ค้นพบ
บทที่ 16
เคล็ดลับการหยุดพักที่สบายเหมือนขึ้น สวรรค์
-การขจัดชีวิตความเป็นอยู่ภายใต้ความตึงเครียด สูง
-การเชื่อมสัมพันธ์กับพระเยซูทุกวัน
-การเชื่อมสัมพันธ์กับพระเยซูทุกสัปดาห์
-ประโยชน์ของการหยุดพักวันสะบาโต
-การรับรู้ล่วงหน้าถึงการหยุดพักที่สบายเหมือนขึ้นสวรรค์
เคล็ดลับการหยุดพักที่สบายเหมือนขึ้นสวรรค์
เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา นักสังคมศาสตร์ทำนายว่าใน ไม่ช้าเราจะมีเวลาว่างมากขึ้น และมากกว่าที่เราจะรู้ว่าเราจะทำอะไรกับเวลาที่ว่างดี การเปิดเผยต่อหน้าคณะอนุกรรมการวุฒิสภาในปี 1967 กล่าวไว้ว่า ภายในปี 1985 คนจะทำงานเพียงแค่ 22 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น
มีเหตุผลต่างๆที่ดีมารองรับคำทำนายที่เชื่อถือได้เหล่านั้น คือคอมพิวเตอร์ช่วยบดย่อยงานที่ต้องใช้เวลาทำนาน เป็นเดือนให้กลายเป็นงานที่เสร็จภายในเสี้ยววินาที และหุ่นยนต์เริ่มนำมาใช้ช่วยงานที่เหน็ดเหนื่อย ในโรงงานอุตสาหกรรมหนัก
แต่หลังจากที่คอมพิวเตอร์ทำงานเสียงวืดๆ จานดาวเทียมกำลังหมุน และเครื่องจักรกำลังทำงานอย่างอัตโนมัติ หัวใจกลับต้องทำงานหนักขึ้นกว่าแต่ก่อน เหมือนนักสถาปนิกชาวแมนฮัตตันคนหนึ่งพูดว่า “วิทยาการสมัยใหม่ทำให้หัวใจเต้นถี่ขึ้น”
เวลาของคนสมัยนี้หายากเต็มที ขอยกตัวอย่างข้อมูลสถิติระหว่างปี 1967 ถึง 1985 โดยเฉลี่ยเวลาว่างของชาวอเมริกันหดลง 37 เปอร์เซนต์ และมากกว่า 40 เปอร์เซนต์ของคนงานอเมริกันทำงานมากกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เกือบๆ 20 เปอร์เซนต์มีงานหลักงานที่สองทำ และแนวโน้มยังคงเป็นอย่างนั้นจนถึงปัจจุบัน
เหนือสิ่งอื่นใดทั้งปวง เวลาสำหรับครอบครัวก็กำลัง หมดลงเช่นเดียวกัน สามีภรรยาพูดคุยกันมากขึ้นผ่านเครื่องตอบรับทางโทรศัพท์ เป็นการยากที่จะจัดตาราง “เวลาที่มีคุณค่า” ให้กับเด็กๆ เวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันเหลือน้อยลงเต็มที
แม่ของเด็กอายุสิบสี่คนหนึ่งพบว่า ลูกสาวเธอติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ข่าวลือสะพัดไปทั่วเหมือนลมพัดเลยทีเดียว แต่การแสดงความรับผิดชอบของแม่ได้แต่เพียงบอกความลับนี้ให้เพื่อนฟังว่า “ฉันรู้ว่าลูกของฉันมีอิสระมากเกินไป แต่ฉันไม่สามารถเลิกใช้ชีวิตสังคมของฉันแล้วมาดูแลลูกตลอดเวลาได้”
การจัดความสำคัญของเรื่องต่างๆกลับตาลปัตรไปหมด เวลาหมดแล้วหรือ นี่
การศึกษาชุมชนเล็กๆชุมชนหนึ่งในอเมริกาให้ผลว่า บรรดาคุณพ่อทั้งหลายจะมีเวลาให้กับลูกวัยกระเตาะตามลำพังโดยเฉลี่ยเพียง 37 วินาทีต่อวันเท่านั้น! เวลาของครอบครัวไม่มีเหลือและไม่มีเวลาอยู่ด้วยกันเลย เราจะทำอย่างไรเพื่อให้มีเวลาเหลือมากพอที่จะทำให้ครอบครัวได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีก?
การขจัดชีวิตความเป็นอยู่ภายใต้ความตึงเครียดสูง
พระเยซูทรงเข้าใจปัญหาต่างๆของครอบครัวที่อยู่ภายใต้ความตึงเครียดที่กดดัน และพระองค์ทรงมีพระประสงค์ให้เรารู้ความจริงเรื่องนี้เป็นอันดับแรกว่า การหยุดพักฝ่ายจิตวิญญาณเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่มีคุณภาพ
“บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายได้หยุด พัก จงเอาแอกของเราแบกไว้ แล้วเรียนจากเรา เพราะว่าเราสุภาพอ่อนโยนและใจอ่อนน้อมและ จิตใจของพวกท่านจะได้หยุดพัก”
— มัทธิว 11:28, 29 (หากมิได้ทำเครื่องหมายใดไว้ ข้อความในพระคัมภีร์ทั้งหมดในบท ค้นพบ นี้ได้จากพระคัมภีร์สากลฉบับใหม่ [เอ็นไอวี] แปลไทยจาก “พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิม ฉบับ 1971 (ย่อขนาดปี 1998), ภาคพันธสัญญาใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2002 สงวนลิขสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย ใช้โดยได้รับอนุญาต”)
พระคัมภีร์เสนอแนะหลักพื้นฐานสองวิธีที่เราสามารถเรียนรู้ถึงการหยุดพัก วิธีแรกคือการเข้าหาพระคริสต์ทุกวัน ส่วนวิธีที่สองคือการเข้าหาพระคริสต์เป็นประจำทุกสัปดาห์
การเชื่อมสัมพันธ์กับพระเยซูทุกวัน
พระเยซูทรง “หมดเวลา” เสมอ ฝูงชนร้องเรียกเสียงดังเพื่อขอให้พระองค์สนใจอยู่ตลอดเวลา ในช่วงเวลาสั้นๆสามปีครึ่งพระองค์ทรงดำเนินการปฏิวัติฝ่ายจิตวิญญาณ ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงชีวิตบนโลกดาวเคราะห์ดวงนี้ไป ตลอดกาล พระองค์ทรงหลีกเลี่ยงพวกสายลับและแผนการต่างๆของชาวพาราสี
แต่ถึงกระนั้นก็ตามพระคริสต์ทรงติดต่อสื่อสารผ่านพระวิญญาณอันสงบสุข ไปยังทุกๆคนที่อยู่รอบๆ พระองค์ได้อย่างไร? ในแต่ละวันพระองค์ทรงทุ่มเทเวลาติดต่อกับพระบิดาบนสรวงสวรรค์ พระองค์ทรงพึ่งพาพระบิดาตลอดเวลาเพื่อให้เกิดไหวพริบปฏิภาณ ในการมีชัยเหนือ ความท้าทายต่างๆของชีวิต
“พระบิดาผู้ทรงพระชนม์อยู่ทรงใช้เรามา และเรามีชีวิตเพราะพระบิดาอย่างไร คนที่กินเรา ก็จะมีชีวิตเพราะเราอย่างนั้น”
— ยอห์น 6:57
พระผู้ช่วยให้รอดจากบาปของเราทรงพึ่งพาพระบิดา หากเราอยู่ในชีวิตที่สงบและมั่นคงเหมือนอย่างพระองค์ เราต้อง “ได้รับอาหาร” ที่พระเยซูทรงให้เราทุกๆวันคือยอมให้พระวจนะและพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์หล่อหลอมและเติมเต็มชีวิตเรา ทางที่ดีที่สุดคือการทุ่มเทเวลาอย่างมีคุณภาพกับพระคริสต์เพื่อต่อสู้อำนาจมารที่คอยเผาไหม้เรา ที่คอยดึงเราให้เป็นตัวของตัวเองและแยกตัวเราออกจากครอบครัวพระคริสต์ พระองค์ตรัสกับเราว่า
“จงติดสนิทอยู่กับเราและเราจะติดสนิทอยู่กับพวกท่าน.... เพราะว่าถ้าแยกจากเราแล้วพวกท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้ เลย”
— ยอห์น 15:4, 5
ความต้องการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอันหนึ่งในเรื่องเวลาของเราก็คือ ให้ประชาชนเคาะหาเวลาว่างสำหรับทรัพยากรฝ่ายจิตวิญญาณเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับพระเยซูวันต่อ วัน บทที่ 14 และบทที่ 15 แสดงให้เรารู้ถึงวิธีอธิษฐานและการศึกษาพระคัมภีร์ทุกๆวัน
จุดหนึ่งที่สำคัญมากที่เน้นความสัมพันธ์เรากับพระคริสต์คือ พระราชกิจที่สำเร็จของพระองค์บนไม้กางเขน นั่นคือการหยุดพักที่แท้จริง นั่นคือความปลอดภัยที่แท้จริง ซึ่งเกิดจากความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่บนไม้กางเขนนั้น เห็นได้จากการที่พระเยซูทรงร้องขณะที่กำลังจะสิ้นพระชนม์ว่า “สำเร็จแล้ว” (ยอห์น 19:30) หรืออีกนัยหนึ่ง พระราชกิจการช่วยให้เรารอดจาก บาปของพระองค์นั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว
“แต่ความจริง พระองค์ [พระคริสต์]ทรงปรากฏครั้งเดียวเท่านั้น.... เพื่อกำจัดบาปให้หมดสิ้นไปโดยการถวายพระองค์เองเป็นเครื่อง บูชา ”
— ฮีบรู 9:26
“เราจึงได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ โดยการถวายพระกายของพระ เยซูคริสต์ครั้งเดียวเป็นพอ.... โดยการถวายบูชาเพียงครั้งเดียว พระองค์ก็ทรงทำให้คนทั้งหลาย ที่ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์แล้วนั้น ถึงความสมบูรณ์ตลอดไป”
— ฮีบรู 10:10, 14
เมื่อพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์ พระองค์ทรง “ห่างจากบาป” ความชั่วร้ายไม่สามารถจะพยายามเข้ามาสนิทสนม จนกลายเป็นความบาปของเราได้อีกต่อ ไป เพราะตัวแทนของเรา (องค์พระเยซูคริสต์) ทรงเตรียมการให้อภัยบาปเราอย่างเต็มที่ที่เนินเขาคาลวารี่ เพราะพระเยซู “ทรงกระทำอย่างสมบูรณ์ไปตลอดกาลเพื่อช่วยให้เขาเหล่านั้นบริสุทธิ์” ซาตานไม่สามารถยื่นความผิดและความไม่รู้จักพอของเราให้เราได้อีกต่อไป
นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมผู้มีความเชื่อที่สารภาพบาปแล้วสามารถ “หยุดพัก” ในพระราชกิจที่สำเร็จแล้วของพระคริสต์ เราทำได้ เราได้รับการยอมรับ มารมีความต้องการอย่างมากที่จะบีบบังคับเราให้ประพฤติ บาปอย่างไม่รู้สำนึกผิด เราต้องใช้ความรู้สึกผิดของเราเป็นแรงขับเคลื่อนภายในต่อสู้กับมารที่คอยบีบบังคับเราให้ทำ ในปัจจุบันความรู้สึกผิดมักจะอยู่เบื้องหลังการย่างก้าวที่บ้าคลั่งเหลือเกินในการดำเนิน ชีวิตของเรา
แต่พระเยซูทรงแก้ปัญหาความผิดเพียงครั้งเดียวและเพื่อตลอดไปที่ ไม้กางเขน เสียงร้องของพระเยซูที่ว่า “สำเร็จแล้ว” ปิดผนึกพระสัญญาของพระองค์ที่ว่า “เราจะให้เจ้าได้หยุดพัก” กลายเป็นความจริงที่กำหนดขึ้น พระคริสต์ทรงพระราชกิจการไถ่บาปอย่างเสร็จสมบูรณ์เพื่อเราที่เนินเขาคาลวารี่ [ทิตัส 2:14] แล้วพระองค์ทรงพักผ่อนในหลุมศพวันสะบาโต ทรงลุกขึ้นจากความตายในเช้าวันอาทิตย์ เป็นชัยชนะเหนือบาปและความตาย ชาวคริสเตียนไม่สามารถมีความเชื่อมั่นใดที่จะยิ่งใหญ่ไปมากกว่า “การหยุดพัก” ที่เกิดขึ้นสำหรับพระราชกิจที่สำเร็จของพระ คริสต์
“เพราะฉะนั้น...ก็ให้เราเข้าไปใกล้ด้วยใจจริง ด้วยความไว้ใจเต็มที่.. ขอให้เรายังคงยึดมั่นในความหวังที่ประกาศรับไว้นั้นโดยไม่หวั่นไหว เพราะว่าพระองค์ผู้ประทานพระสัญญานั้นทรงซื่อสัตย์ และขอให้เราพิจารณาดูเพื่อจะปลุกใจกันและกันให้มี ความรักและทำความดี”
— ฮีบรู 10:19, 22-24
เพราะว่าพระองค์ “ผู้ประทานพระสัญญานั้นทรงซื่อสัตย์” เราสามารถมีการหยุดพักภายหลังได้รับการช่วย ให้รอด (the salvation-rest) ที่พระเยซูทรงสัญญาไว้ ความมั่นคง สันติสุขและการหยุดพักที่เราเรียนรู้จากพระเยซูทุกวันไม่ได้เป็นผลจากการ กระทำของเรา แต่เป็นผลจากสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำที่ไม้กางเขน
เราสามารถหยุดพักใน พระคริสต์เพราะการไถ่บาปของเรามีหลักประกัน หลักประกันนั้นทำให้เกิดความรักที่จะเชื่อฟัง [เหมือนที่เราเห็นในบทที่ 15] และเป็นแรงจูงใจให้เราจัดสรรเวลาอยู่กับพระคริสต์ในแต่ละวัน เป็นการรับประทานอาหารทางใจด้วยพระวจนะของพระองค์ เป็นการหายใจผ่านชั้นบรรยากาศสวรรค์โดยผ่าน การอธิษฐาน การพบพระเยซูสามารถช่วยลดภาวะตึงเครียดในการดำเนินชีวิตของเราและนำชีวิตเรา ไปสู่จุดหมายและพบสันติสุข
การเชื่อมสัมพันธ์กับพระเยซูทุกสัปดาห์
หลังจากที่พระคริสต์ทรงสร้างโลกในหกวัน (โคโลสี 1:16-17) พระองค์ทรงจัดหา วันหยุดพักสะบาโตประจำสัปดาห์ ที่ดีเยี่ยม เพื่อให้โอกาสเราได้ฝึกฝนและพัฒนาการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้าให้ดียิ่ง ขึ้น

“พระเจ้าทรงทอดพระเนตรสิ่งทั้งปวงที่พระองค์ทรงสร้างไว้ ทรงเห็นว่าดีนัก มีเวลาเย็นและเวลาเช้า เป็นวันที่หก ฟ้าและแผ่นดิน และบริวารทั้งสิ้น ที่มีอยู่ในนั้น พระเจ้าทรงสร้างสำเร็จดังนี้แหละ วันที่เจ็ด พระเจ้าก็เสร็จงานของพระองค์ที่ทรงกระทำมานั้น ในวันที่เจ็ดนั้นก็ทรงพักการงานทั้งสิ้นของพระองค์ที่ได้ทรงกระทำ พระเจ้าจึงทรงอวยพระพรแก่วันที่เจ็ด ทรงตั้งไว้เป็นวันบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ เพราะในวันนั้นพระองค์ทรงหยุดพักจากการงานทั้งปวงที่ พระองค์ทรงกระทำ ในการเนรมิตสร้าง”
— ปฐมกาล 1:31-2:3
การเป็นพระผู้สร้างของเขาทั้งหลาย พระเยซู “ทรงหยุดพัก” ในวันสะบาโตแรกกับอาดัมและเอวาและพระองค์ “ทรงอวยพระพร” วันนั้นและ “ทรงทำให้เป็นวันบริสุทธิ์”
พระเจ้าทรงกำหนดให้หนึ่งรอบของสัปดาห์มีเจ็ดวัน ซึ่งมิใช่เพื่อประโยชน์ของ พระองค์เองแต่เพื่ออาดัมเอวาและเพื่อเราในปัจจุบัน เพราะว่าพระองค์ทรงสนพระทัยมนุษย์สองคนที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมาเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงวางแผนว่าทุกๆวันที่เจ็ดจนตลอดชีวิตของเขาควรอุทิศตนเพื่อเข้าหาพระเจ้า ในแต่ละวันสะบาโต (ตามที่พระองค์ทรงเรียก) จะเป็นหนึ่งวันที่พวกเขาหยุดพักร่างกายและฟื้นฟูจิตวิญญาณให้ สดชื่นขึ้นใหม่
เป็นเพราะความบาปเข้ามายังโลกของเรานี่เอง จึงยิ่งทำให้การหยุดพักวันสะบาโตเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จำเป็นต้องมีมากขึ้น พระผู้ช่วยให้รอดพระองค์นี้ทรงสัญญากับอาดัมและ เอวาให้ “หยุดพัก” ทรงกำหนดให้เป็นพระบัญญัติแก่โมเสสบนภูเขาไซนาย (โครินธ์ ฉบับที่หนึ่ง 10:1-4) เมื่อประมาณสองพันปีต่อมา พระเยซูทรงเลือกข้อบัญญัติการหยุดพักวันสะบาโตให้เป็นหัวใจสำคัญของพระบัญญัติ สิบประการ ดังพระบัญญัติข้อที่สี่อ่านได้ดังนี้
“จงระลึกถึงวันสะบาโต ถือเป็นวันบริสุทธิ์ จงทำการงานทั้งสิ้นของเจ้าหกวันแต่วันที่เจ็ดนั้นเป็นสะ บาโตของพระเจ้า ของเจ้า ในวันนั้นอย่ากระทำการงานใดๆ ไม่ว่าเจ้าเองหรือบุตรชายบุตรหญิงของเจ้าหรือทาสทาสีของเจ้า หรือสัตว์ใช้งานของเจ้า หรือแขกที่อาศัยอยู่ในประตูเมืองของเจ้า เพราะในหกวันพระเจ้าทรงสร้างฟ้าและแผ่นดิน ทะเล และสรรพสิ่งซึ่งมีอยู่ในที่เหล่านั้นแต่ในวันที่เจ็ดทรงพัก เพราะฉะนั้นพระเจ้าทรงอวยพระพรวันสะบาโต และทรงตั้งวันนั้นไว้เป็นวันบริสุทธิ์”
— อพยพ 20:8-11
พระเจ้าทรงตั้งวันสะบาโตเป็นวันที่ “ระลึกถึง” พระเจ้าผู้ซึ่ง “ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดิน” การหยุดพักวันสะบาโตในแต่ละสัปดาห์เป็นการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระผู้สร้าง ผู้ซึ่งทรงอวยพระพรวันนี้และกำหนดตั้งขึ้นมาต่างหาก
เมื่อพระเยซูทรงอาศัยอยู่บนโลก พระองค์ทรงหาความได้เปรียบจากโอกาสทุกๆ โอกาสที่มี ที่จะทำให้พระองค์ยังคงรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกับพระบิดาต่อไป พระองค์ทรงรับผลประโยชน์จากการหยุดพักสะบาโตโดยการนมัสการเหมือน ที่ลูกาบอกเราว่า
“แล้วพระองค์เสด็จมาถึงเมืองนาซาเร็ธที่ซึ่งพระองค์ทรงเจริญ วัยขึ้น พระองค์เสด็จเข้าไปในธรรมศาลาในวันสะบาโตเช่นเคย”
— ลูกา 4:16
ขนาดพระเยซูผู้ทรงเป็นมนุษย์ที่เป็นพระเจ้ายังทรงมีพระประสงค์ ที่จะหยุดพักต่อเบื้องพระพักตร์พระบิดาในวันสะบาโต แล้วมนุษย์เราล่ะ แน่นอนมนุษย์ยิ่งจำเป็นต้องทำสิ่งนั้นมากกว่าพระองค์เสียอีก เมื่อพระเยซูทรงปัดกวาดกฎข้อบังคับตามกฎหมายของยิวทิ้งไปในวันสะบาโต (มัทธิว 12:1-12) นั่นคือพระองค์ทรงชี้ให้เห็นว่าพระเจ้าทรงกำหนดวันสะบาโตเพื่อประโยชน์ของประชาชน
“พระองค์จึงตรัสกับพวกเขาว่า ‘วันสะบาโตนั้นทรงตั้งไว้เพื่อมนุษย์ ไม่ได้ทรงสร้างมนุษย์ไว้เพื่อวันสะบาโต เพราะฉะนั้นบุตรมนุษย์เป็นเจ้าเป็นนายเหนือวันสะบาโตด้วย’”
— มาระโก 2:27, 28
พระเยซูทรงเน้นความสำคัญของวันสะบาโต แม้กระทั่งการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ พระองค์ยังทรงสิ้นพระชนม์ในวันศุกร์ “วันจัดเตรียม และใกล้จะถึงวันสะบาโตแล้ว” (ลูกา 23:54) ในขณะที่พระองค์ทรงประกาศว่า “สำเร็จแล้ว” นั่นคือพระราชกิจของพระองค์ในการเสด็จมายังโลกนี้และการสิ้นพระชนม์แทนเชื้อชาติมนุษย์ได้สำเร็จแล้ว (ยอห์น 19:30; 4:34; 5:30) พระราชกิจที่ยิ่งใหญ่ของการไถ่บาปได้ถูกทำให้สำเร็จแล้ว เหมือนเป็นการเฉลิมฉลองภารกิจที่สำเร็จของพระองค์ พระเยซูจึงทรงหยุดพักในหลุมฝังศพในวันสะบาโต เหมือนกับที่พระคริสต์ทรงพระราชกิจการสร้างที่สำเร็จในวันที่หกและทรงหยุดพักในวันที่เจ็ด ดังนั้นด้วยวิธีการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระองค์ทรงพระราชกิจการไถ่บาปของพระองค์สำเร็จในวันที่หกแล้ว ทรงหยุดพักในวันที่เจ็ด
ในตอนเช้าวันอาทิตย์ พระเยซูทรงออกจากหลุมฝังศพ พระผู้ช่วยให้รอดผู้ทรงได้รับชัยชนะ (ลูกา 24:1-7) พระองค์ทรงขอให้เหล่าสาวกของพระองค์รักษาวันสะบาโต เพื่อพบกับพระองค์หลังการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ การพูดถึงการทำลายกรุงเยรูซาเล็มนั้นเกิดขึ้นใกล้ๆสี่สิบปี หลังการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ พระองค์ทรงสั่งเขาทั้งหลายว่า
“จงอธิษฐานขอให้วันที่ท่านหนีนั้น จะไม่เกิดในฤดูหนาวหรือวันสะบาโต”
— มัทธิว 24:20
พระผู้ช่วยให้รอดของเราทรงมีพระประสงค์ให้เหล่าสาวกและผู้ที่ เปลี่ยนความเชื่อทั้งหลาย มีโอกาสฝึกฝนเรียนรู้สิ่งที่พระองค์ทรงสอนพวกเขาอย่างต่อเนื่อง พระองค์ทรงมีพระประสงค์ให้พวกเขารับรู้ทั้งการหยุดพักหลังได้รับการช่วยให้ รอด (salvation-rest) และการหยุดพักวันสะบาโต พวกเขาไม่ได้ทำให้พระองค์ผิดหวัง เหล่าสาวกยังคงรักษาวันสะบาโต ต่อเนื่องหลังจากพระคริสต์สิ้นพระชนม์ (ดู ลูกา 23:54-56; กิจการของอัครฑูต 13:14; 16:13; 17:2; 18:1-4)
อัครสาวกยอห์นผู้อันเป็นที่รักได้รักษาการเชื่อมสัมพันธ์พระคริสต์ทุก สัปดาห์ในวันสะบาโต หลายปีต่อมาเขาเขียนว่า “พระวิญญาณทรงดลใจข้าพเจ้าในวันขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (วิวรณ์ 1:10) ตามที่พระเยซูกล่าว “วันขององค์พระผู้เป็นเจ้า” คือวันสะบาโต “เพราะว่าบุตรมนุษย์เป็นเจ้านายเหนือวัน สะบาโต” (มัทธิว 12:8)
ในวันสะบาโตเราเฉลิมฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่สุดของพระเจ้าสองประการคือ การสร้างเราและการช่วยให้เรารอดจากบาป การรักษาวันสะบาโตนี้จะต่อเนื่องจนถึงโลกหน้า
“‘เพราะสวรรค์ใหม่ และแผ่นดินโลกใหม่ ซึ่งเราจะสร้าง จะยังอยู่ต่อหน้าเราฉันใด พระเจ้าตรัสดังนี้....พระเจ้าตรัสดังนี้ ‘ทุกวันขึ้นค่ำ และทุกวันสะบาโต มนุษย์ทั้งสิ้นจะมานมัสการต่อเรา’”
— อิสยาห์ 66:22, 23
แต่เดิมนั้นพระเจ้าทรงตั้งวันสะบาโตเหมือนเป็นวันระลึกถึงพระ ราชกิจการสร้าง ดังนั้นจึงสอดคล้องกับที่ว่า ข่าวประเสริฐวาระสุดท้ายของพระองค์จะรวมถึงการ เรียกให้กลับมานมัสการพระผู้สร้างของเรา ด้วยวิธีการเชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์ (วิวรณ์ 14:7, 12) ข่าวประเสริฐจากหนังสือเล่มสุดท้ายในพระคัมภีร์ได้รวมถึงการรักษาพระบัญญัติวันสะบาโต เหมือนเป็นวันระลึกถึงพระผู้ สร้าง
ประโยชน์ของการหยุดพักวันสะบาโต
พระเจ้าทรงให้พระสัญญาที่ยิ่งใหญ่แก่พวกเขาซึ่งมีความยินดีในวันสะบาโตว่า
“ถ้าเจ้าหยุดเหยียบย่ำวันสะบาโต คือจากการทำตามใจของเจ้าในวันบริสุทธิ์ของเรา และเรียกสะบาโตว่า วันปีติยินดี และเรียกวันบริสุทธิ์ของพระเจ้าว่า วันมีเกียรติ ถ้าเจ้าให้เกียรติมัน ไม่ไปตามทางของเจ้าเอง หรือทำตามใจของเจ้า หรือพูดแต่เรื่องไร้สาระ แล้วเจ้าจะได้ความปีติยินดีของพระเจ้า และเราจะให้เจ้าขึ้นขี่อยู่บนที่สูงของแผ่นดินโลก และเราจะเลี้ยงเจ้าด้วยมรดกของยาโคบ”
— อิสยาห์ 58:13, 14
ย่อหน้านี้แนะนำว่าวันสะบาโตเป็นประตูผ่านที่เราสามารถรับรู้สิ่งดีที่ สุดในชีวิต เรา “ขึ้นขี่อยู่บนที่สูง” และ “ได้รับเลี้ยงฉลองด้วยมรดก” ปัจจุบันประชาชนต่างกำลังเหยียบย่ำซึ่งกันและกันเพื่อเร่ง รีบที่จะ “ครอบครองทั้งหมด” แต่ละคนเริ่มหมดแรง แต่ละครอบครัวเริ่มแตกแยกภายใต้ภาวะการณ์ที่ตึงเครียด แต่พระเจ้าทรงมีวันสะบาโตเหมือนเป็นทางที่ดีกว่ามากๆที่จะพาเราไปถึงที่นั่น ที่ซึ่งมีชีวิตที่ดีกว่าที่นี่
เราลองมาดูประโยชน์ที่เฉพาะเจาะจงบางอย่างของการหยุดพักวันสะบาโต
“ในวัฒนธรรมของเรา การงานกลายเป็นพระเจ้า การงานเป็นปัจจัยที่ต้องประสบความสำเร็จก่อนในการจัดระบบชีวิตมนุษย์และการสร้างเอกลักษณ์ประจำตัว การงานมีอิทธิพลต่อความเป็นอยู่ของประชาชนมากเสียจนทำให้พวกเขาหรือครอบครัวของเขาเหลือเวลาเพียงนิดเดียว วันสะบาโตเป็นคำตอบจากพระเจ้า วันสะบาโตจะรับใช้เราโดยทำให้ชีวิตเราเกิดภาวะสมดุล เป็นการกำหนดสิทธิของมนุษย์ที่ทำให้การหยุดพักนั้นโอนสิทธิ์กันไม่ได้ การออกแบบวันสะบาโตมีไว้เพื่อป้องกันเราจากอันตรายที่เกิดจากความเหนื่อยอ่อนทางกาย อันตรายที่เกิดจากภาวะตึงเครียดทางจิตใจและอันตรายที่เป็นผลจากการบ้างานของ คน ทำให้เหินห่างจากคนที่ทำงานอย่างถวายชีวิตและเลื่อมใสบูชาการทำงานอย่างหมดจิตหมดใจนั่นเอง” ริชาร์ด เอ็กซเลย์, The Rhythm of Life (Tulsa. Okla.: Honor Books, 1987), หน้า73.
1. วันสะบาโตเป็นการระลึกถึงพระราชกิจการสร้าง เป็นการรักษาวันบริสุทธิ์ เป็นการระลึกถึงพระผู้สร้างของเรา ชั่วโมงศักดิ์สิทธิ์เป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมในการสัมผัส การหยั่งรากของเราในโลกที่พระเจ้าทรงสร้าง ท่านจำได้ไหมว่าเมื่อไรที่เป็นครั้งสุดท้าย ที่ท่านหรือครอบครัวได้ใช้เวลาอย่างชุ่มฉ่ำจริงๆในความเงียบสงัดของการเดินตามป่า หรือเดินลัดเลาะซอกหินตามลำธารท่ามกลางธรรมชาติที่ สวยงามเหลือเกิน? เป็นการยากมากที่เราจะได้ยินหรือเห็นธรรมชาติจริงๆในยุคนี้ของเรา มีหลายสิ่งหลายอย่างมากมายเหลือเกินที่บดบังสายตาของเราทำให้ ไม่สามารถเห็นภาพ หรือทำให้ไม่สามารถได้ยินเสียงธรรมชาติอย่างนั้นได้บ่อยนัก วันสะบาโตทำให้เรามีเวลาว่างพอที่จะขอเหลือบเห็นพระเจ้าอีกครั้งในท่ามกลางความมหัศจรรย์ ที่พระองค์ทรงสร้างให้ เรา
2. วันสะบาโตเป็นความยินดีของการร่วมนมัสการ พร้อมกับธรรมิกชนชาวคริสเตียนคนอื่นๆ วันสะบาโตเป็นการชี้ทางสวรรค์ให้เรา เรามีความจำเป็นอย่างยิ่งในการปรับเปลี่ยนทัศนคติทุกๆ สัปดาห์ และเราจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขด้วยกัน การสรรเสริญพระเจ้าร่วมกับธรรมิกชนคนอื่นๆอย่างเป็นกลุ่ม ทำให้เกิดประโยชน์ และประโยชน์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นมาอย่างง่ายๆ เราจำเป็นต้องแสดงความศรัทธาของเราให้สาธารณชนรับรู้ ในลักษณะของการรวม ตัวเป็นกลุ่ม แต่ในขณะเดียวกันความเชื่อความศรัทธา ก็จะไหลพรั่งพรูเข้าไปในจิตใจส่วนตัวเราแต่ละคนด้วย วันสะบาโตเป็นการให้เวลาที่พิเศษแก่เราในการรวมตัวกันเป็นร่างกายโบสถ์ ที่คอยเติมเต็มพลังงานไฟฟ้าฝ่ายจิตวิญญาณใหม่แก่ เรา
อิสยาห์เข้าใจถึงความยินดีของการนมัสการวันสะบาโต
“ความสุขย่อมมีแก่ผู้กระทำเช่นนี้ และแก่บุตรของมนุษย์ผู้ยึดไว้มั่น ผู้รักษาวันสะบาโต ไม่เหยียดหยามวันนั้น...และยึดพันธสัญญาของเรามั่นไว้ คนเหล่านี้เราจะนำมายังภูเขาบริสุทธิ์ของเรา และกระทำให้เขาชื่นบานอยู่ในนิเวศอธิษฐานของ เรา... เพราะนิเวศของเราเขาจะเรียกว่าเป็นนิเวศอธิษฐาน สำหรับบรรดาชนชาติทั้งหลาย”
— อิสยาห์ 56:2, 6-7
3. วันสะบาโตเป็นการจัดหาโอกาสการแสดงออกอย่างไตร่ตรองถึงพระเมตตา ท่านมีเพื่อนบ้านที่ป่วยระหว่างสัปดาห์แต่ท่านไม่มีเวลาไปเยี่ยมบ้างไหม? เมื่อเพื่อนต้องการความเห็นอกเห็นใจจากท่านจริงๆหลังจากที่เธอสูญเสีย สามีของเธอไป การใช้ชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยภาวะความกดดันในจิตใจเธอจากการสูญเสียสามี ได้เรียกร้องให้ท่านสนใจแบ่งปันความรักของท่านให้เธอบ้างไหม? ความโน้มเอียงตามธรรมชาติของเราคือการผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆว่ายังไม่ต้องไปเยี่ยม เอาไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกัน แต่สำหรับวันสะบาโตจะพูดว่า “ขอเพียงแต่ให้ทำสิ่งนั้นเถิด” หรือเช่นเดียวกับที่พระเยซูแนะนำ “เพราะฉะนั้นจึงอนุญาตให้ทำการดีได้ในวันสะบาโต” (มัทธิว 12:12)
4. วันสะบาโตเป็นวันที่ทำให้ครอบครัว ได้ใกล้ชิดแน่นแฟ้นกันยิ่งขึ้น เมื่อพระคริสต์ทรงสั่งว่า “ในวันนั้น [วันสะบาโต] เจ้าอย่ากระทำการงานใดๆ” (อพยพ 20:10) พระองค์ทรงไม่สามารถจะให้ใบสั่งยาที่ดีกว่านี้ ได้แก่พ่อที่บ้างานและแม่ที่เครียดจัด วันสะบาโตคือป้ายตัวใหญ่ที่เขียนว่า หยุด สำหรับครอบครัว หยุดการเร่งรีบต่อกัน หยุดการปล่อยให้สิ่งต่างๆที่เร่งด่วนที่สุดมาครอบงำสิ่งที่สำคัญที่สุด วันสะบาโตคือวันเดียวที่เราสามารถแทนที่ความเพลิดเพลิน ด้วยการอธิษฐานอย่างกดดันและสนทนาโต้ตอบกับพระ เจ้า แทนที่การทำงานหนักด้วยเสียงหัวเราะ แทนที่ตารางเวลาที่ยุ่งเหยิงด้วยการคิดไตร่ตรองที่สงบ การหยุดพักวันสะบาโตเป็นการจัดหาเวลาให้ครอบครัวทั้งหมดเชื่อมสัมพันธ์พระคริสต์ และเคาะหาพลังงานฝ่ายจิตวิญญาณ พระองค์
5. วันสะบาโตเป็นเวลาที่พระเยซูเสด็จมา... มาอย่างใกล้ๆ ความสัมพันธ์ทุกรูปแบบต้องอาศัยเวลาซึ่งเป็นเวลาที่มีคุณภาพ แน่นอนความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระคริสต์ก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน การสละเวลาวันทั้งวันให้พระคริสต์ในแต่ละสัปดาห์เป็นวิธีที่ยิ่งใหญ่ที่คอยรักษาสัมพันธ ภาพเรากับพระองค์ ให้สดชื่นและน่าตื่นเต้นอยู่เสมอ วันสะบาโตทำให้เรามีโอกาสพิเศษที่จะศึกษาพระคัมภีร์และอธิษฐาน หรือพูดง่ายๆก็คือการได้อยู่กับพระคริสต์ ตามลำพังในสถานที่เงียบสงบและคอยรับฟังพระวจนะของพระองค์ พระเยซู “ทรงอวยพระพรแก่วันที่เจ็ด ทรงตั้งไว้เป็นวันบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ ” ด้วยพระสัญญาของการทรงมีอยู่ของพระองค์ (ปฐมกาล 2:3) ท่านสามารถเข้าใจว่าทำไมการรักษาวันเสาร์จึงสำคัญ ซึ่งเป็นวันที่เจ็ดของสัปดาห์ที่เราถือเป็นวันสะบาโต เพราะว่าเป็นวันที่พระคริสต์ทรงแยกไว้ในพระราชกิจการสร้างเพื่อการสนทนากับเราด้วยวิธีที่พิเศษ
เมื่อพระเยซูทรงกำหนดวันสะบาโต ดูเหมือนว่าพระองค์ทรงมีคนรุ่นของเราอยู่ในพระหฤทัยของพระองค์ นั่นคือวันสะบาโตเป็นสิ่งที่เราต้องการจริงๆ ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยภาวะความกดดันเช่นนี้ คือเป็นวันหนึ่งที่เราได้หยุดพักอย่างแท้จริง เป็นวันหนึ่งที่หยุดจากทุกๆสิ่งอย่างสมบูรณ์ เป็นวันหนึ่งที่ได้นมัสการพระเจ้า (ได้ติดต่อกับพระราชกิจการสร้างอีก) และเพ่งความสนใจทั้งหมดไปที่ความสัมพันธ์เหล่านั้นแทนเรื่องต่างๆ วันสะบาโตเป็นการหายใจเอาอากาศ บริสุทธิ์เข้าไปท่ามกลางกลุ่มหมอกควัน และเป็นวิถีทางอิสระที่ไม่หยุดนิ่งของชีวิตในปัจจุบัน
การรับรู้ล่วงหน้าถึงการหยุดพักที่สบายเหมือนขึ้นสวรรค์
เราสามารถรวบรวมประโยชน์ของการเชื่อมสัมพันธ์กับพระเยซูทุกวันและทุกสัปดาห์ด้วยคำว่า การหยุดพัก คำว่า “สะบาโต” มาจากภาษาฮีบรูแปลว่าการหยุดพัก ดังนั้นจึงไม่น่าประหลาดใจที่พระคัมภีร์เรียกวันที่เจ็ด ว่า “สะบาโตแห่งการหยุดพักสงบ ” (เลวีนิติ 23:3) สะบาโตมีไว้เหมือนเป็นการรับรู้การหยุดพักที่สมบูรณ์แบบล่วงหน้าที่ เราจะได้พบอย่างแน่นอนบนสวรรค์
“[พระเจ้า] เพราะมีข้อหนึ่งกล่าวถึงวันที่เจ็ดอย่างนี้ว่า ‘ในวันที่เจ็ดนั้น พระเจ้าทรงหยุดพักการงานทั้งสิ้นของพระองค์’ . . . ฉะนั้นจึงยังมีการหยุดพักสะบาโตสำหรับประชากรของพระองค์ เพราะว่าคนใดที่ได้เข้าสู่การหยุดพักของ พระองค์แล้ว ก็ได้หยุดพักจากงานของตนเอง เหมือนอย่างที่พระเจ้าได้ทรงหยุดพักจากพระราชกิจของพระองค์ เพราะฉะนั้น ขอให้เราพยายามเข้าสู่การหยุดพักนั้น”
— ฮีบรู 4:4, 9-11
“การหยุดพักวันสะบาโต” ทำให้เรารู้เป็นนัยถึงความยินดีปรีดาในการหยุดพักนิรันดร์บนสวรรค์ที่เราได้รับทุกสัปดาห์ การหยุดพักนี้มิได้หมายถึงความเกียจคร้านแต่หมายถึงความรู้สึกถึงความปลอดภัย สันติสุขและความเป็นอยู่ที่ดีที่เป็นรากฐานของชีวิตที่อุดมสมบูรณ์จริงๆ เราจะชื่นชอบ “การหยุดพัก” ฝ่ายจิตวิญญาณนี้ได้ก็ต่อเมื่อเราผ่านประสบการณ์เหล่านี้มาเท่า นั้น และคนทั้งโลกสามารถยืนยันและเปิดเผยประสบการณ์ “การหยุดพักหลังได้รับการช่วยให้รอด” และ “การหยุดพักวันสะบาโต” นี้ได้ ถ้าท่านได้รับการหยุดพักของพระเยซูทุกๆวันทุกๆสัปดาห์ โดยการสนทนาพูดคุยกับพระองค์ ท่านจะค้นพบความยินดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต
พระเจ้าของเรา พระองค์เองทรงมีพระประสงค์ที่จะมอบวันสะบาโตให้เราในพระ ราชกิจการสร้าง ไม่ได้มอบให้กับชาวยิว (แต่ให้กับชนชาติมนุษย์ทั้งหมด) เมื่อสองพันปีก่อนที่จะมีชาวยิว พระเยซู “ทรงอำนวยพระพร” และทำให้วันสะบาโต “บริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์” เป็นวันพิเศษที่พระเจ้าทรงกำหนดขึ้นเพื่อฟื้นฟูชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของเราใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของพระบัญญัติสิบประการของพระองค์ พระเจ้าตรัสว่า “ให้จำไว้” แต่ชาวโลกส่วนใหญ่มักลืมข้อนี้ไป ท่านปรารถนาจะขอบพระคุณพระเยซูสำหรับการหยุดพักซึ่งเป็นของประทานของพระองค์หรือไม่?
ท่านอยากจะบอกพระองค์ไหมว่าท่านปรารถนาที่จะรักษาวันสะบาโตของพระองค์ทุกๆสัปดาห์? ท่านอยากจะพูดหรือไม่ว่า “ใช่ องค์พระผู้เป็นเจ้า! เราปรารถนาที่จะพบความสุขใจในวันที่พระองค์ได้กำหนดขึ้น” ทำไมท่านไม่ทำพันธสัญญาในตอนนี้เสีย เลย
สาธุการพระ บิดาบนสรวงสวรรค์ ข้าพระองค์ขอขอบพระคุณพระองค์สำหรับพระสัญญาการหยุดพักหลังได้รับการช่วยให้รอดจากบาป (salvation-rest) ในแต่ละวันที่ชนะความท้าทายใน ชีวิต และพระสัญญาของการหยุดพักวันสะบาโตในแต่ละสัปดาห์ เพื่อให้ความสัมพันธ์ของข้าพระองค์กับพระองค์ยึดติดกันแน่น ข้าพระองค์ขอขอบพระคุณพระองค์สำหรับพระสัญญาของพระฤทธานุภาพที่กล่าวมา ข้างต้น ที่เปลี่ยนแปลงจิตใจของข้าพระองค์ และให้ข้าพระองค์มีความปรารถนาและแรงจูงใจที่ถูกต้อง ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ซื่อสัตย์ต่อพระผู้ช่วยให้รอดซึ่งยอมสละทุก สิ่ง ทำให้ข้าพระองค์สามารถพบกับชีวิตที่เติมเต็ม ขอทรงโปรดทำให้ข้าพระองค์ตอบรับพระประสงค์ของพระองค์ ขอทรงโปรดช่วยข้าพระองค์ให้ยินดีต้อนรับ โอกาสการหยุดพักที่สบายเหมือนขึ้นสวรรค์ตลอดเวลา ในนามของพระเยซูคริสตเจ้า อาเมน
[ท่านอาจสงสัยว่า ใครเปลี่ยนวันสะบาโตจากวันเสาร์วันที่เจ็ดของสัปดาห์ ไปเป็นวันอาทิตย์วันแรกของ สัปดาห์? การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเมื่อไร? พระเจ้าทรงอนุญาตให้เปลี่ยนหรือ? คำถามเหล่านี้พบคำตอบได้ที่บทที่ 21]
______________________
ค้นพบ บทที่ 16
เคล็ดลับการหยุดพักที่สบายเหมือนขึ้นสวรรค์ (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อเรื่องบทที่16)
1. เราสามารถขจัดภาวะตึงเครียดได้ดีที่สุดโดยพึ่งพิงพระเยซูคริสต์ทุกๆวัน
ถูก
ผิด
2. พระเยซูทรงจัดการภาวะความตึงเครียดโดยพึ่งพิงพระบิดาทุกๆวัน
ถูก
ผิด
3. วันสะบาโตถูกกำหนดขึ้นครั้งแรกโดยพระคริสต์
ที่ไซนายเมื่อพระเจ้าตรัสถึงพระบัญญัติสิบประการต่อชาวอิสราเอล
เป็นการสร้างการหยุดพักของเรา เป็นการรับพระพรและผลประโยชน์ที่เราจะได้รับ
4. ข้อความใด ผิด ตามพระวจนะในพระคัมภีร์ใหม่
หลังจากพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์ พระองค์ทรงพักในหลุมฝังศพในวันสะบาโต
พระเยซูทรงคาดว่าสาวกจะได้รับประโยชน์จากการหยุดพักวันสะบาโต ระหว่างช่วงเวลาหลายปีหลังจากการฟื้นคืนพระชนม์ของ พระองค์
พระเยซูทรงสอนว่าวันสะบาโตได้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นผลประโยชน์ของเรา
การหยุดพักประจำสัปดาห์ในวันสะบาโตเป็นการจัดเวลาให้กับพระผู้สร้างของเรา
ไม่มีข้อใดผิด
5. พระสัญญาใดที่พระเยซูทรงมอบให้กับคริสตชนทุกคน? มัทธิว 11:28-30
6. พระเยซูทรงพูดถึงผลประโยชน์ของการใช้เวลาอันมีค่ากับพระองค์ ยอห์น 15: 4,5 บอกอะไรกับท่านเกี่ยวกับพระสัญญาของพระเจ้าในการให้เวลากับ พระองค์?
7. โดยการรักษาวันสะบาโตทำให้เราได้รับ "การหยุดพัก" แบบไหน?
8. วันสะบาโตมีส่วนอย่างไรในความปรารถนาของพระเจ้าที่จะสร้างความสัมพันธ์กับ ท่าน?
9. การรักษาวันสะบาโตคือโอกาส
ที่จะรับรู้ความสนุกสนานยินดีของมิตรภาพและการนมัสการร่วมกับคนอื่นๆ
เพื่อหาเวลาเยี่ยมเพื่อนที่ต้องการ
ที่จะอยู่กับพระเยซู พระผู้สร้างซึ่งทรงเป็นผู้กำหนดวันสะบาโต
เพื่อเพิ่มความใกล้ชิดแน่นแฟ้นให้กับครอบครัว โดยการใช้เวลาที่มีคุณค่านี้ร่วมกัน
ทุกข้อที่กล่าวมา
10. นี่เป็นครั้งแรกที่ท่านได้ยินว่าวันเสาร์นั้นเป็นวันที่เจ็ดของสัปดาห์ที่ถือเป็นวันสะบาโตใช่หรือ ไม่?
11. ท่านรู้จักใครที่รักษาวันที่เจ็ดเป็นวันสะบาโตหรือไม่?
12. ท่านเคยไปโบสถ์เพื่อเป็นการรักษาวันสะบาโตหรือไม่?
13. ท่านเคยคิดที่จะรักษาวันสะบาโตและรับรู้ผลประโยชน์ทุกอย่างของการรักษาวันสะบาโตหรือ ยัง?