ค้นพบ
บทที่ 8
เมื่อพระเยซูเสด็จมาเพื่อท่าน
-พระสัญญา
-พระเยซูจะเสด็จมาอย่างไร?
-พระเยซูจะทรงทำอะไรเมื่อพระองค์เสด็จมาอีก?
-ท่านพร้อมแล้วหรือยัง?
เมื่อพระเยซูเสด็จมาเพื่อท่าน
หลายปีที่อัลแมนโด วัลลาแดร์ส (Armando Valladares) ได้รับการปฏิบัติอย่างเลวร้าย เขาอยู่ในร่างเงาที่ผอมโซและไร้ความสามารถ เขาถูกตัดสินให้จำคุกสามสิบปีในคุกแห่งหนึ่งที่คัสโทร (Castro) เพราะเขาอธิษฐานในโบสถ์วันคริสต์มาส ผู้คุมขังได้ทรมานเขาและปล่อยให้เขาอดอยาก พร้อมทั้งลบหลู่เขาต่างๆนานา แต่เขาก็ยังคงปฏิเสธที่จะยอมแพ้ต่อความเชื่อที่เขามี
มีบางสิ่งที่ทำให้เขาดำเนินชีวิตอยู่ต่อไปได้ คือคำมั่นสัญญาที่เขามีให้กับหญิงสาวคนหนึ่งที่ชื่อมาร์ธา เขาทั้งคู่ได้พบและรักกันขณะที่เขาอยู่ในคุก เธอประทับใจในความเชื่ออันมั่นคงของเขามาก หลังจากนั้นไม่นานทั้งคู่ได้จัดพิธีแต่งงาน ที่ลานสนามบริเวณห้องขังอันเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด ต่อมามาร์ธาได้ถูกบังคับให้ย้ายไปที่ไมอามี่
การแยกกันของเขาทั้งสองเป็นความเจ็บปวดที่แสนสาหัส แต่อัลแมนโดก็แอบเขียนคำมั่นสัญญาของเขาส่งให้คนที่เขารัก เขาเขียนคำมั่นสัญญาของเขาด้วยลายมือหวัดๆในเศษกระดาษแผ่นเล็กๆที่มีคนทิ้งไว้ ผมจะมาหาคุณ......ดาบปลายปืนที่จ่อหลังผมอยู่ไม่มีความหมายอะไรอีกต่อไป
ด้วยเหตุผลบางอย่างนักโทษคนนี้ได้ตัดสินใจว่า เขาและมาร์ธาจะกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตนต่อกันในโบสถ์ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า สักวันหนึ่งเขาทั้งสองจะได้อยู่ร่วมกันอีก คุณอยู่กับผมตลอดเวลา เขาบอกเธอ
คำมั่นสัญญาของอัลแมนโดได้ช่วยให้เขาผ่านพ้นช่วงเวลาการถูกทรมานอย่างเลวร้ายมาหลายปี ซึ่งเป็นการทำลายจิตวิญญาณของผู้ชายมากที่สุด และคำมั่นสัญญาของเขาได้เป็นกำลังใจให้มาร์ธาทำงานต่อไป เธอทำงานอย่างไม่รู้เหน็ดรู้เหนื่อยที่จะทำให้สาธารณชนได้รับรู้ถึงสภาพที่น่าสงสารของสามีเธอ เธอไม่เคยสิ้นหวัง
พระคำสัญญา
มีหลายเวลาที่เราอาจจะถูกทดสอบและสงสัย เกี่ยวกับการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระคริสต์ สักวันหนึ่งพระองค์จะเสด็จลงมาจากท้องฟ้าสีครามเหนือเรา เพื่อการอยู่รวมกันใหม่อย่างน่าอัศจรรย์อย่างนั้นหรือ? เราแยกจากกันเป็นเวลานานแล้ว ช่างเป็นตอนจบที่แสนสุขและทรงเกียรติอะไรเช่นนี้หนอ หลังจากที่ต้องผ่านประวัติศาสตร์อันแสนทารุณที่ยาวนานบนโลก การจบแบบนี้อาจจะดีเกินกว่าที่จะเกิดขึ้นจริง
แต่มีสิ่งหนึ่งที่สามารถทำให้เราคงอยู่ต่อไปได้ นั่นคือการอยู่อย่างมีความหวังในหัวใจของเราทั้งหลาย และนั่นเป็นเพียงคำมั่นสัญญาอย่างง่ายๆ มีพระองค์เพียงพระองค์เดียวเท่านั้นที่ทรงปรารถนา (มากกว่าสิ่งอื่นใด) ที่จะให้หมู่ชนของพระองค์ (ที่รวมกันพร้อมหน้าอย่างสมบูรณ์) ได้รับรู้ถึงคำมั่นสัญญาของพระองค์ ที่ว่าพระองค์จะเสด็จกลับมา และก่อนที่พระองค์จะจากบรรดาอัครสาวกไปบนสวรรค์ พระเยซูทรงให้คำมั่นสัญญาดังนี้
อย่าให้ใจของพวกท่านเป็นทุกข์เลย พวกท่านวางใจในพระเจ้า จงวางใจในเราด้วย ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่มากมาย ถ้าไม่มีเราคงบอกท่านแล้ว เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับพวกท่าน เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีก และรับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนพวกท่านจะได้อยู่ที่นั่นด้วย
ยอห์น 14:1-3 (หากมิได้มีเครื่องหมายใดแสดงไว้ บทความพระคัมภีร์ทั้งหมดในบท ค้นพบ นี้มาจากพระคัมภีร์สากลฉบับใหม่ [เอ็นไอวี]แปลไทยจาก พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิม ฉบับ 1971 (ย่อขนาดปี 1998),ภาคพันธสัญญาใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2002 สงวนลิขสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย ใช้โดยได้รับอนุญาต)
ก่อนที่พระเยซูจะเสด็จไปสวรรค์ พระองค์ทรงให้ความมั่นใจกับเหล่าผู้ติดตามพระองค์ว่า เราจะกลับมา! พระองค์ทรงปรารถนาให้เราอยู่ด้วยกันกับพระองค์ และพระองค์ทรงสัญญาว่าจะกลับมาและรับพวกเราทั้งหมดที่เชื่อในพระองค์ ไปสถานที่พิเศษที่พระองค์ทรงเตรียมไว้ให้พวกเรา การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูในพระคัมภีร์เป็นความจริงแท้แน่นอน พระคัมภีร์ได้พูดถึงการเสด็จกลับมาของพระองค์ประมาณ 2500 ครั้ง น่าสนใจจริงๆท่านจะพบว่ามีการกล่าวอ้างถึงการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูมากกว่าการเสด็จมาครั้งแรก ความจริงก็คือพระเยซูจะเสด็จกลับมายังโลกเป็นครั้งที่สอง ซึ่งแน่นอนพอๆกับการที่พระองค์ทรงมีชีวิตบนโลกเมื่อสองพันปีที่แล้วนั่นเอง และนั่นเป็นการตอบคำถามว่า ทำไมอัครสาวกเปาโลจึงสามารถประกาศด้วยความมั่นใจว่า เพราะพระคริสต์ ได้ทรงมอบพระองค์เพื่อเรา บนไม้กางเขน เราจึงสามารถรับรู้ว่า ในขณะที่เรากำลังรอคอยความหวังอันน่ายินดี และการมาปรากฏของพระสิริของพระเจ้ายิ่งใหญ่คือ พระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเรา (ทิตัส 2:13)
นานมาแล้ว พระเจ้าทรงสัญญาว่า พระเมษโปดกจะเสด็จมา พระผู้ช่วยให้รอดจะทรงรับเอาความบาปของเราไว้กับพระองค์เอง และทรงให้อภัยบาปของมนุษย์ พระสัญญานั้นดูเหมือนจะดีเกินกว่าที่จะเป็นจริง สำหรับหลายๆคนที่กำลังเหน็ดเหนื่อย ที่ต้องทำงานหนักในช่วงชีวิตที่ยาวนานบนโลกเก่าแก่ใบนี้ แต่พระเยซูเสด็จมาและทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระสัญญาทรงเป็นจริงด้วยพระเกียรติคุณ ที่มากเกินกว่าที่ชาวฮีบรูจะจินตนาการได้
พระสัญญาของพระองค์ที่จะเสด็จกลับมายังโลก จะเกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอน เราสามารถวางใจในพระองค์ที่ทรงรักเรา ที่จะเสด็จกลับมาและอยู่รวมกันพร้อมหน้าในหมู่ประชาชาติของพระองค์ ซึ่งพระองค์ทรงจ่ายค่าความบาปแทนให้หมู่ประชาชาติเหล่านั้น ด้วยราคางามจนหาค่านับมิได้
ตลอดการคุมขังของเขา อัลแมนโด วัลลาแดร์สยังคงแอบส่งบทกลอน ข้อความและภาพวาดต่างๆให้มาร์ธา และในที่สุดเธอจัดพิมพ์งานเขียนที่เธอได้รับมาบางส่วนจากอัลแมนโด คารมที่จับใจของอัลแมนโดทำให้โลกต้องหลงใหลและตั้งใจฟัง รัฐบาลเริ่มกดดันให้คัสโทร (Castro) ปล่อยนักโทษเหล่านั้นอย่างสำนึกผิด ประธานาธิบดีแห่งฝรั่งเศสเข้าแทรกแซงเป็นการส่วนตัว จนในที่สุดเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 1982 อัลแมนโด วัลลาแดร์สได้ถูกส่งตัวกลับทางเครื่องบินซึ่งบินตรงไปที่ปารีส เขาแทบจะไม่เชื่อว่าเขาได้รับอิสรภาพจริง ถึงแม้เครื่องบินจะลงจอดเรียบร้อยแล้วก็ตาม ในที่สุดหลังจากการทนทุกข์ทรมาน พร้อมกับความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่เขามี การรอคอยถึงยี่สิบปีก็จบลง อัลแมนโดรีบวิ่งเข้าสู่อ้อมแขนทั้งสองของมาร์ธา
สองสามเดือนต่อมาความสุขได้อยู่ท่ามกลางคู่รักที่ยืนในโบสถ์เซนต์คีแรนน์ที่ไมอามี่ (Miamis St. Kieran Church) ทั้งคู่ให้คำสัตย์ปฏิญาณต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า ทั้งคู่กลับมาอยู่ด้วยกัน ในที่สุดคำมั่นสัญญาที่ว่า ผมจะมาหาคุณ ก็เป็นความจริง
ท่านสามารถจินตนาการได้ไหมว่า การมาอยู่พร้อมหน้ากันมันช่างวิเศษอะไรเช่นนี้ และในที่สุดเราสามารถเห็นพระคริสต์แบบตัวต่อตัว? การปรากฏพระเกียรติคุณของพระองค์จะกลืนกินความโศกเศร้า ความผิดหวัง ความหงุดหงิดของเรา พร้อมทั้งกลืนกินความเจ็บปวดที่ซ่อนในใจเรานั้นให้หมดไป การเสด็จกลับมาของพระเยซูจะทำให้เราสมปรารถนาและสมหวังในสิ่งต่างๆนานาอย่างน่าตื่นเต้นที่สุด และเราก็จะได้อยู่พร้อมหน้ากันอย่างสนิทสนมด้วยบุคลิกที่แสนวิเศษที่สุดในเอกภพตลอดไป พระเยซูกำลังเสด็จมาในไม่ช้า! ท่านปรารถนาที่จะพบพระองค์หรือยัง?
พระเยซูจะเสด็จมาอย่างไร?
1. พระเยซูจะเสด็จมาอย่างลับๆหรือ?
นี่แน่ะ เรา [พระเยซู] บอกพวกท่านไว้ก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าใครบอกท่านว่า ดูซิ ท่านผู้นั้นอยู่ในถิ่นทุรกันดาร อย่าออกไป หรือบอกว่า ดูซิ อยู่ที่ห้องชั้นใน ก็อย่าเชื่อ เพราะว่าฟ้าแลบจากทิศตะวันออก ส่องไปจนถึงทิศตะวันตกอย่างไร การเสด็จมาของบุตรมนุษย์ ก็จะเป็นอย่างนั้น
มัทธิว 24:25-27
แสงฟ้าแลบเกิดขึ้นและเห็นได้จากระยะที่ไกลแสนไกล การเสด็จมาของพระเยซูมิได้เกิดในที่ลี้ลับ หรือมิได้เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาเอง ดังนั้นพระเยซูทรงเตือนเราอย่าให้ใครนำเราไปในทางที่ผิดเช่น จากการประกาศที่ว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาอย่างลับๆและจะมีคนรู้เพียงสองสามคนเท่านั้น
2. พระเยซูจะกลับมาอีกในรูปร่างคนจริงๆหรือ?
เมื่อพวกเขา [เหล่าผู้ติดตามพระเยซู] กำลังเขม้นมองดูฟ้า ในขณะที่พระองค์[พระเยซู] เสด็จขึ้นไป มีชายสองคนสวมเสื้อขาวมายืนอยู่ข้างๆพวกเขา สองคนนั้นกล่าวว่า ชาวกาลิลีเอ๋ย ทำไมพวกท่านถึงยืนจ้องมองฟ้าสวรรค์? พระเยซูองค์นี้ ที่ทรงรับไปจากท่านทั้งหลายขึ้นไปยังสวรรค์นั้น จะเสด็จมาอีก ในลักษณะเดียวกับที่ท่านทั้งหลายได้เห็นพระองค์เสด็จไปยังสวรรค์นั้น
กิจการของอัครฑูต 1:10-11
พระเยซูจะเสด็จกลับมาในรูปบุคคล ในวันที่พระองค์ทรงจากโลกของเราไป เหล่าฑูตสวรรค์ได้ให้ความมั่นใจกับเหล่าสาวกว่า พระเยซูพระองค์เดิม ที่เสด็จขึ้นไปบนสวรรค์ และไม่ใช่ใครที่ไหนที่จะเสด็จกลับมา องค์พระคริสต์ผู้ซึ่งเป็นกษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลายจะเป็นองค์พระเยซูองค์เดียวกัน ซึ่งทรงรักษาคนเจ็บป่วยและทำให้คนหายตาบอด พระเยซูองค์เดียวกันซึ่งทรงเช็ดน้ำตาให้กับผู้ที่โศกเศร้าและยินดีให้เด็กๆมานั่งที่ตักของพระองค์ พระเยซูองค์เดียวกันซึ่งทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ณ สถานที่ที่เรียกว่า กระโหลกศีรษะ (Calvary) พระองค์ทรงพักผ่อนในหลุมศพและทรงฟื้นขึ้นจากความตายในวันที่สาม
3. พระเยซูจะเสด็จมาดังนั้นเราจะสามารถเห็นพระองค์ได้ใช่ไหม?
เหล่าฑูตสวรรค์สัญญาไว้ว่า พระเยซูองค์เดียวกันนี้ จะเสด็จกลับมา ในลัษณะเดียวกันกับ ที่พระองค์ได้เสด็จจากไป
พระเยซูทรงจากไปด้วยวิธีใด?
เมื่อพระองค์ [พระเยซู] ตรัสเช่นนั้นแล้ว พระเจ้าทรงรับพระองค์ขึ้นไปต่อหน้าต่อตาพวกเขา และมีเมฆคลุมพระองค์ให้พ้นสายตาของเขา
กิจการของอัครฑูต 1:9
เหล่าสาวกได้เห็นอย่างชัดเจนว่าองค์เจ้านายของพวกเขา ได้ถูกยกขึ้นจากโลกในร่างมนุษย์อันทรงเกียรติของพระองค์ พยานหลายคนเห็นพระองค์ทรงจากไปด้วยตาตนเอง พระองค์จะ เสด็จกลับมาอีกในลักษณะเช่นเดิม คือให้เราเห็นแบบเปิดเผยอย่างเต็มตา
ตามที่อัครสาวกยอห์นได้กล่าวไว้ มีกี่คนเป็นประจักษ์พยานเห็นการเสด็จกลับมาของพระเยซู?
นี่แน่ะ พระองค์จะเสด็จมาพร้อมกับหมู่เมฆ และนัยน์ตาทุกดวงจะเห็นพระองค์
วิวรณ์ 1:7 (ในส่วนแรก)
ทั้งคนชอบธรรมและคนอธรรมจะเฝ้ามองการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระองค์ ทุกๆคนที่มีชีวิตจะเป็นประจักษ์พยานเห็นการเสด็จกลับมาของพระเยซูเมื่อพระองค์เสด็จมาอีกครั้ง
พระเยซูทรงตรัสด้วยพระองค์เองว่าจะมีกี่คนที่เห็นการเสด็จกลับมาของพระองค์?
เมื่อนั้นหมายสำคัญแห่งบุตรมนุษย์จะปรากฏขึ้นในท้องฟ้า มนุษย์ทุกชาติทั่วโลกจะทุกข์โศก แล้วจะเห็น บุตรมนุษย์เสด็จมาบนเมฆในท้องฟ้า ทรงฤทธานุภาพและทรงพระรัศมีอย่างยิ่ง
มัทธิว 24:30
พลเมืองที่ยังมีชีวิตอยู่ทุกๆคนในโลกของเราจะเป็นประจักษ์พยานเห็นการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระองค์ มากยิ่งกว่าการออกอากาศทางแซทเทลไลท์ไปทั่วโลกเรื่องการไปเหยียบดวงจันทร์ และมากยิ่งกว่าผู้คนนับล้านๆคนที่เฝ้าดูพิธีการปิดกีฬาโอลิมปิคเสียอีก การเสด็จกลับมาของพระคริสต์เป็นเหตุการณ์บนดาวเคราะห์ ซึ่งจะเป็นที่ตื้นตันใจและครองเหตุการณ์สำคัญอันดับหนึ่งของเหตุการณ์ทั้งหลาย
4. พระเยซูทรงประกาศการกลับมาของพระองค์ด้วยวิธีใดอีก?
คือว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ ด้วยพระดำรัสสั่ง ด้วยเสียงเรียกของหัวหน้าฑูตสวรรค์ และด้วยเสียงแตรของพระเจ้า และทุกคนที่ตายแล้วในพระคริสต์ จะเป็นขึ้นมาก่อน
เธสะโลนิกา ฉบับที่หนึ่ง 4:16
พระเยซูเสด็จบนเมฆในท้องฟ้า ทรงฤทธานุภาพและทรงพระรัศมีอย่างยิ่ง เหมือนลักษณะของ ฟ้าแลบ จากทิศตะวันออกส่องไปจนถึงทิศตะวันตก (มัทธิว 24:30, 27) และด้วยพระฤทธานุภาพเสียงแตรที่ดังมากของพระเจ้า
5. ใครจะติดตามพระเยซูเมื่อพระองค์เสด็จมา?
เมื่อบุตรมนุษย์เสด็จมาด้วยพระรัศมีพร้อมกับฑูตสวรรค์ทั้งหมด แล้วพระองค์จะประทับบนพระที่นั่งอันรุ่งโรจน์ของพระองค์
มัทธิว 25:31
การปรากฏของทูตสวรรค์เพียงองค์เดียวเมื่อมีการฟื้นคืนพระชนม์ของพระคริสต์ ทำให้ทหารชาวโรมันนอนราบด้วยความตกใจ (มัทธิว 28:2-4) เพราะฉะนั้นลองจินตนาการดูว่า เมื่อพระองค์เสด็จมาในความรุ่งโรจน์ทั้งหมดของพระองค์และล้อมรอบไปด้วย ทูตสวรรค์ทั้งหมด จะเป็นอย่างไร
6. พวกเราสามารถทำนายเวลาการเสด็จมาของพระเยซูอย่างแน่นอนได้หรือไม่?
แต่ไม่มีใครรู้เรื่องวันหรือเวลาแม้แต่บรรดาฑูตแห่งฟ้าสวรรค์หรือพระบุตร มีแต่พระบิดาองค์เดียว เพราะเหตุนี้พวกท่านจงเตรียมพร้อม เพราะในเวลาที่ท่านไม่คิดไม่ฝันนั้น บุตรมนุษย์จะเสด็จมา
มัทธิว 24:36, 44
ถึงแม้ว่าทุกๆคนจะเห็นและได้ยินการเสด็จกลับมาอย่างทรงเกียรติของพระเยซู แต่หลายคนก็ไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้ และโดยส่วนตัวท่านพร้อมหรือยังสำหรับการที่พระเยซูจะเสด็จมา?
พระเยซูจะทรงทำอะไรเมื่อพระองค์เสด็จมาอีกครั้ง?
1. พระเยซูจะทรงช่วยทุกคนที่รอคอยพระองค์ให้รอดจากบาป
พระคริสต์ก็ฉันนั้น คือพระองค์ทรงถวายพระองค์เอง เป็นเครื่องบูชาครั้งเดียวเป็นพอ เพื่อจะได้ทรงแบกบาปของคนจำนวนมากไว้ แล้วพระองค์จะทรงปรากฏเป็นครั้งที่สอง ไม่ใช่เพื่อกำจัดบาป แต่เพื่อนำความรอดมาให้บรรดา ผู้ที่รอคอยพระองค์ด้วยใจจดจ่อ
ฮีบรู 9:28
แล้วพระองค์จะทรงส่งฑูตสวรรค์ทั้งหลายของพระองค์มา ด้วยเสียงแตรที่ดังมาก และให้รวบรวมคนทั้งหมดที่พระองค์ทรงเลือกไว้แล้ว จากทั้งสี่ทิศ ตั้งแต่ที่สุดฟ้าข้างนี้จนถึงที่สุดฟ้าข้างโน้น
มัทธิว 24:31
หากท่านยอมรับพระเยซูให้ทรงเตรียมชีวิตและจิตใจในท่าน ท่านจะต้อนรับพระองค์อย่างสนุกสนานร่าเริงในฐานะพระผู้ช่วยให้รอดจากบาปของท่าน
2. พระเยซูทรงให้คนตายที่ชอบธรรมทั้งหลายในหลุมฝังศพฟื้นคืนชีวิต
อย่าประหลาดใจในข้อนี้เลย เพราะใกล้จะถึงเวลาที่ทุกคนที่อยู่ในอุโมงค์ฝังศพจะได้ยินเสียงของพระบุตร และจะก้าวออกมา คนที่ประพฤติดีก็เป็นขึ้นมาสู่ชีวิต คนที่ประพฤติชั่วก็เป็นขึ้นมาสู่การพิพากษา
ยอห์น 5:28, 29
คือว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง ด้วยเสียงเรียกของหัวหน้าฑูตสวรรค์และด้วยเสียงแตรของพระเจ้า และทุกคนที่ตายแล้วในพระคริสต์จะเป็นขึ้นมาก่อน
เธสะโลนิกา ฉบับที่หนึ่ง 4:16
เมื่อพระเยซูเสด็จกลับมา พระองค์จะลงมาจากสวรรค์ด้วยพระสุรเสียงอันดังเพื่อปลุกให้ตื่นจากความตาย พระสุรเสียงที่ทรงพระฤทธานุภาพนี้จะได้ยินไปทั่วโลกและเปิดหลุมฝังศพทุกหลุมในสุสานทุกแห่ง และทำให้คนตายนับล้านๆคนที่วางใจพระเยซูของทุกยุคทุกสมัยกลับเป็นขึ้นมา ช่างเป็นวันที่มีชีวิตชีวาอะไรขนาดนี้หนอ!
3. พระเยซูทรงเปลี่ยนคนชอบธรรมทั้งหมดเมื่อพระองค์เสด็จมา
อัครสาวกเปาโลทำให้เรามั่นใจว่าพระเยซูจะเสด็จกลับมา ไม่เพียงแต่เพื่อคนตายที่ชอบธรรมเท่านั้น แต่เพื่อคนที่ยังมีชีวิตอยู่ที่ชอบธรรมด้วย พระองค์ทรงกล่าวเสริมว่า
หลังจากนั้นพระเจ้าจะทรงรับพวกเรา ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ อย่างนั้นแหละ เราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์
พระวจนะที่ 17
นี่แน่ะ ข้าพเจ้ามีความล้ำลึกที่จะบอกกับพวกท่าน คือเราจะไม่ล่วงหลับหมดทุกคน แต่จะถูกเปลี่ยนใหม่ทุกคน ในชั่วขณะเดียว ในพริบตาเดียว เมื่อเป่าแตรครั้งสุดท้าย เพราะว่าจะมีการเป่าแตร และพวกที่ตายแล้วจะถูกทำให้เป็นขึ้น โดยปราศจากความเสื่อมสลาย แล้วเราจะถูกเปลี่ยนใหม่ เพราะว่า สิ่งที่เสื่อมสลายได้นี้ต้องสวมด้วยสิ่งที่เสื่อมสลายไม่ได้ และสภาพที่ต้องตายนี้ต้องสวมด้วยสภาพที่ไม่ตาย
โครินธ์ ฉบับที่หนึ่ง 15:51-53
เพื่อเตรียมเราให้พบความนิรันดร์ พระคริสต์ทรงเปลี่ยนความบาป การเจ็บป่วย และร่างกายที่เหนื่อยล้าของเราเหล่านี้ให้กลายเป็นร่างที่สวยงามและเป็นอมตะ ไม่มีอีกแล้วโรคไขข้ออักเสบ อัมพาตหรือมะเร็ง โรงพยาบาลต่างๆและกิจการทำพิธีฝังศพทั้งหลายปิดกิจการไปได้เลย พระคริสต์เสด็จมาแล้ว!
4. พระเยซูทรงรับคนชอบธรรมทุกคนไปสวรรค์เมื่อพระองค์เสด็จมาถึง
พระเยซูทรงให้พระสัญญาด้วยพระองค์เอง ขณะที่ทรงประทับอยู่ในโลก เราจะกลับมาอีกและรับท่านไปอยู่กับเรา ในพระนิเวศของพระบิดาของเรา (ขอให้ดูในยอห์น 14:1-3)
ในพระคัมภีร์ใหม่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พระเยซูทรงช่วยเราไปสวรรค์เมื่อการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระองค์มาถึง เปโตรได้พูดถึงมรดกของการไถ่บาป ซึ่งได้เก็บรักษาไว้ในสวรรค์แล้วเพื่อพวกท่าน (เปโตร ฉบับที่หนึ่ง 1:4) เปาโลยังบอกเราอีกว่า เพราะความหวังที่เก็บไว้เพื่อพวกท่านในสวรรค์ (โคโลสี 1:5) เราสามารถรอคอยการสำรวจเมืองมหัศจรรย์ทั้งหลายของพระเจ้า กรุงเยรูซาเล็มใหม่ และรู้จักกับพระบิดาบนสรวงสวรรค์ของเราแบบหน้าต่อหน้า ในบทต่อไปเราจะค้นพบการไถ่บาป (หลังจากที่มีชีวิตในสวรรค์กับพระเยซูเป็นเวลาหนึ่งพันปี) แล้วจะกลับมากับพระคริสต์ได้อย่างไร เพื่อที่เราจะมีชีวิตนิรันดร์ในโลกที่สมบูรณ์แบบที่สร้างใหม่อย่างครบสมบูรณ์ (วิวรณ์ บทที่20-22)
5. พระเยซูทรงทำลายคนอธรรมทุกคนเมื่อพระองค์เสด็จกลับมา
ตามที่พระเยซูกล่าว อะไรจะเกิดขึ้นกับคนอธรรมที่ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระองค์มาถึง?
ในสมัยของโนอาห์ เหตุการณ์เคยเป็นมาแล้วอย่างไร ในสมัยของบุตรมนุษย์ก็จะเป็นไปอย่างนั้นด้วย พวกเขากินและดื่ม สมรสกัน และยกให้เป็นสามีภรรยากัน จนกระทั่งถึงวันนั้นที่โนอาห์เข้าไปในนาวา และน้ำมาท่วมล้างผลาญพวกเขาจนหมดสิ้น ในสมัยของโลทก็เหมือนกัน เขากินดื่ม ซื้อขาย หว่านปลูก ก่อสร้าง แต่เมื่อถึงวันนั้นที่โลทออกไปจากเมืองโสโดม ไฟและกำมะถันก็ตกจากฟ้ามาเผาผลาญพวกเขาจนหมดสิ้น ในวันที่บุตรมนุษย์จะมาปรากฏก็เป็นเหมือนอย่างนั้น
ลูกา 17:26-30
คนอธรรมซึ่งยังคงยืนกรานปฏิเสธพระกรุณาคุณทั้งปวงที่พระเยซูทรงหยิบยื่นให้ ซึ่งแท้จริงแล้วพวกเขาได้พิพากษาพวกเขาเอง ขณะที่เขาเหล่านั้นจ้องที่พระพักตร์ (อันทรงเกียรติเกินกว่าจะบรรยาย) ที่ลอยมาตรงหน้าพวกเขาจากหมู่เมฆ พวกเขารับรู้ถึงความบาปและความเฉยเมยที่พวกเขาเคยมีทันที ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความเจ็บปวดอันสุดแสนจะทนของพวกเขา พวกเขาจึงร้องบอกกับภูเขาและโขดหินว่า จงล้มทับเราเถิด จงซ่อนเราไว้ให้พ้นจากพระพักตร์ของพระองค์ผู้ประทับอยู่บนพระที่นั่ง และจากพระพิโรธของพระเมษโปดก! (วิวรณ์ 6:16)
คนอธรรมเหล่านั้นยอมตายแทนที่จะยืนต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเยซูผู้ทรงเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง พวกเขารู้ว่าเสียงฟ้าร้องดังสนั่นบนท้องฟ้านั้นเคยเป็นคำอ้อนวอนอย่างนิ่มนวล ให้พวกเขายอมรับพระเกียรติคุณของพระเจ้า เขาเหล่านั้นผู้ซึ่งมัวแต่หาทรัพย์สมบัติเงินทองหรือตำแหน่งใหญ่โตอย่างบ้าคลั่ง เดี๋ยวนี้เขาตระหนักแล้วว่าเขาเหล่านั้นได้ละเลยสิ่งที่มีคุณค่าแท้จริงในชีวิตของเขาไป
นั่นคือการเปิดเผยที่น่าเศร้า ยิ่งไปกว่านั้นไม่มีใครสักคนที่อยากจะหลงทาง พระเจ้าทรงพบด้วยพระองค์เองว่า เราไม่พอใจในความตายของคนอธรรม (เอเสเคียล 33:11) พระองค์ ไม่ทรงประสงค์ให้ใครพินาศเลย แต่ทรงประสงค์ให้ทุกคนกลับใจใหม่ (เปโตร ฉบับที่สอง 3:9) พระเยซูทรงร้องขอเราว่า บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายได้หยุดพัก (มัทธิว 11:28) แต่แทบไม่น่าเชื่อว่าบางคนไม่ยอมรับคำเชื้อเชิญอันทรงเกียรติของพระองค์
ท่านพร้อมหรือยังเมื่อพระเยซูเสด็จมา?
พระเยซูทรงทำทุกอย่างที่ทรงสามารถจะทำได้ เพื่อช่วยเหลือเราให้พบชีวิตนิรันดร์โดยทางพระองค์ แท้จริงแล้วพระองค์ทรงมีต้นทุนแพงมาก ในการรับประกันให้เรามีอนาคตที่ทรงเกียรติกับพระองค์ ในนิเวศของพระบิดาของฉัน ต้นทุนนั้นคือพระชนม์ของพระองค์นั่นเอง!
แต่ความจริง พระองค์ทรงปรากฏครั้งเดียวเท่านั้นในปลายยุค เพื่อกำจัดบาปให้หมดสิ้นไปโดยการถวายพระองค์เอง เป็นเครื่องบูชา.... พระองค์ทรงถวายพระองค์เอง เป็นเครื่องบูชาครั้งเดียวเป็นพอ เพื่อจะได้ทรงแบกบาปของคนจำนวนมากไว้ แล้วพระองค์จะทรงปรากฏเป็นครั้งที่สอง ไม่ใช่เพื่อกำจัดบาป แต่เพื่อนำความรอดมาให้บรรดาผู้ที่รอคอยพระองค์ด้วยใจจดจ่อ
ฮีบรู 9:26-28
พระผู้ช่วยให้รอดจากบาป ผู้ซึ่งยอมสละพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อกำจัดบาปให้ท่าน จะปรากฏ เป็นครั้งที่สอง และพระองค์จะทรง นำความรอดมายังท่านทั้งหลายที่รอคอยพระองค์ด้วยใจจดจ่อ พระคริสต์ทรงสละพระชนม์ของพระองค์เองเพื่อช่วยให้เราแต่ละคนรอดจากบาป นั่นคือเหตุผลว่าทำไมพระองค์จึงทรงกระตือรือร้นที่จะเสด็จมาอีก พระองค์ทรงมีพระประสงค์ที่จะประกาศว่า เขาเหล่านั้นได้รับการไถ่บาปด้วยราคาที่แพงแสนแพง หากปราศจากการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง การสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนก็ไม่มีความหมายอะไร พระคริสต์ทรงปรารถนาให้เรามีบ้านที่ปลอดภัยเพื่ออยู่อย่างนิรันดร์กับพระองค์ และเพื่อให้เกิดโอกาสอย่างนั้นสักวัน เราต้องยินยอมให้พระองค์เป็นเจ้าของหัวใจของพวกเรา ในฐานะพระผู้ช่วยให้รอดจากบาปและเป็นพระเจ้าของเราเสียตอนนี้
เช้าวันที่ 16 สิงหาคม ค.ศ.1945 เด็กผู้ชายเล็กๆคนหนึ่งวิ่งไปยังหมู่บ้านซันตุง (Shantung) ทางเหนือของจีนและตะโกนว่าเขาเห็นเครื่องบินอยู่บนท้องฟ้า ผู้ถูกกักกันทั้งหลายที่ยังมีแรงได้วิ่งกรูกันออกมาและแหงนหน้ามองดูที่หมู่เมฆ เป็นเวลาหลายปีทีเดียวที่ชายหญิงเหล่านี้ถูกกักกัน และถูกจับแยกให้อยู่อย่างทุกข์ทรมาน การถูกตัดสิทธิ์ ความวิตกกังวล และการถูกชาวญี่ปุ่นจับขังนั้นเป็นเพราะพวกเขาอยู่ฝ่ายชนชาติยุโรป ที่เป็นศัตรูกับญี่ปุ่นในสมัยนั้น มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ยังมีชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณอยู่ นั่นคือ ความหวังว่าสักวันสงครามจะยุติ
กลุ่มผู้ถูกกักกันที่รอดจำนวน 1,500 คน มีความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านทีเดียว เพราะตระหนักว่าเครื่องบินลำนี้มาช่วยพวกเขา ขณะที่เสียงเครื่องบินดังขึ้นเรื่อยๆ บางคนร้องด้วยเสียงอันดังว่า ดูนั่นสิ มีธงชาติอเมริกัน ติดอยู่ที่ด้านข้างด้วย!
และแล้วในความงุนงงที่ไม่น่าเชื่อนี้ มีเสียงตะโกนออกมาว่า ดูสิ เขาทั้งหลายโบกมือมาที่เราด้วย! เขาเหล่านั้นรู้ว่าเราเป็นใคร และเขากำลังจะมาช่วยเราแล้ว
ณ จุดนี้กลุ่มผู้กักกันที่สกปรกมอมแมมมีความตื่นเต้นเกินกว่าที่เขาจะรับได้และมากกว่าความเคียดแค้น ความเหน็ดเหนื่อยและการคิดถึงบ้านที่เขามี ความสับสนอลหม่านได้เกิดขึ้น คนวิ่งจ้าพัลวันกันเป็นวงกลม โห่ร้องกันอย่างสุดเสียงระคนกับเสียงร่ำไห้คร่ำครวญพร้อมทั้งโบกไม้โบกมือไปมา
แลงดอน กิลกี้ (Langdon Gilkey) ได้เรียกความรู้สึกเขาคืนมา เครื่องบินลำนี้เป็นเครื่องบิน ของเรา ที่สหรัฐอเมริกาส่งมาเพื่อบอกว่าสงครามยุติลงแล้ว.....เราจะได้อยู่พร้อมหน้ากันในโลกที่กว้างขึ้นอีกครั้งแล้ว
ทันใดนั้นฝูงชนก็เหนื่อยหอบอ้าปากค้างและจ้องมองเครื่องบินอย่างเงียบๆ ทันใดนั้นใต้ท้องเครื่องบินเปิดออกและหลายคนเริ่มกระโดดร่มชูชีพลงมา นี่เป็นอะไรที่เหลือเชื่อ การช่วยชีวิตพวกเขาในครั้งนี้ไม่ได้แค่ว่าจะมาถึงสักวันหนึ่งแต่มันได้มาถึงแล้วในวันนี้ เดี๋ยวนี้ด้วยซ้ำ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางพวกเขา!
คลื่นฝูงชนได้มาออกันที่ประตูสนาม ไม่มีใครกลัวปืนหลายกระบอกที่จ่อลงมาจากหอคอยอีกต่อไป หลายปีดีดักแห่งความกังวลใจและความรู้สึกโดดเดี่ยวได้สูญสิ้นไปจากความรู้สึกเรียบร้อยแล้ว พวกเขาวิ่งกรูกันไปที่ประตูเพื่อวิ่งไปหาพลร่มที่กำลังจะถึงพื้นเหล่านั้น
ในที่สุดคนเหล่านั้นไหลกรูกลับมาที่ค่ายพร้อมพวกทหารที่มียศบนบ่า ผู้บัญชาการค่ายได้ยอมจำนนโดยไม่มีการต่อสู้ สงครามได้ยุติลงจริงๆ ความเป็นอิสระได้มาถึง โลกใหม่ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง
ในที่สุดพระเจ้าของเรา พระผู้ช่วยให้รอดจากบาปของเราก็เสด็จลงมาจากฟากฟ้าในหมู่เมฆเพื่อช่วยเรา ความโหดร้ายที่น่ากลัวอันยืดยาวของมนุษย์ที่มีต่อมนุษย์ด้วยกันก็จบลงในที่สุด มีการจัดเลี้ยงฉลองกันในวันนั้น ต่างโห่ร้องด้วยความปิติยินดีที่ซึ่งในที่สุดเราก็เข้าใจว่า พระองค์กำลังเสด็จเข้ามาใกล้มากขึ้นมากขึ้นทุกที เราสามารถเห็นบรรดาฑูตสวรรค์กำลังเป่าแตร เสียงได้ดังขึ้นดังขึ้นเรื่อยๆ เมฆแห่งพระสิริสว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ จนเราไม่สามารถจะทนสู้แสงนั้นได้ แต่เราก็ไม่หยุดที่จะละสายตาเพราะเราตระหนักดีว่า พระองค์ทรงเห็นเรา พระองค์ทรงรู้ว่าเราเป็นใคร และพระองค์กำลังเสด็จมารับเรา
เรารู้สึกเหมือนกำลังวิ่ง กำลังตะโกนและกำลังโบกไม้โบกมือของเรา เรากำลังจะกลายเป็นคลื่นฝูงชนที่ลอยขึ้นไปหาพระบุตรของพระผู้เป็นเจ้า เรารู้ซึ้งถึงความปิติยินดีที่ยากจะอธิบาย นี่คือพระเจ้าของฉัน พระองค์กำลังเสด็จมาเพื่อฉัน ไม่ใช่ว่าจะเป็นสักวันหนึ่ง แต่เป็นเวลานี้ และเดี๋ยวนี้จริงๆ
ท่านพร้อมที่จะยินดีต้อนรับกษัตริย์ในพระเกียรติคุณทั้งหมดของพระองค์แล้วหรือยัง?
ท่านได้ค้นพบความหวังในชีวิตที่สามารถเติมเต็มหัวใจของท่านหรือยัง? หากท่านยังไม่รู้สึกเช่นนั้น ท่านลองทูลเชิญพระเยซูคริสต์เป็นการส่วนพระองค์เพื่อให้สถิตในชีวิตท่านตอนนี้ดูซี การเสด็จกลับมาของพระเยซูบนโลกของเราสามารถแก้ปัญหาต่างๆให้กับโลกได้ฉันใด การเสด็จมาสถิตในหัวใจท่านย่อมช่วยให้ท่านสามารถแก้ปัญหาต่างๆของท่านได้ฉันนั้น พระองค์ทรงสามารถช่วยท่านแก้ปัญหาชีวิตประจำวันได้ ผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งทรงสามารถช่วยท่านให้พ้นผิดและพ้นจากการถูกเผาของบาปพร้อมทั้งยังทรงมอบชีวิตนิรันดร์ให้ท่านด้วย การเสด็จมาของพระเยซูสามารถเปลี่ยนชีวิตการตกอยู่ในบาปได้จริงๆซึ่งฟังดูเหมือนนิยาย พอๆกับการที่พระเยซูเสด็จมาบนโลกและทรงมอบสันติสุขให้กับโลกของเรา ท่านสามารถพึ่งพาพระเยซูคริสต์ได้ พระองค์จะทรงเตรียมท่านสำหรับการเสด็จมาของพระองค์และมอบหลักประกันชีวิตนิรันดร์อันแสนวิเศษแก่ท่าน
ข้าแต่พระบิดาเจ้าบนสรวงสวรรค์ หัวใจของข้าพระองค์เต้นสั่นระรัวและคาดหวังเหลือเกินที่จะรอคอยพระเยซูเสด็จกลับมาอีก ในยามนี้ พระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงเป็นที่รัก ขอโปรดเข้ามาสถิตในใจของข้าพระองค์ให้แนบแน่นยิ่งขึ้น ขอโปรดเตรียมข้าพระองค์ให้พร้อมเมื่อพระองค์เสด็จมาอีกครั้ง ขอขอบพระคุณพระองค์เป็นอย่างสูง! อาเมน
-----------------------------------------------------
ค้นพบ บทที่ 8
เมื่อพระเยซูเสด็จมาเพื่อท่าน (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อเรื่องบทที่ 8)
1. ก่อนที่พระเยซูเสด็จขึ้นสวรรค์ พระองค์ทรงสัญญาว่า "พระองค์จะเสด็จกลับมา"
ถูก
ผิด
2. การเสด็จมาครั้งที่สองของพระเยซู ถูกกล่าวอย่างน้อยที่สุด 2,500 ครั้งในพระคัมภีร์
ถูก
ผิด
3. ในพระคัมภีร์มีการอ้างถึงการเสด็จมาครั้งแรกของพระเยซูมากกว่าการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระองค์
ถูก
ผิด
4. เพราะพระสัญญาที่ว่าพระเยซูจะเสด็จมาและการเสด็จมาครั้งแรกได้เกิดขึ้นจริง ดังนั้นเราสามารถแน่ใจว่าพระองค์จะเสด็จมาเป็นครั้งที่สอง
ถูก
ผิด
5. ไม่มีอะไรเป็นความลับสำหรับการเสด็จมาครั้งที่สองของพระเยซู
ถูก
ผิด
6. พระเยซูจะเสด็จมาเป็นครั้งที่สองด้วยรูปร่างหน้าตาเหมือนมนุษย์จริงๆคนหนึ่ง
ถูก
ผิด
7. ทุกๆคนที่มีชีวิตจะทรงเห็นพระเยซูเมื่อพระองค์เสด็จกลับมา
ถูก
ผิด
8. ฑูตสวรรค์บนสวรรค์จะลงมาเป็นเพื่อนพระเยซูเวลาที่พระองค์เสด็จลงมา
ถูก
ผิด
9. ในพระคัมภีร์ให้วันที่แน่ชัดว่าพระเยซูจะเสด็จกลับมาอีกเมื่อไร
ถูก
ผิด
10. ข้อความใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง?
เมื่อพระเยซูเสด็จมาอีก พระองค์จะปลุกคนตายที่เที่ยงธรรมที่นอนอยู่ในหลุมศพ
เมื่อพระเยซูเสด็จมาอีก พระองค์จะทรงมอบการช่วยให้รอดแก่เราทุกคนที่เฝ้าคอยพระองค์อยู่
เมื่อพระเยซูเสด็จมาอีก พระองค์จะทรงเปลี่ยนร่างกายให้เที่ยงธรรมดังนั้นเขาจะไม่รู้จักเจ็บป่วยหรือตายอีกต่อไป
เมื่อพระเยซูเสด็จมาอีก พระองค์จะทรงทำลายคนอธรรมซึ่งอาศัยอยู่บนโลก
เมื่อพระเยซูเสด็จมาอีก พระองค์จะรวบรวมผู้เที่ยงธรรมและนำเขาเหล่านั้นขึ้นสวรรค์
เมื่อพระเยซูเสด็จมาอีก พระองค์จะทรงช่วยเหลือคนที่เที่ยงธรรมไว้สักสองสามคนที่อาศัยบนโลกใบนี้
11. คำถามที่เป็นหัวใจ: ท่านรู้สึกอย่างไรกับการเสด็จมาของพระคริสต์ที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้?