ค้นพบ บทที่ 3:
ชีวิตของฉันมีค่าสำหรับพระเจ้าจริงๆหรือ?
- -พระเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้าง
- -หกวันในการสร้างโลกของเรา
- -บทนำของความชั่วร้าย
- -ซาตานคือใคร?
- -พระเจ้าทรงสร้างซาตานหรือ?.....และมากไปกว่านั้น!
ชีวิตของฉันมีค่าสำหรับพระเจ้าจริงๆหรือ?

ยามรุ่งอรุณบางครั้ง โลกเป็นเหมือนดั่งสวรรค์ ท่านตื่นขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มปอดริมหน้าต่าง ท่ามกลางแสงอาทิตย์เรืองรองเป็นสีทองสาดส่องทั่วต้นไม้ทุกต้น ใบไม้ทุกใบ ซึ่งในบางขณะทำให้ชีวิตดูเหมือนมีค่ามากมายเหลือเกิน เช่นการเห็นใบหน้าเพื่อนที่ท่านรักขณะที่บอกลากัน ดนตรีที่ไพเราะจับใจได้อารมณ์อย่างสมบูรณ์แบบ การโผกอดแสดงความรักจากเด็กตัวเล็กๆอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
แต่บางยามรุ่งอรุณ โลกดูเหมือนน่ากลัว ท่านตื่นขึ้นมาอ่านหนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวเสียงกรีดร้องโหยหวนจากเด็กไร้เดียงสา ที่พิการหรือตาบอดจากการวางระเบิดของผู้ก่อการร้ายที่เกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน ข่าวฆาตกรที่ฆ่าเหยื่ออย่างต่อเนื่องนับเป็นรายที่สิบแล้ว ข่าวความอดอยากหรือสงครามหรือแผ่นดินไหว บางครั้งทำให้คิดว่า มันช่างไม่มีเหตุผลหรือไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ท่านเคยได้ยินข่าวเยาวชนผู้เผยแพร่ศาสนาที่เดินทางไปยังเผ่าต่างๆเพื่อช่วยเหลือพวกเขาแต่กลับถูกแทงตายด้วยหอก ในขณะที่กลุ่มผู้มีอิทธิพลทั้งหลายกลับมีความสุขอยู่กับลูกๆหลานๆในคฤหาสน์ใหญ่โต
ทั้งหมดนี้หมายความว่าอะไรกันแน่? เราสามารถให้เหตุผลได้หรือไม่ถึงโลกของเราที่แสนอัศจรรย์แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความร้ายกาจ? พระเจ้าทรงมีพระประสงค์ใดกันแน่? แล้วเรามาที่นี่ทำไม? ชีวิตของฉันมีค่าสำหรับพระเจ้าจริงๆหรือ หรือฉันเป็นเพียงแค่ฟันเฟืองซี่เล็กๆในกลไกของจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้?
พระเจ้าทรงสร้างโลกที่สมบูรณ์แบบ
ขอให้เราเริ่มต้นจากความจริงที่ว่า พระเจ้าทรงเป็นผู้สร้าง ทรงเป็นสถาปนิกและนักออกแบบสรรพสิ่งทั้งมวล นับตั้งแต่การระเบิดของกลุ่มดาวไปจนถึงปีกน้อยๆของผีเสื้อ
พระองค์ทรงใช้เวลานานแค่ไหน ในการสร้างสิ่งมหัศจรรย์ที่ทรงอำนาจของพระองค์เหล่านี้?
“โดยพระวจนะของพระเจ้า ฟ้าสวรรค์ก็ถูกสร้างขึ้นมา กับบริวารทั้งปวง ก็ด้วยลมพระโอษฐ์ของพระองค์ . . . .เพราะพระองค์ตรัส มันก็เกิดขึ้นมา พระองค์ทรงบัญชา มันก็ออกมา”
— เพลงสดุดี 33:6-9
(หากมิได้ทำเครื่องหมายใดๆไว้ บทความทั้งหมดภาคภาษาอังกฤษในบทค้นพบนี้ มาจากพระคัมภีร์ฉบับสากลเล่มใหม่ [เอ็นไอวี] แปลไทยจาก “พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิม ฉบับ 1971 (ย่อขนาดปี 1998),ภาคพันธสัญญาใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2002 สงวนลิขสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย ใช้โดยได้รับอนุญาต”)
เพียงแค่พระเจ้าทรงตรัส ไม่ว่าจะเป็นอีเล็คตรอน โปรตอน และนิวตรอน ต่างก็วิ่งรี่เข้ามาเชื่อฟังตามพระประสงค์ของพระองค์ อย่างที่เห็นได้ชัดๆก็คือ พระองค์ไม่ต้องการเวลามากมายเพื่อให้พระประสงค์ของพระองค์เป็นจริง ดูเราจะกำหนดพระฤทธานุภาพของพระองค์มากเกินไปถ้าเราจะพูดว่า พระเจ้าทรงใช้เวลาหลายล้านปีในการพัฒนาโลกหรือสิ่งมีชีวิตต่างๆบนโลกนี้ พระองค์ทรงสามารถเลือกที่จะใช้เวลานานแสนนานในการสร้างหรือยกเลิกการสร้างสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเลยก็ได้
หกวันในการสร้างโลกของเรา
พระเจ้าทรงตัดสินพระทัยที่จะใช้เวลานานเท่าใด ในการสร้างโลกของเราให้เสร็จ?
“เพราะในหกวันพระเจ้าทรงสร้างฟ้าและแผ่นดิน ทะเล และสรรพสิ่งซึ่งมีอยู่ในที่เหล่านั้น แต่ในวันที่เจ็ดทรงพัก เพราะฉะนั้นพระเจ้าทรงอวยพระพรวันสะบาโต และทรงตั้งวันนั้นไว้เป็นวันบริสุทธิ์”
— อพยพ 20:11
พระผู้สร้างอันเป็นนิรันดร์และเปี่ยมด้วยพระฤทธานุภาพสามารถที่จะสร้างโลกใบนี้ทั้งใบได้ภายในพริบตา “ด้วยลมพระโอษฐ์ของพระองค์” แต่เมื่อครั้นพระเจ้าทรงตัดสินพระทัยที่จะสร้างโลกเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของเรา พระองค์ทรงเลือกที่จะสร้างสิ่งต่างๆให้เสร็จในหกวัน แท้จริงแล้วพระองค์ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานถึงหกวันก็ได้ แค่หกนาทีหรือเพียงหกวินาทีก็เพียงพอแล้ว
บทแรกในหนังสือพระคัมภีร์ พระวจนะปฐมกาลบทที่หนึ่งอธิบายถึงสิ่งต่างๆที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นในแต่ละวันของสัปดาห์แห่งการสร้าง หากทำได้ขอให้ท่านอ่านพระวจนะดังกล่าว
สัปดาห์แห่งการสร้าง
วันแรก: แสงสว่าง กลางวันและกลางคืนอย่างต่อเนื่อง
วันที่สอง: บรรยากาศของโลก
วันที่สาม: แผ่นดินที่แห้ง พืช หญ้า ต้นไม้ต่างๆ
วันที่สี่: พระอาทิตย์และพระจันทร์ได้ปรากฏ
วันที่ห้า: นกและปลา
วันที่หก: สัตว์บนดินชนิดต่างๆ และมนุษย์
วันที่เจ็ด: เป็นวันสะบาโต
ผลงานชิ้นเอกที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่พระเจ้าทรงสร้างให้เกิดขึ้นในวันที่หกคืออะไร?
“แล้วพระองค์ตรัสว่า ‘ให้เราสร้างมนุษย์ตามฉายาตามอย่างของเรา ให้ครอบครอง. . . .ให้ปกครองแผ่นดินทั่วไป. . . .’ พระเจ้าจึงทรงสร้างมนุษย์ขึ้น ตามพระฉายาของพระองค์ ตามพระฉายาของพระเจ้านั้น พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้น และได้ทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง”
— ปฐมกาล 1:26, 27
พระเจ้าทรงตัดสินพระทัยที่จะสร้างคนแต่ละคนให้เหมือนอย่างพระองค์ ซึ่งสามารถใช้เหตุใช้ผลและมีความรู้สึกและรู้จักรัก มนุษย์ทุกๆคนถูกสร้างขึ้นตาม “พระลักษณ์” ของพระเจ้า นั่นคือข่าวประเสริฐข่าวแรกในพระคัมภีร์ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจตัวเราเอง
“พระเจ้าทรงปั้นมนุษย์ด้วยผงคลีดิน ระบายลมปราณเข้าทางจมูก มนุษย์จึงเป็นผู้มีชีวิต”
— ปฐมกาล 2:7
ภายในวันที่หก โลกเต็มไปด้วยพืชพรรณต้นไม้และสัตว์นานาชนิด และแล้วพระเจ้าทรงพร้อมที่จะแนะนำผลงานชิ้นเอกที่ยอดเยี่ยมที่สุดของการสร้างของพระองค์ พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสร้างร่างของอาดัมจากผงธคลีดิน ดังนั้นเมื่อพระเจ้าสูด “ลมปราณแห่งชีวิต” เข้าทางจมูก มนุษย์จึงกลายเป็น “ผู้มีชีวิต” นั่นคือมนุษย์มีชีวิตขึ้นมา ณ บัดนั้น
พระเจ้าทรงตั้งชื่อผู้ชายคนแรกว่า อาดัม ซึ่งมีความหมายธรรมดาๆว่า “ชาย” (ปฐมกาล 2:19, 20) และเพื่อให้พระราชกิจการสร้างมนุษย์ของพระองค์ สำเร็จอย่างสมบูรณ์ตามพระลักษณ์ของพระองค์ พระเจ้าทรงสร้างหญิงคนแรกชื่อ เอวา ซึ่งแปลว่า “มีชีวิต” (ปฐมกาล 2:18-25; 3:20) พระเจ้าทรงเต็มเปี่ยมด้วยรัก ทรงเห็นถึงความต้องการเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เนื้อหนังมังสาเป็นขึ้นมาจากพระหัตถ์ของพระเจ้า อาดัมและเอวาได้สะท้อนถึงพระลักษณ์ของพระองค์ พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพทรงสามารถกำหนดให้เขาทั้งสองท่องเที่ยวได้อย่างพอใจในสวนเอเดน และยกมือทำความเคารพได้ตามที่พระองค์ทรงมีพระประสงค์ พระองค์ทรงสามารถสร้างนักแสดงที่แสดงส่วนต่างๆของพระองค์ได้อย่างไม่มีข้อบกพร่องใดๆ แต่พระเจ้าทรงมีพระประสงค์มากกว่านั้นคือ มิตรภาพที่แท้จริง พวกสัตว์ต่างๆสามารถเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดีในบ้านได้แต่ไม่สามารถคุยกับเราได้อย่างเตื่นเต้น พวกหุ่นยนต์สามารถยิ้มได้พูดจาสุภาพได้และถึงขนาดล้างจานได้ แต่รักไม่เป็น
และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมพระเจ้าจึงทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมา พระองค์ทรงให้เกียรติเราอย่างมากมายที่ยอมสร้างเราในรูปพระลักษณ์ของพระองค์ ให้เรามีความสามารถในการคิดและตัดสินใจ ให้เรารู้จักเลือกและมีความทรงจำ ให้เรารับรู้ถึงความเข้าใจและรู้จักความรัก อาดัมและเอวาคือผลงานการสร้างชิ้นเอกที่ยอดเยี่ยมที่สุดของพระเจ้า พวกเขาคือลูกๆของพระองค์และเพราะฉะนั้นจึงเป็นที่รักของพระองค์อย่างสุดที่จะบรรยายได้
ความบาปได้มายังโลกที่สมบูรณ์แบบแห่งนี้
เมื่อพระเจ้าทรงสร้างอาดัมและเอวา เขาทั้งสองมีทุกอย่างพร้อมและเพียงพอต่อการมีความสุข เขาทั้งสองเพลิดเพลินกับการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีอย่างสมบูรณ์แบบ ได้อาศัยอยู่ในบ้านล้อมรอบด้วยสวนที่สวยงามบนโลกที่ไม่ด่างพร้อยไร้ที่ติ (ปฐมกาล1:28-31) พระเจ้าทรงสัญญากับอาดัมและเอวาให้มีลูกดกทวีมากขึ้น มีความสามารถในการคิดสร้างสรร และมีความพอใจในงานที่เขาทำและดูแลรักษาสวนด้วยมือทั้งสองของเขา (ปฐมกาล 1:28; 2:15) เขาทั้งสองได้มีประสบการณ์ในการสนทนาซึ่งกันและกันกับพระผู้สร้างโดยตรง (ปฐมกาล 3:8) ไม่มีร่องรอยความเสียใจ ความกลัว หรือความเจ็บป่วยที่จะมาทำลายวันที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขของเขาทั้งสองได้เลย
ในบางขณะชีวิตเราดูเหมือนมีค่าเหลือจะพรรณนาซึ่งสะท้อนถึงบรรยากาศสวนเอเดนดั้งเดิมได้เป็นอย่างดี แต่อีกด้านหนึ่งของชีวิตเป็นอย่างไรกันแน่? โลกได้เปลี่ยนไปเป็นโลกแห่งความทุกข์ทรมานและโศกนาฏกรรมอย่างรุนแรงขนาดนี้ได้อย่างไร? ในบทที่สองและบทที่สามของพระวจนะปฐมกาลได้บอกเรื่องราวทั้งหมดของความบาปที่เข้ามายังโลกของเรา หากท่านมีเวลาว่างโปรดลองอ่านพระวจนะเหล่านี้ และนี่คือบทสรุปอย่างย่อ
สักพักหนึ่งหลังจากพระเจ้าทรงสร้างโลกสมบูรณ์แบบนี้แล้ว ซาตานได้เข้ามายังสวนเอเดนเพื่อล่อลวงให้อาดัมและเอวา ฝ่าฝืนการเชื่อฟังพระผู้สร้างของเขา พระเจ้าทรงกำหนดให้ซาตานมีอิทธิพลที่ต้นไม้ต้นหนึ่งในสวนเอเดน ซึ่งเป็น “ต้นไม้แห่งรู้ดีและรู้ชั่ว” โดยพระองค์ทรงเตือนมนุษย์คู่แรกให้อยู่ห่าง และห้ามกินผลไม้ต้นนี้ซึ่งจะทำให้พบกับความตาย
แต่วันหนึ่งเอวาได้เดินเล่นบริเวณต้นไม้ต้องห้ามนี้ ซาตานได้เริ่มใช้อำนาจต่างๆล่อลวงเอวาให้ติดกับอย่างรวดเร็ว (เหมือนการเสนอขายสินค้าใหม่ ที่เริ่มวางตลาดให้ลูกค้าซึ่งกำลังเดินเข้ามาอย่างกระชั้นชิด) ซาตานชี้ให้เอวาเห็นว่าพระเจ้าตรัสสิ่งที่ไม่เป็นความจริง และซาตานยังล่อลวงเธอต่ออีกว่า ถ้าเธอกินผลไม้จากต้นนี้แล้วเธอจะไม่ตาย แต่จะกลายเป็นคนฉลาดเหมือนพระเจ้าคือสำนึกในความดีและความชั่ว ที่ผ่านมาอาดัมและเอวาได้เรียนรู้แต่สิ่งที่ดีงามเท่านั้น จึงเป็นเหมือนโศกนาฏกรรมที่ซาตานสามารถตบตาและหลอกลวงให้เอวาและตามด้วยอาดัมกินผลไม้ต้องห้ามนั้นสำเร็จ ซึ่งแสดงถึงความไม่เชื่อมั่นและไม่เชื่อฟังพระเจ้าของเขาทั้งสอง
พระเจ้าทรงมีแผนการสำหรับอาดัมและเอวาให้เป็นผู้ “ปกครอง” แผ่นดินทั่วไปบนโลกของเรา เหมือนเป็นผู้ดูแลพระราชกิจที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้น (ปฐมกาล 1:26) แต่เป็นเพราะเขาทั้งสองได้ตัดความเชื่อพระเจ้าทิ้ง และโดยอัตโนมัตินั่นคือการที่เขาเลือกซาตานเป็นผู้นำใหม่ในชีวิตของเขานั่นเอง เขาทั้งสองจึงเป็นผู้พ่ายแพ้ในการตัดสินคดีครั้งนี้ จุดวิกฤตจุดแรกจึงเกิดขึ้น การต่อต้านพระเจ้าในที่สุดก็เกิดขึ้นบนดาวเคราะห์ดวงนี้ ปัจจุบันซาตานได้ประกาศให้โลกเป็นอาณาจักรของมัน และได้พยายามอย่างที่สุดที่จะทำให้ประชาชนตกเป็นทาสมัน
มีหลายครั้งที่เราหลงทำบางสิ่งบางอย่างที่เห็นแก่ตัวหรือทารุณโหดร้าย ซึ่งความจริงเราต้องการทำสิ่งที่ตรงข้ามมากกว่า แล้วทำไมถึงยังทำ? เพราะว่ามีอำนาจชั่วร้ายเกิดขึ้นบนโลกของเรา ศัตรูที่มองไม่เห็นหรือซาตานนี้ทำคนให้เป็นคนไม่มีศีลธรรม อาชญากรรมรุนแรงไร้เหตุผลที่เราอ่านด้วยความท้อแท้ เป็นผลจากการกระทำของคนที่ทำโดยรู้ตัวหรืออาจไม่รู้ตัว และปล่อยใจให้อยู่ภายใต้พลังอำนาจความชั่วร้ายนั้น พวกเขาจึงทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อน
เหมือนที่ท่านได้อ่านในบทที่สามของพระวจนะปฐมกาล ท่านจะพบว่าความบาปทำให้อาดัมและเอวาหลบซ่อนตัวจากพระเจ้าด้วยความกลัว ความบาปทำให้เกิดผลร้ายกับทุกๆสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้น เหมือนการขว้างกุญแจปากตายเข้าไปในเครื่องจักรที่กำลังทำงานอย่างราบรื่น หนามเกิดพร้อมดอกไม้ ดินพบความแห้งแล้ง การทำงานกลายเป็นภาระที่ต้องทำ โรคภัยไข้เจ็บเริ่มเกิดขึ้น ความอิจฉาริษยา ความเป็นศัตรู ความสงสัยและความโลภเริ่มสร้างความทุกขเวทนาให้มนุษย์มากขึ้นหลายเท่า และสิ่งที่ร้ายแรงที่สุดที่มากับความบาปคือ ความตาย!
ใครคือมารตนนี้ที่ทำให้โลกของเราแปดเปื้อนไปด้วยความบาป?
พระคัมภีร์ใหม่พูดถึงมารหรือซาตานเกือบหนึ่งร้อยครั้ง พระคัมภีร์สอนอย่างชัดเจนว่ามารส่วนบุคคลนั้นมีอยู่จริง
พระเยซูทรงทำให้เราเข้าใจบุคลิกของมารหรือซาตานว่าเป็นอย่างไร?
“มัน [มาร]เป็นฆาตกรตั้งแต่เริ่มแรกและไม่ได้ตั้งอยู่ในสัจจะ เพราะมันไม่มีสัจจะ เมื่อมันพูดเท็จมันก็พูดตามสันดานของมันเอง เพราะมันเป็นผู้มุสา และเป็นพ่อของการมุสา”
— ยอห์น 8:44
ตามที่พระเยซูกล่าว ซาตานเป็นจุดกำเนิดความบาปในเอกภพ เป็น “พ่อ” ของความบาปและของการฆาตกรรมและของการโกหก
ครั้งหนึ่งธอมัส คาร์ไลล์ (Thomas Carlyle) นักปรัชญาที่ยิ่งใหญ่ชาวอังกฤษได้พา ราล์ฟ วาลโด อีเมอร์สัน (Ralph Waldo Emerson) เดินแถวๆถนนย่านเสื่อมโทรมที่สุดของกรุงลอนดอนตะวันออก ขณะที่เดินไปเรื่อยๆอย่างเงียบๆนั้น เขาสังเกตเห็นความเลวร้ายรอบๆตัวเขา ในที่สุดคาร์ไลล์พูดขึ้นว่า “คุณเชื่อหรือยังว่ามารนั้นมีจริง?” เราอาจเดินเข้าไปในโรงพยาบาล คุกและใจกลางเมืองในโลกปัจจุบัน หรือดูจากกล้องโทรทัศน์ที่กำลังเสนอข่าวสงคราม อันก่อให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องตายไปหรือพิการ แล้วลองถามว่า “คุณเชื่อหรือยังว่ามารนั้นมีจริง?”
พระเจ้าทรงสร้างซาตานหรือ?
ตามที่พระเยซูตรัส ซาตานมาจากไหน?
“เราเห็นซาตานตกจากฟ้าเหมือนฟ้าแลบ”
— ลูกา 10:18
การที่ซาตานตกจากฟ้า พระคัมภีร์อธิบายต่อว่าอย่างไร?

“ขณะนั้นเกิดสงครามขึ้นในสวรรค์ มีคาเอลกับบรรดาฑูตสวรรค์ของท่านต่อสู้กับพญานาค และพญานาคกับบริวารของมันก็ต่อสู้ แต่มันพ่ายแพ้และพบว่าไม่มีที่อยู่สำหรับพวกมันในสวรรค์อีกต่อไป พญานาคใหญ่ตัวนั้นคืองูดึกดำบรรพ์ ที่เขาเรียกกันว่ามารและซาตานผู้ล่อลวงมนุษย์ทั้งโลก มันถูกโยนลงมาที่แผ่นดินโลก และเหล่าบริวารของมันถูกโยนลงมากับมันด้วย”
— วิวรณ์12:7-9
พระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างซาตานหรือ? ไม่ใช่! ทุกสิ่งทุกอย่างที่พระเจ้าทรงสร้างเป็นสิ่งที่สมบูรณ์แบบ พระองค์ทรงแสนประเสริฐเกินกว่าที่จะทรงสร้างมารร้าย อย่างไรก็ตามพระคัมภีร์กล่าวไว้ว่า มารและเหล่าฑูตสวรรค์ที่ถูกซาตานหลอกลวงไม่มีที่อยู่บนสวรรค์จึงลงมายังโลกของเราซึ่งมันโจมตีสำเร็จ และช่วงชิงภาระความรับผิดชอบโลกใบนี้จากอาดัมและเอวา
ซาตานมาจากไหน? แล้วซาตานไปปรากฏบนสวรรค์ตั้งแต่แรกได้อย่างไร?
“เราตั้งเจ้าให้อยู่กับ เครูบ ผู้พิทักษ์ที่ได้เจิมตั้งไว้ เจ้าอยู่บนภูเขาบริสุทธิ์แห่งพระเจ้า และเจ้าเดินอยู่ท่ามกลางศิลาเพลิง เจ้าก็ปราศจากตำหนิในวิธีการทั้งหลายของเจ้า ตั้งแต่วันที่เจ้าได้ถูกสร้างขึ้น มาจนพบความบาปชั่วในตัวเจ้า”
— เอเสเคียล 28:14, 15
ตามที่กล่าวในพระวจนะ พระเจ้ามิได้ทรงสร้างซาตาน พระองค์ทรงสร้างฑูตสวรรค์ที่สมบูรณ์แบบ แต่ฑูตสวรรค์นี้ได้ค่อยๆหันเหฝักใฝ่มารทีละเล็กทีละน้อย จริงๆแล้วเริ่มแรกซาตานเป็นฑูตสวรรค์มีตำแหน่งบนสวรรค์ตนหนึ่ง ซึ่งยืนข้างบัลลังก์ของพระเจ้า แต่แล้วมันทำบาป “ความชั่วร้ายได้สิงอยู่ใน” ตัวของมัน การถูกขับไล่จากสวรรค์และเสแสร้งมาเป็นเพื่อนของอาดัมและเอวา ซาตานจึงได้กลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของมนุษย์
เมื่อเราเห็นการ์ตูน ซาตานมีเขาสองเขา มีหาง มีกีบเท้าแยก ขอให้ระลึกว่าพระคัมภีร์มิได้เห็นเป็นเรื่องไร้เดียงสาขนาดนั้น ในพระวจนะเราพบว่าศัตรูที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้าเคยฉลาดที่สุดและสวยงามที่สุดในบรรดาฑูตสวรรค์บริสุทธิ์ทั้งหมด
ทำไมซาตานจึงทำบาป?
หากพระเจ้าทรงสร้างซาตานเหมือนฑูตสวรรค์ที่สมบูรณ์แบบ แล้วทำไมฑูตสวรรค์จึงกลายเป็นคนบาป?
“เจ้าร่วงลงมาจากฟ้าสวรรค์ได้อย่างไร โอ ดาวประจำกลางวันเอ๋ย พ่อโอรสแห่งพระอรุณ! เจ้าถูกตัดลงมายังพื้นดิน เจ้าผู้กระทำให้บรรดาประชาชาติตกต่ำน่ะ! เจ้ารำพึงในใจของเจ้าว่า ‘ข้าจะขึ้นไปยังฟ้าสวรรค์ เหนือดวงดาวทั้งหลายของพระเจ้า ข้าจะตั้งพระที่นั่งของข้า ณ ที่สูงนั้น ข้าจะนั่งบน ขุมเขาชุมชนสถาน ณ ที่อุดรไกล ข้าจะขึ้นไปเหนือความสูงของเมฆ ข้าจะกระทำตัวของข้าเหมือนองค์ผู้สูงสุด”
— อิสยาห์ 14:12-14
สิ่งมีชีวิตที่กลายเป็นซาตานนั้นเดิมชื่อว่า ลูซีเฟอร์ (Lucifer) แปลว่า “ดาวประจำกลางวัน” หรือ “ดาวฉายแสงประกาย” เนื่องด้วยเหตุผลบางประการ หัวใขของฑูตสวรรค์ตนนี้ มีความหยิ่งยโส มีความทะเยอทะยานเข้าครอบงำแทนความเสียสละที่ฑูตสวรรค์ควรมี เมล็ดพันธุ์แห่งความทะนงตนได้เบ่งบานทำให้ซาตานคิดหมกมุ่นและต้องการมาแทนที่พระเจ้าจริงๆ พระเจ้าทรงมอบตำแหน่งอันสูงส่งในสวรรค์ให้ซาตานและพร้อมทั้งมอบให้เป็นผู้นำบรรดาฑูตสวรรค์ทั้งปวง แต่ซาตานมีความต้องการมากขึ้นไปกว่านั้นอีก ซาตานอิจฉาพระเจ้ามากขึ้นเรื่อยๆและหาวิธียึดบัลลังก์ของพระเจ้า
ลูซีเฟอร์ทำงานหนักมากเพื่อชักจูงเหล่าฑูตสวรรค์ให้เชื่อตาม ซาตานพูดว่ามันมีแผนการที่ดีกว่าพระเจ้า ท่านลองจินตนาการดูง่ายๆ ซาตานโต้แย้งและพูดว่าพระเจ้าไม่ได้ให้ทุกสิ่งแก่มันทั้งหมด ซาตานกล่าวหาว่ากฎของพระเจ้าเข้มงวดเกินไป ซาตานพูดว่าพระเจ้าเป็นนักปกครองที่ไม่มีเยื่อใยและไม่เคยสนใจอะไรทั้งนั้น ซาตานพูดจาใส่ร้ายป้ายสีดูหมิ่นพระองค์ พระเจ้าผู้ทรงมีบุคลิกสะท้อนถึงความรักอันเต็มเปี่ยม
ความขัดแย้งที่เกิดบนสวรรค์คลี่คลายอย่างไร?
“จิตใจของเจ้าผยองขึ้นเพราะความงามของเจ้า เจ้ากระทำให้สติปัญญาของเจ้าเสื่อมทรามลง เพราะเห็นแก่ความงามของเจ้า เราเหวี่ยงเจ้าลงที่ดินแล้ว”
— เอเสเคียล 28:17
เมื่อหัวใจของลูซีเฟอร์หยิ่งผยองและเลือกที่จะกบฏ พระเจ้าจึงโยนมันออกจากสวรรค์ ทำไม? เพราะความหยิ่งผยองและความเห็นแก่ตัวนั้นเป็นความบาป เป็นรากเหง้าของความบาปทั้งปวงที่ไม่สามารถจะอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้าได้
ลูซีเฟอร์บิดเบือนความรักของพระเจ้าให้กลายเป็นความรักที่ไม่ถูกต้อง ความรักที่เห็นแก่ตัว ความอิจฉาริษยาได้เปลี่ยนผู้นำเหล่าฑูตสวรรค์ให้กลายเป็นมารหรือซาตาน และเพื่อเป็นการรักษาความสงบสามัคคีบนสวรรค์ มันและฑูตสวรรค์อีกหนึ่งในสามของบรรดาฑูตสวรรค์ทั้งหมด ที่เห็นคล้อยและร่วมก่อกบฏกับมันจึงต้องถูกขับไล่ออกจากสวรรค์ (วิวรณ์ 12:4, 7-9)
ใครเป็นผู้รับผิดชอบความบาป?
ทำไมพระเจ้าไม่ทรงสร้างให้สิ่งมีชีวิตไม่สามารถทำบาปได้เล่า? หากพระองค์ทรงทำเช่นนั้น เราจะได้ไม่ต้องเจอกับปัญหาความชั่วร้ายบนโลกของเราเลย
การตอบคำถามข้างต้นนั้น เราต้องกลับไปดูว่าพระเจ้าทรงสร้างเราอย่างไรเป็นอันดับแรก พระองค์ทรงมีพระประสงค์ให้มนุษย์สามารถมีความสัมพันธ์กันอย่างมีค่าและมีความหมาย ดังนั้นพระเจ้าจึงทรงทำบางอย่างซึ่งมีเพียงพระองค์เท่านั้นที่ทรงสามารถคิดได้ นั่นคือ “พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ตามพระลักษณ์ของพระองค์” (ปฐมกาล 1:27)
สิ่งนี้หมายความว่าเรามีอิสระและความรับผิดชอบ เราสามารถตัดสินใจที่จะรักพระเจ้าหรือหันหลังให้กับพระองค์ก็ได้
ความสามารถพิเศษอะไรที่พระเจ้าทรงประทานให้กับประชาชนและฑูตสวรรค์ ซึ่งทำให้เขาเหล่านั้นแตกต่างไปจากสัตว์?
“ท่านทั้งหลายจงเลือกเสียในวันนี้ว่าท่านจะปรนนิบัติผู้ใด”
— โยชูวา 24:15
พระเจ้าทรงให้ประชาชนในยุคของโยชูวา (เช่นเดียวกับฑูตสวรรค์ทั้งหลายและมนุษย์ทุกยุคทุกสมัย) เชื่อพระเจ้าและมีความสามารถในการตัดสินใจจริงๆ พระองค์ทรงท้าทายมนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้างตามพระลักษณ์ของพระองค์ ให้สามารถเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องเพราะอำนาจแห่งเหตุผลทั้งปวงจะเตือนเขาว่า “ทางของพระเจ้าเป็นทางที่ดีที่สุด” และการไม่กระทำผิดจะเกิดขึ้นได้ เพราะอำนาจแห่งเหตุผลต่างๆเหล่านี้คอยเตือนสติและชี้ให้เห็นผลแห่งการไม่เชื่อฟังและผลของความบาปนั่นเอง
พระเจ้าทรงไม่จำเป็นต้องสร้างเราพร้อมให้อิสระในการเลือกทำตามอำเภอใจ แต่พระองค์ทรงเลือกที่จะทำเช่นนั้นและเฉพาะมนุษย์ที่มีความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผล และมีความสามารถในการเลือกเท่านั้นจึงจะสัมผัสความรักที่แท้จริงของพระองค์ได้ พระเจ้าทรงปรารถนาที่จะสร้างคนแต่ละคนให้สามารถหยั่งรู้และซาบซึ้งในคุณค่าพระลักษณ์ของพระองค์ สามารถแสดงความรักต่อพระองค์ได้อย่างอิสระเสรีและขณะเดียวกันก็สามารถเติมเต็มความรักให้กับผู้อื่นได้ด้วย
พระเจ้าทรงปรารถนาจะแบ่งปันความรักของพระองค์อย่างมาก จนกระทั่งพระองค์ทรงเต็มพระทัยรับความเสี่ยงไว้ทั้งหมด สำหรับการสร้างความสามารถในการเลือกให้กับฑูตสวรรค์และมนุษย์ พระองค์ทรงทราบว่าเป็นไปได้ที่สักวันหนึ่ง หนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นอาจจะเลือกปฏิเสธที่จะรับใช้พระองค์ ซาตานเป็นสิ่งแรกในเอกภพที่เลือกทางเลือกที่น่ากลัวนั้น โศกนาฏกรรมของความบาปจึงได้เริ่มขึ้นจากมัน (ยอห์น 8:44, ยอห์น ฉบับที่หนึ่ง 3:8)
เป็นไปได้ที่ไม้กางเขนสามารถขจัดความบาปให้หมดสิ้นไป
แต่ทำไมโศกนาฏกรรมความบาปจึงไม่หยุดที่ลูซีเฟอร์? ทำไมพระเจ้าทรงไม่ทำลายลูซีเฟอร์ก่อนที่เชื้อความบาปของมันจะกระจายไปทั่ว? เป็นสิ่งสำคัญที่น่าจดจำว่า ลูซีเฟอร์ได้ท้าทายความยุติธรรมในการปกครองของพระเจ้า มันโกหกเกี่ยวกับพระเจ้า ความคิดที่จะโกหกไม่เคยเข้าไปรบกวนจิตใจเหล่าฑูตสวรรค์เลย โดยธรรมชาติแล้วฑูตสวรรค์เหล่านั้นไม่เข้าใจเบื้องหลังการโกหกของลูซีเฟอร์ด้วยซ้ำ
หากพระเจ้าทรงทำลายลูซีเฟอร์ทันที จะทำให้เหล่าฑูตสวรรค์เริ่มรับใช้พระองค์ด้วยความกลัวมากกว่าความรัก และสิ่งนี้จะทำลายวัตถุประสงค์จริงๆของพระเจ้า ที่ทรงสร้างมนุษย์พร้อมให้มนุษย์มีความสามารถในการเลือกด้วยเป็นอันดับแรก
จะมีใครรู้ได้อย่างไรว่าทางของพระเจ้าเป็นทางที่ดีที่สุดจริงๆ? ไม่มีใครกล้าลองทางอื่น พระเจ้าจึงให้โอกาสซาตานแสดงทางเลือกของมัน และนั่นก็คือเหตุผลว่าทำไม มันจึงได้รับโอกาสที่จะได้เข้าหาอาดัมและเอวา ดาวเคราะห์ดวงนี้กลายเป็นที่ประลองยุทธ์ ระหว่างบุคลิกคุณลักษณะอาณาจักรพระเจ้า และบุคลิกคุณลักษณะอาณาจักรซาตานซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้าม ใครเป็นฝ่ายถูกกันแน่? สุดท้ายใครกันแน่ที่เราสามารถเชื่อถือได้? นี่คือประเด็นที่ “การโต้แย้งที่ยิ่งใหญ่ระหว่างพระคริสต์กับซาตาน” ต้องการการอธิบาย
ลูซีเฟอร์ช่างหลอกลวงเหลือเกิน ก่อนที่จะทำให้เอกภพทั้งหมดเชื่ออย่างสนิทใจ ควรมีการเปิดโปงลักษณะทางเลือกของมันให้หมดสิ้นก่อน และทุกๆคนควรใช้เวลาทำความเข้าใจจริงๆว่า โดยแท้จริงแล้วทางเลือกของซาตาน สามารถทำให้เกิดความพินาศได้อย่างมากมายขนาดนั้นจริงๆ ต่อมาในที่สุดทุกๆคนจะเห็นพ้องต้องกันว่า “ค่าจ้างของบาปคือความตาย” และนั่น “ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” (โรม 6:23)
และแล้วทุกๆชีวิตทั้งหมดในเอกภพนี้จะยอมรับการประกาศที่ว่า
“ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด พระราชกิจของพระองค์ยิ่งใหญ่และอัศจรรย์ ข้าแต่องค์พระมหากษัตริย์ของบรรดาประชาชาติ บรรดามรรคาของพระองค์ยุติธรรมและสัตย์จริง ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า มีใครบ้างไม่เกรงกลัวพระองค์ และไม่ถวายพระเกียรติแด่พระนามของพระองค์? เพราะพระองค์ผู้เดียวทรงเป็นผู้บริสุทธิ์ ประชาชาติทั้งหมดจะมานมัสการเฉพาะพระพักตร์พระองค์ เพราะว่าพระราชกิจอันชอบธรรมของพระองค์ปรากฎให้เห็นแล้ว ”
— วิวรณ์ 15:3, 4
หลังจากที่ทุกๆคนเข้าใจลักษณะปางตายของบาปและลักษณะการทำลายล้างในปรัชญาของซาตานแล้ว พระเจ้าจะทรงสามารถขจัดซาตานและความบาปได้ นอกจากนี้พระองค์จะทรงขจัดพวกที่ดื้อดึงและต่อต้านพระเกียรติคุณของพระองค์และยึดติดกับทางเลือกของซาตาน (รายละเอียดเรื่องราวเหล่านี้อยู่ในบทที่ 22 และบทที่ 23)
พระเจ้าทรงวิตกกังวลกับการแก้ปัญหาเรื่องบาปและการทรมาน พอๆกับเราที่วิตกกังวลเหมือนกันและปรารถนาให้พระองค์ทรงช่วยแก้ปัญหาให้ แต่พระองค์ยังทรงเฝ้าคอยจนกว่าพระองค์จะทรงสามารถทำให้เป็นนิรันดร์ โดยทรงป้องกันรักษาการตัดสินใจที่อิสระของเราให้ถูกต้องตลอดไป พร้อมกับป้องกันความบาปไม่ให้เกิดขึ้นอีกตลอดกาล
เราสามารถมั่นใจได้แค่ไหนว่าพระเจ้าจะทรงขจัดความบาปได้ตลอดกาล?
“แต่วันขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้น จะมาถึงเหมือนอย่างขโมย และในวันนั้น ฟ้าจะหายลับไปด้วยเสียงดังกึกก้อง และโลกธาตุจะสลายไปด้วยไฟ และแผ่นดินกับสิ่งสารพัดที่มีอยู่บนนั้น จะถูกเผาจนหมดสิ้น.... แต่ว่าตามพระสัญญาของพระองค์นั้น เราจึงคอยท้องฟ้าใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ ที่ความชอบธรรมจะดำรงอยู่”
— เปโตร ฉบับที่สอง 3:10, 13
ในที่สุดเมื่อพระเจ้าทรงตรัสถึงความบาปว่า “สำเร็จแล้ว!” (วิวรณ์ 16:17) ความบาปจะจบลงจริงๆตลอดไปและจะไม่เกิดขึ้นอีกในเอกภพนี้ ผลที่เศร้าสลดของความบาปจะปรากฏขึ้นชัดเสียจนกระทั่ง การไม่เชื่อฟังพระเจ้าดูเหมือนจะเป็นที่เกลียดชังไปชั่วกัลปาวสาน
อะไรทำให้การกำจัดซาตานและความบาปครั้งสุดท้ายเป็นไปได้?
“บุตรทั้งหลายมีเลือดและเนื้อเช่นกันอย่างไร พระองค์ [พระเยซูคริสต์] ทรงมีส่วนเช่นนั้นด้วยอย่างนั้น เพื่อโดยทางความตายนั้น พระองค์จะทรงทำลายมารผู้มีอำนาจแห่งความตาย และจะทรงปลดปล่อยบรรดาคนเหล่านั้น ที่ตกเป็นทาสมาตลอดชีวิตเนื่องจากความกลัวตาย”
— ฮีบรู 2:14, 15
บนไม้กางเขน ฑูตสวรรค์ทั้งหลายและโลกที่ยังไม่ตกในบาปได้เห็นในสิ่งที่ซาตานได้กระทำคือ การเป็นนักหลอกลวง นักพูดเท็จ ฆาตกร ซาตานได้เปิดเผยบุคลิกที่แท้จริงของมัน โดยชักจูงให้คนมาฆ่าบุตรของพระเจ้าที่บริสุทธิ์ ประชาชนทั่วไปบนเอกภพนี้ ได้เห็นถึงการไร้ซึ่งเหตุผลและความโหดร้ายของบาปว่าแท้จริงแล้วมันเป็นอย่างไร ไม้กางเขนได้กระชากหน้ากากทำให้เราเห็นถึงการดลใจของซาตานอย่างเต็มๆ และเมื่อพระเจ้าทรงทำลายปีศาจและคนบาปแล้ว ประชาชนทั้งหมดก็จะรับรู้ว่ามีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่ทรงยุติธรรมและถูกต้อง
การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูบนไม้กางเขน เป็นการกำจัดความบาปให้ออกไปจากเอกภพได้อย่างแน่นอน เพราะมันเป็นการเปิดเผยถึงความตั้งใจจริงของซาตานต่อหน้าสิ่งมีชีวิตทั้งมวล (ยอห์น 12:31, 32) ไม้กางเขนยังเปิดเผยสิ่งที่พระคริสต์ทรงเป็น นั่นคือพระผู้ช่วยให้รอดจากบาปของโลกอีกด้วย ณ ที่เนินเขากลโกธา (Golgotha) สถานที่ที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน แสดงออกถึง อำนาจในความรัก ของพระองค์ที่เกิดขึ้น ซึ่งตรงข้ามกับ ความรักในอำนาจ ของซาตานอย่างสิ้นเชิง ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่านั่นคือความรักของพระเจ้าที่ทรงยอมเสียสละพระองค์เอง ซึ่งพระเจ้าทรงใช้ความรักทั้งหมดนี้เป็นอาวุธต่อสู้กับซาตาน ต่อสู้กับความบาป และต่อสู้กับชายหญิงที่มีจิตใจบาป
บนกางเขน พระเยซูคริสต์ทรงพิสูจน์ให้เห็นถึงความรักที่ไม่มีเงื่อนไขของพระองค์ได้อย่างจับจิตจับใจ ซึ่งสามารถพิชิตสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่มนุษย์และซาตานทำ ปีศาจซาตานกลายเป็นผู้แพ้อย่างสิ้นเชิง สงครามนี้ใครควรครองโลก พระคริสต์หรือซาตาน แต่อย่างไรก็ตามบนกางเขนได้กลายเป็นเครื่องตัดสินอยู่ตลอดเวลาเสมอว่า ต้องเป็นพระคริสต์ผู้ทรงเหนือสิ่งอื่นใดนั่นเองที่ควรครองโลก!
ท่านพบความสัมพันธ์ที่มีให้กับพระผู้ช่วยให้รอดจากบาปแล้วหรือยัง ผู้ทรงยอมสิ้นพระชนม์เพื่อเปิดเผยความรักที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของพระองค์อย่างหาผู้ใดเสมอเหมือนมิได้? ท่านรู้สึกอย่างไร ที่มีพระเจ้าพระองค์หนึ่งเสด็จมายังโลกของเราในรูปมนุษย์ธรรมดา และทรงสิ้นพระชนม์แทนท่าน เพื่อช่วยให้ท่านพ้นจากผลของความบาป? ท่านคิดที่จะโค้งคำนับและขอบพระคุณพระเยซูคริสต์ตอนนี้เลยดีไหม เพื่อเชิญพระองค์ให้ทรงมาสถิตและครอบครองชีวิตของท่านเพื่อช่วยให้ท่านรอดจากบาป?
สาธุการพระบิดาเจ้าผู้สถิตอยู่บนสรวงสวรรค์ ขอขอบพระคุณสำหรับชัยชนะของพระองค์ที่มีต่อซาตานบนโลกนี้ ขอขอบพระคุณสำหรับการให้อภัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตากรุณาจากไม้กางเขนของพระองค์ ขอได้โปรดเข้ามาสถิตอยู่ในจิตใจของข้าพระองค์ ณบัดนี้ และต่อสู้กับบาปที่มีในนิสัยของข้าพระองค์ ขอได้โปรดเข้าครอบครองชีวิตของข้าพระองค์ โปรดทรงช่วยข้าพระองค์ให้ได้ใกล้ชิดกับพระองค์ทุกๆวัน ข้าพระองค์ขอขอบพระคุณพระองค์ที่คอยฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ ในนามของพระเยซูคริสตเจ้า อาเมน
------------------------------------------------------------
ค้นพบ บทที่ 3
ชีวิตของฉันมีค่าสำหรับพระเจ้าจริงๆหรือ? (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อเรื่องบทที่ 3)
1. ในพระราชกิจสร้าง พระเจ้าทรงตรัสและสวรรค์ก็ได้ถูกสร้างขึ้น
ถูก
ผิด
2. พระเจ้าทรงสร้างอาดัมและเอวาในวันที่หกของสัปดาห์แห่งการสร้าง
ถูก
ผิด
3. พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์แต่ละคนตามพระฉายาและความเหมือนของพระเจ้า
ถูก
ผิด
4. พระเจ้าทรงสร้างอาดัมจากจินตนาการและระบายลมปราณเข้าทางจมูกและอาดัมก็มีชีวิต
ถูก
ผิด
5. พระเจ้านำอาดัมและเอวาไว้ในโลกที่สมบูรณ์แบบ
ถูก
ผิด
6. พระเจ้าทรงตรัสให้อาดัมและเอวากินผลไม้จากต้นแห่งความรู้ซึ่งจะทำให้เขาฉลาด
ถูก
ผิด
7. ความบาปของเขาเป็นสาเหตุให้อาดัมและเอวาหลบพระเจ้า
ถูก
ผิด
8. อาดัมได้กินผลไม้ต้องห้ามแล้วส่งต่อให้เอวา
ถูก
ผิด
9. มารพยายามหลอกลวงให้อาดัมและเอวาทำบาปโดยการให้พวกเขาละเมิดกฏเกณฑ์ทางโลก
ถูก
ผิด
10. มารเป็นต้นกำเนิดแห่งความบาป
ถูก
ผิด
11. พระเจ้าทรงสร้างมาร
ถูก
ผิด
12. พระเจ้าทรงสร้างลูซีเฟอร์ให้เป็นฑูตสวรรค์ที่สมบูรณ์แบบแต่เขากลับอิจฉาพระเจ้าและเลือกที่จะทำบาป
ถูก
ผิด
13. มารได้ถูกขับไล่ออกจากสวรรค์และมายังโลกที่เพิ่งถูกสร้างของเรา
ถูก
ผิด
14. พระเจ้าทรงสร้างประชาชาติและทรงให้อำนาจในการเลือกทำบาป หรือไม่ทำบาปด้วยความรักของพวกเขาที่มีต่อพระเจ้า
ถูก
ผิด
15. ที่ไม้กางเขนพระเยซูทรงประกาศคุณลักษณะแห่งรักของพระเจ้า และทำให้เป็นไปได้ที่พระเจ้าจะทรงทำลายการติดเชื้อความบาปจากเอกภพ
ถูก
ผิด
16. หลังจากการสร้างโลกของเราในหกวัน พระเจ้าทรงรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับพระราชกิจการสร้างของพระองค์?
17. เมื่อพระเจ้าทรงประกาศว่าบางสิ่งบางอย่าง "ดี" นั้นหมายความว่าอะไร?
18. ชายหญิงคู่แรกถูกสร้างให้มีพระฉายาเหมือนใคร? ปฐมกาล 1:26, 27
19. ท่านรู้สึกอย่างไรที่รู้ว่าพระเจ้าทรงสร้างท่านตามพระฉายาของพระองค์ และพระเจ้าทรงตื่นเต้นและพอพระทัยในการสร้างมนุษย์?
20. ท่านรู้สึกอย่างไรที่รู้ว่าพระเจ้าทรงมีแผนการสำหรับชีวิตท่าน? ยอห์น 10:10; ยอห์น 3:16
21. คำถามชวนคิด: ใครเป็นผู้คุ้มครองชีวิตของท่าน พระคริสต์ผู้เป็นเจ้าชายแห่งสันติสุขหรือซาตานผู้สร้างความสับสนอลหม่านความทุกข์ทรมานและความตาย?