Thai Seventh-day Adventist Church of Southern California
10855 New Jersey St, Redlands, CA 92373 Phone: (909) 335-2272 Fax (909) 335-6182 "My house is the house of prayer for all people." Come... Jesus invites you.

ค้นพบ

บทที่ 8

เมื่อพระเยซูเสด็จมาเพื่อท่าน

-พระสัญญา

-พระเยซูจะเสด็จมาอย่างไร?

-พระเยซูจะทรงทำอะไรเมื่อพระองค์เสด็จมาอีก?

-ท่านพร้อมแล้วหรือยัง?

 

                                       

เมื่อพระเยซูเสด็จมาเพื่อท่าน

หลายปีที่อัลแมนโด วัลลาแดร์ส  (Armando Valladares)   ได้รับการปฏิบัติอย่างเลวร้าย   เขาอยู่ในร่างเงาที่ผอมโซและไร้ความสามารถ   เขาถูกตัดสินให้จำคุกสามสิบปีในคุกแห่งหนึ่งที่คัสโทร   (Castro)   เพราะเขาอธิษฐานในโบสถ์วันคริสต์มาส   ผู้คุมขังได้ทรมานเขาและปล่อยให้เขาอดอยาก   พร้อมทั้งลบหลู่เขาต่างๆนานา   แต่เขาก็ยังคงปฏิเสธที่จะยอมแพ้ต่อความเชื่อที่เขามี

 

มีบางสิ่งที่ทำให้เขาดำเนินชีวิตอยู่ต่อไปได้   คือคำมั่นสัญญาที่เขามีให้กับหญิงสาวคนหนึ่งที่ชื่อมาร์ธา   เขาทั้งคู่ได้พบและรักกันขณะที่เขาอยู่ในคุก   เธอประทับใจในความเชื่ออันมั่นคงของเขามาก   หลังจากนั้นไม่นานทั้งคู่ได้จัดพิธีแต่งงาน ที่ลานสนามบริเวณห้องขังอันเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด   ต่อมามาร์ธาได้ถูกบังคับให้ย้ายไปที่ไมอามี่

 

การแยกกันของเขาทั้งสองเป็นความเจ็บปวดที่แสนสาหัส   แต่อัลแมนโดก็แอบเขียนคำมั่นสัญญาของเขาส่งให้คนที่เขารัก   เขาเขียนคำมั่นสัญญาของเขาด้วยลายมือหวัดๆในเศษกระดาษแผ่นเล็กๆที่มีคนทิ้งไว้   “ผมจะมาหาคุณ......ดาบปลายปืนที่จ่อหลังผมอยู่ไม่มีความหมายอะไรอีกต่อไป”

 

ด้วยเหตุผลบางอย่างนักโทษคนนี้ได้ตัดสินใจว่า เขาและมาร์ธาจะกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตนต่อกันในโบสถ์ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า   สักวันหนึ่งเขาทั้งสองจะได้อยู่ร่วมกันอีก   “คุณอยู่กับผมตลอดเวลา”   เขาบอกเธอ

 

คำมั่นสัญญาของอัลแมนโดได้ช่วยให้เขาผ่านพ้นช่วงเวลาการถูกทรมานอย่างเลวร้ายมาหลายปี   ซึ่งเป็นการทำลายจิตวิญญาณของผู้ชายมากที่สุด และคำมั่นสัญญาของเขาได้เป็นกำลังใจให้มาร์ธาทำงานต่อไป   เธอทำงานอย่างไม่รู้เหน็ดรู้เหนื่อยที่จะทำให้สาธารณชนได้รับรู้ถึงสภาพที่น่าสงสารของสามีเธอ   เธอไม่เคยสิ้นหวัง

พระคำสัญญา

มีหลายเวลาที่เราอาจจะถูกทดสอบและสงสัย เกี่ยวกับการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระคริสต์   สักวันหนึ่งพระองค์จะเสด็จลงมาจากท้องฟ้าสีครามเหนือเรา   เพื่อการอยู่รวมกันใหม่อย่างน่าอัศจรรย์อย่างนั้นหรือ?   เราแยกจากกันเป็นเวลานานแล้ว   ช่างเป็นตอนจบที่แสนสุขและทรงเกียรติอะไรเช่นนี้หนอ   หลังจากที่ต้องผ่านประวัติศาสตร์อันแสนทารุณที่ยาวนานบนโลก   การจบแบบนี้อาจจะดีเกินกว่าที่จะเกิดขึ้นจริง

 

แต่มีสิ่งหนึ่งที่สามารถทำให้เราคงอยู่ต่อไปได้   นั่นคือการอยู่อย่างมีความหวังในหัวใจของเราทั้งหลาย   และนั่นเป็นเพียงคำมั่นสัญญาอย่างง่ายๆ   มีพระองค์เพียงพระองค์เดียวเท่านั้นที่ทรงปรารถนา  (มากกว่าสิ่งอื่นใด)   ที่จะให้หมู่ชนของพระองค์ (ที่รวมกันพร้อมหน้าอย่างสมบูรณ์)   ได้รับรู้ถึงคำมั่นสัญญาของพระองค์   ที่ว่าพระองค์จะเสด็จกลับมา   และก่อนที่พระองค์จะจากบรรดาอัครสาวกไปบนสวรรค์   พระเยซูทรงให้คำมั่นสัญญาดังนี้

 

“อย่าให้ใจของพวกท่านเป็นทุกข์เลย   พวกท่านวางใจในพระเจ้า   จงวางใจในเราด้วย   ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่มากมาย   ถ้าไม่มีเราคงบอกท่านแล้ว   เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับพวกท่าน   เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีก และรับท่านไปอยู่กับเรา   เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนพวกท่านจะได้อยู่ที่นั่นด้วย”

— ยอห์น 14:1-3 (หากมิได้มีเครื่องหมายใดแสดงไว้ บทความพระคัมภีร์ทั้งหมดในบท  ค้นพบ นี้มาจากพระคัมภีร์สากลฉบับใหม่ [เอ็นไอวี]แปลไทยจาก “พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิม ฉบับ 1971 (ย่อขนาดปี 1998),ภาคพันธสัญญาใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2002 สงวนลิขสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย ใช้โดยได้รับอนุญาต”)

ก่อนที่พระเยซูจะเสด็จไปสวรรค์   พระองค์ทรงให้ความมั่นใจกับเหล่าผู้ติดตามพระองค์ว่า  “เราจะกลับมา พระองค์ทรงปรารถนาให้เราอยู่ด้วยกันกับพระองค์   และพระองค์ทรงสัญญาว่าจะกลับมาและรับพวกเราทั้งหมดที่เชื่อในพระองค์ ไปสถานที่พิเศษที่พระองค์ทรงเตรียมไว้ให้พวกเรา   การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูในพระคัมภีร์เป็นความจริงแท้แน่นอน   พระคัมภีร์ได้พูดถึงการเสด็จกลับมาของพระองค์ประมาณ  2500 ครั้ง   น่าสนใจจริงๆท่านจะพบว่ามีการกล่าวอ้างถึงการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูมากกว่าการเสด็จมาครั้งแรก ความจริงก็คือพระเยซูจะเสด็จกลับมายังโลกเป็นครั้งที่สอง   ซึ่งแน่นอนพอๆกับการที่พระองค์ทรงมีชีวิตบนโลกเมื่อสองพันปีที่แล้วนั่นเอง   และนั่นเป็นการตอบคำถามว่า   ทำไมอัครสาวกเปาโลจึงสามารถประกาศด้วยความมั่นใจว่า   เพราะพระคริสต์   “ได้ทรงมอบพระองค์เพื่อเรา”   บนไม้กางเขน   เราจึงสามารถรับรู้ว่า   “ในขณะที่เรากำลังรอคอยความหวังอันน่ายินดี และการมาปรากฏของพระสิริของพระเจ้ายิ่งใหญ่คือ   พระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเรา”   (ทิตัส 2:13)

 

นานมาแล้ว   พระเจ้าทรงสัญญาว่า   พระเมษโปดกจะเสด็จมา   พระผู้ช่วยให้รอดจะทรงรับเอาความบาปของเราไว้กับพระองค์เอง และทรงให้อภัยบาปของมนุษย์   พระสัญญานั้นดูเหมือนจะดีเกินกว่าที่จะเป็นจริง สำหรับหลายๆคนที่กำลังเหน็ดเหนื่อย   ที่ต้องทำงานหนักในช่วงชีวิตที่ยาวนานบนโลกเก่าแก่ใบนี้   แต่พระเยซูเสด็จมาและทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน   พระสัญญาทรงเป็นจริงด้วยพระเกียรติคุณ ที่มากเกินกว่าที่ชาวฮีบรูจะจินตนาการได้

 

พระสัญญาของพระองค์ที่จะเสด็จกลับมายังโลก จะเกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอน   เราสามารถวางใจในพระองค์ที่ทรงรักเรา   ที่จะเสด็จกลับมาและอยู่รวมกันพร้อมหน้าในหมู่ประชาชาติของพระองค์   ซึ่งพระองค์ทรงจ่ายค่าความบาปแทนให้หมู่ประชาชาติเหล่านั้น ด้วยราคางามจนหาค่านับมิได้

 

 ตลอดการคุมขังของเขา อัลแมนโด วัลลาแดร์สยังคงแอบส่งบทกลอน   ข้อความและภาพวาดต่างๆให้มาร์ธา   และในที่สุดเธอจัดพิมพ์งานเขียนที่เธอได้รับมาบางส่วนจากอัลแมนโด   คารมที่จับใจของอัลแมนโดทำให้โลกต้องหลงใหลและตั้งใจฟัง   รัฐบาลเริ่มกดดันให้คัสโทร  (Castro)   ปล่อยนักโทษเหล่านั้นอย่างสำนึกผิด   ประธานาธิบดีแห่งฝรั่งเศสเข้าแทรกแซงเป็นการส่วนตัว   จนในที่สุดเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 1982   อัลแมนโด วัลลาแดร์สได้ถูกส่งตัวกลับทางเครื่องบินซึ่งบินตรงไปที่ปารีส  เขาแทบจะไม่เชื่อว่าเขาได้รับอิสรภาพจริง   ถึงแม้เครื่องบินจะลงจอดเรียบร้อยแล้วก็ตาม   ในที่สุดหลังจากการทนทุกข์ทรมาน   พร้อมกับความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่เขามี   การรอคอยถึงยี่สิบปีก็จบลง   อัลแมนโดรีบวิ่งเข้าสู่อ้อมแขนทั้งสองของมาร์ธา

 

สองสามเดือนต่อมาความสุขได้อยู่ท่ามกลางคู่รักที่ยืนในโบสถ์เซนต์คีแรนน์ที่ไมอามี่ (Miami’s St. Kieran Church)   ทั้งคู่ให้คำสัตย์ปฏิญาณต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า   ทั้งคู่กลับมาอยู่ด้วยกัน   ในที่สุดคำมั่นสัญญาที่ว่า   “ผมจะมาหาคุณ”   ก็เป็นความจริง

 

ท่านสามารถจินตนาการได้ไหมว่า   การมาอยู่พร้อมหน้ากันมันช่างวิเศษอะไรเช่นนี้   และในที่สุดเราสามารถเห็นพระคริสต์แบบตัวต่อตัว?   การปรากฏพระเกียรติคุณของพระองค์จะกลืนกินความโศกเศร้า   ความผิดหวัง   ความหงุดหงิดของเรา   พร้อมทั้งกลืนกินความเจ็บปวดที่ซ่อนในใจเรานั้นให้หมดไป   การเสด็จกลับมาของพระเยซูจะทำให้เราสมปรารถนาและสมหวังในสิ่งต่างๆนานาอย่างน่าตื่นเต้นที่สุด   และเราก็จะได้อยู่พร้อมหน้ากันอย่างสนิทสนมด้วยบุคลิกที่แสนวิเศษที่สุดในเอกภพตลอดไป   พระเยซูกำลังเสด็จมาในไม่ช้า!   ท่านปรารถนาที่จะพบพระองค์หรือยัง?

 

พระเยซูจะเสด็จมาอย่างไร?

1. พระเยซูจะเสด็จมาอย่างลับๆหรือ?

“นี่แน่ะ เรา [พระเยซู] บอกพวกท่านไว้ก่อนแล้ว   เพราะฉะนั้นถ้าใครบอกท่านว่า   ‘ดูซิ ท่านผู้นั้นอยู่ในถิ่นทุรกันดาร’  อย่าออกไป   หรือบอกว่า  ‘ดูซิ อยู่ที่ห้องชั้นใน’  ก็อย่าเชื่อ เพราะว่าฟ้าแลบจากทิศตะวันออก ส่องไปจนถึงทิศตะวันตกอย่างไร   การเสด็จมาของบุตรมนุษย์ ก็จะเป็นอย่างนั้น”

— มัทธิว 24:25-27

แสงฟ้าแลบเกิดขึ้นและเห็นได้จากระยะที่ไกลแสนไกล   การเสด็จมาของพระเยซูมิได้เกิดในที่ลี้ลับ หรือมิได้เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาเอง ดังนั้นพระเยซูทรงเตือนเราอย่าให้ใครนำเราไปในทางที่ผิดเช่น   จากการประกาศที่ว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาอย่างลับๆและจะมีคนรู้เพียงสองสามคนเท่านั้น

 

2. พระเยซูจะกลับมาอีกในรูปร่างคนจริงๆหรือ?

“เมื่อพวกเขา [เหล่าผู้ติดตามพระเยซู] กำลังเขม้นมองดูฟ้า   ในขณะที่พระองค์[พระเยซู] เสด็จขึ้นไป   มีชายสองคนสวมเสื้อขาวมายืนอยู่ข้างๆพวกเขา   สองคนนั้นกล่าวว่า  ‘ชาวกาลิลีเอ๋ย’  ‘ทำไมพวกท่านถึงยืนจ้องมองฟ้าสวรรค์?   พระเยซูองค์นี้  ที่ทรงรับไปจากท่านทั้งหลายขึ้นไปยังสวรรค์นั้น   จะเสด็จมาอีก ในลักษณะเดียวกับที่ท่านทั้งหลายได้เห็นพระองค์เสด็จไปยังสวรรค์นั้น’”

— กิจการของอัครฑูต 1:10-11

พระเยซูจะเสด็จกลับมาในรูปบุคคล   ในวันที่พระองค์ทรงจากโลกของเราไป   เหล่าฑูตสวรรค์ได้ให้ความมั่นใจกับเหล่าสาวกว่า   “พระเยซูพระองค์เดิม”   ที่เสด็จขึ้นไปบนสวรรค์   และไม่ใช่ใครที่ไหนที่จะเสด็จกลับมา   องค์พระคริสต์ผู้ซึ่งเป็นกษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลายจะเป็นองค์พระเยซูองค์เดียวกัน   ซึ่งทรงรักษาคนเจ็บป่วยและทำให้คนหายตาบอด   พระเยซูองค์เดียวกันซึ่งทรงเช็ดน้ำตาให้กับผู้ที่โศกเศร้าและยินดีให้เด็กๆมานั่งที่ตักของพระองค์   พระเยซูองค์เดียวกันซึ่งทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ณ สถานที่ที่เรียกว่า กระโหลกศีรษะ   (Calvary)   พระองค์ทรงพักผ่อนในหลุมศพและทรงฟื้นขึ้นจากความตายในวันที่สาม

3. พระเยซูจะเสด็จมาดังนั้นเราจะสามารถเห็นพระองค์ได้ใช่ไหม?


 

เหล่าฑูตสวรรค์สัญญาไว้ว่า   “พระเยซูองค์เดียวกันนี้”   จะเสด็จกลับมา   “ในลัษณะเดียวกันกับ”   ที่พระองค์ได้เสด็จจากไป

 

พระเยซูทรงจากไปด้วยวิธีใด?

 

“เมื่อพระองค์ [พระเยซู] ตรัสเช่นนั้นแล้ว   พระเจ้าทรงรับพระองค์ขึ้นไปต่อหน้าต่อตาพวกเขา   และมีเมฆคลุมพระองค์ให้พ้นสายตาของเขา”

— กิจการของอัครฑูต 1:9

เหล่าสาวกได้เห็นอย่างชัดเจนว่าองค์เจ้านายของพวกเขา ได้ถูกยกขึ้นจากโลกในร่างมนุษย์อันทรงเกียรติของพระองค์   พยานหลายคนเห็นพระองค์ทรงจากไปด้วยตาตนเอง   พระองค์จะ “เสด็จกลับมาอีกในลักษณะเช่นเดิม”   คือให้เราเห็นแบบเปิดเผยอย่างเต็มตา

ตามที่อัครสาวกยอห์นได้กล่าวไว้   มีกี่คนเป็นประจักษ์พยานเห็นการเสด็จกลับมาของพระยซู?

 

“นี่แน่ะ   พระองค์จะเสด็จมาพร้อมกับหมู่เมฆ   และนัยน์ตาทุกดวงจะเห็นพระองค์”

— วิวรณ์ 1:7 (ในส่วนแรก)

ทั้งคนชอบธรรมและคนอธรรมจะเฝ้ามองการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระองค์   ทุกๆคนที่มีชีวิตจะเป็นประจักษ์พยานเห็นการเสด็จกลับมาของพระเยซูเมื่อพระองค์เสด็จมาอีกครั้ง

 

พระเยซูทรงตรัสด้วยพระองค์เองว่าจะมีกี่คนที่เห็นการเสด็จกลับมาของพระองค์?

 

“เมื่อนั้นหมายสำคัญแห่งบุตรมนุษย์จะปรากฏขึ้นในท้องฟ้า   มนุษย์ทุกชาติทั่วโลกจะทุกข์โศก   แล้วจะเห็น   บุตรมนุษย์เสด็จมาบนเมฆในท้องฟ้า   ทรงฤทธานุภาพและทรงพระรัศมีอย่างยิ่ง”

— มัทธิว 24:30

พลเมืองที่ยังมีชีวิตอยู่ทุกๆคนในโลกของเราจะเป็นประจักษ์พยานเห็นการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระองค์   มากยิ่งกว่าการออกอากาศทางแซทเทลไลท์ไปทั่วโลกเรื่องการไปเหยียบดวงจันทร์   และมากยิ่งกว่าผู้คนนับล้านๆคนที่เฝ้าดูพิธีการปิดกีฬาโอลิมปิคเสียอีก การเสด็จกลับมาของพระคริสต์เป็นเหตุการณ์บนดาวเคราะห์ ซึ่งจะเป็นที่ตื้นตันใจและครองเหตุการณ์สำคัญอันดับหนึ่งของเหตุการณ์ทั้งหลาย

4. พระเยซูทรงประกาศการกลับมาของพระองค์ด้วยวิธีใดอีก?

       “คือว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ ด้วยพระดำรัสสั่ง    ด้วยเสียงเรียกของหัวหน้าฑูตสวรรค์ และด้วยเสียงแตรของพระเจ้า   และทุกคนที่ตายแล้วในพระคริสต์ จะเป็นขึ้นมาก่อน”

— เธสะโลนิกา ฉบับที่หนึ่ง 4:16

พระเยซูเสด็จบนเมฆในท้องฟ้า   “ทรงฤทธานุภาพและทรงพระรัศมีอย่างยิ่ง”   เหมือนลักษณะของ   “ฟ้าแลบ”   จากทิศตะวันออกส่องไปจนถึงทิศตะวันตก  (มัทธิว 24:30, 27)   และด้วยพระฤทธานุภาพเสียงแตรที่ดังมากของพระเจ้า

5. ใครจะติดตามพระเยซูเมื่อพระองค์เสด็จมา?

“เมื่อบุตรมนุษย์เสด็จมาด้วยพระรัศมีพร้อมกับฑูตสวรรค์ทั้งหมด   แล้วพระองค์จะประทับบนพระที่นั่งอันรุ่งโรจน์ของพระองค์”

— มัทธิว 25:31

การปรากฏของทูตสวรรค์เพียงองค์เดียวเมื่อมีการฟื้นคืนพระชนม์ของพระคริสต์ ทำให้ทหารชาวโรมันนอนราบด้วยความตกใจ  (มัทธิว 28:2-4)   เพราะฉะนั้นลองจินตนาการดูว่า   เมื่อพระองค์เสด็จมาในความรุ่งโรจน์ทั้งหมดของพระองค์และล้อมรอบไปด้วย   “ทูตสวรรค์ทั้งหมด”   จะเป็นอย่างไร

6. พวกเราสามารถทำนายเวลาการเสด็จมาของพระเยซูอย่างแน่นอนได้หรือไม่?

“แต่ไม่มีใครรู้เรื่องวันหรือเวลาแม้แต่บรรดาฑูตแห่งฟ้าสวรรค์หรือพระบุตร   มีแต่พระบิดาองค์เดียว เพราะเหตุนี้พวกท่านจงเตรียมพร้อม    เพราะในเวลาที่ท่านไม่คิดไม่ฝันนั้น   บุตรมนุษย์จะเสด็จมา”

— มัทธิว 24:36, 44

ถึงแม้ว่าทุกๆคนจะเห็นและได้ยินการเสด็จกลับมาอย่างทรงเกียรติของพระเยซู   แต่หลายคนก็ไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้   และโดยส่วนตัวท่านพร้อมหรือยังสำหรับการที่พระเยซูจะเสด็จม?

 

พระเยซูจะทรงทำอะไรเมื่อพระองค์เสด็จมาอีกครั้ง?

1. พระเยซูจะทรงช่วยทุกคนที่รอคอยพระองค์ให้รอดจากบาป

“พระคริสต์ก็ฉันนั้น   คือพระองค์ทรงถวายพระองค์เอง   เป็นเครื่องบูชาครั้งเดียวเป็นพอ เพื่อจะได้ทรงแบกบาปของคนจำนวนมากไว้   แล้วพระองค์จะทรงปรากฏเป็นครั้งที่สอง   ไม่ใช่เพื่อกำจัดบาป   แต่เพื่อนำความรอดมาให้บรรดา ผู้ที่รอคอยพระองค์ด้วยใจจดจ่อ”

— ฮีบรู 9:28

“แล้วพระองค์จะทรงส่งฑูตสวรรค์ทั้งหลายของพระองค์มา ด้วยเสียงแตรที่ดังมาก   และให้รวบรวมคนทั้งหมดที่พระองค์ทรงเลือกไว้แล้ว   จากทั้งสี่ทิศ   ตั้งแต่ที่สุดฟ้าข้างนี้จนถึงที่สุดฟ้าข้างโน้น”

— มัทธิว 24:31

หากท่านยอมรับพระเยซูให้ทรงเตรียมชีวิตและจิตใจในท่าน   ท่านจะต้อนรับพระองค์อย่างสนุกสนานร่าเริงในฐานะพระผู้ช่วยให้รอดจากบาปของท่าน

 

2. พระเยซูทรงให้คนตายที่ชอบธรรมทั้งหลายในหลุมฝังศพฟื้นคืนชีวิต

“อย่าประหลาดใจในข้อนี้เลย   เพราะใกล้จะถึงเวลาที่ทุกคนที่อยู่ในอุโมงค์ฝังศพจะได้ยินเสียงของพระบุตร   และจะก้าวออกมา   คนที่ประพฤติดีก็เป็นขึ้นมาสู่ชีวิต คนที่ประพฤติชั่วก็เป็นขึ้นมาสู่การพิพากษา”

— ยอห์น 5:28, 29

“คือว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง   ด้วยเสียงเรียกของหัวหน้าฑูตสวรรค์และด้วยเสียงแตรของพระเจ้า   และทุกคนที่ตายแล้วในพระคริสต์จะเป็นขึ้นมาก่อน”

— เธสะโลนิกา ฉบับที่หนึ่ง 4:16

เมื่อพระเยซูเสด็จกลับมา   พระองค์จะลงมาจากสวรรค์ด้วยพระสุรเสียงอันดังเพื่อปลุกให้ตื่นจากความตาย   พระสุรเสียงที่ทรงพระฤทธานุภาพนี้จะได้ยินไปทั่วโลกและเปิดหลุมฝังศพทุกหลุมในสุสานทุกแห่ง   และทำให้คนตายนับล้านๆคนที่วางใจพระเยซูของทุกยุคทุกสมัยกลับเป็นขึ้นมา   ช่างเป็นวันที่มีชีวิตชีวาอะไรขนาดนี้หนอ!

3. พระเยซูทรงเปลี่ยนคนชอบธรรมทั้งหมดเมื่อพระองค์เสด็จมา

อัครสาวกเปาโลทำให้เรามั่นใจว่าพระเยซูจะเสด็จกลับมา   ไม่เพียงแต่เพื่อคนตายที่ชอบธรรมเท่านั้น   แต่เพื่อคนที่ยังมีชีวิตอยู่ที่ชอบธรรมด้วย   พระองค์ทรงกล่าวเสริมว่า

 

“หลังจากนั้นพระเจ้าจะทรงรับพวกเรา ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ   อย่างนั้นแหละ   เราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์”

— พระวจนะที่ 17

“นี่แน่ะ   ข้าพเจ้ามีความล้ำลึกที่จะบอกกับพวกท่าน   คือเราจะไม่ล่วงหลับหมดทุกคน   แต่จะถูกเปลี่ยนใหม่ทุกคน ในชั่วขณะเดียว   ในพริบตาเดียว   เมื่อเป่าแตรครั้งสุดท้าย เพราะว่าจะมีการเป่าแตร   และพวกที่ตายแล้วจะถูกทำให้เป็นขึ้น โดยปราศจากความเสื่อมสลาย   แล้วเราจะถูกเปลี่ยนใหม่    เพราะว่า   สิ่งที่เสื่อมสลายได้นี้ต้องสวมด้วยสิ่งที่เสื่อมสลายไม่ได้   และสภาพที่ต้องตายนี้ต้องสวมด้วยสภาพที่ไม่ตาย”

— โครินธ์ ฉบับที่หนึ่ง 15:51-53

เพื่อเตรียมเราให้พบความนิรันดร์   พระคริสต์ทรงเปลี่ยนความบาป   การเจ็บป่วย   และร่างกายที่เหนื่อยล้าของเราเหล่านี้ให้กลายเป็นร่างที่สวยงามและเป็นอมตะ   ไม่มีอีกแล้วโรคไขข้ออักเสบ   อัมพาตหรือมะเร็ง   โรงพยาบาลต่างๆและกิจการทำพิธีฝังศพทั้งหลายปิดกิจการไปได้เลย   พระคริสต์เสด็จมาแล้ว!

4. พระเยซูทรงรับคนชอบธรรมทุกคนไปสวรรค์เมื่อพระองค์เสด็จมาถึง

พระเยซูทรงให้พระสัญญาด้วยพระองค์เอง   ขณะที่ทรงประทับอยู่ในโลก   “เราจะกลับมาอีกและรับท่านไปอยู่กับเรา”   ในพระนิเวศของพระบิดาของเรา (ขอให้ดูในยอห์น 14:1-3)

 

ในพระคัมภีร์ใหม่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า   พระเยซูทรงช่วยเราไปสวรรค์เมื่อการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระองค์มาถึง   เปโตรได้พูดถึงมรดกของการไถ่บาป   “ซึ่งได้เก็บรักษาไว้ในสวรรค์แล้วเพื่อพวกท่าน”   (เปโตร ฉบับที่หนึ่ง 1:4)   เปาโลยังบอกเราอีกว่า   “เพราะความหวังที่เก็บไว้เพื่อพวกท่านในสวรรค์”   (โคโลสี 1:5)   เราสามารถรอคอยการสำรวจเมืองมหัศจรรย์ทั้งหลายของพระเจ้า   กรุงเยรูซาเล็มใหม่   และรู้จักกับพระบิดาบนสรวงสวรรค์ของเราแบบหน้าต่อหน้า   ในบทต่อไปเราจะค้นพบการไถ่บาป   (หลังจากที่มีชีวิตในสวรรค์กับพระเยซูเป็นเวลาหนึ่งพันปี)   แล้วจะกลับมากับพระคริสต์ได้อย่างไร   เพื่อที่เราจะมีชีวิตนิรันดร์ในโลกที่สมบูรณ์แบบที่สร้างใหม่อย่างครบสมบูรณ์   (วิวรณ์ บทที่20-22)

5. พระเยซูทรงทำลายคนอธรรมทุกคนเมื่อพระองค์เสด็จกลับมา

ตามที่พระเยซูกล่าว   อะไรจะเกิดขึ้นกับคนอธรรมที่ยังมีชีวิตอยู่   เมื่อการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระองค์มาถึ?

 

“ในสมัยของโนอาห์ เหตุการณ์เคยเป็นมาแล้วอย่างไร   ในสมัยของบุตรมนุษย์ก็จะเป็นไปอย่างนั้นด้วย พวกเขากินและดื่ม   สมรสกัน   และยกให้เป็นสามีภรรยากัน จนกระทั่งถึงวันนั้นที่โนอาห์เข้าไปในนาวา และน้ำมาท่วมล้างผลาญพวกเขาจนหมดสิ้น   ในสมัยของโลทก็เหมือนกัน   เขากินดื่ม   ซื้อขาย   หว่านปลูก   ก่อสร้าง   แต่เมื่อถึงวันนั้นที่โลทออกไปจากเมืองโสโดม ไฟและกำมะถันก็ตกจากฟ้ามาเผาผลาญพวกเขาจนหมดสิ้น   ในวันที่บุตรมนุษย์จะมาปรากฏก็เป็นเหมือนอย่างนั้น”

— ลูกา 17:26-30

คนอธรรมซึ่งยังคงยืนกรานปฏิเสธพระกรุณาคุณทั้งปวงที่พระเยซูทรงหยิบยื่นให้   ซึ่งแท้จริงแล้วพวกเขาได้พิพากษาพวกเขาเอง   ขณะที่เขาเหล่านั้นจ้องที่พระพักตร์   (อันทรงเกียรติเกินกว่าจะบรรยาย)   ที่ลอยมาตรงหน้าพวกเขาจากหมู่เมฆ   พวกเขารับรู้ถึงความบาปและความเฉยเมยที่พวกเขาเคยมีทันที   ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความเจ็บปวดอันสุดแสนจะทนของพวกเขา   พวกเขาจึงร้องบอกกับภูเขาและโขดหินว่า   “จงล้มทับเราเถิด   จงซ่อนเราไว้ให้พ้นจากพระพักตร์ของพระองค์ผู้ประทับอยู่บนพระที่นั่ง   และจากพระพิโรธของพระเมษโปดก(วิวรณ์ 6:16)

 

คนอธรรมเหล่านั้นยอมตายแทนที่จะยืนต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเยซูผู้ทรงเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง   พวกเขารู้ว่าเสียงฟ้าร้องดังสนั่นบนท้องฟ้านั้นเคยเป็นคำอ้อนวอนอย่างนิ่มนวล ให้พวกเขายอมรับพระเกียรติคุณของพระเจ้า   เขาเหล่านั้นผู้ซึ่งมัวแต่หาทรัพย์สมบัติเงินทองหรือตำแหน่งใหญ่โตอย่างบ้าคลั่ง   เดี๋ยวนี้เขาตระหนักแล้วว่าเขาเหล่านั้นได้ละเลยสิ่งที่มีคุณค่าแท้จริงในชีวิตของเขาไป

 

นั่นคือการเปิดเผยที่น่าเศร้า   ยิ่งไปกว่านั้นไม่มีใครสักคนที่อยากจะหลงทาง   พระเจ้าทรงพบด้วยพระองค์เองว่า   “เราไม่พอใจในความตายของคนอธรรม”   (เอเสเคียล 33:11)   พระองค์   “ไม่ทรงประสงค์ให้ใครพินาศเลย   แต่ทรงประสงค์ให้ทุกคนกลับใจใหม่”   (เปโตร ฉบับที่สอง 3:9)   พระเยซูทรงร้องขอเราว่า   “บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก   จงมาหาเรา   และเราจะให้ท่านทั้งหลายได้หยุดพัก”   (มัทธิว 11:28)   แต่แทบไม่น่าเชื่อว่าบางคนไม่ยอมรับคำเชื้อเชิญอันทรงเกียรติของพระองค์

ท่านพร้อมหรือยังเมื่อพระเยซูเสด็จมา?

พระเยซูทรงทำทุกอย่างที่ทรงสามารถจะทำได้   เพื่อช่วยเหลือเราให้พบชีวิตนิรันดร์โดยทางพระองค์   แท้จริงแล้วพระองค์ทรงมีต้นทุนแพงมาก ในการรับประกันให้เรามีอนาคตที่ทรงเกียรติกับพระองค์   “ในนิเวศของพระบิดาของฉัน”   ต้นทุนนั้นคือพระชนม์ของพระองค์นั่นเอง!

 

“แต่ความจริง   พระองค์ทรงปรากฏครั้งเดียวเท่านั้นในปลายยุค เพื่อกำจัดบาปให้หมดสิ้นไปโดยการถวายพระองค์เอง เป็นเครื่องบูชา.... พระองค์ทรงถวายพระองค์เอง   เป็นเครื่องบูชาครั้งเดียวเป็นพอ   เพื่อจะได้ทรงแบกบาปของคนจำนวนมากไว้   แล้วพระองค์จะทรงปรากฏเป็นครั้งที่สอง   ไม่ใช่เพื่อกำจัดบาป แต่เพื่อนำความรอดมาให้บรรดาผู้ที่รอคอยพระองค์ด้วยใจจดจ่อ”

— ฮีบรู 9:26-28

พระผู้ช่วยให้รอดจากบาป   ผู้ซึ่งยอมสละพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อกำจัดบาปให้ท่าน   จะปรากฏ   “เป็นครั้งที่สอง”   และพระองค์จะทรง   “นำความรอดมายังท่านทั้งหลายที่รอคอยพระองค์ด้วยใจจดจ่อ”   พระคริสต์ทรงสละพระชนม์ของพระองค์เองเพื่อช่วยให้เราแต่ละคนรอดจากบาป   นั่นคือเหตุผลว่าทำไมพระองค์จึงทรงกระตือรือร้นที่จะเสด็จมาอีก   พระองค์ทรงมีพระประสงค์ที่จะประกาศว่า   เขาเหล่านั้นได้รับการไถ่บาปด้วยราคาที่แพงแสนแพง   หากปราศจากการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง   การสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนก็ไม่มีความหมายอะไร   พระคริสต์ทรงปรารถนาให้เรามีบ้านที่ปลอดภัยเพื่ออยู่อย่างนิรันดร์กับพระองค์   และเพื่อให้เกิดโอกาสอย่างนั้นสักวัน   เราต้องยินยอมให้พระองค์เป็นเจ้าของหัวใจของพวกเรา   ในฐานะพระผู้ช่วยให้รอดจากบาปและเป็นพระเจ้าของเราเสียตอนนี้

 

เช้าวันที่   16   สิงหาคม   ค.ศ.1945   เด็กผู้ชายเล็กๆคนหนึ่งวิ่งไปยังหมู่บ้านซันตุง   (Shantung)   ทางเหนือของจีนและตะโกนว่าเขาเห็นเครื่องบินอยู่บนท้องฟ้า   ผู้ถูกกักกันทั้งหลายที่ยังมีแรงได้วิ่งกรูกันออกมาและแหงนหน้ามองดูที่หมู่เมฆ   เป็นเวลาหลายปีทีเดียวที่ชายหญิงเหล่านี้ถูกกักกัน และถูกจับแยกให้อยู่อย่างทุกข์ทรมาน   การถูกตัดสิทธิ์   ความวิตกกังวล   และการถูกชาวญี่ปุ่นจับขังนั้นเป็นเพราะพวกเขาอยู่ฝ่ายชนชาติยุโรป ที่เป็นศัตรูกับญี่ปุ่นในสมัยนั้น   มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ยังมีชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณอยู่   นั่นคือ   ความหวังว่าสักวันสงครามจะยุติ

 

กลุ่มผู้ถูกกักกันที่รอดจำนวน 1,500 คน   มีความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านทีเดียว   เพราะตระหนักว่าเครื่องบินลำนี้มาช่วยพวกเขา   ขณะที่เสียงเครื่องบินดังขึ้นเรื่อยๆ   บางคนร้องด้วยเสียงอันดังว่า   “ดูนั่นสิ   มีธงชาติอเมริกัน ติดอยู่ที่ด้านข้างด้วย

 

และแล้วในความงุนงงที่ไม่น่าเชื่อนี้   มีเสียงตะโกนออกมาว่า   “ดูสิ เขาทั้งหลายโบกมือมาที่เราด้วย!   เขาเหล่านั้นรู้ว่าเราเป็นใคร   และเขากำลังจะมาช่วยเราแล้ว”

 

ณ จุดนี้กลุ่มผู้กักกันที่สกปรกมอมแมมมีความตื่นเต้นเกินกว่าที่เขาจะรับได้และมากกว่าความเคียดแค้น   ความเหน็ดเหนื่อยและการคิดถึงบ้านที่เขามี   ความสับสนอลหม่านได้เกิดขึ้น   คนวิ่งจ้าพัลวันกันเป็นวงกลม   โห่ร้องกันอย่างสุดเสียงระคนกับเสียงร่ำไห้คร่ำครวญพร้อมทั้งโบกไม้โบกมือไปมา

 

แลงดอน กิลกี้   (Langdon Gilkey)   ได้เรียกความรู้สึกเขาคืนมา   “เครื่องบินลำนี้เป็นเครื่องบิน ของเรา ที่สหรัฐอเมริกาส่งมาเพื่อบอกว่าสงครามยุติลงแล้ว.....เราจะได้อยู่พร้อมหน้ากันในโลกที่กว้างขึ้นอีกครั้งแล้ว”

ทันใดนั้นฝูงชนก็เหนื่อยหอบอ้าปากค้างและจ้องมองเครื่องบินอย่างเงียบๆ   ทันใดนั้นใต้ท้องเครื่องบินเปิดออกและหลายคนเริ่มกระโดดร่มชูชีพลงมา   นี่เป็นอะไรที่เหลือเชื่อ   การช่วยชีวิตพวกเขาในครั้งนี้ไม่ได้แค่ว่าจะมาถึงสักวันหนึ่งแต่มันได้มาถึงแล้วในวันนี้  เดี๋ยวนี้ด้วยซ้ำ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางพวกเขา!

 

คลื่นฝูงชนได้มาออกันที่ประตูสนาม   ไม่มีใครกลัวปืนหลายกระบอกที่จ่อลงมาจากหอคอยอีกต่อไป   หลายปีดีดักแห่งความกังวลใจและความรู้สึกโดดเดี่ยวได้สูญสิ้นไปจากความรู้สึกเรียบร้อยแล้ว   พวกเขาวิ่งกรูกันไปที่ประตูเพื่อวิ่งไปหาพลร่มที่กำลังจะถึงพื้นเหล่านั้น

 

ในที่สุดคนเหล่านั้นไหลกรูกลับมาที่ค่ายพร้อมพวกทหารที่มียศบนบ่า   ผู้บัญชาการค่ายได้ยอมจำนนโดยไม่มีการต่อสู้   สงครามได้ยุติลงจริงๆ   ความเป็นอิสระได้มาถึง   โลกใหม่ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง

 

ในที่สุดพระเจ้าของเรา   พระผู้ช่วยให้รอดจากบาปของเราก็เสด็จลงมาจากฟากฟ้าในหมู่เมฆเพื่อช่วยเรา   ความโหดร้ายที่น่ากลัวอันยืดยาวของมนุษย์ที่มีต่อมนุษย์ด้วยกันก็จบลงในที่สุด มีการจัดเลี้ยงฉลองกันในวันนั้น   ต่างโห่ร้องด้วยความปิติยินดีที่ซึ่งในที่สุดเราก็เข้าใจว่า   “พระองค์กำลังเสด็จเข้ามาใกล้มากขึ้นมากขึ้นทุกที   เราสามารถเห็นบรรดาฑูตสวรรค์กำลังเป่าแตร”   เสียงได้ดังขึ้นดังขึ้นเรื่อยๆ   เมฆแห่งพระสิริสว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ   จนเราไม่สามารถจะทนสู้แสงนั้นได้   แต่เราก็ไม่หยุดที่จะละสายตาเพราะเราตระหนักดีว่า   “พระองค์ทรงเห็นเรา   พระองค์ทรงรู้ว่าเราเป็นใคร   และพระองค์กำลังเสด็จมารับเรา”

 

เรารู้สึกเหมือนกำลังวิ่ง   กำลังตะโกนและกำลังโบกไม้โบกมือของเรา   เรากำลังจะกลายเป็นคลื่นฝูงชนที่ลอยขึ้นไปหาพระบุตรของพระผู้เป็นเจ้า   เรารู้ซึ้งถึงความปิติยินดีที่ยากจะอธิบาย   “นี่คือพระเจ้าของฉัน   พระองค์กำลังเสด็จมาเพื่อฉัน   ไม่ใช่ว่าจะเป็นสักวันหนึ่ง   แต่เป็นเวลานี้  และเดี๋ยวนี้จริงๆ”

 

ท่านพร้อมที่จะยินดีต้อนรับกษัตริย์ในพระเกียรติคุณทั้งหมดของพระองค์แล้วหรือยัง?

 

ท่านได้ค้นพบความหวังในชีวิตที่สามารถเติมเต็มหัวใจของท่านหรือยัง?   หากท่านยังไม่รู้สึกเช่นนั้น   ท่านลองทูลเชิญพระเยซูคริสต์เป็นการส่วนพระองค์เพื่อให้สถิตในชีวิตท่านตอนนี้ดูซี   การเสด็จกลับมาของพระเยซูบนโลกของเราสามารถแก้ปัญหาต่างๆให้กับโลกได้ฉันใด   การเสด็จมาสถิตในหัวใจท่านย่อมช่วยให้ท่านสามารถแก้ปัญหาต่างๆของท่านได้ฉันนั้น   พระองค์ทรงสามารถช่วยท่านแก้ปัญหาชีวิตประจำวันได้   ผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งทรงสามารถช่วยท่านให้พ้นผิดและพ้นจากการถูกเผาของบาปพร้อมทั้งยังทรงมอบชีวิตนิรันดร์ให้ท่านด้วย   การเสด็จมาของพระเยซูสามารถเปลี่ยนชีวิตการตกอยู่ในบาปได้จริงๆซึ่งฟังดูเหมือนนิยาย   พอๆกับการที่พระเยซูเสด็จมาบนโลกและทรงมอบสันติสุขให้กับโลกของเรา   ท่านสามารถพึ่งพาพระเยซูคริสต์ได้   พระองค์จะทรงเตรียมท่านสำหรับการเสด็จมาของพระองค์และมอบหลักประกันชีวิตนิรันดร์อันแสนวิเศษแก่ท่าน

 

ข้าแต่พระบิดาเจ้าบนสรวงสวรรค์    หัวใจของข้าพระองค์เต้นสั่นระรัวและคาดหวังเหลือเกินที่จะรอคอยพระเยซูเสด็จกลับมาอีก   ในยามนี้    พระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงเป็นที่รัก   ขอโปรดเข้ามาสถิตในใจของข้าพระองค์ให้แนบแน่นยิ่งขึ้น   ขอโปรดเตรียมข้าพระองค์ให้พร้อมเมื่อพระองค์เสด็จมาอีกครั้ง    ขอขอบพระคุณพระองค์เป็นอย่างสูง!   อาเมน

-----------------------------------------------------

 

ค้นพบ บทที่ 8

เมื่อพระเยซูเสด็จมาเพื่อท่าน (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อเรื่องบทที่ 8)

1. ก่อนที่พระเยซูเสด็จขึ้นสวรรค์   พระองค์ทรงสัญญาว่า   "พระองค์จะเสด็จกลับมา"

ถูก

ผิด

 

2. การเสด็จมาครั้งที่สองของพระเยซู   ถูกกล่าวอย่างน้อยที่สุด 2,500 ครั้งในพระคัมภีร์

ถูก

ผิด

 

3. ในพระคัมภีร์มีการอ้างถึงการเสด็จมาครั้งแรกของพระเยซูมากกว่าการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระองค์

ถูก

ผิด

 

4. เพราะพระสัญญาที่ว่าพระเยซูจะเสด็จมาและการเสด็จมาครั้งแรกได้เกิดขึ้นจริง   ดังนั้นเราสามารถแน่ใจว่าพระองค์จะเสด็จมาเป็นครั้งที่สอง

ถูก

ผิด

 

5. ไม่มีอะไรเป็นความลับสำหรับการเสด็จมาครั้งที่สองของพระเยซู

ถูก

ผิด

 

6. พระเยซูจะเสด็จมาเป็นครั้งที่สองด้วยรูปร่างหน้าตาเหมือนมนุษย์จริงๆคนหนึ่ง

ถูก

ผิด

7. ทุกๆคนที่มีชีวิตจะทรงเห็นพระเยซูเมื่อพระองค์เสด็จกลับมา

ถูก

ผิด

 

8. ฑูตสวรรค์บนสวรรค์จะลงมาเป็นเพื่อนพระเยซูเวลาที่พระองค์เสด็จลงมา

ถูก

ผิด

 

9. ในพระคัมภีร์ให้วันที่แน่ชัดว่าพระเยซูจะเสด็จกลับมาอีกเมื่อไร

ถูก

ผิด

 

10. ข้อความใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง?

เมื่อพระเยซูเสด็จมาอีก พระองค์จะปลุกคนตายที่เที่ยงธรรมที่นอนอยู่ในหลุมศพ

เมื่อพระเยซูเสด็จมาอีก พระองค์จะทรงมอบการช่วยให้รอดแก่เราทุกคนที่เฝ้าคอยพระองค์อยู่

เมื่อพระเยซูเสด็จมาอีก  พระองค์จะทรงเปลี่ยนร่างกายให้เที่ยงธรรมดังนั้นเขาจะไม่รู้จักเจ็บป่วยหรือตายอีกต่อไป

เมื่อพระเยซูเสด็จมาอีก พระองค์จะทรงทำลายคนอธรรมซึ่งอาศัยอยู่บนโลก

เมื่อพระเยซูเสด็จมาอีก  พระองค์จะรวบรวมผู้เที่ยงธรรมและนำเขาเหล่านั้นขึ้นสวรรค์

เมื่อพระเยซูเสด็จมาอีก  พระองค์จะทรงช่วยเหลือคนที่เที่ยงธรรมไว้สักสองสามคนที่อาศัยบนโลกใบนี้

 

11. คำถามที่เป็นหัวใจ: ท่านรู้สึกอย่างไรกับการเสด็จมาของพระคริสต์ที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้?

 

 

 




Progress