บทที่ 10
คุณธรรม ความดี ความสมบูรณ์พร้อม
วันที่ 29 พฤษภาคม - 4 มิถุนายน 2010
บ่ายวันสะบาโต
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ ปฐมกาล 39:6-12; 1 ซามูเอล 24:1-10; ดาเนียล 6:1-10;มัทธิว 4:1-11; โรม 1:26, 27; เอเฟซัส 3:14-21
ข้อควรจำ
ท่านจงประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างในการดีทุกสิ่ง และในการสอน จงสุจริตและมีใจสูง และใช้คำพูดอันมีหลัก ซึ่งไม่มีผู้ใดจะตำหนิได้เพื่อฝ่ายปฏิปักษ์จะได้อาย ไม่มีสิ่งใดจะติเราได้ (1 ทิตัส 2:7-8)
ศิษยาภิบาลกำลังถูกรบกวนจากเด็กๆ ที่กำลังส่งเสียงอึกทึกที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก พวกเด็กๆ เป็นลูกของเขาเอง ในที่สุดเขาต้องหยุดการเทศนา และหันไปบอกเด็กๆ ว่า พวกเขาจะต้องถูกลงโทษ เมื่อการนมัสการเสร็จสิ้น ความสงบได้เข้ามาในโบสถ์ท่ามกลางเด็กๆ และผู้ใหญ่การเทศนาดำเนินต่อไปจนจบ หลังจากการร้องเพลงปิด และศิษยาภิบาลอธิษฐานขอพร การนมัสการได้สิ้นสุดลง ทุกคนรู้สึกยินดีที่ได้รับประทานอาหารเที่ยงด้วยกัน แขกที่มาเยี่ยมหลายคนหัวเราะ และรู้สึกผ่อนคลายจึงถือว่าเป็นวันสะบาโตแห่งความสุข อีกสะบาโตหนึ่ง
ในเวลาเย็นเวลาแห่งความสงบสุขได้เข้ามาเยือนในบ้านของศิษยาภิบาลลูกสาวคนเล็กซึ่งรู้สึกไม่สบายใจ ได้ตัดสินใจพูดออกมาอย่างตะกุกตะกักว่าคุณพ่อคะ? ผู้เป็นบิดาตอบว่า อะไรหรือที่รัก? เด็กหญิงตัวเล็กตอบว่า วันนี้คุณพ่อสัญญาว่าจะลงโทษหนู และคุณพ่อไม่ได้ทำ คุณพ่อพูดโกหก ไม่มีข้อสงสัยใดๆ เลย ความสัตย์ซื่อเป็นเรื่องที่พูดได้ง่ายกว่าที่จะแสดงออกมา แม้ว่าคนที่ ดีที่สุด ท่ามกลางพวกเรายังเคยพบว่า เราจะล้มเหลวถ้าเราไม่ระมัดระวัง แน่นอน สิ่งเล็กที่สุด ยังเป็นสิ่งง่ายที่จะทำให้ลื่นล้มได้ ในสัปดาห์นี้เราจะศึกษาหัวข้อนี้ และดูว่า มันมีอิทธิพลต่อชีวิตของเราหลายประการ
ศึกษาบทเรียนของสัปดาห์นี้ด้วยใจจดจ่อมากขึ้น: ความสัตย์ซื่อมีอิทธิพลต่อสุขภาพ ด้านจิตวิญญาณ จิตใจ และร่างกายของเรา
วันอาทิตย์ พระเยซูในถิ่นทุรกันดาร (มัทธิว 4:1-11)
ครั้งนั้น พระวิญญาณทรงนำพระเยซูเข้าไปในถิ่นทุรกันดารเพื่อมารจะได้มาผจญ และพระองค์ทรงอดพระกระยาหารสี่สิบวันสี่สิบคืน ภายหลังพระองค์ก็ทรงอยากพระกระยาหาร ส่วนผู้ผจญมาหาพระองค์ทูลว่า ถ้าท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า จงสั่งก้อนหินเหล่านี้ให้กลายเป็นพระกระยาหาร ฝ่ายพระองค์ตรัสตอบว่า มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียวหามิได้ แต่บำรุงด้วยพระวจนะทุกคำ ซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า (มัทธิว 4:1-4)
การประนีประนอมเป็นเรื่องง่ายมากใช่หรือไม่? เมื่อคนหนึ่งอายุมากขึ้นสิ่งต่างๆ ดูเหมือนจะไม่เป็นสีขาว และดำเหมือนมันเคยเป็น เรายอมตามอะไรตรงนี้นิด ตรงนั้นหน่อย และยึดไว้มั่นในความเห็นใหม่ พอเวลาผ่านไปเรายอมตรงนี้ และตรงนั้นบ้าง และยึดมั่นในความเห็นใหม่สุด จากนั้นเวลาผ่านไปไม่นาน เราจะพบว่าตัวเองไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะมาอยู่ในจุดปัจจุบันได้ นี่คือความหมายของคำว่า การประนีประนอม บางครั้งเราจำเป็นต้องปล่อยให้หย่อนสักหน่อย และเต็มใจที่อะลุ้มอล่วยตรงจุดนี้ และจุดนั้นบ้าง เราทำอย่างนั้นบ่อยทั้งๆ ที่เราไม่ควรปล่อยให้หละหลวมมาแต่ต้นเลย
ในมัทธิว 4:1-11 พระเยซูทรงถูกทดลองในถิ่นทุรกันดารโดยซาตาน มีการทดลองอะไรสามอย่าง ที่ซาตานพยายามใช้กับพระเยซู?พระเยซูทรงปฏิเสธที่จะยอมแพ้การทดลองนั้นอย่างไร? เราสามารถเรียนจากประสบการณ์ในเรื่องนี้อะไรบ้าง?
ซาตานพบว่า พระเยซูเป็นดุจกำแพงที่เขาไม่อาจเคลื่อนไหวได้ ไม่ว่าซาตานจะพยายามใช้เล่ห์กลอย่างไร เขาล้มเหลวจะให้พระเยซูทรงประนีประนอมในสิ่งใด พระเยซูทรงยิ่งใหญ่เหมือนกำแพงเมืองจีน ที่ยืนหยัดอยู่มาได้หลายพันปี เพียงแต่พระเยซูยืนยงกว่า เพราะครั้งหนึ่งกำแพงถูกเจาะให้พังลงตลอดแนว มันเกิดขึ้นได้อย่างไร? ศัตรูได้ติดสินบนยามผู้ดูแลกำแพง ดังนั้นงานแสนหนักและยาวนานของช่างปูนที่ก่ออิฐ และก้อนหินกลายเป็นสิ่งเกือบไร้ประโยชน์ เมื่อยามเพียงคนเดียวล้มเหลวจะปฏิบัติหน้าที่ตามเขาสมควรทำถูกแล้วการประนีประนอมเป็นเรื่องง่าย ง่ายเกินไปด้วย ซาตานจะทำงานผ่านความอยากอาหารของเรา ผ่านความหยิ่งถือดีของเรา และผ่านความปรารถนาในสิ่งของทางโลกของเรา ซาตานจะใช้วิธีไหนก็ได้เขาคิดว่าได้ผล ที่จะนำเราไปสู่ความบาป เราจำเป็นต้องรู้ทันเล่ห์เพทุบายของซาตาน เราจำเป็นต้องอาศัยพระสัญญาของพระเจ้า และไม่ยอมถูกหลอกให้ทำในสิ่งที่เราทราบว่าผิด ถ้าเราพึ่งพิงในอำนาจของพระเจ้า และเราเองยินดีตายในตัวเอง เราก็จะได้ชัยชนะ
ในพื้นที่ไหนในชีวิตของท่าน ที่ท่านเคยประนีประนอม ทั้งๆที่ท่านทราบว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ถูก? ในครั้งแรกท่านรู้สึกอย่างไรเมื่อได้ทำสิ่งที่ผิด? ปัจจุบันนี้เมื่อท่านทำผิด ท่านรู้สึกไม่สบายใจเหมือนครั้งแรกไหม? หรือว่ามันไม่ได้รบกวนจิตใจท่านอีกต่อไป?
วันจันทร์ ยืนหยัดสัตย์ซื่อ (ปฐมกาล 39:6-12)
นายมอบของทุกอย่างของเขาไว้ในความดูแลของโยเซฟเมื่อมีโยเซฟแล้ว เขาก็มิได้เอาใจใส่สิ่งใดเลย เว้นแต่อาหารที่ท่านรับประทาน โยเซฟนั้นเป็นคนสวยหน้าตาคมคาย อยู่มาภายหลังภรรยาของนายมองดูโยเซฟด้วยความปฏิพัทธ์ และชวนว่า มานอนกับฉันเถิด แต่โยเซฟไม่ยอม จึงตอบแก่ภรรยาของนายว่า คิดดูเถิด เมื่อมีข้าพเจ้านายก็มิได้ห่วงสิ่งใดซึ่งอยู่ในบ้านเรือน ได้มอบของทุกอย่างที่มีอยู่ไว้ในมือข้าพเจ้า ในบ้านนี้นายก็ไม่ใหญ่กว่าข้าพเจ้า นายมิได้หวงสิ่งใดจากข้าพเจ้า ยกเสีย แต่ตัวท่านเพราะเป็นภรรยาของนาย ข้าพเจ้าจะทำความผิดใหญ่หลวงนี้อันเป็นบาปต่อพระเจ้าอย่างไรได้ แม้นางชวนโยเซฟวันแล้ววันเล่า โยเซฟก็ไม่ยอมนอนกับนาง หรืออยู่ด้วยกัน วันหนึ่งโยเซฟเข้าไปในบ้านเพื่อทำธุระการงานของเขา ไม่มีชายประจำบ้านคนใดอยู่ในนั้น นางก็คว้าเสื้อผ้าโยเซฟเหนี่ยวรั้งไว้ แล้วพูดว่า มานอนอยู่กับฉันเถิด แต่โยเซฟทิ้งเสื้อผ้าไว้ในมือนางหนีไปข้างนอก (ปฐมกาล 39:6-12)
ในชีวิตและการทำงานของเราในโลกนี้มีการทดลองมากจริงๆ มีการทดลองที่อาจนำไปสู่การประนีประนอมเรื่องศีลธรรม เป็นการง่ายเพียงใดที่ผู้เดินทางจะรายงานค่าใช้จ่ายเกินจริงขณะเดินทาง? เป็นการง่ายเพียงใดคนอยู่กับคอมพิวเตอร์จะต่ออินเทอร์เนต และแอบดูภาพปลุกใจเสือป่า? เป็นการง่ายที่ลูกๆ จะพูดโกหกกกับพ่อแม่ เป็นการง่ายที่ผู้มีรายได้ หรือค้าขายจะโกงเงินภาษี? เป็นการง่ายที่จะรับประทานหรือดื่มมากจนเกินไป เป็นการง่ายที่...ตัวอย่างอาจหามาได้เป็นบัญชีหางว่าว!
ในชีวิตและการทำงานของเราในโลกนี้มีการทดลองมากจริงๆ มีการทดลองที่อาจนำไปสู่การประนีประนอมเรื่องศีลธรรม เป็นการง่ายเพียงใดที่ผู้เดินทางจะรายงานค่าใช้จ่ายเกินจริงขณะเดินทาง? เป็นการง่ายเพียงใดคนอยู่กับคอมพิวเตอร์จะต่ออินเทอร์เนต และแอบดูภาพปลุกใจเสือป่า? เป็นการง่ายที่ลูกๆ จะพูดโกหกกกับพ่อแม่ เป็นการง่ายที่ผู้มีรายได้ หรือค้าขายจะโกงเงินภาษี? เป็นการง่ายที่จะรับประทานหรือดื่มมากจนเกินไป เป็นการง่ายที่...ตัวอย่างอาจหามาได้เป็นบัญชีหางว่าว!
อ่านเรื่องต่างๆ ในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ ปฐมกาล 39:6-12 ;1 ซามูเอล 24:1-10 และดาเนียล 6:1-10 ในทางใดช่างเป็นการง่ายที่ชายเหล่านี้จะไม่สัตย์ซื่อ? เราสามารถเรียนอะไรจากเรื่องเหล่านี้? ขณะท่านอ่านเรื่องนี้แต่ละเรื่อง คิดถึงเบื้องหลังที่มาของการทดลองเหล่านี้ คิดถึงแรงกดดันทั้งหมดให้ชายเหล่านี้ยอมประนีประนอม คิดว่าช่างเป็นการง่ายที่จะกล่าวแก้ตัว ขอเลือกทางอื่นมากกว่าเส้นทางที่พวกเขาได้เลือก
ถ้าเราสัตย์ซื่อต่อตนเอง หลายคนอาจจะยอมรับเราไม่สัตย์ซื่อเพียงเล็กน้อยในการเกี่ยวข้องกับคนอื่น บางครั้งบางคราวเราไม่พูดโกหก แต่เราไม่ได้บอกความจริงไปเต็มๆ เราอาจเชื่อว่าสถานการณ์ไม่อำนวยให้เราพูดความจริงไปทั้งหมด การกระทำเช่นนั้นอาจพบได้ในหลายพื้นที่ของชีวิต มีทางไหนบ้าง ซึ่งท่านอาจเลือกวิธีง่ายที่จะสัตย์ซื่อสมบูรณ์แบบ? เหตุใดจึงเป็นการง่ายที่จะทำเช่นนั้น?
คิดเกี่ยวกับบุคคลที่ไม่อยู่ในพระคัมภีร์ อย่างเช่น จากประวัติศาสตร์ จากข่าวสาร หรือแม้จากเพื่อนฝูงของท่านเอง บุคคลนี้เป็นผู้ที่ท่านถือว่าเป็นคนสัตย์ซื่อ อะไรคือคุณสมบัติเฉพาะของบุคคลนี้ ที่ท่านอยากจะมีเหมือนเขา? ท่านจะทำอย่างไรจึงอาจจะมีลักษะอุปนิสัยที่ดีเช่นนั้น ในชีวิตของท่านเองได้?
วันอังคาร ความสัตย์ซื่อในด้านจิตวิญญาณของเรา (เอเฟซัส 3:14-21)เพราะเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงคุกเข่าต่อพระบิดา ขอให้พระองค์ทรงโปรดประทานกำลังเรี่ยวแรงมากฝ่ายจิตใจแก่ท่าน โดยเดชพระวิญญาณของพระองค์ตามความไพบูลย์แห่งพระสิริของพระองค์ เพื่อพระคริสต์จะทรงสถิตในใจของท่านทางความเชื่อ เพื่อว่าเมื่อท่านได้วางรากลงมั่นคงในความรักแล้ว ท่านก็จะได้มีความสามารถหยั่งรู้พร้อมกับธรรมิกชนทั้งหมด ถึงความกว้าง ความยาว ความสูง ความลึก คือให้ซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์ซึ่งเกินความรู้ เพื่อท่านจะได้รับความไพบูลย์ของพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม ขอให้พระเกียรติจงมีแด่พระองค์ผู้ทรงฤทธิ์ กระทำสารพัดมากยิ่งกว่าที่เราจะทูลขอหรือคิดได้ตามฤทธิ์เดชที่ประกอบกิจอยู่ภายในตัวเรา ขอให้พระเกียรติจงมีแด่พระองค์ในคริสตจักร และในพระเยซูคริสต์ตลอดทุกชั่วอายุคนเป็นนิตย์ อาเมน (เอเฟซัส 3:14-21)
ชายหนุ่มคนหนึ่งซื้อเรือสำราญพร้อมเครื่องยนต์รุ่นใหม่ และรถลากบรรทุกเรือ เรือลำนั้นมองดูสะอาด และอยู่ในสภาพดี มันเป็นเรือมือสอง หลายคนบอกว่าราคาแพงไป ชายเจ้าของกระหายอยากนำเรือไปลองขับ เขาจึงเชิญเพื่อนสามคน นำเรือไปยังท่าเรือเอกชนของทะเลสาบ ออทาริโอ จัดแจงถอยเรือลงน้ำ แล้วนำเรือออกวิ่ง มันวิ่งได้ฉิว ชายหนุ่มและเพื่อนๆ แล่นเรือไปยังเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งของทะเลสาบแห่งนั้น พวกเขาช่วยกันลากเรือไปบนชายหาด แล้วออกตระเวนเกาะแห่งนั้น เวลาสามชั่วโมงผ่านไป พวกเขากลับมาขึ้นเรือและมุ่งหัวเรือกลับบ้าน เรือวิ่งออกมาได้ไม่กี่มากน้อย ทุกคนมองเห็นน้ำไหลซู่เข้ามาในเรือ เป็นการเตือนว่าเรือกำลังรั่ว น้ำได้ไหลทะลักเข้าเรือมากขึ้น ขณะที่เจ้าของเรือจะเลี้ยวกลับฝั่งที่เกาะ เรือได้พลิกคว่ำลง ชายหนุ่มทั้งสี่ได้ลอยคอในทะเลที่น้ำเย็นจัด ไม่นานทั้งสี่ชีวิตได้รับการช่วยเหลือ เมื่อเรือลำสวยถูกลากเข้าฝั่ง พวกเขาสงสัยว่ามีอะไรผิดปกติกับเรือ? ปรากฏว่าตรงด้านล่างใกล้หัวเรือ ไม้กระดานตรงนั้นผุถูกสีทากันไว้มองไม่เห็น เมื่อเข็นเรือขึ้นชายหาดที่เกาะไม้ผุตรงนั้นได้หลุดออกเป็นรูเล็กๆ โดยที่เจ้าของเรือ และเพื่อนๆมองไม่เห็น เมื่อออกเรือวิ่งกลับนํ้าจึงทะลักเข้าเรือ และไม้ผุตรงรูนั้นได้แตกออกกลายเป็นรูใหญ่ขึ้น สรุปแล้วจะเห็นได้ว่า ไม้ผุชิ้นเล็กๆ แต่ก็เพียงพอที่ทำให้เรือล่มลงได้ทั้งลำ
ชีวิตของคนเราอาจมีประสบการณ์เกือบเหมือนเรือลำนี้ไหม? เราอาจมองดูเข้มแข็งสัตย์ซื่อ หนักแน่นมั่นคงในหลายประการ แต่เราอาจไม่ได้มอบถวายตัวแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า นี่อาจเป็นพื้นที่ความบาป ที่เราพยายามจะยึดไว้มีแต่เราเองที่รู้ตัวว่า ยังรู้สึกว่ามีปัญหาในส่วนลึก ซึ่งรบกวนด้านจิตวิญญาณและร่างกายในบางครั้งแต่คนอื่นๆ โดยรอบมองไม่เห็น
ท่านอัครทูตเปาโลกล่าวอะไรกับเรา ในเอเฟซัส 3:14-21? สิ่งนี้เกี่ยวโยงกับความสัตย์ซื่อส่วนตัวของเราอย่างไร? เราจะสามารถมีประสบการณ์กับพระสัญญาเหล่านี้ในชีวิตของเราเองได้อย่างไร?
มีพระสัญญาหลายประการที่ทรงให้แก่เราในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้พระวิญญาณบริสุทธิ์สามารถเสริมกำลังให้เราจากภายใน พระองค์อาจทำให้เราเปลี่ยนแปลงใหญ่ได้งานของพระองค์เป็นเหมือนการผ่าตัดหัวใจ เป็นบางสิ่งที่ทำงานในส่วนลึกภายในตัวเรา และการเปลี่ยนแปลงมาสู่เราโดยความเชื่อโดยการรู้จักความรักของพระเจ้าอย่างสัมผัสได้จริงในชีวิตของเรา องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพยายามจะเปลี่ยนชีวิตของเราอย่างสิ้นเชิง พระองค์
ทรงประสงค์ให้เราทั้งหลาย จะได้รับการเติมเต็มด้วยอำนาจของพระเจ้า ให้สังเกตุด้วยว่าท่านเปาโลไม่ได้พูดเกี่ยวกับการใช้พลังที่พบได้ภายในตัวเราเปล่าเลย อำนาจที่ ทำการในตัวเรา เป็นอำนาจของพระเจ้า ผู้ทรงทำการได้มากกว่าที่เราจะขอ หรือคิดว่าเป็นไปได้ คำถามมีว่าเรายอมให้พระองค์ทรงทำแทนเราหรือไม่? หรือว่าเราปล่อยให้ธรรมชาติทางโลกของเราเป็นผู้เข้าครอบครองตัวเราทั้งหมด?
คำกล่าวที่ว่า จะได้รับการเติมเต็มด้วยอำนาจของพระเจ้าหมายความถึงอะไร? จงเตรียมพร้อมที่จะพูดเกี่ยวกับคำตอบของท่านในชั้น?
วันพุธ เรื่องทางเพศที่บริสุทธิ์ (โรม 1:26 ,27)
เพราะเหตุนี้ พระเจ้าจึงทรงปล่อยให้เขามีกิเลสตัณหาอันน่าอัปยศ พวกผู้หญิงของเขาก็เปลี่ยนจากการสัมพันธ์ตามธรรมชาติให้ผิดธรรมชาติไป ฝ่ายผู้ชายก็เลิกการสัมพันธ์กับผู้หญิงให้ถูกตามธรรมชาติเช่นกัน และเร่าร้อนด้วยไฟแห่งราคะตัณหาที่มีต่อกัน ผู้ชายกับผู้ชายด้วยกันประกอบกิจอันชั่วช้าอย่างน่าละอาย เขาจึงได้รับผลกรรมอันสมควรแก่ความผิดของเขา (โรม 1:26, 27)
มีข่าวสารพื้นฐานอะไรสำหรับเราในปัจจุบัน จาก โรม 1:26, 27;1 โครินธ์ 6:15-18; 1 เธสะโลนิกา 4:3 และยูดาห์ 1:7
สาวรุ่นคนหนึ่งชื่อ เมกัน ได้ออกจากบ้านไปเรียนวิทยาลัยไกลบ้านและอยู่ในหอพัก นี่เป็นครั้งแรกที่เธอออกจากบ้านไปเป็นช่วงเวลานาน พ่อ แม่ของเมกันได้สอนเธอเกี่ยวกับเรื่องเพศที่ไม่บริสุทธิ์ เมกันทราบว่าพระคัมภีร์และโบสถ์ของเธอสอนเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่โดยไม่ทันตั้งตัว เธอพบว่าเธออยู่ในสถานการณ์ที่มีความกดดันสูงมากที่เธอจะยอมแพ้ เธอทราบว่ามันเป็นสิ่งผิดและเธอทราบว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ต้องการสำหรับชีวิตของเธอ เธอรู้ว่าพระเจ้ามีบางสิ่งที่ดีกว่าสำหรับเธอ ตอนแรกเมกันยังเข้มแข็ง แต่พอเวลาผ่านไปอย่างช้าๆเธอประนีประนอม ทีละก้าวในแต่ละครั้ง ในช่วงแรกๆ ความรู้สึกผิดของเธอนั้นน่ากลัวยิ่ง แต่พอเวลานานไปความรู้สึกนั้นไม่รบกวนเธอมาก เท่ากับที่ได้ทำผิดในช่วงแรก ไม่นานหลังจากนั้นเธอพบว่า เธอได้รับถ่ายทอดโรคร้ายจากการมีเพศสัมพันธ์ มันเป็นโรคที่ไม่อาจรักษาให้หายขาดได้ ถึงตอนนี้เอง ที่เมกันรู้สึกเศร้าโศกจริงๆ สำหรับความผิดพลาดของเธอ การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่บริสุทธิ์นั้นเลวมากแล้ว เพราะนั่นเป็นความบาป และความบาปทำให้ความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า กับคนอื่นเสียหาย ยิ่งในยุคปัจจุบัน มันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ มีโรคหลายอย่างเกิดจากการถ่ายทอดทางเพศสัมพันธ์จากโรคเริม ไปถึงการได้รับไวรัส เอดส์ และเป็นโรคเอดส์ ซึ่งเป็นโรคที่นำความหายนะมาให้สุขภาพ วิธีปลอดภัยที่สุดที่จะปกป้องตัวคุณเองจากโรคเหล่านี้คือปฏิบัติตามหลักการของพระคัมภีร์เรื่องการมีเพศสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์ เพศสัมพันธ์ที่นำความรื่นรมย์มาให้ชายและหญิง คือกับคู่สมรส สิ่งหนึ่งสิ่งใดนอกเหนือจากนี้ หรืออยู่ภายนอกแผนของพระเจ้าเป็นสิ่งผิด และที่เลวร้ายยิ่งกว่ามันอาจนำไปสู่การติดโรคร้ายแรงถึงชีวิตได้
และความทุกข์ทรมานจากการละเมิดพระบัญญัติของพระเจ้า ไม่ได้เกิดกับด้านร่างกายเท่านั้น ด้านอารมณ์นั้นรุนแรงน่ากลัวไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันโดยเฉพาะกับเพศหญิงนี่เป็นอคติต่อผู้หญิงที่ติดโรคมากกว่าที่มีต่อผู้ชายความนึกคิดเช่นนี้อาจถือว่าไม่ยุติธรรม แต่มันเป็นความจริง แม้แต่องค์กรระดับโลกยังเห็นด้วยว่า การมีเพศสัมพันธ์กับคู่สมรสเป็นทางเลือกดีที่สุด ที่บุคคลจะทำได้ การดูภาพโป๊ในนิตยสาร หรือเปิดไปดูในอินเทอร์เนต เป็นปัญหาอันรุนแรงในปัจจุบัน นับตั้งแต่มีการใช้อินเทอร์เนตเป็นที่นิยมแพร่หลาย มีแต่พระเจ้าองค์เดียวที่ทราบมีกี่ร้อยล้านคน ที่ชีวิตของพวกเขาพังพินาศผ่านการเข้าชมในอินเทอร์เนตลามก มีองค์กรที่ให้การช่วยเหลือคน ผู้เสพติดภาพต้องห้ามจนถอนตัวไม่ขึ้น แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ดูเหมือนว่าความอายนั่นยิ่งใหญ่เกินไป จึงไม่ยอมเข้ารับการช่วยเหลือที่พวกเขาต้องการยิ่งยวด
ท่านมีการทดลองอะไรบ้างไหม ที่ท่านกำลังต่อสู้ดิ้นรนเอาชนะ หรือสิ่งที่ทำให้ท่านรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านโกรธง่าย และมีความหวาดหวั่น ในพื้นที่ส่วนนี้ของชีวิตมนุษย์? ท่านจะนำเอาพระสัญญาของมาพระเจ้ามาใช้ได้ดีกว่าอย่างไร เพื่อให้ท่านมองเห็นปัญหาทะลุปรุโปร่ง?
วันพฤหัสบดี นำเอาสิ่วันพฤหัสบดี งที่เชื่อสู่ภาคปฏิบัติ (โรม 12:1, 2)
พี่น้องทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้โดยเห็นแก่ความเมตตากรุณาของพระเจ้า ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านทั้งหลายให้ถวายตัวของท่านแด่พระองค์เพื่อเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิตอันบริสุทธิ์และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ซึ่งเป็นการนมัสการโดยวิญญาณจิตของท่านทั้งหลาย อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบน้ำพระทัยของพระเจ้าจะได้รู้ว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัยและอะไรดียอดเยี่ยม (โรม 12:1, 2)
ในโรม 12:1, 2 อัครทูตเปาโลวิงวอนคริสเตียนให้ถวายตัวเอง เป็นเครื่องบูชาอันบริสุทธิ์ ในการรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้า คำว่า บริสุทธิ์ ตรงนี้หมายถึง ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ นับรวมกันเป็นหนึ่งถวายแด่พระเจ้าของถวายที่ทรงประสงค์เป็นอย่างนี้เอง แต่ละส่วนกำหนดให้มีความบริสุทธิ์บางคนเข้าใจได้ง่ายในเรื่องความบริสุทธิ์ของจิตใจ แต่พวกเขาไม่แน่ชัดเกี่ยวกับความบริสุทธิ์ของร่างกายของพวกเขา ตามที่เราได้เห็นแล้ว นี่เป็นสิ่งที่พระคัมภีร์สอนไว้ ร่างกายของเราเป็นของประทานจากพระเจ้า ด้วยเหตุนี้เราได้รับพระบัญชาจากพระเจ้าให้เอาใจใส่ร่างกายของเรา
ความบริสุทธิ์ คือให้การกระทำของเราแสดงออกตามที่เราเชื่อ ปัจจุบันแทบจะไม่มีข้อโต้แย้งในองค์รวม ของหลักการดำเนินชีวิตตามหลักสุขภาพวิทยาศาสตร์การแพทย์สอนว่า เราทราบเป็นเวลาหลายปีแล้วว่าการออกกำลังมีความสำคัญต่อร่างกาย ถ้าเราทราบสิ่งนี้ แต่ไม่ยอมรับว่าจริง หรือยังเพิกเฉยไม่ยอมออกกำลังตามที่ร่างกายต้องการ นอกจากนี้ร่างกายต้องการน้ำสะอาดได้รับแสงแดดพอประมาณซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เมื่อเราทราบก็ดีแล้วพระเจ้าทรงขอให้เรานำไปปฏิบัติในชีวิตจริง ปัจจุบันนี้เรามีคนที่น้ำหนักเกินมากกว่าในหลายศตวรรษที่ผ่านมา มีน้อยคนมากที่จะโต้แย้งว่า การรับประทานอาหารมากเกินไปไม่มีอันตราย เราจะต้องตัดสินใจเลือกว่าควรจะรับประทานอาหารมากเท่าไร และรับประทานอาหารประเภทไหน? สิ่งนี้ยิ่งจำเป็น ถ้าเรามีน้ำหนักเกินอยู่แล้ว ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ยอมรับว่า การสูบบุหรี่เป็นสิ่งที่คร่าห์ชีวิตของคนไปอย่างน่ากลัว นอกจากนี้การใช้ยาเสพติดอื่นๆ นับจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปถึงกัญชา ยาบ้า โคเคน เฮโรอีนฯลฯ ล้วนได้ทำลายชีวิตอันมีประโยชน์ของคนหลายล้านคนทั่วโลกในแต่ละปี ข้อมูลจาก เนื้อความแห่งคำพยากรณ์ (Spirit of Prophecy) ไม่ใช่ข้อมูลแหล่งเดียว ที่สอนเน้นให้รับประทานผลไม้ ผักสด ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดขาว และถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ แม้แต่แผนกเกษตรกรรมของรัฐบาล ยังหนุนใจให้รับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่มีไขมันน้อยลง สรุปแล้ว จะเป็นการดีกว่าสักเพียงใด ถ้าจะปฏิบัติหลักโภชนาการมังสวิรัติ เมื่อเราทราบว่าอาหารประเภทนี้ดีกว่าสำหรับเรา ศาสนาที่แท้ และกฎแห่งสุขภาพจะเห็นพ้องกัน เป็นไปไม่ได้ที่จะทำการเพื่อความรอดของชายและหญิง โดยที่ไม่สอนพวกเขาในความจำเป็นที่จะต้องแตกหักกับเพศสัมพันธ์ที่ไม่ถูกกฏหมาย เพศสัมพันธ์ที่ผิดกฏหมายทำลายสุขภาพ ทำให้จิตวิญญาณเสื่อมลง และกีดกั้นไม่ให้ความจริงของพระเจ้ามีอิทธิพลต่อจิตใจของพวกเขา ชายและหญิงจะต้องได้รับการสอนให้ระมัดระวังในเรื่องความคิดเห็น และสิ่งที่ผู้คนในโลกประพฤติกัน พวกเขาจำเป็นต้องผลักสิ่งที่ทำให้สุขภาพเสื่อมโทรมออกจากร่างกายโดยไม่ชักช้า และขจัดสิ่งใดๆ ที่ทำให้เกิดเงามืดเหนือจิตใจออกไป พระเจ้าทรงพระประสงค์ให้ประชากรของพระองค์รักษามาตรฐานอันสูงไว้ต่อหน้าทุกคนโดยการเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติตนตามมาตรฐานอันสมบูรณ์ เหนือมาตรฐานปลอมของซาตาน ถ้าปฏิบัติตามมาตรฐานเท็จของซาตาน ย่อมจะนำไปสู่ความทุกข์เจ็บไข้ เป็นโรคต่างๆ และที่สุดตายลงทั้งด้านร่างกาย และจิตวิญญาณ จากหนังสือของ เอลเลนจี. ไวท์. ใน Counsels on Health, page 480
ใคร่ครวญเรื่องนิสัยสุขภาพส่วนตัวของท่าน ท่านดำเนินชีวิตครบถ้วนตามที่ท่านทราบจากคำสอนของพระเจ้าไหม? ถ้าไม่ มีอะไรกีดกั้นท่านไว้จากการปรับเปลี่ยนอันจะทำให้ท่านมีสุขภาพดีขึ้น?
วันศุกร์ ศึกษาเพิ่มเติม:
ความต้องการยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก คือความชอบธรรม คนที่จะไม่ยอมขาย หรือถูกซื้อ ในส่วนลึกแห่งจิตวิญญาณของพวกเขาเป็นคนจริงและสัตย์ซื่อ พวกเขาเป็นชายที่ไม่กลัวที่จะเรียกความบาปตามชื่อของมันตรงๆเป็นเหล่าบุรุษผู้มีจิตรู้ผิดและรู้ชอบซื่อตรง พวกเขาสัตย์ซื่อต่อหน้าที่ เหมือนเข็มทิศชี้สู่ทิศเหนือ เขาทั้งหลายจะยืนหยัดสำหรับสิ่งที่ถูก แม้สวรรค์จะถล่มลง จากหนังสือของ เอลเลน จี. ไวท์. ใน การศึกศึกษา หน้า 57
มีงานให้เราทำ เป็นงานที่ต้องเอาจริงเอาจัง ดังนั้นนิสัย รสนิยมและสิ่งที่เราชอบต้องเป็นไปตามกฏแห่งชีวิต และสุขภาพ โดยวิธีปฏิบัติเช่นนี้ เราจะมีสุขภาพดีแข็งแรง และมีจิตใจผ่องใสที่จะตัดสินใจเลือกระหว่างสิ่งชั่วร้ายและสิ่งที่ดีได้ จากหนังสือของ เอลเลน จี.ไวท์. ใน Counsels on Diet andFoods, page 28 อันตรายของเรา ไม่ใช่จากสิ่งที่มีเล็กน้อย แต่จากสิ่งที่มีมากเกินไป เรามักจะถูกทดลองให้รับประทาน และดื่มมากเกินไป เหล่าผู้ที่รักษาอำนาจแห่งความบริสุทธิ์ผุดผ่องไว้เพื่อรับใช้พระเจ้า จะต้องปฏิบัติตามหลัก การประมาณตนในทุกสิ่ง ไว้อย่างเคร่งครัด ในการใช้พระพรของพระเจ้าและหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นผลเสียต่อการดำเนินชีวิตเพื่อสุขภาพดีและหลักศีลธรรม จากหนังสือของ เอลเลน จี.ไวท์. ใน Counsels on Diet and Foods, page 29
คำถามเพื่อการอภิปราย:
1. อ่านทบทวนข้ออ้างอิงของ เอลเลน จี.ไวท์. อีกครั้งหนึ่ง ที่นางพูดเกี่ยวกับอันตรายจากการรับประทานอาหาร และดื่มมากเกินไปนางหมายความว่าอย่างไร ในการเขียนไว้เช่นนั้น?
2. แสงแดดเป็นส่วนสำคัญเพื่อการมีสุขภาพดี แต่เราจำเป็นต้องรักษาความสมดุล การตากแดดอ่อนตอนเช้า และเย็น ไม่กี่นาทีทุกวัน จะเป็นพรยิ่งใหญ่สำหรับเรา แต่การถูกแสงแดดร้อนนานเกินไป อาจนำไปสู่ปัญหาด้านผิวหนัง ตรงนี้เราต้องทำให้เกิดความสมดุล เหมือนสิ่งอื่นๆ อย่างไร?
3. โบสถ์ท้องถิ่นของท่านสามารถทำอะไรเพื่อช่วยผู้ติดเชื้อไวรัสเอดส์และผู้ที่เป็นเอดส์ ในชุมชนท้องถิ่นของท่าน? ในบางพื้นที่ของโลกปัญหานี้สาหัสกว่าในพื้นที่อื่นๆ แต่อย่างน้อยเราอาจทำส่วนเล็กๆได้บ้าง
4. ท่านสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อหนุนใจคนหนุ่มสาวในโบสถ์ของท่าน ให้หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์นอกสมรส? เหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญมาก? โบสถ์สามารถช่วยวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวต่อสู้กับการทดลองทุกประเภทได้อย่างไร? ท่านอาจจะช่วยคนหนุ่มสาว (หรือมีอายุ) ทำการเลือกได้อย่างถูกต้อง เมื่อพูดถึงยาเสพติด แอลกอฮอล์และบุหรี่อย่างไร? สิ่งหนึ่งที่จะทำได้คือเตือนพวกเขา สิ่งต่อไปคือที่จะช่วยพวกเขาให้หลีกเลี่ยงจากการเลือกในสิ่งผิด หรือให้การ
ช่วยเหลือพวกเขา ถ้าพวกเขาได้สิ่งที่ผิดพลาดไป