินมาจนกระทั่งพระเยซูทรงปรากฏและทรงถูกเจิม   เทพยากรณ์ดาเนียลทำนายไว้ล่วงหน้า ถึงเวลาที่พระเยซูจะทรงปรากฏเป็นพระเมสสิยาห์   เมื่อ 500 กว่าปีก่อนที่พระเยซูจะเสด็จมาบนโลกเสียอีก

 

ดาเนียลได้ทำนายไว้หรือไม่ว่าพระเยซูจะทรงปรากฏและทรงถูกเจิมเป็นพระเมสสิยาห์ในค.ศ. 27?   นี่คือคำพยากรณ์ของดาเนียล

 

เพราะฉะนั้นจงทราบและเข้าใจว่า   นับตั้งแต่กาลที่ถ้อยคำนั้นออกไป ให้สร้างกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่จนถึง   สมัยผู้ถูกเจิมไว้   ผู้เป็นประมุขก็เป็นเวลาเจ็ดสัปตะ’ [หมายถึงหน่วยสัปดาห์]  และเป็นเวลาหกสิบสองสัปตะ’ [สัปดาห์]”

ดาเนียล 9:25

เจ็ดสัปดาห์และหกสิบสองสัปดาห์รวมเป็นหกสิบเก้าสัปดาห์หรือ  483 วัน   (7 X 69 = 483 วัน)   คำพยากรณ์ในพระคัมภีร์ที่เป็นสัญลักษณ์นั้น เรานับหนึ่งวันเท่ากับหนึ่งปี   (เอเสเคียล 4:6; กันดารวิถี 14:34)   ดังนั้น 483 วันจึงเท่ากับ 483 ปี   ดาเนียลทำนายว่าจะมีคำสั่งให้สร้างกรุงเยรูซาเล็มใหม่ให้เหมือนเดิม   และพระเมสสิยาห์จะทรงปรากฏอย่างแน่นอนหลังจากคำสั่งนี้ผ่านไป 483 ปี

 

พระเยซูทรงปรากฏเป็นพระเมสสิยาห์ตามเวลาที่กำหนดไว้หรือไม่?   พระราชาอารทาเซอร์ซีส   (Artaxerxes)   ทรงออกกฎหมายสร้างกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่ในปี 457 ก่อนคริสตกาล   (เอสรา 7:7-13, 21-26)   เวลาได้ผ่านไปจนครบ 483 ปี   นั่นคือจบลงในค.ศ. 27   (457 ก่อนคริสตกาล + ค.ศ. 27 = 484)   อย่างไรก็ตามมีการออกกฎหมายระหว่างปี 457   และพระคริสต์ทรงถูกเจิมระหว่างปี 27   ทำให้เวลาของทั้งคู่ไม่เต็มปีดังนั้นระยะเวลาที่ถูกต้องจึงเป็น 483 ปีนั่นเอง   จึงเป็นคำตอบของคำถามข้างต้นว่า   พระเยซูทรงปรากฏเป็นพระเมสสิยาห์ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้จริง

 

เวลานั้นๆที่กำหนดคือ ค.ศ. 27   พระเยซูทรงปรากฏพร้อมข่าวประเสริฐว่า   “เวลาได้มาถึงแล้ว”   การเกิดขึ้นจริงอย่างแม่นยำตามคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์นั้นเป็นคำยืนยันที่น่าทึ่งว่า   พระเยซูของนาซาเร็ททรงเป็นพระเมสสิยาห์อย่างแน่นอน   พระเจ้าเสด็จลงมายังโลกด้วยเนื้อหนังมนุษย์

 

พระเยซูทรงใช้เวลานานเท่าไรในการทำพันธสัญญาเข้มแข็ง?

ท่านจะทำพันธสัญญาเข้มแข็งกับคนเป็นอันมากอยู่หนึ่งสัปตะ’ [หมายถึงสัปดาห์]”

ดาเนียล 9:27, ในส่วนแรก

เมื่อเราใช้กฎหนึ่งวันเท่ากับหนึ่งปี   ดังนั้นหนึ่ง   “สัปดาห์”   เท่ากับเจ็ดปี   นั่นคือพระเยซูทรง   “ทำพันธสัญญาเข้มแข็ง”   หรือพระสัญญาที่พระองค์ทรงให้กับมนุษย์ตั้งแต่ค.ศ. 27 ถึง ค.ศ. 34   นับเป็นเวลาเจ็ดปีพอดีตามพระวจนะข้างต้น   หลังจากที่อาดัมและเอวาทำบาป   พระเจ้าทรงทำพันธสัญญากับเขาทั้งคู่ว่าพระองค์จะทรงช่วยพงศ์พันธุ์มนุษย์จากบาป โดยผ่านการสิ้นพระชนม์ของคนที่พระองค์ทรงส่งมา   (ปฐมกาล 3:15)   การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูบนไม้กางเขนจึงเป็นจริงตามพันธสัญญาที่ให้ไว้เจ็ดสิบสัปดาห์   (69 สัปดาห์ + 1 สัปดาห์)

 

อะไรเกิดขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ที่เจ็ดสิบนี้?

 

ท่านจะกระทำให้การถวายสัตวบูชา   และเครื่องบูชาอื่นๆ   หยุดไปครึ่ง สัปตะ’ [หมายถึงสัปดาห์]”

ดาเนียล 9:27, ในส่วนหลัง

พระเยซูทรงถูกตรึงกางเขนในปีค.ศ.31   คือในช่วง   “ครึ่งสัปดาห์”   เวลาสิ้นพระชนม์ของพระเยซู   “ม่านในพระวิหารก็ฉีกขาดออกเป็นสองท่อนตั้งแต่บนตลอดล่าง”   (มัทธิว 27:51)   เครื่องบูชาที่กำลังจะถูกฆ่า   (เป็นสัญญลักษณ์ของพระเยซู   “พระเมษโปดกของพระเจ้า”)   ได้หลบหนีจากมือของปุโรหิต   เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องหมายว่าพระเจ้าทรงไม่ประสงค์ ให้มนุษย์ถวายสัตวบูชาอีกต่อไป   การบรรลุถึงคำพยากรณ์ที่ถูกต้องตรงตามอักษรทุกตัวคือ   พระเยซูทรง   “หยุด”   การถวายสัตวบูชา   (ดาเนียล 9:27)   ดังนั้นตั้งแต่พระคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์   เราติดต่อกับพระเจ้าโดยตรงผ่านพระเยซู   พระเมษโปดกของพระเจ้าหรือมหาปุโรหิตของเรา   มิได้ใช้สัตวบูชาเหมือนเช่นเคยแต่ประการใด

หลักประกันของการยกโทษบาป

ตามคำพยากรณ์ของดาเนียล   ทำไมพระเยซูจึงทรงสิ้นพระชนม์?

 

ท่านผู้หนึ่งที่ถูกเจิมไว้   จะต้องถูกตัดออกและจะไม่มีอะไรสำหรับท่าน

ดาเนียล 9:26, ช่วงกลาง

การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ที่ไม้กางเขน   พระเยซูทรงถูก   “ตัดออกและจะไม่มีอะไรสำหรับท่าน”   พระเยซูทรงใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ   เป็นคนเดียวที่ทำได้ในโลกของเรา   พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์   “ไม่มีอะไรสำหรับท่าน”   ไม่ใช่เป็นเพื่อการจ่ายบทลงโทษสำหรับบาปของพระองค์เอง แต่เพื่อเป็นการจ่ายบทลงโทษสำหรับบาปของท่าน   บาปของเรา   และบาปของโลกทั้งใบ

 

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าพระเจ้าทรงให้อภัยบาปของเราทั้งหมดและยอมรับเรา?

 

คือความชอบธรรมของพระเจ้า   ซึ่งปรากฏโดยความเชื่อในพระเยซูคริสแก่ทุกคนที่เชื่อ ... เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า   แต่พระเจ้าทรงมีพระคุณให้เขาเป็นผู้ชอบธรรม โดยไม่คิดมูลค่าโดยที่พระเยซูคริสต์ทรงไถ่เขาให้พ้นบาปแล้ว   พระเจ้าได้ทรงตั้งพระเยซูไว้ให้เป็นเครื่องบูชาไถ่บาป โดยพระโลหิตของพระองค์   ความเชื่อจึงได้ผล

โรม 3:22-25

ประเด็นสำคัญในพระวจนะเหล่านี้คือเรา   “ทุกคนทำบาป”   แต่เป็นเพราะ   “พระคุณ”   ของพระเจ้า   คนทั้งหมด   “เป็นผู้ชอบธรรม”   ซึ่งมี ความเชื่อ”   ในอำนาจการลบมลทินของ   “พระโลหิต”   ของพระคริสต์

 

สองสิ่งเกิดขึ้นเมื่อเราเป็นผู้ชอบธรรม

 

•           พระเจ้าทรงประกาศการให้อภัยแก่เรา   การถูกเจิมหรือการเอาความผิดบาปในอดีตของเราออกไป

•           พระเจ้าทรงประกาศให้เราชอบธรรม   “ความชอบธรรมจากพระเจ้ามาจากความเชื่อในพระเยซูคริสต์

 

วิธีของพระเจ้าที่ทรงมอบความปลอดภัยมั่นคงอย่างสมบูรณ์แก่เรา   จะทำให้เราเป็นคนชอบธรรมโดยความเชื่อในพระคริสต์   พระเยซูทรงสัญญาว่า   “บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก   จงมาหาเรา   และเราจะให้ท่านทั้งหลายได้หยุดพัก”   (มัทธิว 11:28)   เราทั้งหลายหมดแรงจากการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้ดีพอ   เพื่อให้ตัวเราดีขึ้น   สามารถพบการหยุดพักที่แท้จริงโดยการยอมรับพระเกียรติคุณของพระคริสต์   เราทั้งหลายที่แบกภาระหนัก   มีแผลเป็นจากอดีตและความรู้สึกที่เจ็บปวดของการดีไม่พอและน่าละอาย   สามารถพบสันติสุขและความบริบูรณ์ในพระคริสต์บนไม้กางเขนที่เปิดอ้อมแขนทั้งสองของพระองค์ให้เรา

 

เวลาพิพากษาได้เริ่มขึ้น

บทที่แปดและบทที่เก้าในคำพยากรณ์ที่ยิ่งใหญ่ของดาเนียลเกี่ยวโยงกันมาก   (หลังจากที่เราจบบทเรียน ค้นพบ เราจะมีโอกาสศึกษาพระคัมภีร์บทดาเนียลที่ให้รายละเอียดของทั้งสองบท)

 

ในบทที่แปดของดาเนียล   ฑูตสวรรค์แสดงให้ผู้พยากรณ์เห็นภาพกว้างๆที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต   ดาเนียลได้เห็นการขวิดกันของแกะตัวผู้   ซึ่งแทนถึงเมโดเปอร์เซียและกรีกตามลำดับ   (ดาเนียล 8:1-12, 20-26)

 

ส่วนที่สี่ของคำพยากรณ์คืออะไร?

 

“‘นิมิตที่เกี่ยวข้องกับเครื่องเผาบูชาเนืองนิตย์จะอยู่อีกนานเท่าใด…?   ท่านผู้นั้นตอบท่านว่า   อยู่นานสองพันสามร้อยเวลาเย็นเวลาเช้า [หรือวัน,ฉบับคิงส์เจมส์] แล้วสถานศักดิ์สิทธิ์นั้นจะกลับสู่สภาพอันควร[ชำระล้าง,ฉบับคิงส์เจมส์]’”

ดาเนียล 8:13, 14

ดาเนียลเป็นลมก่อนที่ฑูตสวรรค์จะอธิบายคำพยากรณ์ในช่วงเวลา 2,300 วันและบทที่แปดได้จบลง โดยไม่มีการแปลความในส่วนนั้น   แต่ต่อมาฑูตสวรรค์ปรากฏขึ้นอีกครั้งและพูดว่า

 

ข้าพเจ้าออกมา ณ บัดนี้   เพื่อจะให้ปัญญาและความเข้าใจแก่ท่าน เพราะฉะนั้นจงพิจารณาคำนั้นและเข้าใจนิมิตนั้น   มีเจ็ดสิบ  สัปตะ’ [หน่วย:สัปดาห์] แห่งปีกำหนดไว้[ยุติ,ฉบับคิงส์เจมส์] สำหรับชนชาติของท่านและนครบริสุทธิ์ของท่าน เพื่อให้เสร็จสิ้นการทรยศ   ให้บาปจบสิ้น   และให้ลบมลทิน…”  

ดาเนียล  9:22-24

แน่นอนอยู่แล้วว่า 2,300 วันนั้นเท่ากับ 2,300 ปี   โดยที่แต่ละวันนั้นเท่ากับหนึ่งปี   (เอเสเคียล l 4:6)   เจ็ดสิบสัปดาห์หรือ 490 ปีเท่ากับส่วนแรกของระยะที่ยาวกว่าของ 2,300 ปี   ระยะเวลาทั้งสองนั้นเริ่มเมื่อ 457 ก่อนคริสตกาล   เมื่อเปอร์เซียออกกฎหมาย   ให้สร้างกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่”   ลบ 490 ปีออกจาก 2,300 ปีจะเหลือ 1,810 ปี   บวก 1,810 ปีกับค.ศ. 34 เมื่อ 490 ปีสิ้นสุดลง   ก็ได้ผลลัพธ์เป็นปี ค.ศ.1844

พระวิหารบนสรวงสวรรค์

การชำระล้างการพิพากษา

ฑูตสวรรค์บอกดาเนียลว่าในปี 1844   (จุดสิ้นสุดของ 2,300 ปี)   “สถานศักดิ์สิทธิ์จะกลับสู่สภาพอันควร [ชำระล้าง, ฉบับคิงส์เจมส์]” แต่นั่นหมายความว่าอะไร?

         

ตั้งแต่ปีค.ศ. 70   เมื่อชาวโรมันทำลายพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม   ประชาชนของพระเจ้าไม่มีพระวิหารบนโลก   ดังนั้นในปี 1844   มีการชำระล้างสถานนมัสการ   และมีเพียงพระวิหารบนสรวงสวรรค์เท่านั้นที่สถานนมัสการบนโลกใช้เป็นต้นแบบและสร้างจำลองมา

 

คราวนี้ การชำระล้างพระวิหารบนสรวงสวรรค์หมายความว่าอะไร?   อิสราเอลโบราณเรียกวันชำระล้างสถานนมัสการบนโลกว่า Yom Kippur   วันแห่งการไถ่บาป   ซึ่งเป็นวันพิพากษาชนชาติฮีบรูจริงๆ

 

เหมือนที่เราค้นพบในบทที่ 12   พระพันธกิจของพระคริสต์ที่ทรงกระทำเพื่อเรามีสองภาคคือ   1. งานพันธกิจประจำวันและพิธีต่างๆที่เน้นงานพันธกิจของปุโรหิตที่ห้องแรกในสถานนมัสการหรือห้องวิสุทธิสถาน  2. งานพันธกิจประจำปีและพิธีต่างๆเน้นที่พันธกิจของมหาปุโรหิตในห้องชั้นในของสถานนมัสการหรือห้องอภิสุทธิสถาน   (เลวีนิตี 16 และ 23; ฮีบรู 9:1-5)

 

ที่สถานนมัสการบนโลก   ประชาชนสารภาพบาปของเขาอย่างเนืองนิตย์   เลือดของสัตว์ที่ถูกฆ่ากระจายไปตามมุมแท่นบูชา   และปุโรหิตรับประทานเนื้อในห้องวิสุทธิสถาน   (เลวีนิติ 4 และ 6)   ดังนั้นจึงเป็นเครื่องหมายว่า   บาปที่ถูกสารภาพจะถูกวางไว้ในสถานนมัสการวันแล้ววันเล่า

ดังนั้นในแต่ละปี   (วันแห่งการไถ่บาป)   สถานนมัสการจะถูกชำระล้างจากบาปทั้งปวง ที่ได้สารภาพไว้ตลอดปีที่ผ่านมา   (เลวีนิติ 16) เพื่อให้มีผลต่อการชำระล้างครั้งนี้   มหาปุโรหิตทรงใช้แพะเป็นสัตวบูชาพิเศษ   แล้วพระองค์ทรงนำเลือดของแพะเข้าไปในห้องอภิสุทธิสถาน (ห้องชั้นใน)   เพื่อทรงเริ่มพันธกิจต่อหน้าหีบพันธสัญญา   (ซึ่งบรรจุพระบัญญัติสิบประการไว้)   ซึ่งอยู่ใต้พระที่นั่งกรุณา   มหาปุโรหิตทรงประพรมเลือดชำระล้างต่อหน้าพระที่นั่งกรุณา   เพื่อแสดงว่าพระโลหิตของพระเยซู   (ผู้ไถ่บาปกำลังเสด็จมา)   ทรงจ่ายบทลงโทษบาป   และเพื่อให้เป็นเครื่องหมาย   เพราะฉะนั้นมหาปุโรหิตทรงย้ายบาปที่ถูกสารภาพแล้วจากสถานนมัสการ   ไปวางที่หัวแพะอีกตัวหนึ่งและปล่อยมันเข้าไปในถิ่นทุรกันดารเพื่อให้ตายที่นั่น (เลวีนิติ 16:20-22)

 

วันพิธีไถ่บาปประจำปีจะเป็นวันลบมลทินบาปออกจากสถานนมัสการ   ประชาชนจะพิจารณาวันนั้นให้เป็นวันพิพากษาเพราะพวกเขาที่ทำบาปแต่ปฏิเสธการสารภาพบาป และปฏิเสธการให้อภัยบาปจากพระเจ้า   จะถูกพิจารณาว่าเป็นคนไม่ชอบธรรมและถูก   “อเปหิออกจากประชาชน [ของพระเจ้า]   ของพระองค์”   (เลวีนิติ 23:29)

 

สิ่งที่มหาปุโรหิตทรงกระทำปีละครั้งเป็นประจำทุกปีคือ   พระเยซูในฐานะมหาปุโรหิตของเราทรงถวายเครื่องบูชาครั้งเดียวเป็นพอ ไม่ต้องกระทำทุกๆครั้ง   (ฮีบรู 9:6-12)   ในวันพิพากษาที่ยิ่งใหญ่นี้พระองค์ทรงลบมลทินบาปทั้งหมด ให้หายไปจากสถานนมัสการศักดิ์สิทธิ์   บาปดังกล่าวเป็นบาปที่ถูกสารภาพจากคนทั้งหลาย ที่ยอมรับพระเยซูในฐานะพระผู้ช่วยให้รอดจากบาปของพวกเขา   ดังนั้นหากเราสารภาพบาปของเราในตอนนั้น   พระองค์จะทรงลบมลทินบาปของเราออกจากหนังสือแห่งชีวิตไปตลอดกาล นี่คือพระราชกิจการพิพากษาซึ่งเริ่มในปี 1844

 

ในปี 1844   เมื่อชั่วโมงการพิพากษาของพระเจ้าเริ่มในสวรรค์   และพระเยซูทรงเริ่มพระราชกิจการชำระล้างพระวิหารบนสวรรค์ของพระองค์   ข่าวประเสริฐในชั่วโมงพิพากษาเริ่มถูกป่าวประกาศไปทั่วโลก   (วิวรณ์ 14:6-7)   คู่มือ ค้นพบ ในบทต่อๆไปจะพูดถึงข่าวประเสริฐอันแสนวิเศษนี้

 

เมื่อพบหนังสือแห่งชีวิตของท่านในการพิพากษา

ตั้งแต่ปี 1844   ตามพระวจนะดาเนียลบทที่ 8 และ บทที่ 9   พระคริสต์ทรงพิจารณาสืบสวนคดีในการพิพากษา   ทรงลบบันทึกความบาปของเราและชำระล้างพระวิหารบนสรวงสวรรค์   ด้วยความสนใจนี้เปโตรพูดว่า

 

       เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงกลับใจและหันมาหาพระเจ้า   เพื่อที่ว่าความผิดบาปของพวกท่านจะได้รับการลบล้าง เพื่อวาระแห่งการฟื้นชื่นจะได้มาจากพระพักตร์พระเจ้า   และเพื่อพระองค์จะประทานพระคริสต์ที่ทรงกำหนดไว้นั้นแก่ท่านทั้งหลาย คือพระเยซู

กิจการของอัครฑูต 3:19, 20

ก่อนที่พระเยซูจะเสด็จมา   การพิพากษากำลังเกิดขึ้นในสวรรค์   เป็นการสืบสวนหนังสือแห่งชีวิตของคนชอบธรรมทั้งหมดที่ตายไปแล้ว และที่ยังมีชีวิตอยู่   เพื่อพิสูจน์ให้เอกภพเห็นว่า   ใครบ้างที่จะได้รับความรอดเมื่อพระเยซูเสด็จมาเป็นผู้พิพากษาของเรา   พระเยซูทรง   “ลบล้าง“   ความบาปทั้งหมดที่บันทึกไว้ในสวรรค์ของคนชอบธรรม ออกจากชีวิตของพวกเขา   ลบมลทินบาปออกไป   “เหมือนหมอกยามเช้า  (อิสยาห์ 44:22)   พระองค์ทรงผลักบาปออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา   “ตะวันออกไกลจากตะวันตกเท่าใด”   (เพลงสดุดี 103:12)   ความบาปจะหายไปจากเอกภพไปตลอด   (วิวรณ์ 21:1)

 

หากท่านมีโอกาสนำหนังสือแห่งชีวิตของท่านขึ้นพระแท่นบูชา   ท่านอยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง?   บางทีท่านอาจอยากรีบกากบาทสิ่งน่าละอายสองสามเรื่องออกไปเลยทีเดียว   ข่าวที่ประเสริฐคือ   พระคริสต์ทรงกากบาทสิ่งน่าละอายที่เราเคยทำไว้ออกอย่างละเอียดถี่ถ้วน มากกว่าที่เราจะสามารถกากบาทออกเองได้   เมื่อใดที่ชื่อของท่านปรากฏขึ้นในการพิพากษา   ท่านจะพบหนังสือแห่งชีวิตของท่านได้อย่างง่ายดายหากท่านยอมรับพระคริสต์เป็นตัวแทนท่าน หรือพระผู้ช่วยให้รอดบาปของท่าน

เนื่องจากพระเยซูทรงมั่นใจว่าหลังจากที่คนชอบธรรมขึ้นบนสวรรค์แล้ว   เขาเหล่านั้นจะไม่ทำบาปอีกต่อไป   พระองค์ทรงลบรายการบาปทุกๆรายการที่มีการบันทึกไว้   และทำให้พวกเขาเป็นที่น่าเชื่อถือด้วยชีวิตที่สมบูรณ์แบบของพระองค์   แล้วพระองค์เสด็จกลับมายังโลกเพื่อให้รางวัลแก่พวกเขา

“‘นี่แน่ะ   เราจะมาในเร็วๆนี้   และจะนำบำเหน็จของเรามาด้วย   เพื่อตอบแทนตามการกระทำของแต่ละคน... คนทั้งหลายที่ชำระล้างเสื้อผ้าของตนก็เป็นสุข   เพื่อว่าพวกเขาจะมีสิทธิ์ในต้นไม้แห่งชีวิต   และเข้าไปในนครนั้นโดยทางประตูนั้นได้’”

วิวรณ์ 22:12, 14

ท่านพร้อมสำหรับการเสด็จมาของพระเยซูหรือยัง?   หรือยังมีอะไรอีกที่ทำให้ท่านต้องหลบซ่อนพระองค์?   ท่านพร้อมที่จะมีความสัมพันธ์ที่ซื่อสัตย์และเปิดเผยต่อพระองค์หรือยัง   พระองค์ผู้ซึ่งทรงปรารถนาที่จะเป็นทนายแก้ต่างให้ท่าน?

 

การตระหนักถึงการพิพากษานั้น   เราไม่ควรกังวลขุดคุ้ยเรื่องบาปในอดีตที่เราลืมสารภาพไป   แต่เราควรนำทุกสิ่งทุกอย่างมาวางบนโต๊ะต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า อย่างไม่มีความลับไม่มีการตุกติก

 

ถ้าเราสารภาพบาปของเรา   พระองค์ทรงซื่อสัตย์และเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา   และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น

ยอห์น ฉบับที่หนึ่ง 1:9

การสารภาพบาปแปลง่ายๆคือ   การตกลงให้พระเจ้าทรงรับรู้ในปัญหาที่พระองค์ทรงพิสูจน์ว่าเราผิด   เราเต็มใจที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาเหล่านั้น   เรายอมรับการให้อภัยบาปของพระองค์และรับรู้ถึงความต้องการพระฤทธานุภาพและพระเกียรติคุณจากพระองค์

 

ขณะที่กษัตริย์เฟรดเดริค   วิลเลี่ยมเสด็จเยี่ยมเยียนคุกที่พอทสดัม   (Potsdam)   พระองค์ทรงฟังคดีเพื่อขอผ่อนผันมากมาย   นักโทษทั้งหลายมักให้คำสาบานว่า   ผู้พิพากษาลำเอียงบ้าง   พยานเบิกความเท็จบ้าง   หรือทนายไม่ซื่อสัตย์บ้างจึงตัดสินจำคุกพวกเขา   จากห้องขังต่อห้องขังเรื่องราวความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาที่ถูกกล่าวหาอย่างผิดๆเหมือนๆกันถูกดำเนินต่อไปเรื่อยๆ

 

แต่มีห้องขังห้องหนึ่งที่นักโทษไม่มีอะไรจะพูด   กษัตริย์เฟรดเดริคทรงตรัสอย่างตลกว่า   “ฉันคิดว่าเธอก็บริสุทธิ์เหมือนกันนะ

 

ไม่ขอรับ   โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมขอเดชะ”   ชายคนนั้นได้ตอบ   ขอเดชะ   ผมผิดและสมควรจะได้รับโทษอย่างมหันต์ตามที่ผมได้รับ

 

กษัตริย์ทรงหันกลับไปที่ผู้คุมขังและทรงตะโกนด้วยเสียงดังว่า   “มานี่ซิและรีบปล่อยตัวผู้ร้ายคนนี้ออกไปก่อนที่เขาจะทำให้กลุ่มคนที่บริสุทธิ์ต้องเสื่อมทรามตามไปด้วย

 

เราเตรียมตัวอย่างไรสำหรับการพิพากษา?   เราจะเตรียมพร้อมอย่างไรสำหรับพระเยซูที่จะเสด็จมา?   ง่ายๆเพียงแค่สารภาพความจริงอย่างซื่อสัตย์   ง่ายๆเพียงแค่ให้รับรู้การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ว่า   ฉันมั่งคั่งจากการที่มีใครพระองค์นั้นทรงรับโทษความตายแทนบาปของฉัน และทรงมอบการให้อภัยที่สุดแสนจะเยี่ยมยอดแก่ฉัน

 

ขอเชิญท่านให้พันธสัญญากับพระคริสต์ในตอนนี้ได้เลยว่า   ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นท่านก็จะรักษาความสัมพันธ์นี้แบบตาต่อตาด้วยความซื่อสัตย์และใจต่อใจด้วยความบริสุทธิ์

ช่วยให้รอดจากชีวิตที่ไร้สาระของท่าน

เหมือนเป็นลูกแกะของพระเจ้าและมหาปุโรหิตของเรา   พระเยซูไม่ทรงเพียงแต่คลุมอดีตของเราและโอบอุ้มอนาคตของเราให้ปลอดภัยมั่นคงเท่านั้น   แต่พระองค์ยังทรงมีพระฤทธานุภาพต่อปัจจุบันกาลของเราด้วย

 

พวกท่านรู้ว่าพวกท่านได้รับการไถ่ ออกจากการดำเนินชีวิตที่ไร้สาระ แต่ด้วยพระโลหิตล้ำค่าของพระคริสต์   ดังเลือดลูกแกะที่ไร้ตำหนิและไร้จุดด่างพร้อย

เปโตร ฉบับที่หนึ่ง 1:18-19

พระองค์ทรงช่วยเราให้รอดจาก   “การดำเนินชีวิตที่ไร้สาระ”   พระเยซูทรงมอบศีลธรรมให้เราเหมือนกับการปลูกถ่ายหัวใจ

 

เจ้าจะสะอาดพ้นจากมลทินทั้งหลายของเจ้า และเราจะชำระเจ้าจากรูปเคารพทั้งหลายของเจ้า   เราจะให้ใจใหม่แก่เจ้าและเราจะบรรจุจิตวิญญาณใหม่ไว้ในเจ้า   เราจะนำใจหินออกไปเสียจากเนื้อของเจ้า   และจะให้เนื้อแก่เจ้า

เอเสเคียล 36:25, 26

เราทั้งหลายต่อสู้ดิ้นรนกับนิสัยเก่าๆและสภาพการบีบบังคับเก่าๆ   แต่พระเจ้าทรงสัญญาที่จะผลักนิสัยเก่าๆด้วยการดึงนิสัยใหม่ๆเข้ามาแทน

 

และเราจะใส่วิญญาณของเราภายในเจ้า และกระทำให้เจ้าดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเรา   และให้รักษากฎหมายของเราและกระทำตาม

พระวจนะที่ 27

ขอให้จำพระสัญญาเหล่านี้ขณะที่ท่านเริ่มการเดินทางทางฝ่ายจิตวิญญาณของท่าน   ขอให้ทัศนะการมองพระเจ้าได้จมดิ่งลึกในตัวท่านและพระเยซูจะทรงส่งท่านจาก   การดำเนินชีวิตที่ไร้สาระ”   ผ่านพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์

 

ข้าแต่พระบิดาเจ้าบนสรวงสวรรค์    ขอขอบพระคุณสำหรับของประทานของพระเยซูซึ่งทรงสิ้นพระชนม์ มิใช่เพื่อพระองค์เองแต่เพื่อบาปของข้าพระองค์    ขอขอบพระคุณสำหรับการแต่งตั้งพระองค์เป็นทนายแก้ต่างของข้าพระองค์    มหาปุโรหิตของข้าพระองค์และผู้พิพากษาของข้าพระองค์    ทำให้ข้าพระองค์มีความหวังและความมั่นใจอะไรเช่นนี้!    และเดี๋ยวนี้ข้าพระองค์ปรารถนาที่จะเอาชีวิตของข้าพระองค์ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์    ข้าพระองค์ยอมรับพระสัญญาของพระองค์ที่ทรงเตรียมข้าพระองค์ จากชีวิตที่ว่างเปล่าไปสู่สวรรค์    ในนามของพระเยซูคริสตเจ้า    อาเมน

____________

 

 

 

 

ค้นพบ บทที่ 13

จากคนบาปที่ทำผิดสู่ธรรมิกชนที่ได้รับการอภัย (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อเรื่องบทที่ 13)

1. การสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์บนไม้กางเขนสามารถทำให้พระองค์

ปกป้องคนบาปที่ไม่ยังไม่กลับใจ

เปลี่ยนชีวิตในบาปของเราเพื่อชีวิตที่เที่ยงธรรมของพระองค์

 

2. การรับบัพติศมาของพระเยซู ค.ศ. 27   พระองค์ทรง

ประกาศเป็นพระบุตรของพระเจ้า

ประกาศว่าเสด็จมาช้าไปหลายปี

 

3. สามปีครึ่งต่อมาในปี ค.ศ. 31

พระเยซูทรงถูกตรึงกางเขนเหมือนเป็นลูกแกะของพระเจ้า

การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูทำให้หยุดการถวายสัตวบูชาอีกต่อไป

ข้อความทั้งคู่นั้นเป็นความจริง

 

4. การทำให้บริสุทธิ์หมายถึง   เพราะว่าความเชื่อของเราในพระเยซู พระองค์ทรงชำระล้างเราจากบาปและพระเจ้าทรงประกาศว่าเราพ้นผิด

ถูก

ผิด

 

5. ในปี1844   ชั่วโมงแห่งการพิพากษาของพระเจ้าได้มาถึงในสวรรค์และ พระเยซูทรงเริ่มพระราชกิจชำระล้างพระวิหารในสวรรค์ซึ่งเป็นพระราชกิจของการพิพากษา

ถูก

ผิด

 

6. กิจการของอัครฑูต 3:19 บอกว่า   “เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงกลับใจและหันมาหาพระเจ้า   เพื่อที่ว่าความผิดบาปของพวกท่านจะได้รับการลบล้าง   เพื่อวาระแห่งการฟื้นชื่นจะได้มาจากพระพักตร์พระเจ้า   และเพื่อพระองค์จะประทานพระคริสต์ที่ทรงกำหนดไว้นั้นแก่ท่านทั้งหลายคือพระเยซู”   พระวจนะได้กล่าวว่าการกลับใจเป็นสิ่งสำคัญที่จะกลายเป็นคริสตชน   การแสดงความเสียใจต่อสิ่งที่กระทำผิดมีความหมายต่อท่านอย่างไร?

 

7. คนคนหนึ่งจะได้รับการช่วยให้รอดได้อย่างไร?   กรุณาอ่านพระวจนะเหล่านี้และเขียนการตอบสนองของท่าน กิจการของอัครฑูต 16:31, กิจการของอัครฑูต 3:19, โรม 3:23 และเอเฟซัส 2:8&9

 

8. พระสัญญาในพระคัมภีร์ข้อนี้มีความหมายอย่างไรต่อท่าน?   “ใครที่มีพระบุตรก็มีชีวิต…”  ยอห์น ฉบับที่หนึ่ง 5:12

 

9. กรุณาไตร่ตรองเรื่องนี้ ผ่านทางการสิ้นพระชนม์ของพระองค์บนไม้กางเขนและพระราชกิจของพระองค์เหมือนเป็นผู้พิพากษาของเรา   พระเยซูทรงสามารถอภัยบาปของเราได้และทรงป้ายคำบันทึกบาปของเราออกไปให้หมด   มีเพียงเงื่อนไขเดียวเท่านั้น   นั่นคือเราทูลขอการอภัยบาปของเราและรับหัวใจใหม่พระวิญญาณใหม่จากพระเยซู   เรื่องของท่านอยู่ในพระหัตถ์ของพระเยซูคริสต์แล้วหรือยัง   พระองค์ผู้ซึ่งทรงรักท่านมากพอที่จะทรงสิ้นพระชนม์แทนท่านได้?




Progress