ค้นพบ
บทที่ 6
โอกาสครั้งที่สองในชีวิต
-อะไรคือความหมายคำว่า “หลงทาง”
-เราจำเป็นต้องเก็บสะสมหรือไม่?
-ใครสามารถช่วยเราให้รอด?
-ขั้นตอนง่ายๆ 3 ขั้นตอนในการช่วยให้รอด
-ความชื่นชมยินดีในโอกาสครั้งที่สองของชีวิต
โอกาสครั้งที่สองในชีวิต
นักเรียนคนหนึ่งของเราส่งจดหมายลักษณะนี้มา ซึ่งช่างเป็นวันของท่านเสีย จริงๆ
ท่านทำงานกับกลุ่มคน ที่ฉันได้ตัดรายชื่อออกไปจากใจฉัน ได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด รายชื่อเหล่านั้นคือผู้แพ้ที่ไม่มีความเชื่อ (รวมตัวของฉันด้วย) ท่านได้ช่วยเพื่อนคนหนึ่งให้หลุดพ้นจากยาเสพติด และช่วยอีกคนหนึ่งให้หลุดพ้นจากการดำเนินชีวิตที่ไร้ความหมาย (เธอเป็นคนไม่เชื่อพระเจ้าและรู้สึกภูมิใจกับความคิดเช่นนั้น) ทั้งๆที่ฉันเป็นคนเชื่อพระเจ้า แต่ฉันไม่รู้วิธีที่จะติดต่อสื่อสารกับพระองค์ และฉันก็ไม่เคยคาดเดาว่านั่นคือ การติดต่อผ่านทางพระเยซูคริสต์ แต่เดี๋ยวนี้ฉันได้พบพระองค์แล้ว และฉันก็ไม่เคยมีความสุขเช่นนี้มาก่อนในชีวิตนี้ของฉันเลย ขอขอบพระคุณพระองค์
เยาวชนเหล่านี้พบว่า ทางเดียวเท่านั้นที่จะพบกับโอกาสครั้งที่สองในชีวิต คือ พระเยซูคริสต์! พวกเขาค้นพบสิ่งที่สำคัญๆ-ทั้งหมด นับตั้งแต่ประสบการณ์ที่น่ากลัวที่พวกเขาเดินหลงทาง ไปจนกระทั่งประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมที่พวกเขาได้รับการช่วยให้รอดจากบาป (หรือจากการเดินหลงทางนั้น)! คำตอบเดียวสำหรับบางคนที่ติดในบาปคืออะไร?
“ข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องข่าวประเสริฐ เพราะว่าข่าวประเสริฐนั้นเป็นฤทธานุภาพของพระเจ้า เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด”
— โรม 1:16 (หากมิได้ทำเครื่องหมายใดไว้ บทความในพระคัมภีร์ทั้งหมดที่อยู่ในบท ค้นพบ นี้ มาจากพระคัมภีร์สากลฉบับใหม่ [เอ็นไอวี]แปลไทยจาก “พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิม ฉบับ 1971 (ย่อขนาดปี 1998),ภาคพันธสัญญาใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2002 สงวนลิขสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย ใช้โดยได้รับอนุญาต”)
พระวจนะทรงเป็นพลังอำนาจที่ช่วยให้คนบาปแต่ละคนได้รับความรอด จากบาป ซึ่งเขาเหล่านั้นเป็นคนบาปที่เชื่อพระเยซูอย่างเต็มเปี่ยมและทูลเชิญพระองค์ให้เข้ามาสถิตในชีวิตของพวกเขา
คนหนุ่มสาวที่กล่าวถึงในจดหมายข้างต้นต่างยอมรับพระคริสต์ เขาเหล่านั้นเชื่อมั่นวางใจและมีความจงรักภักดีต่อพระองค์ ดังนั้นพระฤทธานุภาพของพระเจ้า (พลังอำนาจของพระวจนะของพระองค์) ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาเหล่านั้น และเดี๋ยวนี้เขาเหล่านั้นมีความยินดีกับการมีสามัคคีธรรมกับพระเยซูซึ่งเจริญงอกงามขึ้นเรื่อยๆ
อะไรคือความหมายของคำว่าหลงทาง
ชีวิตมีเพียงสองชนิดเท่านั้น คือชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณและชีวิตฝ่ายร่างกาย ดังนั้นมีความตายอยู่สองชนิดเช่นกัน คือความตายในจิตวิญญาณและความตายฝ่ายร่างกาย เป็นไปได้สำหรับคนที่มีชีวิตที่ยังหายใจอยู่ ไม่ว่าเขาจะเดินเที่ยวเล่นไปรอบๆเมือง หรือเขาทำธุรกิจ บางครั้งเขาก็พบกับสิ่งที่บางคนเรียกว่าความสนุก แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าเขาตายอยู่ดี นั่นคือเขาตายในจิตวิญญาณนั่นเอง
“ท่านทั้งหลาย ตายโดยการละเมิดและการบาปของท่าน เมื่อก่อนพวกท่านเคยดำเนินชีวิตในการบาป นั้นตามวิถีของโลกนี้ ตามผู้ครอบครองที่มีอำนาจในฟ้าอากาศ คือวิญญาณที่ทำกิจอยู่ในพวกคนที่ไม่เชื่อฟังในเวลานี้”
— เอเฟซัส 2:1, 2
ซาตานชักนำคนที่ตายในจิตวิญญาณให้ตกอยู่ในปมบาปและการไม่เชื่อฟัง แต่ความจริงที่แสนประเสริฐของพระวจนะที่ว่า พระเจ้าก็ยังทรงรักกลุ่มคนที่มีเคราะห์กรรมอะไรเช่นนี้ด้วยเหมือนกัน พระองค์ทรงรักเขาขณะที่เขาเหล่านั้นกำลังถอยห่างจากพระองค์ (ตายในบาป) และพระองค์พร้อมที่จะช่วยชีวิตเขาให้พ้นจากสภาพที่ลำบากเหลือเกิน โดยไม่คิดมูลค่า
“แต่พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระองค์ทรงรักเราโดยความรักอันใหญ่หลวงของพระองค์ ถึงแม้ว่าเราเป็นคนตายเนื่องจากการละเมิด พระองค์ยังทรงทำให้มีชีวิตอยู่ร่วมกับพระคริสต์ . . . [จนกระทั่ง] พระองค์จะทรงสำแดงพระคุณอันอุดมเหลือล้นของ พระองค์ ด้วยพระกรุณาที่มีต่อเราในพระเยซูคริสต์ เพราะว่าท่านทั้งหลายได้รับความรอดแล้วด้วยพระ คุณโดยทางความเชื่อ ความรอดนี้ไม่ใช่มาจากตัวท่าน แต่เป็นการประทานจากพระเจ้า ไม่ใช่มาจากการกระทำ เพื่อไม่ให้ใครอวดได้”
— เอเฟซัส 2:4, 5, 7-9
พระเจ้าทรงรักเราขณะที่เราไม่มีอะไรที่น่ารักเลยสักนิดเดียว พระเกียรติคุณของพระองค์ได้ทรงฟื้นฟูจิตวิญญาณให้มีชีวิตใหม่ในพระ คริสต์ เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเราได้ แต่พระเจ้าทรงสามารถทำได้ พระองค์ทรงประทานโอกาสครั้งที่สองในชีวิตแก่เรา
เราต้องการอะไรเพื่อจะได้รับความรอดจากบาป?
เพื่อที่จะได้รับการช่วยให้รอดจากพระคริสต์ ที่สำคัญเราต้องเข้าใจความต้องการของ เราอย่างชัดเจนเสียก่อน
1. เราต้องการได้รับการช่วยให้รอดจากบาป
มีกี่คนที่ทำบาป?
“เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า”
— โรม 3:23
พูดกันตรงๆ เราไม่ได้ดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง ผู้ปกครองที่เครียดอาจด่าทอและทำร้ายลูกอย่างบ้าคลั่ง คนที่ขับรถไปทำงานอาจกำลังโมโหคนขับรถอีกคันจนเกือบทำให้เกิด อุบัติเหตุ นักเรียนอาจจะแค้นใจและพูดกระซิบแต่สิ่งร้ายๆ เกี่ยวกับการสอบแข่งขันของเธอ นักธุรกิจอาจจะวางแผนที่จะ “ลืม” แหล่งที่มาของรายได้ที่แน่นอนเวลาไปเสียภาษี “ทุกคนล้วนทำบาปทั้งนั้น” นั่นคือเงื่อนไขของมนุษย์ปุถุชน
พระคัมภีร์อธิบายความบาปว่าอย่างไร?
“การอธรรมทุกอย่างเป็นบาป”
—ยอห์น ฉบับที่หนึ่ง 5:17
เราจำเป็นต้องได้รับการช่วยให้รอด จากสภาพที่ถูกบีบบังคับและจากนิสัยไม่ดีต่างๆเช่น การพูดโกหก การทำทารุณกรรมเมื่อโกรธ ตัณหา และความขมขื่นที่ต้องเอ่ยถึง บ้าง พระคัมภีร์ได้อธิบายการทำผิดว่าเป็นการฝืนธรรมบัญญัติ ของพระเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงสรุปไว้ในพระบัญญัติสิบประการ อันจะหาอ่านได้ในพระวจนะอพยพบทที่ 20
“ทุกคนที่ทำบาปก็ประพฤติผิดธรรมบัญญัติ บาปเป็นสิ่งที่ผิดธรรมบัญญัติ”
— ยอห์น ฉบับที่หนึ่ง 3:4
ดังนั้นเราปรารถนาที่จะได้รับการช่วยให้รอดจากบาป จากการกระทำผิด และจากการล่วงละเมิดพระบัญญัติของพระเจ้า
2. เราต้องการได้รับการช่วยให้รอดจากความสัมพันธ์ที่แตกหักกับพระ เจ้า
“ดูเถิด พระหัตถ์ของพระเจ้ามิได้สั้นลง ที่จะช่วยให้รอดไม่ได้ หรือพระกรรณตึง ซึ่งจะไม่ทรงได้ยิน แต่ว่าความบาปชั่วของเจ้าทั้งหลาย ได้กระทำให้เกิดการแยก ระหว่างเจ้ากับพระเจ้าของเจ้า”
— อิสยาห์ 59:1, 2
บาปที่ไม่ได้รับการให้อภัย ได้ตัดขาดความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า พระผู้ให้ชีวิต หากไม่มีความเชื่อในพระเจ้า ก็ไม่สามารถจะมีความสัมพันธ์แห่งรักได้ นั่นคือทำไมพระเยซูจึงทรงตรัสถึงความบาปไว้ว่า คือการไม่วางใจในพระองค์ (ขอให้ดูใน ยอห์น 16:9) พระคริสต์เสด็จมาเพื่อฟื้นฟูความ เชื่อมั่นในพระเจ้า ซึ่งซาตานได้คอยทำลายอย่างลับๆ
3. เราต้องการได้รับการช่วยให้รอดจากความตายนิรันดร์ซึ่งเป็นบทลง โทษจากบาป
“เพราะเหตุนี้ บาปได้เข้ามาในโลกเพราะคนๆเดียว และความตายก็เกิดมาเพราะบาปนั้น และความตายก็ได้แผ่ไปถึงมวลมนุษย์ทุกคน เพราะมนุษย์ทุกคนทำบาป”
— โรม 5:12
คราวนี้พระคัมภีร์ได้เปิดเผยถึงความตายนิรันดร์ ซึ่งเป็นความตายที่คนไม่สามารถจะฟื้นขึ้นมาได้อีก
4. เราต้องการได้รับการช่วยให้รอดจากชีวิตที่เต็มไปด้วยความทุกข์และ ความบาป
สำหรับคนบาป ชีวิตเป็นถนนทางตัน เพราะชีวิตในความบาปเหลือไว้เพียงความอ้างว้างอย่างน่าเวทนาในการดำรงอยู่ของเขาหรือเธอ
5. เราต้องการได้รับการช่วยให้รอดจากโลกแห่งความ บาป
เราต้องการได้รับความช่วยเหลือจากโลกที่เต็มไปด้วยบาปและผลของบาปเหล่านั้น เช่นความทุกขเวทนา การเจ็บปวดหัวใจ ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง สงคราม ความเจ็บป่วย ความชั่วร้ายและความตาย!
ใครสามารถช่วยให้เรารอดได้?
1. พระเยซูทรงสามารถช่วยเราให้พ้นบาป
“แล้วจงเรียกนามท่านว่า เยซู เพราะว่าท่านจะทรงช่วยชนชาติของท่าน ให้รอดจากบาปของพวกเขา”
— มัทธิว 1:21
ชาวฮินดูบอกเพื่อนชาวคริสเตียนว่า “ฉันพบหลายสิ่งหลายอย่างในศาสนาฮินดู แต่ไม่พบในศาสนาคริสต์ มีเพียงสิ่งหนึ่งที่ศาสนาคริสต์มีแต่ศาสนาฮินดูไม่มีคือ พระผู้ทรงช่วยให้รอด” ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาเดียวในโลกที่มีพระผู้ทรงช่วยให้รอด เพื่อช่วยชนชาติของพระองค์
2. พระเยซูทรงสามารถช่วยเราให้รอด จากความสัมพันธ์ที่แตกหัก ระหว่างเรากับพระเจ้า
ความสัมพันธ์ระหว่างคริสตชนกับพระเจ้าคือ การแต่งงาน ซึ่งเป็นคำอุปมาที่พระองค์ทรงอธิบายให้คริสตชนใหม่ฟังที่เมืองโครินธ์ อัครสาวกเปาโลเขียนไว้ว่า
“ข้าพเจ้าหมั้นท่านไว้กับสามีคนเดียว พระคริสต์ เพื่อถวายพวกท่านให้เป็นหญิงพรหมจารีบริสุทธิ์แด่พระคริสต์”
— โครินธ์ ฉบับที่สอง 11:2
สำหรับคริสตจักรอีกแห่งหนึ่ง อัครสาวกเปาโลเขียนไว้ว่า
“พวกท่านเป็นคนไม่มีพระคริสต์ . . . อยู่ในโลกนี้อย่างไม่มีความหวังและปราศจากพระ เจ้า แต่บัดนี้ในพระเยซูคริสต์ ท่านทั้งหลายซึ่งเมื่อก่อนอยู่ไกล ได้เข้ามาใกล้โดยพระโลหิตของพระคริสต์”
— เอเฟซัส 2:12, 13
คนที่เข้าหาพระคริสต์จะมีความสุขเหมือนกับคู่รักที่มีความสุขในช่วงที่ดูใจกันและช่วงที่แต่งงานกัน เมื่อเขาหรือเธอมอบพันธสัญญาชีวิตไว้กับพระคริสต์ ความสัมพันธ์ก็เริ่มขึ้น และตามด้วยเวลาที่ผูกติดกับพระเยซูอย่างยาวนาน
พระเยซูทรงเป็นคู่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการแต่งงาน พระองค์ทรงเปิดเผยให้เห็นสิ่งที่ดีที่สุดในเรา “โดยผ่านทางพระโลหิตของพระคริสต์” ความบาปในชีวิตที่ผ่านมาของเราได้รับการให้ อภัย พระองค์ทรงมอบการยอมรับของพระองค์ พระฤทธานุภาพของพระองค์ซึ่งอยู่เหนือความบาป พระชนม์ที่สมบูรณ์แบบของพระองค์แก่เราแบบวัน-ต่อ-วัน ความรักของเราในพระองค์จะทำให้เราปรารถนาชีวิตใน หนทางที่ทำให้พระองค์ทรงพอพระทัย เรารู้ว่าพระองค์จะทรงอยู่ที่นั่นเพื่อช่วยพยุงเราให้ลุกขึ้นมาทุกครั้งที่เราล้ม
3. พระเยซูทรงสามารถช่วยเราให้รอดจากความตายนิรันดร์ซึ่งเป็นบทลง โทษจากบาป
“เพราะว่าค่าจ้างของบาปคือความตาย แต่ของประทานจากพระเจ้าคือ ชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา”
— โรม 6:23
เราคือผู้ฝ่าฝืนธรรมบัญญัติฝ่ายจิตวิญญาณซึ่งถูกตัดสินให้ตาย บทลงโทษของบาปของเราคือความตายนิรันดร์ แต่พระเยซูทรงสามารถช่วยเราให้รอดจากความตายนิรันดร์ได้ และทรงประทานชีวิตนิรันดร์ให้กับเรา พระองค์ทำได้อย่างไรและทำไม?
“แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เรา คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อเรา”
— โรม 5:8
เพราะว่าความรักที่ไม่เคยจืดจางของพระองค์ พระเยซู “ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา” โดยยอมสิ้นพระชนม์แทนพวกเรา พระองค์ทรงยกโทษให้เราแต่ละคน พระองค์ทรงผ่านความน่ากลัวทั้งหลายที่แยกพระองค์ออกจากพระเจ้า อย่างสิ้นเชิง และเพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องพบกับสิ่งนี้อีก พระองค์จึงทรงสิ้นพระชนม์และทรงทนทุกข์ทรมานจากผลของบาปเพื่อเรา อย่างเต็มๆ ในเวลานี้ พระเจ้าทรงสามารถยกโทษและยอมรับคนบาปทั้งหลายโดยความบาปยังเป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่ควรทำ อยู่ดี
4. พระเยซูทรงสามารถช่วยให้เรารอดจากชีวิตที่เต็มไปด้วยความทุกข์ และความบาป
พระเจ้าไม่เพียงยกโทษบาปของเราเท่านั้น แต่พระองค์ยังทรงช่วยรักษาและซ่อมแซม ฟื้นฟูจิตใจใหม่ให้เรา พระเจ้าทรงสัญญาที่จะช่วยให้เรารอดพ้นจากบาป ไม่ใช่ในบาปของเรา
“ฉะนั้นถ้าใครอยู่ในพระคริสต์ เขาก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น”
— โครินธ์ ฉบับที่สอง 5:17 (เป็นภาษาอังกฤษสมัยใหม่ในพระคัมภีร์ฉบับใหม่,เจ. บี. ฟิลิปส์เป็นผู้แปล,ลิขสิทธิ์ ๑ 1958 โดย เจ.บี. ฟิลิปส์, บริษัท แมคมิลแลน, นิวยอร์ค, 1958)
เราไม่สามารถช่วยตนเองให้รอดจากบาปหรือเปลี่ยนนิสัยของเราได้มาก ไปกว่า การที่สิงโตจะสามารถตัดสินใจเป็นลูกแกะ (โรม 7:18) เป็นธรรมดาที่ความบาปมีพละกำลังมากกว่าความตั้งใจจริงของเรา แต่พระเยซูคริสต์ทรงสามารถที่จะ ประทาน “ความเข้มแข็งภายในจิตใจด้วยฤทธานุภาพที่มาทางพระวิญญาณของพระองค์” (เอเฟซัส 3:16) พระองค์ทรงแทนที่นิสัยไม่ดีคอยทำลายเรา ด้วยคุณภาพที่สมบูรณ์แบบของพระองค์คือ ความรัก สันติสุข ความยินดี ความกรุณา และการรู้จักบังคับตน (กาลาเทีย 5:22, 23) พระคริสต์ทรงดำรงพระชนม์ผ่านทางเรา พระองค์ทรงรักที่จะช่วยเหลือคนทั้งหลายที่สิ้นหวังที่สุด
แฮรอท ฮิวชส์ ไม่มีความหวังอีกต่อไปกับนิสัยที่เขาอยากจะเปลี่ยน เขาได้พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะเลิกดื่มเหล้าหลายต่อหลายครั้ง นับเป็นเวลาสิบปีที่เขารู้เป็นอย่างดีเหลือ เกินว่า สงครามระหว่างขวดเหล้ากับเขาทำให้ภรรยาและลูกสาวสองคนต้องตกนรกทั้งเป็น ดังนั้นในเช้าที่หนาวเย็นวันหนึ่ง เขาย่างก้าวเข้าไปในอ่างอาบน้ำและจ่อปืนลูกซองเข้าที่ ปากของเขา ก่อนเหนี่ยวไกปืน เขาตัดสินใจว่าเขาควรอธิบายสิ่งต่างๆให้พระเจ้าได้ ทรงรับรู้เสียก่อน การอธิษฐานครั้งนั้นกลายเป็นคำอ้อนวอนที่ยาวนาน ด้วยเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นเพื่อขอความช่วยเหลือจากพระองค์ และแล้วในที่สุดพระเจ้าเสด็จมาสถิตอยู่กับเขา แฮรอท ฮิวชส์ สร้างพันธสัญญากับพระคริสต์ และเขาพบความแข็งแกร่งขึ้นในจิตใจที่พยายามบากบั่นต่อสู้และเอาชนะขวดเหล้าให้ได้ ในที่สุดเขาสามารถเลิกดื่มเหล้าเด็ดขาด เขากลายเป็นสามีและบิดาที่พึ่งพาได้ เป็นที่รักของภรรยาและลูกๆอีกครั้ง ในเวลาต่อมาเขาเป็นหนึ่งในวุฒิสภาของสหรัฐอเมริกาด้วย
เท็กซ์ วัทสันมีอาการชาจากการติดยาและการใช้ชีวิตเสื่อมโทรม ซึ่งทำให้เขาไม่รู้สึกตัวว่าเขาจำเป็นต้องได้รับการเปลี่ยนแปลง หลังจากที่เข้าร่วมกับ “ครอบครัว” ของชาร์ลส แมนสัน เขาเป็นหนึ่งในฆาตกรที่มีการสังหารอย่างทารุณโหดร้ายชื่อว่า เทท-ลา บิแอนคา (Tate-La Bianca killings) ซึ่งเป็นที่สยองของประชาชาติ เมื่ออยู่ในคุกนั้นเขามีพฤติกรรมรุนแรงและไม่แน่ไม่นอนเหมือนเมื่อ ครั้งที่อยู่นอกคุก จนกระทั่งเขาเริ่มอ่านพระคัมภีร์ใหม่ (New Testament)
การเผชิญหน้ากับองค์พระเยซูคริสต์ทำให้เท็กซ์เห็นถึงการเปิดเผยของ พระองค์ “ความหวาดกลัวของผมเป็นส่วนหนึ่งของความหวาดกลัวที่มากกว่า ผมเริ่มเห็นแล้วว่าถึงแม้ผมทำผิดอย่างใหญ่หลวง แต่ก็ยังมีคนจ่ายค่าปรับให้ผม .....ผมเริ่มเห็นอานุภาพแห่งความรักของพระเจ้าที่สามารถเอาชนะความตายและการทำลายล้างได้ โดยส่วนตัวผมแล้วพระฤทธานุภาพของพระองค์ในการเยียวยารักษา ไม่เป็นเพียงแค่ทฤษฎีเท่านั้น แต่เป็นการเยียวยารักษาที่ให้ผลฉับพลันและถูกทางอย่างเฉพาะเจาะจงจริงๆ” ทุกวันนี้ผู้สื่อข่าวตกตะลึงเมื่อพวกเขาเข้าเยี่ยมเท็กซ์ในคุก เพราะสายตาที่บ้าคลั่งและคราบของฆาตกรที่เลือด เย็นของเท็กซ์หายไปหมดสิ้น แต่กลับถูกแทนที่ด้วยชายที่อ่อนไหวและอบอุ่น ที่คอยพาเพื่อนๆมาศึกษาพระคัมภีร์ด้วยกัน เท็กซ์ช่วยให้เพื่อนๆพบสันติสุขในพระคริสต์ เท็กซ์ วัทสันได้ค้นพบพระฤทธานุภาพที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่ สุดในโลกของเรา
5. พระเยซูทรงสามารถช่วยเราให้รอดจากโลกแห่งบาป
สี่บทข้างหน้าใน ค้นพบ นี้จะอธิบายอย่างเต็มอิ่มถึงวิธีที่พระเยซูทรงช่วยเราให้รอดจากโลกแห่งบาปของ เรา
เราได้รับการช่วยให้รอดด้วยขั้นตอนง่ายๆเพียงสามขั้นตอนคือ
ขั้นที่ 1. ทูลขอให้พระคริสต์ขจัดความบาปในชีวิตของท่าน
อะไรคือส่วนที่เราต้องทำในการขจัดดชีวิตที่เต็มไปด้วยบาปของเรา?
“เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงกลับใจและหันมาหาพระเจ้า เพื่อที่ว่าความผิดบาปของพวกท่านจะได้รับการลบล้าง”
— กิจการของอัครฑูต 3:19
อะไรที่ทำให้คนกลับใจ?
“หรือว่าท่านประมาทพระกรุณาอันอุดม ความอดกลั้นพระทัย และความอดทนของพระองค์ โดยไม่รู้หรือว่าพระกรุณาคุณของพระเจ้านั้น มุ่งจะชักนำท่านให้กลับใจใหม่?”
— โรม 2:4
“แต่บัดนี้ข้าพเจ้ามีความยินดี ไม่ใช่เพราะพวกท่านเสียใจ แต่เพราะความเสียใจนั้นทำให้ท่านกลับ ใจ”
— โครินธ์ ฉบับที่สอง 7:9
การกลับใจเป็นความรู้สึกผิดต่อการทำบาปของเราและคิดจะไม่ทำบาปอีก การเปลี่ยนนิสัยเก่าๆ การกระทำเก่าๆและทัศนคติเก่าๆ มิใช่เรื่องเศร้าที่เราต้อง “กลับใจ” เรากลับใจมิใช่เพราะเรากลัวจะถูกลงโทษ แต่การกลับใจเป็นการทดแทนพระคุณของพระเจ้า “พระกรุณาของพระเจ้า” ต่างหาก ที่พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่บาปแทนเรา ดังนั้นการที่เราไม่ทำบาปก็เพราะความบาปทำให้พระองค์ทรงเจ็บปวด
“บุคคลที่ซ่อนการละเมิดของตนจะไม่จำเริญ แต่บุคคลที่สารภาพและทิ้งความชั่ว เสีย จะได้ความกรุณา”
— สุภาษิต 28:13
เพื่อเป็นการเสริมความรู้เพิ่มเติมและขจัดชีวิตเก่าๆแห่งความบาป อะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับคนบาปที่กลับใจ?
“ถ้าเขา [คนอธรรม] ได้คืนของประกัน ขโมยอะไรของเขามาก็คืนเสียและดำเนินตามกฎเกณฑ์แห่งชีวิต ไม่กระทำความบาปชั่วเลยเขาจะดำรงชีวิตอยู่แน่ เขาไม่ต้องตาย”
— เอเสเคียล 33:15
การกลับใจที่แท้จริงไม่ได้หมายความเพียงว่าการหันหนีออกจากบาป แต่จงทำสิ่งผิดที่ผ่านมาให้ถูกต้องมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในส่วนของพระเจ้า พระองค์ทรงช่วยขจัดชีวิตบาปเก่าๆของเราได้อย่างไร?
“ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงซื่อสัตย์และเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น”
— ยอห์น ฉบับที่หนึ่ง 1:9
“พระเจ้าทรงตั้งพระองค์ [พระคริสต์]ไว้ที่พระหัตถ์เบื้องขวาของพระองค์ ให้เป็นองค์พระผู้นำและองค์พระผู้ช่วยให้รอด เพื่อจะให้ชน อิสราเอลกลับใจใหม่และจะทรงอภัยบาปของเขาทั้งหลาย”
— กิจการของอัครฑูต 5:31
ความสามารถในการกลับใจเป็นของประทานจากพระเจ้าที่ทรงให้เราจริงๆ (กิจการของอัครฑูต 5:31) พระองค์เท่านั้นที่ทรงสามารถทำให้เรากลับใจได้อย่างแท้จริง และเมื่อเรากลับใจ องค์พระผู้ช่วยให้รอดอันเป็นที่รักจะทรงอภัยบาปทั้งปวงของเรา พระองค์ทรงลบรอยสกปรกเหล่านั้นออกไป และโยนความบาปทั้งปวงลงในห้วงทะเลลึก ดังที่พระองค์ทรงตรัสและชำระล้างเราให้พ้นจากความบาป ไม่มีความบาปอันใดที่จะน่ากลัวและร้ายกาจจนกระทั่ง องค์พระผู้ช่วยให้รอดของเรา (ผู้ทรงยอมสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อความบาปของเรา) จะทรงไม่สามารถอภัยให้เราได้ คนที่เชื่อมั่นและวางใจในพระเยซูปรารถนาเพียงแค่ได้ทูลขอการอภัยโทษต่อพระองค์เท่านั้นเป็นพอ
ความจริงที่ไม่บิดเบือนคือความบาปของเราทั้งปวง ทำให้ตะปูได้ตอกลงที่พระหัตถ์ทั้งสองและพระ บาททั้งสองของพระคริสต์ ในความรู้สึกที่แท้จริง เรามีส่วนในการตรึงกางเขนพระผู้ช่วยให้รอดอยู่เหมือนกัน แต่ขอให้จำไว้เสมอว่าพระเยซูทรงยืนหยัดสู้ทนต่อกางเขน “เพื่อความยินดีที่อยู่ต่อหน้าพระองค์” (ฮีบรู 12:2) พระองค์ทรงยินดีที่จะจ่ายแพงที่สุด เพื่อการไถ่บาปที่มีราคาแพงที่สุดของพวกเรา และพระองค์ทรงปรารถนาเหลือเกินซึ่งมากกว่าที่เราคิดไว้ ที่พระองค์จะทรงมอบของประทานของพระองค์ในการอภัยบาปและการคืนดีกับพระองค์
และแล้วข่าวที่ว่า มารดาของเขากำลังจะตายก็เข้า หูชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งหนีออกจากบ้าน ข่าวนี้ทำให้เขารู้สึกสำนึกผิด ที่เขาได้ตัดความสัมพันธ์กับมารดาของเขา เขารีบกลับบ้าน วิ่งขึ้นไปที่ห้องและทิ้งตัวลงบนเตียงของมารดาเขา น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาขณะที่เขาขอร้องให้มารดายกโทษให้
มารดาดึงร่างเขาเข้ามาใกล้และกระซิบว่า “ลูกเอ๋ย แม่เตรียมยกโทษให้ลูกตั้งนานแล้ว เพียงแต่รอให้ลูกเอ่ยปากเท่านั้น”
หากท่านล่องลอยหนีออกห่างพระเจ้า หรือยังไม่เคยทำความรู้จักพระองค์ ขอให้ลองคิดดูว่า พระบิดาบนสรวงสวรรค์มีความปรารถนาเพียงใด ที่จะต้อนรับท่านกลับบ้าน พระองค์ทรงแสดงให้สาธารณชนเห็นถึงความรักของ พระองค์ ซึ่งคล้ายการแสดงละครบนเนินเขากลโกธา (Golgotha) พระองค์ทรงยอมอภัยโทษแก่เรา พระองค์ไม่ทรงประสงค์สิ่งใดมาก ไปกว่าการที่ให้ท่านยอมรับพระองค์ โดยการยอมรับการให้อภัยบาปของพระองค์ และยอมรับพระเกียรติคุณของพระองค์ พระองค์ทรงรักท่าน พระองค์ทรงยอมสิ้นพระชนม์เพื่อท่าน พระองค์ทรงยินดีและทรงเต็มพระทัย เสมอที่จะอภัยโทษแก่ท่าน
ดังนั้นขอให้ท่านกลับใจตามคำเชิญอันทรงเกียรติของพระองค์ ขอให้ท่านสารภาพบาปทั้งปวงของท่าน ขอให้เชื่ออย่างง่ายๆว่าพระเจ้าทรงอภัยบาปให้ท่านและพระองค์ทรงทำ เช่นนั้นจริงๆ อย่าเพียงแต่ใช้อารมณ์เพื่อให้เกิดความมั่นใจอีกครั้ง แต่ขอให้ท่านเชื่อมั่นและวางใจในพระสัญญาที่ชัดเจนในพระ คัมภีร์
ขั้นที่ 2. ขอให้รับชีวิตใหม่จากพระเยซู
ในส่วนของท่าน การรับชีวิตใหม่จากพระเยซูคือการที่ท่านเชื่อว่าพระเยซูทรงช่วยท่าน รอดจากบาปได้จริง ขอให้ท่านยอมรับอย่างไม่ต้องสงสัยในความจริงที่ว่า พระองค์ทรงอภัยโทษและทรงชำระให้ท่าน พระองค์ทรงนำชีวิตเก่าที่บาปของท่านออกไปทั้งหมด พระองค์ทรงมอบชีวิตใหม่และทรงเปลี่ยนแปลงชีวิตท่านทั้งหมด
“แต่ทุกคนที่ยอมรับพระองค์ คือคนที่เชื่อในพระนามของพระองค์นั้น พระองค์ก็จะประทานสิทธิ์ [อำนาจ อำนาจการบังคับบัญชา สิทธิพิเศษ] ให้เป็นลูกของพระเจ้า”
— ยอห์น 1:12
ในฐานะบุตรของพระเจ้า ท่านมี “สิทธิ์” ที่จะรับชีวิตใหม่จากพระเยซู อย่างที่เราเคยกล่าวไว้ ท่านไม่สามารถทำโดยลำพังตัวท่านเอง เพราะสิ่งนี้คือของประทานจากพระบิดาบนสรวงสวรรค์ของท่าน!
พระเยซูทรงมอบพระสัญญาที่สมบูรณ์แบบอะไรเช่นนี้หนอ ทำให้เราหมดความสงสัยและรู้สึกมั่นคงปลอดภัยเสียจริงๆ แต่หากในส่วนลึกของท่านยังมีความสงสัยอยู่ ขอให้ท่านระลึกถึงชายคนนั้นที่อยู่ท่ามกลางความโศกเศร้าซึ่งร้องทูลพระเยซูว่า “ข้าพเจ้าเชื่อ และขอโปรดช่วยในส่วนที่ขาดอยู่ด้วยเถิด” (มาระโก 9:24) ขอให้เพ่งเล็งไปที่อะไรก็ตาม ที่สามารถฝากฝังให้ท่านเข้าถึงพระสัญญา ต่างๆของพระเจ้าได้ วิธีดูง่ายๆคือเราไม่ได้ดูว่าท่านมีความเชื่อมากน้อยแค่ไหน แต่ดูว่าท่านปฏิบัติตามพระบัญญัติเหล่านั้นหรือไม่ มากกว่า
อะไรคือส่วนของพระเจ้าในการให้ชีวิตใหม่แก่เรา?
“พระเยซูตรัสตอบเขาว่า ‘เราบอกความจริงกับท่านว่า ถ้าคนใดไม่ได้เกิดใหม่ คนนั้นไม่สามารถเห็นแผ่นดินของพระเจ้า’”
— ยอห์น 3:3
ตามที่พระเยซูทรงตรัสไว้ โดยแท้จริงแล้วผู้กลับใจหรือคนบาปที่มีความเชื่อในพระ เยซูจะได้เกิดมาในชีวิตใหม่ การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเหมือนอย่างละครพอๆกับการเกิดของเด็กทารก และนั่นคือสิ่งมหัศจรรย์ที่มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่ทรงสามารถเนรมิตได้
คนที่ได้รับชีวิตใหม่จากพระเยซู การเปลี่ยนแปลงภายในที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง?
“เราจะให้ใจใหม่แก่เจ้าและเราจะบรรจุจิตวิญญาณใหม่ไว้ในเจ้า เราจะนำใจหินออกไปเสียจากเนื้อของเจ้า และให้ใจเนื้อแก่เจ้า”
— เอเสเคียล 36:26
พระเยซูทรงเปลี่ยนจิตใจดวงใหม่ให้แก่เรา (ความรู้สึกต่างๆและพฤติกรรมของเรา) และทรงสถิต “ในพวกเรา” (โคโลสี 1:27) ชีวิตใหม่นี้มิได้เป็นเพียงความคิดฝ่ายจิตวิญญาณที่สวยงามเท่านั้น แต่เป็นมากยิ่งกว่าการมองโลกในแง่ดีเสียอีก ซึ่งเป็นความจริงที่หนักแน่นและแข็งแกร่ง การเกิดใหม่เป็นการฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งจากความตายฝ่ายจิตวิญญาณไปจนกระทั่งการเกิดเป็นขึ้นมาใหม่ทั้ง หมด (เอเฟซัส 5:14) แฮรอท ฮิวชส์ และเท็กซ์ วัทสัน เป็นเพียงสองตัวอย่างที่ทำให้เห็นถึงพระฤทธานุภาพของพระ คริสต์ ซึ่งพระองค์ทรงมอบโอกาสครั้งที่สองที่ยอดเยี่ยมแก่มวลมนุษย์
วิธีที่เราได้รับชีวิตใหม่จากพระคริสต์
• เราเชื่อพระองค์และยอมรับพระองค์ในฐานะพระผู้ช่วยให้รอดและพระผู้เป็นเจ้า
• เราสร้างความสัมพันธ์กับพระองค์ (การอธิษฐานและการอ่านพระคัมภีร์เป็นประจำ เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง)
• พระคริสต์ทรงภารกิจผ่านพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อนำคุณภาพที่ดีเลิศของพระองค์มาแทนที่นิสัยที่ไม่ดีเหล่านั้น
ขั้นที่ 3. การมีชีวิตอยู่เพื่อพระเยซูทุกๆวัน
ชีวิตคริสตชนเป็นชีวิตที่ไม่เห็นแก่ตัว และผูกติดกับพระเยซูเพื่อนที่รักยิ่งของเราทุกๆวัน เราเจริญเติบโตในชีวิตใหม่จากความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างเรากับพระเยซู นั่นคือการที่เราใช้เวลาอย่างมีคุณภาพกับพระองค์ มีความซื่อสัตย์และสนทนากับพระองค์อย่างเปิดเผย พระเจ้าได้ทรงมอบความเจริญเติบโตด้านจิตวิญญาณ โดยพระองค์ทรงช่วยเหลือเราห้าประการคือ การศึกษาพระคัมภีร์ การอธิษฐาน การคิดใคร่ครวญ การมีมิตรภาพกับคริสตชนคนอื่นๆ และการแบ่งปันประสบการณ์ของเรากับคนอื่นๆ (ค้นพบ บทที่14 ถึง 20 ให้คำแนะนำที่ปฏิบัติได้จริงในชีวิตคริสตชนที่ได้รับการตอบ อธิษฐาน)
การมีชีวิตในพระคริสต์ไม่ได้หมายความว่า เราจะกลายเป็นนักบุญสมบูรณ์แบบ บางครั้งเราอาจจะสะดุดล้มและทำบาป แต่เมื่อเราทำ เราสามารถทูลขอการอภัยบาปจากพระคริสต์และดำเนินชีวิตของเราต่อไปได้ เราได้รับการทรงนำในทิศทางที่แน่นอน และเรารู้ว่าพระคริสต์ยังทรงดำรงอยู่ในหัวใจทุกดวงของพวกเรา ในทุกๆก้าวที่เดิน ในทุกๆเวลา (ฮีบรู 7:25; ยูดา 24) พระเยซูทรงจัดเตรียมสิ่งสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตอย่างสมบูณ์ไว้สองสิ่ง คือความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยด้วยความรัก ที่ไม่มีเงื่อนไขของพระองค์ และการกระตุ้นให้เราทำความดีมากขึ้นเรื่อยๆผ่านพระวจนะที่ดลใจของพระองค์
ความชื่นชมยินดีในโอกาสครั้งที่สองของชีวิต
ในช่วงที่แฮรอท ฮิวชส์เป็นสมาชิกวุฒิสภาของสหรัฐอเมริกา เขาเป็นคนที่ปฏิบัติงานได้ดีเลิศจนได้รับโล่เกียรติคุณมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่กลับมีความหมายต่อเขามากที่สุดก็ได้เกิดขึ้น หลังจากที่เขามีพันธสัญญากับองค์พระคริสต์ได้ไม่นานนัก
เย็นวันหนึ่ง แฮรอทกำลังศึกษาพระคัมภีร์ตามลำพังในห้องนั่งเล่น เขาถูกสะกิดเบาๆที่ข้อศอก เมื่อเงยหน้าขึ้นเขาพบลูกสาวคนเล็กสองคนยืนอยู่เงียบๆในชุดนอนยาวนั่นเอง หลังจากที่มองลูกๆได้สักพัก ก็สังเกตเห็นลูกของเขาเปลี่ยนไปมาก และเขารู้ว่าเขาพลาดอะไรต่อมิอะไรไปหลายอย่าง เพราะความวิบัติที่เกิดจากการทำสงครามระหว่างเขากับขวดเหล้านั่น
แล้วแครอลลูกคนเล็กพูดขึ้นว่า “คุณพ่อค่ะ หนูมาจูบราตรีสวัสดิ์ค่ะ”
ดวงตาของพ่อพร่ามัวไปแล้วลูกเอ๋ย พ่อจำได้ว่านับเป็นเวลานานมากจริงๆที่ลูกๆเคย เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของพ่อแบบนี้ เดี๋ยวนี้แววตาที่ใสซื่อของลูกไม่ได้แฝงด้วยความกลัวอีกต่อไป เพราะในที่สุดพ่อก็กลับบ้านเราแล้ว
องค์พระเยซูคริสต์ทรงมอบโอกาสครั้งที่สองให้แก่พวกเราอย่างแน่นอนจริงๆ พระองค์ทรงทำให้คนที่สิ้นหวังที่สุดได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ในพระคริสต์ (โรม 6:23)
พระผู้ช่วยให้รอดทรงปรารถนาเหลือเกินที่จะให้เราแต่ละคนได้กลับบ้าน ในที่สุด ท่านรับคำเชิญที่เป็นความรักของพระคริสต์แล้วหรือยัง? การรับการอภัยบาปและรับการชำระจากพระเจ้า เป็นเรื่องง่ายแต่ลึกซึ้งเหมือนการเปิดอ้อมแขนของท่านเพื่อรับการสวมกอดจากเด็กๆ
หากท่านยังไม่เชื่อมั่นพระคริสต์ในฐานะพระผู้ช่วยให้รอด ท่านสามารถเชื่อได้แล้วในเวลานี้ด้วยการอธิษฐานเช่นนี้
ข้าแต่พระบิดาเจ้า ข้าพระองค์เสียใจสำหรับ ชีวิตเก่าที่ติดบาปของข้าพระองค์ ขอขอบพระคุณสำหรับการส่งพระบุตรของพระองค์ มายังโลกเพื่อการสิ้นพระชนม์แทนข้าพระองค์ทั้งหลาย องค์พระเยซูเจ้าข้า ขอโปรดอภัยบาปข้าพระองค์ และทรงสถิตในชีวิตของข้าพระองค์ และทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นบาป ข้าพระองค์ปรารถนาที่จะได้รับโอกาสครั้งที่สองใน ชีวิต ข้าพระองค์ปรารถนาที่จะเกิดใหม่อีกครั้ง และมากยิ่งไปกว่านี้ ขอให้ข้าพระองค์ได้มีสัมพันธภาพกับพระองค์วันต่อวัน ขอขอบพระคุณสำหรับการกระทำการอัศจรรย์ในข้าพระองค์ ในนามของพระเยซูคริสตเจ้า อาเมน”
ขอให้เรากระทำให้ ค้นพบ นี้เป็นการอัศจรรย์ เมื่อเราทำเรื่องการกลับมาได้ฉันใด พระเยซูจะทรงกระทำเรื่องการช่วยให้เรารอดได้ฉันนั้น
ค้นพบ บทที่ 6
โอกาสครั้งที่สองในชีวิต (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อเรื่องบทที่ 6)
1. บุคคลสามารถเป็น
มีชีวิตอยู่ในสภาพร่างกาย แต่ตายในบาปฝ่ายจิตวิญญาณ
ตายในฝ่ายจิตวิญญาณ และทำให้มีชีวิตได้โดยผ่านความเชื่อในพระพุทธเจ้า
2. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง ?
พวกเราจำเป็นต้องได้รับ ความรอดโดยการทำงานต่างๆที่ดีเพื่อผู้อื่น
พวกเราจำเป็นต้องได้รับ ความรอดโดยการมีความศรัทธาในพระคริสต์ ซึ่งเป็นของประทานจากพระเจ้า
พวกเราจำเป็นต้องได้รับ ความรอดจากความตายนิรันดร์ ซึ่งเป็นบทลงโทษสำหรับบาป
พวกเราจำเป็นต้องได้รับ ความรอดจากบาปอันเป็นความสัมพันธ์ที่แตกแยกกับพระเจ้า
3. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง ?
พระเยซูทรงช่วยเราให้รอด พ้นจากบาปของเราและความตายนิรันดร์ ซึ่งเป็นบทลงโทษสำหรับบาป
พระเยซูทรงช่วยเราให้รอด พ้นจากบาปของเราและฟื้นฟูความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า
พระเยซูทรงช่วยเราให้รอด พ้นจากบาปของเราและพวกเราจะได้รับการรักษา การฟื้นฟู และชีวิตใหม่อย่างครบถ้วน
พระเยซูทรงช่วยเราให้ รอดพ้นจากบาปของเรา เพราะเราสามารถเอาชนะความบาปได้จากเจตนารมณ์อันแข็งแกร่งของเรา
พระเยซูทรงช่วยเราให้รอด พ้นจากบาปของเราโดยการเปลี่ยนแปลงพวกเราให้กลายเป็นคนใหม่
4. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง ?
ส่วนของเราในการที่จะได้ รับการช่วยให้รอดคือแก้ไขความผิดที่ผ่านมาให้ถูกต้องมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ส่วนของเราในการที่จะได้ รับการช่วยให้รอดคือการสารภาพผิดและละทิ้งชีวิตเก่าของเราซึ่งเต็มไปด้วยบาป
ส่วนของเราในการที่จะได้ รับการช่วยให้รอดคือการสำนึกผิดและหันหาพระเจ้าเพื่อทรงให้อภัย
ส่วนของเราในการที่จะได้ รับการช่วยให้รอดคือพยายามอย่างที่สุดที่จะเป็นคนดี
5. ส่วนของพระเจ้าในการที่พวกเราจะได้รับการช่วยให้รอดคือการให้ของประทานแห่งการสำนึกบาป และให้อภัยพวกเรา
ถูก
ผิด
6. ส่วนของเราในการที่จะได้รับชีวิตใหม่จากพระเจ้าคือการยอมรับความจริงว่า
พระเจ้าได้ให้อภัยเราแล้ว ทำให้เราบริสุทธิ์จากชีวิตเก่าของเราซึ่งเต็มไปด้วยความบาป และให้ชีวิตใหม่แก่เรา
เราสามารถจะได้ชีวิตใหม่ นี้ด้วยตัวเราเอง
7. ส่วนของพระเจ้าในการที่พวกเราจะได้รับชีวิตใหม่คือ
โดยทำให้พวกเรารู้สึกท่วม ท้นด้วยพระกรุณาของพระองค์และบังคับพวกเราให้ทำตัวดีๆ
โดยกระทำเรื่องอัศจรรย์ใน การสร้างชีวิตใหม่ ให้หัวใจใหม่แก่พวกเรา สถิตในพวกเรา และเปลี่ยนแปลงนิสัยของพวกเรา
8. พระคริสต์ทรงเสนอโอกาสให้ทุกคนได้รับการไถ่บาปและรับชีวิตใหม่
ถูก
ผิด
9. ในขณะนี้คุณพร้อมที่จะทูลขอพระคริสต์เพื่อชีวิตใหม่หรือยัง?
10. คุณต้องการคำอธิษฐานพิเศษสำหรับความช่วยเหลือที่จะดำรงชีวิตใหม่ไหม?
11. อะไรคือการรักษาบาป? ยอห์น 3:16
12. “ความเชื่อ” หมายความว่าอย่างไร?
13. ขั้นตอนใดที่ต้องทำเพื่อจะได้รับ”ความรอด”? กิจการของอัครทูต 16:30-32
14. เราต้องให้อะไรเพื่อที่จะได้รับการช่วยให้รอด? เอเฟซัส 2:8-10
15. เราสนใจที่จะรู้ว่ามีกี่นิกายที่เรารับใช้อยู่ ในปัจจุบันนี้คุณเป็นสมาชิกของโบสถ์หรือไม่?
16. ถ้าหากเป็นสมาชิก ท่านอยู่ในนิกายใดหรือกลุ่มใด?
17. ด้วยพื้นฐานทางศาสนาของท่าน ท่านคิดว่า คู่มือพระคัมภีร์นี้ช่วยเหลือท่านได้ไหม?
18. การที่ท่านรู้ว่าบาปของท่านสามารถถูกได้รับการให้อภัยและท่านสามารถดำรงชีวิตตลอดกาล ทำให้ท่านรู้สึกอย่างไร?