Thai Seventh-day Adventist Church of Southern California
10855 New Jersey St, Redlands, CA 92373 Phone: (909) 335-2272 Fax (909) 335-6182 "My house is the house of prayer for all people." Come... Jesus invites you.

สุขภาพและการเยียวยา
บทที่ 4
น้ำแห่งชีวิต
วันที่ 17 - 23 เมษายน 2010


บ่าย วันสะบาโต

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ปฐม กาล 2:10; อิสยาห์ 40:31; มัทธิว 9:2-7;ยอห์น 4:1-26; ยอห์น 9:1-11; โรม 6:1-6


ข้อควรจำ

“แต่ผู้ ที่ดื่มน้ำซึ่งเราจะให้แก่เขานั้น จะไม่กระหายอีกเลยน้ำซึ่งเรา จะให้เขานั้น จะบังเกิดเป็นบ่อน้ำพุในตัวเขาพลุ่งขึ้นถึงชีวิตนิรันดร์” (ยอห์น 4:14)



           เป็นเรื่องน่าประหลาดใจมากว่า ความรู้สึกของเราสามารถหลอกเราได้อย่างไร โลกกำลังหมุนรอบแกนของมัน ในความเร็วประมาณหนึ่งพันไมล์ต่อชั่วโมง และโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ในอัตราความเร็วประมาณ 18 ไมล์ต่อวินาที โลกนี้กำลังเคลื่อนไหว แต่เรารู้สึกเหมือนว่าเราไม่ได้เคลื่อนไหวเลย สิ่งทั้ง หลายไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ หรือแม้ก้อนหิน ต่างก็ไม่เคลื่อนไหวเลย อย่างร่าง กายของมนุษย์เราก็เช่นกัน เรามองเห็นเป็นรูปทรงอัดแน่น แต่ความจริงเป็นเกือบ ว่างเปล่า ขณะที่เรายืนหรือนั่งตากแดด จุดพลังขนาดจิ๋วปริมาณหลายล้านจุด จากดวงอาทิตย์ได้ไหลผ่านร่างกายของเรา แต่เราไม่รู้สึก หรือมองเห็น หรือได้ ยินพลังงานเหล่านี้ จริงอยู่ร่างกายของมนุษย์อาจมองดูรูปทรงแน่น แต่ที่จริงมัน ประกอบขึ้นด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่.. เต็มไปด้วยน้ำหรือ? จริง.. ร่างกายของเราประกอบ ขึ้นด้วยน้ำเป็นหลัก กล่าวคือมีน้ำเป็นองค์ประกอบกว่า 60 เปอร์เซ็นต์เชื่อ หรือไม่ สมองของเรามีน้ำอยู่ประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ แม้แต่กระดูกของเราก็ มีส่วนประกอบของน้ำประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์

     น่าประหลาด และลึกลับจริง น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของเนื้อหนังของสิ่งมีชีวิตทั้ง ปวง ถ้าปราศจากน้ำ เราไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ สัปดาห์นี้เราจะศึกษาเกี่ยว กับน้ำว่า มีความสำคัญต่อจิตวิญญาณ เหมือนกับที่สำคัญต่อร่างกายอย่างไร

ศึกษา บทเรียนของสัปดาห์นี้ด้วยใจจดจ่อมากขึ้น : พระเจ้าทรงเป็นพระ ผู้สร้างน้ำดื่ม ที่ร่างกายของเราต้องการ และน้ำที่ทำให้เรามีชีวิตฝ่ายจิต วิญญาณ น้ำทั้งสองประเภทมีความสำคัญต่อชีวิต และสุขภาพของเรามาก 

 

วันอาทิตย์  น้ำแห่งชีวิด (ยอห์น 4:13-15)

“พระเยซูตรัสตอบว่า “ทุกคนที่ดื่มน้ำนี้จะกระหายอีก แต่ผู้ที่ดื่มน้ำซึ่งเราจะ ให้แก่เขานั้น จะไม่กระหายอีกเลย น้ำซึ่งเราจะให้เขานั้น จะบังเกิดเป็นบ่อ น้ำพุในตัวเขาพลุ่งขึ้นถึงชีวิตนิรันดร์” นางทูลพระองค์ ว่า “ท่านเจ้าคะ ขอน้ำนั้นให้ดิฉันเถิด เพื่อดิฉันจะได้ไม่กระหายอีก และ จะได้ไม่ต้องมาตัก ที่นี่” (ยอห์น 4:13-15)

           เรื่องของน้ำที่บันทึกใน ยอห์น 4:1-26 ถูกนำไปใช้ ในทางที่แตกต่างอะไรกันบ้าง? ความแตกต่างในประเภทของน้ำในเรื่องนี้หมายถึงอะไร? มีข่าวสารอะไ รจากเรื่องนี้ สำหรับเราในวันนี้?

           พระเยซูทรงพบกับหญิงชาวสะมาเรียที่มาตักน้ำจากบ่อน้ำของยาโคบพระองค์ทรงเอ่ยขอน้ำจากนางเพื่อดื่ม ในระหว่างการสนทนา พระองค์ทรงตรัสกับหญิงชาวสะมาเรียว่า พระองค์สามารถประทานน้ำให้กับนาง ซึ่งนางจะไม่ต้องกระหายอีกตลอดไป พระเยซูทรงตรัสถึงพระองค์เองว่าทรงเป็น “น้ำแห่งชีวิต” นั่นคือพระองค์บอกเป็นนัยว่า พระองค์สามารถสนองความต้องการถึงขีดความพึงพอใจ ความชื่นชมยินดี ความรู้สึกเป็นอิสระจากความสำนึกผิด ความปลอดโปร่งจากการได้รับการอภัยบาป และมีความรู้สึกอยู่ใกล้ชิดกับพระเจ้าคริสเตียนพบคำตอบเช่นนั้นได้ในองค์พระเยซูคริสต์ นับเป็นสิ่งอัศจรรย์ที่

           พระเยซูทรงเสนอให้กับเราทุกคน มีโอกาสเข้าร่วมเป็นหนึ่งกับพระองค์ในพันธกิจการรับใช้ ข้อเสนอนี้ยังคงมีผลดีจนทุกวันนี้ ทั้งนี้เพราะพระองค์ไม่เคยเปลี่ยน แปลง หลายคนพบว่าตนไม่มีความสงบสุข ไม่มีความมั่นใจในชีวิตบ้างก็รู้สึก สิ้นหวัง ความรู้สึกอันไม่พึงประสงค์เหล่านี้ จะหมดสิ้นไปเมื่อพวกเขารับ เอาพระเมตตาคุณ ความรัก และการยอมรับขององค์พระเยซูพระเจ้าทรงกล่าว สัญญาจะประทานน้ำแห่งจิตวิญญาณอย่างเหลือเฟือตราบที่เราแสวงหาพระองค์ ในพระธรรมวิวรณ์บันทึกไว้ว่า “พระวิญญาณและเจ้าสาวตรัสว่า “เชิญมาเถิด” และให้ผู้ที่ได้ยินคำกล่าวว่า “เชิญมาเถิด” และให้ผู้ที่กระหายเข้ามา ผู้ใดมีใจปรารถนา ก็ให้ผู้นั้นมารับน้ำแห่งชีวิต โดยไม่ต้องเสียอะไร เลย” (วิวรณ์ 22:17) พระเยซูทรงเชื้อเชิญให้เรามารับเอาน้ำแห่งชีวิตโดย ไม่ต้องจ่ายค่า เราทั้งหลายสามารถมีประสบการณ์การรับเอาพระวิญญาณบริสุทธิ์ อย่างเต็มล้นในชีวิตได้ ตราบที่เราดำเนินใกล้ชิดพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเป็น น้ำพุแห่งชีวิต ในความรักของพระองค์ พระเยซูทรงเชิญให้ทุกคนดื่มน้ำพุแห่ง ชีวิตอย่างไม่เสียค่า (ยอห์น 4:13,14) คำเชื้อเชิญให้มารับน้ำแห่งชีวิตนี้ทรงประทานให้เราทั้งปวง พระเจ้าทรงประทานน้ำดื่มที่ไหลจากศิลาให้กับพลไพร่อิสราเอล ในทำนองเดียวกัน พระเยซูทรงประทานน้ำแห่งชีวิตของพระองค์(1 โครินธ์ 10:1-4) ให้กับเราในปัจจุบัน          ไม่มีข้อแม้ว่าเราจะเป็นใคร ไม่มีเงื่อนไขว่า ชีวิตอดีตของเราจะเป็นฉันใดไม่มีข้อจำกัดว่า เราได้ทำผิดบาปอะไรมา อีกทั้งไม่เกี่ยงว่าชีวิตปัจจุบันของเราจะเป็น เช่นไร ข้อเสนอน้ำแห่งชีวิตนี้สำหรับเราทุกคน เราได้รับการเชื้อเชิญให้ดื่ม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ข้อเสนอนี้ผ่านมาทางพระคุณของพระคริสต์ 

ไม่มีข้อสงสัยใดๆ พระเยซูทรงเสนอน้ำแห่งชีวิตนี้ให้กับเราท่านเคยมีประสบการณ์ได้ รับน้ำแห่งชีวิตบ้างไหม? ท่านได้ทราบด้วยตัวเองในพระสัญญา ดังกล่าวว่า ได้ช่วยท่านอย่างไร? ท่านรับเอาน้ำแห่ง ชีวิตที่ประทานให้เปล่าๆ หรือยัง? หรือท่านยังยับยั้งตัวเองที่จะรับ เอาตามคำเชิญ? ถ้าท่านยังลังเล โปรดถามตัวท่านเองว่าทำไม?

          ท่านอาจคิดว่า ท่านได้รับ “กำไร” จากการยับยั้งไว้ แต่กำไรที่ว่าจะเอาไปเปรียบได้กับสิ่งที่พระเยซูทรงเสนอให้กับเราหรือ?

วันจันทร์ น้ำแห่งการรับบัพติศมา (โรม 6:1-6)

          “ท่านไม่รู้หรือว่า เราทั้งหลายที่ได้รับบัพติศมาเข้าในพระเยซูคริสต์ ก็ได้รับบัพติศมานั้นเข้าในความตายของพระองค์ เหตุฉะนั้นเราจึงถูกฝังไว้กับพระองค์แล้ว โดยการรับบัพติศมาเข้าส่วนในการตายนั้น เพื่อว่าเมื่อพระคริสต์ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายโดยเดชพระสิริของพระบิดาแล้ว เราก็จะได้ดำเนินตามชีวิตใหม่ด้วยเหมือน กัน เพราะว่าถ้าเราเข้าสนิทกับพระองค์แล้วในการตายอย่างพระองค์ เราก็จะเข้าสนิทกับพระองค์ ในการเป็นขึ้นมาอย่างพระองค์ได้ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย ด้วย” (โรม 6:3-5)

          อ่านกิจการของอัครทูต 8:35-39 เป็นตอนฟีลิปสอนพระกิตติคุณแก่ขันที ท่านฟิลิปบอกกับขันทีเกี่ยวกับข่าวดีของพระเยซู ขันทีคนนั้นรับเชื่อว่า พระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้า ต่อมาเมื่อทั้งสองได้เห็นแหล่งน้ำข้างทางขันที ได้บอกกับฟีลิปว่า “นี่แน่ะ มีน้ำ มีอะไรขัดข้องไม่ให้ข้าพเจ้ารับบัพติศมา”และ ฟีลิปจึงตอบว่า “ถ้าท่านเต็มใจเชื่อท่านก็รับได้” (กิจการ ฯ 8:36 ,37) ทั้งสองได้ลงไปในน้ำ และฟีลิปได้รับบัพติศมาให้กับขันที และขันทีได้เดินทางต่อไปด้วยความชื่นชมยินดียิ่ง

          ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ในน้ำด้วยตัวของมันเอง แต่น้ำเป็นสัญลักษณ์ของการ ชำระให้สะอาด แต่ของประทานคือพระวิญญาณที่ชำระ และเปลี่ยนแปลงชีวิต การรับบัพติศมาเป็นการประกาศต่อสาธารณะว่าบุคคลผู้นี้ได้รับเชื่อในพระ เยซูอย่างเป็นทางการแล้ว อ่านยอห์น 3:5-8 พระเยซูทรงตรัสกับนิโคเดมัส ว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าผู้ใดไม่ได้บังเกิดใหม่จากน้ำ และพระ วิญญาณ ผู้นั้นจะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้” (ยอห์น 3:5)

          ตามที่กล่าวไว้ใน โรม 6:1-6 มีอะไรบังเกิดขึ้น เมื่อบุคคลหนึ่งได้รับ บัพติศมาด้วยการจุ่มลงไปน้ำจนมิดทั้งตัว?การรับบัพติศมาโดยจุ่มลงใต้น้ำ แสดงให้เห็นถึงการกลับใจอย่างแท้จริงและชีวิตของคนนั้นได้รับการชำระ ให้ขาวสะอาดปราศจากความบาป พระคัมภีร์ใหม่กล่าวถึงพิธีรับบัพติศมาใต้ น้ำหลายครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพิธีบัพติศมาเป็นประสบการณ์สำคัญของ คริสเตียน ยกตัวอย่าง ตอนหนึ่งได้บันทึกว่า ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่เขาว่า “จงกลับใจใหม่และรับบัพติศมา ในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์สิ้นทุกคน เพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปของท่านเสีย แล้วท่านจะได้รับพระราช ทานพระวิญญาณบริสุทธิ์” (กิจการฯ 2:38) เมื่อเราได้รับความรอดแล้ว เท่ากับเราได้รับบัพติศมาด้านจิตวิญญาณเข้าสู่พระคริสต์(กาลาเทีย 3:26, 27) เราได้ถูกรับเข้าเป็นส่วนหนึ่งแห่งพระกายของพระองค์ด้วย พระกายนี้คือคริสตจักร หรือโบสถ์ (1 โครินธ์ 12:13) ในพระคัมภีร์ การรับบัพ ติศมาใต้ผิวน้ำ เป็นสัญลักษณ์ของการชำระให้สะอาด (เอเฟซัส 5;25, 26)และ เป็นการเกิดใหม่ฝ่ายจิตวิญญาณ (ยอห์น 3:5) ทั้งสองประการนี้อยู่ในหัวข้อที่ สำคัญของความรอด หลายคนคิดว่า “พิธีบัพติศมา” ไม่ค่อยสำคัญ แต่สำหรับคน จำนวนมากในโลก

          การเข้าสู่พิธีบัพติศมา เป็นการแสดงออกถึงความกล้าหาญ ในหลายศตวรรษที่ผ่านมา การที่คนหนึ่งเข้าสู่พิธีบัพติศมา หมายถึงการที่เขาจะต้องแยกตัวจาก ภรรยา หรือสามี จากครอบครัว หรือแม้แต่จากชุมชน หรือแม้กระทั่งการเข้า คุก หรือความตาย          จำนวนคำสั่งสุดท้ายของพระเยซูบนโลกนี้ ครั้งหนึ่งทรงบัญชาว่า “เจ้าทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศข่าวประเสริฐแก่มนุษย์ทุกคน ผู้ใดเชื่อและรับบัพติศมาแล้วผู้นั้น จะรอด แต่ผู้ใดไม่เชื่อจะต้องปรับโทษ” (มาระโก 16:15,16)          จงคิดสักครู่หนึ่ง คำสั่งสุดท้ายของพระเยซูที่ตรัสสั่งสาวกให้ทำการประกาศและ ส่วนหนึ่ง คือให้ประกอบพิธีบัพติศมาให้กับคนที่รับเชื่อในพระองค์ เมื่อพระ เยซูทรงมีพระบัญชาเช่นนี้ เราไม่อาจจะทำเป็นเฉยต่อความสำคัญของพิธีบัพ ติศมาได้

          ท่านรู้สึกจริงจังเพียงใดในประสบการณ์ของท่าน ต่อคำของอัครทูตเปาโล ใน โรม 6:1-6 ? “ชีวิตใหม่” ในพระคริสต์ของท่าน ได้เปลี่ยน แปลงอะไรของท่านบ้าง? ท่านได้รับความรอดพ้นจากอะไร? ในพื้นที่ส่วนไหนของท่านที่ยัง ต้องการเปลี่ยนแปลง? ท่านจะให้ความร่วมมือ กับองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ดีขึ้นอย่างไร? พระองค์คือผู้เสนอจะชำระท่านจากความบาปทั้งสิ้นของ ท่าน

วันอังคาร การใช้ประโยชน์ของน้ำ (ปฐมกาล 2:10)

          “มีแม่น้ำสายหนึ่งไหลจากเอเดนรดสวนนั้น จากที่นั่นก็แยกออกเป็นสี่สาย” (ปฐมกาล 2:10)

           ในปฐมกาล 2:10 แสดงให้เห็นว่า มีน้ำสำหรับสิ่งมีชีวิตที่พระองค์ได้ทรง เนรมิตสร้างขึ้น อันรวมถึงมนุษย์ สัตว์ และพืช ในสวนเอเดน ก่อนที่ความ บาปจะเข้ามาในโลก ข้อมูลความจริงนี้บอกอะไร?ในฐานะเป็นสิ่งมีชีวิต เราทุกคนต้องการอากาศ น้ำ และอาหาร เพื่อจะดำรงชีวิตอยู่ได้ (ปฐมกาล 1:29) สวนเอเดนเป็นอุทยานที่สวยงาม แม่น้ำใหญ่สายหนึ่งไหลหล่อเลี้ยงสวน เอเดน แล้วจากนั้น ไหลแยกออกเป็นสี่สาย อันมีชื่อว่า ปิโชน, กิโฮน,ไทกริส และยูเฟรติส พระเจ้าทรงประทานน้ำ เพื่อให้น้ำเป็นสิ่งหล่อ เลี้ยง และปกป้องสิ่งมีชีวิตที่พระองค์ได้สร้างขึ้น

          มนุษย์เราเป็น สิ่งมีชีวิตที่พระเจ้าได้ทรงสร้างขึ้น เราจำเป็นต้องได้รับน้ำเพื่อจะมี ชีวิตอยู่ได้ กล่าวคือทุกเซลล์ในร่างกายของคนเรา เนื้อเยื่อ และอวัยวะต่างๆ ล้วนต้องการน้ำหล่อเลี้ยงจึงจะทำงานได้ นอกจากนี้น้ำยังช่วยรักษาอุณหภูมิ ของร่างกาย น้ำ และออกซิเจน นำอาหารไปสู่เซลล์ทั่วร่างกาย อีกทั้งช่วย ให้โลหิตไหลเวียนไปทั่วสรรพางค์กาย เราต้องการดื่มน้ำมากกว่า ที่เรารู้สึกกระหาย จึงจะดื่มน้ำ ของเหลวหลายประเภท เช่น นม ผลไม้ ผัก และน้ำผักหรือท่าน รู้สึกจริงจังเพียงใดในประสบการณ์ของท่าน ต่อคำของอัครทูตเปาโล ใน โรม 6:1-6 ? “ชีวิตใหม่” ในพระคริสต์ของท่าน ได้เปลี่ยนแปลงอะไรของท่าน บ้าง? ท่านได้รับความรอดพ้นจากอะไร? ในพื้นที่ส่วนไหนของท่านที่ยังต้อง การเปลี่ยนแปลง? ท่านจะให้ความร่วมมือกับองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ดีขึ้น อย่างไร? พระองค์คือผู้เสนอจะชำระท่านจากความบาปทั้งสิ้นของท่าน        

          ผลไม้ ทำให้ร่างกายเราได้รับน้ำในหลากหลายรูปแบบ แต่น้ำที่รับจากสุรา เบียร์วิสกี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มาในชื่อต่างๆ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนจะเป็นตัวเร่งร่างกายให้เสียน้ำ ซึ่งอาจเป็นอันตรายมากกว่าให้คุณน้ำบริสุทธิ์มีคุณค่าดีกว่าเครื่องดื่ม หลายประเภท จงเริ่มวันใหม่ของคุณด้วยการดื่มน้ำ หนึ่ง หรือสองแก้ว จากนั้นดื่มน้ำต่อเนื่องไประหว่างมื้ออาหารเมื่อให้แน่ใจว่าร่างกายของ คุณเต็มไปด้วยน้ำ น้ำมีหน้าที่อื่นเพื่อช่วยให้สุขภาพดีด้วย เช่นการล้างมือจะช่วยไม่ให้ติดเชื้อจากการจับสิ่งของ หรือจากคนหนึ่งสู่อีกคน โรคที่มีอาการอักเสบ หรือติดเชื้อหลายชนิดจะป้องกันไว้ได้ ด้วยการล้างมืออย่าง ถูกวิธี โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนรับประทานอาหาร การอาบน้ำทุกวันจะขจัดเหงื่อ ไคล และฝุ่นออกจากร่างกาย ซึ่งสิ่งเหล่านั้นนำเชื้อโรคมาสู่ร่างกายเราประเด็น สำคัญของ เลวีนิติ 11:40; เลวีนิติ 13:6, 34, 53, 54และเลวีนิติ 15:3-13 คืออะไร?          มีการอภิปรายเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ เบื้องหลัง พิธีการชำระให้สะอาดในพระคัมภีร์เดิมกันหลายครั้ง หลายคนให้ความเห็นว่า นี่เป็นพิธีชำระให้บริสุทธิ์ด้านศาสนาเพียงอย่าง เดียว กล่าวคือไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสุขภาพ ในข้อพระคัมภีร์บางข้อดู เหมือนชัดเจนกว่าข้ออื่นๆ (อย่างเช่นปุโรหิตจะต้องล้างมือและเท้าของพวก เขาก่อนที่จะเข้าไปในพลับพลา อ่านอพยพ 30:20, 21) แต่จากที่เราทราบใน เรื่องเชื้อโรค และความสะอาดในปัจจุบัน พระเจ้าอาจได้ตั้งกฎเกณฑ์ไว้ เพื่อเหตุผลด้านสุขภาพ แม้ว่าชนอิสราเอลสมัยนั้นไม่ทราบทฤษฎีเกี่ยวกับ เชื้อโรค         ไม่ว่าความจริงจะเป็นประการใด ปัจจุบันเราทราบว่าการใช้น้ำเพื่อทำให้ตัวเราสะอาด จะทำให้เราได้รับประโยชน์ในการทำให้มีสุขภาพดี

วันพุธ พลัง อำนาจของน้ำ (อิสยาห์ 40:31)


          “แต่เขาทั้งหลายผู้รอคอยพระ เจ้า จะเสริมเรี่ยวแรงใหม่ เขาจะบิน ขึ้นด้วยปีกเหมือนนกอินทรี เขาจะวิ่งและไม่เหน็ดเหนื่อย เขาจะเดินและไม่อ่อนเปลี้ย” (อิสยาห์ 40:31)

          คิดอย่างลุ่มลึกเกี่ยวกับอิสยาห์ 40:31 ท่านอาจรับประโยชน์จากพระ คัมภีร์ข้อนี้ด้วยตัวท่านเองอะไรบ้าง? ท่านสามารถใช้พระสัญญานี้ในชีวิต ของท่านอย่างไร?

          การทดลองครั้งประวัติศาสตร์ กล่าวคือไม่มีการทดลองอย่างเดียวกันนี้มาก่อน ดร. พิทท์ แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้กำหนดให้นักกรีฑาเดินบนเครื่องสายพาน (treadmill) โดยกำหนดสามไมล์ครึ่งต่อหนึ่งชั่วโมง ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ ร้อน นักกรีฑาที่เข้าในการทดสอบ ได้รับการส่งเสริมให้ดื่มน้ำได้เท่าที่ พวกเขาต้องเสียเหงื่อไปในขณะทดสอบ เมื่อการทดสอบได้เสร็จสิ้นลง นักกรีฑา ทุกคนยังรู้สึกว่าพวกเขาอาจเดินบนเครื่องสายพานอีกได้หลายชั่วโมง!”จาก G.C. Pitts, R.E. Johnson, F.C. Conzolazio,“Work in the Heat asAff ected by Intake of Water, Salt and Glucose, 1944.การทดสอบนี้ชัดเจน น้ำอาจให้กำลังวังชา และพลังงานแก่เราได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะที่เราทำ งานที่ใช้กำลังอย่างหนัก แต่การได้รับน้ำไม่เพียงพอจะทำให้คนเรารู้สึก ว่าตนสูญเสียน้ำมากเกินไป (dehydrated) ซึ่งผู้ที่ขาดน้ำจะรู้สึก เหนื่อยง่ายมากกว่าตอนที่ได้ดื่มน้ำอย่างพอเพียง อนึ่งการไม่ได้รับน้ำพอเพียง สามารถทำให้ร่างกายทำงานไม่เป็นปกติ ร่างกายอาจดื้อทนทำงานต่อไปแต่การ ไม่ได้รับน้ำเพียงพอจะนำไปสู่การเสื่อมสุขภาพ         

         เป็นไปได้เช่นกัน การได้รับน้ำอย่างมากมายทำให้อาการบางอย่างเช่นการปวด ศีรษะอยู่ในวงจำกัด อันจะทำให้ความต้องการสำหรับยาแก้ปวดลดน้อยลง ซึ่งหมายถึงการลดผลข้างเคียงจากการใช้ยาบ่อยเกินไปอีกด้วย นักกรีฑาส่วน ใหญ่ทราบดีว่าในช่วงการออกกำลังอย่างหนักต่อเนื่องนานๆ ความต้องการดื่ม น้ำจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน

         แต่ก็เป็นไปได้ที่คนหนึ่งจะดื่มน้ำมากจนเกินไป การดื่มมากเกินไปจะนำไป สู่อาการ “เมาน้ำ” (drunk with water) จำนวนน้ำพอดีขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่นขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ขนาดของร่างกาย และการทำงานของไต แต่ที่ สังเกตง่ายคือ ควรดื่มน้ำเพียงพอที่จะทำให้น้ำปัสสาวะเป็นสีซีด หรือใส นี่พูดถึงบุคคลที่อยูใ่ นสุขภาพดีปกติ ในกรณีของคนสว่ นมาก เราควรพยายามที่จะดื่มน้ำอย่างน้อย 6-8 แก้ว (อย่างน้อยขนาด 250 ซี.ซี. ต่อแก้ว) ต่อวัน และเราควรดื่มน้ำมากขึ้น เมื่อทำงานกลางแจ้งในที่มีแสงแดด หรืออากาศร้อน

          ท่านเองดื่มน้ำปริมาณเท่าไรในแต่ละวัน? ลองพินิจอย่างรอบคอบ เพื่อบันทึกว่าท่านดื่มไปกี่แก้วในแต่ละวัน ถ้าท่านยังดื่มน้ำไม่พอ ถามตัวเองว่ามีอะไรยับยั้งท่านไว้จากการทำสิ่งง่ายๆ แต่มีประโยชน์หลายประการต่อตัวท่าน เอง ?

วัน พฤหัสบดี การบำบัดด้วยการใช้น้ำ (ยอห์น 9:11)

          “เขาตอบว่า “ชายคนหนึ่งชื่อเยซูได้ทำโคลนทาตาของข้าพเจ้าและบอกข้าพเจ้าว่า ‘จงไปที่สระสิโลอัมแล้วล้างโคลนออกเสีย’ ข้าพเจ้าก็ได้ไปล้างตาจึงมองเห็นได้” (ยอห์น 9:11)

          อ่าน ยอห์น 9:11 ซึ่งเป็นเรื่องของพระเยซูทรงรักษาโรคให้กับชายตาบอดตั้งแต่กำเนิด พระองค์ใช้อะไรเป็นสื่อในการทำการอัศจรรย์รักษาโรค ที่ต่างกับรายอื่นๆ เมื่อพระองค์รักษาโรค? ตัวอย่างเช่น อ่านมัทธิว8:8-13; มัทธิว 9:2-7 และลูกา 8:46, 47? ความหมายที่เป็นได้คืออะไรถ้ามี เราจะสามารถพบความแตกต่างนี้ได้ไหม?

 

           เป็นสิ่ง สำคัญที่จะใช้น้ำสะอาดทำความสะอาด ทั้งภายนอก และภายในของร่างกาย คนจำนวนมากในบางพื้นที่มีความลำบากที่ได้น้ำที่บริสุทธิ์สะอาดน้ำที่ไม่ สะอาด (สกปรกหรือมีสิ่งเจือปน) อาจต้องนำไปผ่านกระบวนการทางเคมี

ทำการก รอง หรือต้มให้เดือด เพื่อให้ปลอดภัยสำหรับใช้ดื่ม และใช้ในบ้านเรือน

          อย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว น้ำเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับใช้ภายใน หรือภายนอกร่าง กาย นอกจากนี้ เรายังอาจใช้น้ำในการบำบัดได้ด้วย ซึ่งเรียกกันว่า “การบำบัด ด้วยน้ำ” (hydro-therapy) ซึ่งการบำบัดดังกล่าวนี้ จะช่วยให้ผู้รับการบำบัด ได้รับการบรรเทาจากอาการหลายอย่าง ใช้น้ำในการบำบัดนั้น เราจะต้องใช้ ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ สำหรับรายที่การหมุนเวียนของโลหิตไม่ดี อย่างคนที่เป็นโรคเบาหวาน หรือผู้ที่เจ็บป่วยด้านระบบประสาท เป็นการดีที่ ท่านจะได้รับการฝึกอบรมในการให้การบำบัดด้วยน้ำอย่างถูกต้อง ก่อนที่จะนำ ไปใช้

           “หลายคนไม่เคยเรียนรู้ หรือมีประสบการณ์ของการได้ประโยชน์ การบำบัดด้วยน้ำอย่างถูกต้อง จึงรู้สึกกลัวที่นำมาใช้ คนจำนวนมากยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการให้การ บำบัดด้วยน้ำเท่าที่ควร การจะมีความชำนาญในการใช้ ต้องผ่านการอบรม และฝึกในด้านปฏิบัติ ด้วยการติดตามไปดูการทำงานของผู้ที่มีประสบการณ์ ก่อน หลายคนไม่เต็มใจที่จะเรียนรู้ พวกเราไม่ควรมีข้อแก้ตัวที่จะเรียน รู้ในเรื่องนี้ ถ้าเรารู้จักการใช้น้ำในการบำบัดอย่างถูกต้อง ก็จะสามารถใช้ ในการบรรเทาความเจ็บปวด และหยุดการแพร่ของเชื้อโรคได้ ทุกคนควรมีความ รู้ในการให้การบำบัดอย่างง่ายๆ ที่บ้าน มารดาควรทราบวิธีเอาใจใส่ครอบ ครัวของเธอทั้งในการดูแลสุขภาพ และเอาใจใส่เมื่อมีใครในบ้านเจ็บป่วย”จาก หนังสือของเอลเลน จี. ไวท์. ใน “แพทย์ผู้ประเสริฐ” หน้า 237

          ท่านมีความระมัดระวังในนิสัยด้านสุขภาพเพียงใด? เป็นการดีกว่าไหมที่ท่านจะเอาใจใส่ดูแลตัวเองตั้งแต่บัดนี้? ทำไมท่านจะปล่อยให้นิสัย หรือความเคยชินไม่ดีทำให้ท่านเจ็บป่วย? จะเป็นการดีกว่าไหมที่จะเริ่มปฏิบัติตามหลักการสุขภาพเดี๋ยวนี้ และป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้ามาสู่ร่างกาย แทนที่จะต้องทนความทุกข์ลำบากในการพยายามเยียวยา เมื่อเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา?

วันศุกร์     ศึกษาเพิ่มเติม:

หนังสือ ของ เอลเลน จี.ไวท์. บทที่ชื่อ “Beverages” ในหนังสือ“Counsels on Diet and Food” หน้า 419, 420 และบทที่ชื่อ “FrequentBathing” ในหนังสือ “Counsels on Health” หน้า 104“เหล่าผู้ที่ให้การดูแลคนป่วย ควรรุดไปข้างหน้าในงานสำคัญของพวกเขา ขณะเดียวกันพึ่งในพระเจ้าสำหรับพระพรจากพระองค์ พระเจ้าผู้ทรงเมตตาคุณ หนุนใจให้เราใช้ อากาศบริสุทธิ์ ความสะอาด อาหารสุขภาพ การพักผ่อนอย่าง ถูกต้อง และน้ำในการบำบัด” จาก Counsels on Diet and Food,page 303. “โมเสสใช้ไม้เท้าของเขาตีลงที่ก้อนศิลา น้ำได้ไหลออกสำหรับพลไพร่ที่ กระหายเพื่อพวกเขาจะได้ดื่ม ศิลาดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ถึงการสิ้นพระชนม์ของ พระเยซู ผู้เป็นสายน้ำพุแห่งชีวิต และความรอด สายน้ำนี้จะไหลสู่ผู้หิวกระหาย ทั้งมวล ที่กระหายจะได้ดื่มกิน พระดำรัสของพระคริสต์คือน้ำแห่งชีวิตต่อ หน้าฝูงชนในวันนั้น พระเยซูทรงถูกยกขึ้นบนกางเขน อันเป็นเหตุให้น้ำแห่ง ชีวิตไหลลงสู่โลกใบนี้ ในการสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์ ซาตานคิดว่าตนได้ทำลาย เจ้าชายแห่งชีวิต แต่การที่พระองค์สิ้นพระชนม์เป็นเหมือนก้อนศิลาได้ถูก ตี เพื่อให้น้ำแห่งชีวิตไหลล้นออกมา ขณะที่พระเยซูทรงตรัสกับประชาชนจิต ใจของเขารู้สึกหวั่นไหวด้วยความรู้สึกประหลาด และคนจำนวนมากพร้อมที่จะร้อง ออกมาเหมือนหญิงชาวสะมาเรียว่า “ท่านเจ้าคะ ขอน้ำนั้นให้ดิฉันเถิด เพื่อดิฉัน จะได้ไม่กระหายอีก และจะได้ไม่ต้องมาตักที่นี่” (ยอห์น 4:15) หนังสือของเอ ลเลน จี.ไวท์. “ผู้พึงปรารถนาแห่งปวงชน” หน้า 454

คำถามเพื่อการอภิปราย:

1. ในบางพื้นที่ของโลกนี้ ผู้คนสามารถเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ หรือซุปเปอร์มาเก็ต และพบน้ำดื่มที่บรรจุมาในขวด ซึ่งอาจมากมายถึงสี่ สิบยี่ห้อ แตกต่างกัน แต่ในบางพื้นที่ของโลกผู้คนจำนวนมากมุ่งเข้าไปยัง แหล่งน้ำ เพื่อจะได้ดื่มน้ำบริสุทธิ์ เราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อช่วยให้ ผู้คนทั้งหลายมีน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานของชีวิต? เราจะปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำในชุมชนของเราให้มีระบบดีขึ้นได้อย่าง ไร?

2. ถ้าท่านสามารถเข้าถึงนักสุขศึกษาอาชีพ หรือใครคนหนึ่งที่เชี่ยว ชาญในเรื่องของน้ำ เชิญเขา หรือหล่อนให้มาบรรยายที่ชั้น ในรายละเอียด มากขึ้น เกี่ยวกับคุณประโยชน์ของน้ำ ถามเขาหรือหล่อนด้วยเกี่ยวกับการนำ น้ำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เพื่อท่านได้คุณประโยชน์จากน้ำมากขึ้น

3. พระเยซูทรงเชื้อเชิญให้เราเข้ามาหาพระองค์ และดื่มน้ำแห่งชีวิตโดยไม่ ต้องเสียค่า (วิวรณ์ 22:17) นั่นหมายถึงอะไร? เราจะทำตามคำเชิญได้อย่าง ไร? มีข้อกำหนด หรือเงื่อนไขอะไร เพื่อเราจะได้ดื่มน้ำแห่งชีวิตที่พระ เยซูทรงเสนอให้?



----------------------------------------------------------------------------------------------------



Progress