Thai Seventh-day Adventist Church of Southern California
10855 New Jersey St, Redlands, CA 92373 Phone: (909) 335-2272 Fax (909) 335-6182 "My house is the house of prayer for all people." Come... Jesus invites you.

ค้นพบ

บทที่ 5

สะพานสู่ชีวิตที่เบิกบานใจ

 

-การตอบสนองความหิวภายในจิตใจเรา

-สะพานที่ทอดข้ามเหวแห่งความบาปความตาย

-ความจริงเจ็ดประการที่ท่านควรรู้เกี่ยวกับพระเยซู

-ความรักที่ไม่รู้จบ

 

สะพานสู่ชีวิตที่เบิกบานใจ

มีผู้พบโครงกระดูกของชายคนหนึ่งข้างๆที่กำบังชั่วคราว บนเกาะเปลี่ยวท่ามกลางมหาสมุทรแอตแลน ติคตอนกลาง   กะลาสีนิรนามคนหนึ่งได้เขียนบันทึกการพิสูจน์ที่ทารุณ ตลอดระยะเวลาสี่เดือนของเขา   ในปี   1725  กองเรือรบชาวดัชท์ได้นำเขาไปทิ้งที่ชายฝั่งเกาะแอสเซนชั่น  (Ascension)  ด้วยคดีอาชญากรรมบางคดีที่ไม่ได้กล่าวถึง   ในไม่ช้าชีวิตเขาได้ตกต่ำลงจนต้องกินเลือดเต่า เพื่อ ประทังความหิวกระหายน้ำอย่างรุนแรงของเขา  ชายผู้นี้ได้รับความทรมานทางร่างกายอย่างแสนสาหัส   แต่ความทรมานที่มากยิ่งกว่าซึ่งเห็นได้ชัดจากบันทึกของเขา คือ   ความสำนึกผิดที่ร้ายแรงของเขาต่างหาก

เขาได้เขียนบันทึกที่แสนจะทรมานเช่น  เคราะห์ร้ายที่ทำให้ต้องพบกับความตายในที่สุด   ช่างเป็นความเจ็บปวดเสียนี่กระไรที่เกิดขึ้นทันทีกับมนุษย์ผู้ทอดทิ้งเส้น ทางแห่งความชอบธรรม   แต่กลับยินดีเพิ่มจำนวนบนเส้นทางแห่งการถูกสาปแช่ง”   ความโดดเดี่ยวที่เลวร้ายที่สุดของกะลาสีบนเกาะเปลี่ยวนั้นคือ   ความรู้สึกที่ถูกแยกออกจากพระเจ้าของ เขา   ซึ่งเป็นสิ่งที่เหลือทนในตอนจบนั่นเอง

มนุษย์ได้ต่อสู้ดิ้นรนกับการมีจิตใจที่โดดเดี่ยวอ้างว้าง   แม้กระทั่งอาดัมและเอวา   “หลบไปซ่อนตัวอยู่ในหมู่ต้นไม้ในสวนนั้น   ให้พ้นจากพระพักตร์พระเจ้า”   หลังจากที่ได้กินผลไม้ต้องห้าม   (ปฐมกาล 3:8)   เมื่อพระเจ้าทรงมาและเรียกเขาทั้ง สอง   อารมณ์ที่แปลกใหม่ของความละอาย   ความผิดและความกลัวได้กระตุ้นความสนใจให้ทั้งคู่วิ่งหนีพระองค์เป็นครั้งแรก   และน่าเสียดายที่เราช่างคุ้นเคยกับความรู้สึกนี้เสียจริงๆในปัจจุบัน

อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการแยกระหว่างเรากับพระเจ้า?

 

แต่ว่าความบาปชั่วของเจ้าทั้งหลาย ได้กระทำให้เกิดการแยกระหว่างเจ้ากับพระเจ้าของเจ้า และบาปของเจ้าทั้งหลาย ได้บังพระพักตร์ของพระองค์เสียจากเจ้า   พระองค์จึงมิได้ยิน

อิสยาห์ 59:2

(หากมิได้ทำเครื่องหมายใดๆไว้ บทความทั้งหมดภาคภาษาอังกฤษในบท ค้นพบ นี้มาจากพระคัมภีร์ฉบับสากลเล่มใหม่ [เอ็นไอวี] แปลไทยจาก พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิม ฉบับ 1971 (ย่อขนาดปี 1998), ภาคพันธสัญญาใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2002 สงวนลิขสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย ใช้โดยได้รับอนุญาต”)

 

ความบาปทำลายอุปสรรคต่างๆจนสามารถแยกเราออกจากพระเจ้าได้   แต่เหวลึกยักษ์ที่แยกมนุษย์ทำบาปออกจากพระเจ้าผู้บริสุทธิ์นั้นไม่ได้เกิดจากการกระทำของพระองค์   พระเจ้าไม่ได้ทรงวิ่งหนีอาดัมและเอวา   แต่พวกเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายวิ่งหนีออกห่างจากพระองค์

 

การตอบสนองความหิวภายในจิตใจเรา

ก่อนที่บาปจะทำให้ภาพพจน์เสียหาย   อาดัมและเอวาได้เพลิดเพลินกับความใกล้ชิด กับพระผู้สร้างของเขาทั้งสองในสวนเอเดนที่สวยงาม เป็นเรื่องน่าสลดใจอย่างยิ่งที่เขาเสียรู้คำโกหกของซาตาน ที่บอกเขาทั้งสองว่า   พวกเขาจะฉลาดเหมือนพระเจ้า   และการเสียรู้ของเขาทั้งสองนั่นเอง ที่ทำให้ถูกตัดขาดจากความเชื่อในพระผู้สร้างของเขา   ผลของความบาปของเขาคือความเหินห่าง   (เป็นความเหินห่างที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวแรกนี้)   ที่ทำให้ถูกแยกออกจากกัน   (ปฐมกาล 3:15 ถึง 4:8)   การถูกแยกออกจากพระเจ้าส่งผลให้เกิดความ ตายอย่างแท้จริง   “เพราะว่าค่าจ้างของบาปคือความตาย”   (โรม 6:23)

หลังจากที่อาดัมและเอวาถูกขับไล่ออกจากสวนเอเดน   เขาพบชีวิตโลกภายนอกนั้นยากกว่ามาก   เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นการคลอดลูกหรือการเตรียมดินเพื่อเพาะปลูก   ต้องแลกด้วยเลือด   หยาดเหงื่อและน้ำตา   สิ่งที่ยากยิ่งกว่าและสุดจะทนคือ   ความเปล่าเปลี่ยวของจิตใจซึ่งได้เริ่มโจมตีเขาทั้งสอง   ความผูกพันที่ใกล้ชิดระหว่างพระเจ้ากับเขาเริ่มสั่น คลอน   เขาทั้งสองพบว่าความต้องการทั้งหลาย ที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจของเขาไม่มีความมั่นคง   เขาทั้งสองพบความปรารถนาที่ไม่ได้รับการตอบสนอง   เขาทั้งสองพบการถวิลหาที่แสนเจ็บปวด   เขาทั้งสองมีความรู้สึกไม่ต่างอะไรกับกะลาสีที่ถูกทิ้งบนเกาะ ซึ่งต้องพบกับความเศร้าสลดที่สุดของสิ่งทั้งมวลนั่นคือ   ความโดดเดี่ยวอ้างว้างจากบาป

ตอนนี้เงื่อนไขอะไรที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ทั้งมว?

 

เพราะเหตุนี้   บาปได้เข้ามาในโลกเพราะคนคนเดียว   และความตายก็เกิดมาเพราะบาปนั้น   และความตายก็ได้แผ่ไปถึงมวลมนุษย์ทุกคน เพราะมนุษย์ ทุกคนทำบาป

โรม 5:12

เพราะว่าอาดัมและเอวาได้ฝ่าฝืนกฎเป็นคู่แรก   ดังนั้น   ทุกคน”   (เชื้อชาติมนุษย์ทั้งหมด)   จึงตกในบาปแบบเดียวกันและมุ่งสู่ความตาย   ซึ่งเป็นบทลงโทษขั้นสุดท้ายของ บาป

 

เพราะความบาปทำให้เราขาดการติดต่อกับพระเจ้า   และทำให้เรารู้รสชาติความหิวภาย ในจิตใจอย่างมากที่มิได้ติดต่อกับพระองค์เหมือนดั่งเคย   มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่ทรงสามารถมอบความมั่นคงทางจิตใจตามความต้องการของเราได้   บ่อยครั้งที่เราพยายามตอบสนองความหิวภายในจิตใจเราโดยการทำสิ่งที่เราพอใจเช่น การเดินซื้อของในห้างสรรพสินค้าอย่างไม่อั้น   การแข่งกันทำงานอย่างบ้าคลั่งเพื่อการเลื่อนตำแหน่งในบริษัท   การล่องเรือสำราญไปเที่ยวที่คาริบเบียน   และบางครั้งเราพยายามดับความหิวภายในจิตใจด้วยการดื่มของมึนเมา   เสพยาเสพติดหรือการเที่ยวสำส่อน   แต่สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดก็สามารถทำให้จิตใจเราหายหิวเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น

 

ความปรารถนาซึ่งไร้ชื่อเสียงเรียงนาม   และแรงความหิวผลักดันภายในจิตใจซึ่งไม่ได้รับการตอบสนองอย่างแท้จริงของเรานั้น   เป็นอาการขั้นพื้นฐานของการไขว่คว้าหาพระเจ้า   เพราะไม่มีอะไรที่จะรักษาได้   นอกจากความรักของพระองค์ที่เข้ามาสถิตในชีวิตของเราเท่านั้น

 

ทางเดียวเท่านั้นที่สามารถตอบสนองความหิวภายในจิตใจมนุษย์   คืออะไร?

 

พระองค์ทรงสำแดงวิถีแห่งชีวิตแก่ข้าพระองค์   ต่อพระพักตร์พระองค์มีความชื่นบานอย่างเปี่ยมล้น   ในพระหัตถ์ขวาของพระองค์มีความเพลิดเพลินอยู่เป็น นิตย์

เพลงสดุดี 16:11

มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่สามารถทำให้เราออกจากเกาะด้วยความเบิกบานใจอย่างแท้จริง   วิธีนั้นคือเมื่อมีการเชื่อมต่อช่องว่างระหว่างเรากับพระเจ้า และเราสามารถเดินข้ามช่องว่างนั้นเพื่อมาอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระองค์นั่น เอง

สะพานที่ทอดข้ามเหวแห่งความบาปความตาย

หัวใจของพระเจ้าทรงปวดร้าวในวันที่อาดัมและเอวาหันหลังให้พระองค์   และพระองค์ยังทรงเศร้าพระทัยต่อความโศกเศร้าและโศกนาฏกรรมของมนุษย์   พระเจ้าทรงปรารถนาที่จะช่วยตอบ สนองความต้องการที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจของเรา   และทรงปรารถนาที่จะรักษาบาดแผลทางอารมณ์ของเรา   พระองค์ไม่พอพระทัยที่ทรงทำได้แต่เพียงทอดพระเนตรข้ามช่องว่างเหว ลึกนั้นอย่างเห็นอกเห็นใจมนุษย์   เจ้าช่องว่างเหวลึกแห่งความบาปความตายนี่เองหนอที่คอยแยกเราออกจากพระเจ้า   ดังนั้นด้วยพระเมตตากรุณาของ พระองค์   พระองค์จึงทรงตัดสินพระทัยเป็นสะพานด้วยพระองค์เองเพื่อให้เราเดินเข้าหาพระองค์

พระเจ้าทรงกลายเป็นสะพานข้ามช่องว่างเหวลึกนั้นด้วยพระองค์เองได้อย่างไร?

 

พระเยซูคริสต์เสด็จมาในโลก   เพื่อทรงช่วยคนบาปให้ รอด

        ทิโมธี ฉบับที่หนึ่ง 1:15

พระเยซูทรงเอาพระชนม์เข้าเสี่ยงแทน   เหมือนการพูดอุปมาอุปไมยแบบไทยๆ ว่า   พระองค์ทรงเอาพระชนม์แขวนบนเส้นด้าย   พระองค์ทรงยอมเสียสละพระองค์เป็นเครื่องบูชาไถ่บาป   เป็นการจ่ายบทลงโทษแห่งบาป   (บทลงโทษขั้นสุดท้ายของบาปคือความตาย)   ด้วยพระชนม์ของพระองค์เอง   และพระองค์ทรงมอบพระชนม์ที่เที่ยงธรรมสมบูรณ์แบบของพระองค์   ให้กับทุกคนอย่างอิสระเสรีที่ต้องการได้รับการอภัยบาปที่ไม้กางเขน   ไม้กางเขนของพระคริสต์เป็นสะพานเชื่อมโยงช่องว่างเหวลึก ระหว่างความปรารถนาที่มีไม่หยุดกับสันติสุขที่พระเจ้าทรงมอบให้   เป็นสะพานเชื่อมโยงช่องว่างเหวลึก ระหว่างแผ่นดินแห่งบาปที่ใช้ชีวิตไร้สาระ กับแผ่นดินแห่งธรรมที่ใช้ชีวิตเบิกบานอย่างไม่รู้จบ

ทำไมพระเยซูทรงเต็มใจที่จะเสด็จมา?

 

พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้   คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์   เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ   แต่มีชีวิตนิรันดร์   เพราะว่าพระเจ้าทรงให้พระบุตรเข้ามาในโลก ไม่ใช่เพื่อพิพากษาโลก แต่เพื่อช่วยกู้โลกให้รอดโดยพระบุตรนั้น

ยอห์น 3:16, 17

พระเยซูเสด็จมายังโลกของเรา   ทำให้อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ตรงข้ามกับอาณาจักร ของซาตานอย่างชัดเจนเหมือนอย่างละคร   เป็นไปได้ที่เรื่องราวการมีพระชนม์   สิ้นพระชนม์   และฟื้นคืนพระชนม์ของพระเจ้าสามารถทำให้คนบาปได้รับ การอภัยและรอดจากบาป   (แต่ถึงกระนั้นก็ตามก็มิได้หมายความว่าการทำบาปนั้นถือเป็นเรื่องเล็กน้อยที่พระเยซูทรงสามารถให้อภัยได้   ที่จริงแล้วการทำบาปก็ยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่ควรทำอยู่ดี)   นอกจากนี้ยังทรงให้เอกภพเห็นพระเกียรติคุณที่แท้จริงของพระ คริสต์และตัวตนที่แท้จริงของซาตาน   เมื่อพระองค์ทรงถูกตรึงกางเขน........... นั่นคือสะพานพังลงแล้วหรือพูดอีกนัยหนึ่งว่าพระวรกายพระคริสต์ทรงแตกสลายแล้ว   พระวรกายที่มีโลหิตไหลได้ดึงชายหญิงให้หลุดออกมาจากกับดักแห่งบาป   ความรักของพระองค์ได้ทอดข้ามช่องว่างเหวลึกเพื่อเป็น ทางให้คนที่วางใจและเชื่อในพระเจ้า (เชื่อในพระคริสต์ให้เป็นเหมือนพระผู้ช่วยให้รอดบาปและพระเจ้าของเขา)   สามารถเดินข้ามไปสู่ชีวิตนิรันดร์ได้

 

ความจริงเกี่ยวกับพระเยซูที่สำคัญเจ็ดประการที่ท่านควรทราบ

ความจริงที่เกี่ยวกับพระเยซูเจ็ดประการนี้จะไม่เกิดขึ้นกับมนุษย์คนใดในโลกนี้เลย   ยกเว้นพระเยซู

1. พระเยซูเสด็จมาจากสวรรค์สู่โลก

พระเยซูทรงถูกระบุว่าเป็นอย่างไร?

 

และท่านจะเรียกนามของท่านว่าที่ปรึกษามหัศจรรย์   พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์   พระบิดานิรันดร์   องค์สันติราช

อิสยาห์ 9:6

ถึงแม้ว่าพระเยซูทรงบังเกิดจากมารดาที่เป็นมนุษย์   (มัทธิว 1:22, 23)   พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า   พระเจ้าในเนื้อหนังมังสามนุษย์   พระเยซูทรงอ้างว่าพระองค์ทรงมีพระชนม์อยู่ตั้งแต่เมื่อใด?

 

ก่อนอับราฮัมเกิด เราเป็นอยู่แล้ว!”

ยอห์น 8:58

พระเยซูทรงประกาศต่อโลกว่า   “เราเป็นอยู่แล้ว”   พระองค์ทรงมีตัวตนของพระองค์เอง   พระเยซูทรงเป็นอยู่ตลอดเวลาและจะทรงเป็นอยู่ตลอดไป

ในศตวรรษที่ 19   ดไวท์ แอล มูดี้   และบิลลี่ เกรแฮม   ได้เคยพูดถึงการประสูติของพระเยซูว่า   จะเป็นการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่แด่พระเยซู   หากพระองค์จะเสด็จมา   บรรทมอยู่ในเปลเงิน   ได้รับการดูแลจากบรรดาฑูตสวรรค์   และเสวยอาหารจากช้อนทอง   แต่พระผู้สร้างแผ่นดินโลกและสวรรค์กลับเสด็จมาในรูปเนื้อหนังมังสามนุษย์   เกิดในรางหญ้า   มีบิดามารดาที่ยากจน   อยู่ในสภาพแวดล้อมเลวร้ายที่สุดที่เป็นไปได้

พระเยซูเสด็จมายังโลกของเราทำไม?

ฑูตสวรรค์องค์หนึ่งบอกโยเซฟถึงเวลาที่พระเยซูทรงบังเกิด

 

เธอ  [มารีย์] จะให้พระกำเนิดบุตรชาย   แล้วจงเรียกนามท่านว่า   เยซู   เพราะว่าท่านจะทรงช่วยชนชาติของท่านให้รอดจากบาปของ พวกเขา

มัทธิว 1:21

พระเยซู   พระผู้ทรงสร้างเอกภพ   (ยอห์น 1:1-3, 14)   ทรงเต็มพระทัยมายังโลกของเรา   เพื่อช่วยเราให้พ้นบาปและความตาย   พระนามของพระองค์นั้นทรงเป็นพระสัญญา   ที่สามารถช่วยมนุษย์ที่อ่อนแอให้พบความสุขที่แท้จริงและชีวิตนิรันดร์

2. พระเยซูทรงดำรงอยู่ในชีวิตที่ไร้บาป

พระเยซูพระบุตรของพระเจ้า.... แต่ทรงเคยถูกทดลองใจเหมือนเราทุกอย่าง   ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังปราศจากบาป

ฮีบรู 4:14, 15

พระเยซูทรงมีอยู่จริง   ทรงเป็นชีวิต-ที่มีเลือด-เนื้อหนังมังสา   ที่สมบูรณ์แบบด้วยศีลธรรม   พระเจ้าทรงลงมือกระทำมากกว่าทรงตรัสเพียงอย่างเดียว   เพื่อช่วยเราให้มีชีวิตที่พ้นบาปและมีชีวิตที่ได้รับความพึงพอใจที่มากกว่า   พระองค์ทรงวางแผนเพื่อการเสนอข้อเท็จจริงที่ดีที่สุดของพระองค์ โดยผ่านชีวิตของพระ คริสต์   โดยถูกทดลองใจเหมือนอย่างมนุษย์จริงๆทุกประการ   พระคริสต์ทรงมีชีวิตปราศจากความบาปที่น่าสนใจยิ่งกว่าการ เทศนาครั้งใดๆที่เคยมีมา

ซาตาน   (คู่ต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของพระคริสต์)   วางอุบายหลอกล่อพระเยซูให้ทำบาป ตลอดพระชนม์บนโลกของพระองค์   ไม่ว่าจะเป็นเมื่อครั้งพระคริสต์ทรงอดอาหารในถิ่นทุรกันดารยูเดียนหลังการรับศีลบัพติศมาของ พระองค์   และก่อนที่พระองค์จะทรงเริ่มพันธกิจในที่สาธารณะของพระองค์   มารได้โจมตีพระองค์อย่างดุร้ายที่สุดเพื่อทำลายความซื่อสัตย์ของ พระเมสสิยาห์   (มัทธิว 4:1-11)   และในช่วงเวลากลางคืนที่แสนยาวนานในสวนเกทเสมนี   ก่อนการตรึงกางเขนของพระคริสต์   ความกดดันของการทดลองได้ถึงจุดเข้มข้นเสียจนกระทั่ง เหงื่อของพระเยซูเป็น เหมือนโลหิตเม็ดใหญ่ไหลหยดลงถึงดิน (ลูกา 22:44)

ไม่มีใครอีกแล้วที่จะต้องเผชิญกับการจู่โจมจากปีศาจที่ถูกยืดเวลาออกไปและต่อสู้กันอย่างเข้นข้น อะไรขนาดนี้   แต่พระคริสต์ทรงยืนหยัดมั่นคงต่อทุกเหตุการณ์ที่มารขว้างใส่พระองค์   "ยังคงไร้ซึ่งความบาป"พระเยซูทรงถูกทดลองทั้งจิตใจและปัญหาต่างๆของมนุษย์อย่างครบถ้วน   ดังนั้นพระองค์จึงทรงเข้าใจการต่อสู้ดิ้นรนและความต้องการต่างๆของเรา   พระองค์สามารถที่จะ  "เห็นใจในความอ่อนแอของเรา"   (ฮีบรู 4:15)

ทำไมพระเยซูจึงทรงจำเป็นที่จะต้องมีชีวิตที่ไร้บาป?

 

พระเจ้าทรงทำพระองค์ [พระคริสต์] ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป   เพราะเห็นแก่เรา   เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทาง พระองค์

โครินธ์ ฉบับที่สอง  5:21

เราอาจจะถอดความตอนนี้ได้ว่า   “พระเจ้าทรงทำพระเยซู   (ผู้ซึ่งไม่มีบาป)   ให้มีบาปเพื่อเรา   หมายความว่าพระองค์จะทรงแทนที่ชีวิตที่เต็มไปด้วยบาปของเราด้วยชีวิตที่ไร้บาปของ พระองค์   เมื่อพระเยซูทรงมอบชีวิตไร้บาปของพระองค์ให้เรา   เราก็จะไม่มีบาปโดยปริยาย”   พระเยซูทรงชนะการทดลองใจและมีพระชนม์ที่ไร้บาป   ซึ่งแสดงถึงวัตถุประสงค์ของการส่งต่อชีวิตที่ไร้บาปของพระองค์มายังเรา   เพื่อแลกกับชีวิตเก่าที่บาปของเรา   นั่นคือวิธีที่คนบาปถูกพิพากษาคือ   ด้วยคุณงามความดีของพระคริสต์   เรา   (คนบาปที่พระเยซูทรงไถ่บาปให้)   จะถูกประกาศว่าเรามีความชอบธรรมต่อพระเจ้าผู้บริสุทธิ์นั่นเอง

3. พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพื่อกำจัดบาปออกไป

มีกี่คนที่ทำบา?

 

เพราะว่าทุกคนทำบาป   และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า

โรม 3:23

อะไรคือบทลงโทษสำหรับบาป?

 

เพราะว่าค่าจ้างของบาปคือความตาย   แต่ของประทานจากพระเจ้า คือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

โรม 6:23

ทำไมพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์?

อันที่จริง   มีน้อยคนนักจะยอมตายเพื่อคนชอบธรรม   แต่บางทีอาจมีคนยอมตายเพื่อคนดีก็ได้   แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เรา   คือขณะ ที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น  พระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อเรา (โรม 5:7, 8)

จงดูพระเมษโปดกของพระเจ้า   ผู้ทรงรับบาปของโลกไป! (ยอห์น 1:29)

เราทุกคนทำบาปและมีแนวโน้มเข้าสู่ความตายนิรันดร์   ซึ่งเป็นบทลงโทษสุดท้ายของบาป   แต่พระเยซู   “กลายเป็นคนมีบาปเพื่อเรา (โครินธ์ ฉบับที่สอง 5:21)   พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์แทนที่เรา   เพื่อจ่ายบทลงโทษความตายแทนเรา   การกระทำของพระองค์ในการสิ้นพระชนม์นั้นเป็นของประทาน   ดังนั้น   ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์   องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา (โรม 6:23)

วันหนึ่งในค่ายความตายของนาซีแห่งออสช์วิทส์   ผู้บัญชาการได้ประกาศว่า   นักโทษสิบคนต้องตาย   เพราะมีคนหนึ่งหนีออกไปได้   มีการอ่านรายชื่อทั้งสิบคนที่ลานสนาม   เมื่อเรียกชื่อถึงคนสุดท้าย    เขาสะอึกสะอื้นด้วยความเศร้าว่า   แล้วภรรยาและลูกๆของฉันล่ะ!”

ทันใดนั้นนักโทษที่อายุมากกว่าได้ก้าวออกมาข้างหน้า   เขาคือบาทหลวงแม็กซี่มิลเลี่ยน โคลบี้   ผู้ซึ่งคล้ายนักบุญที่ได้ทำหน้าที่แบ่งปันความรักของพระ เจ้าท่ามกลางความน่ากลัวของออสช์วิทส์   “ท่านผู้บัญชาการครับ”   โคลบี้พูด   “ได้โปรดให้ผมตายแทนเขาจะได้ไหม?”

เจ้าหน้าที่ประหลาดใจมากแต่ก็สั่งให้โคลบี้มารวมกับอีกเก้าคนแล้วเดินไปที่บล็อค 13   ท่ามกลางความมืด   พวกเขาได้ถูกปล่อยให้อดอาหารตายที่ชั้นใต้ดินที่เหม็นเน่า   หลายวันต่อมา   พวกเขาได้ยินเสียงอธิษฐานและเพลงสรรเสริญมาจากห้องขังของโคลบี้   ซึ่งในที่สุดโคลบี้ก็ถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดกรดคาร์บอลิคเข้าสู่ร่างกาย

บาทหลวงโคลบี้มีชีวิตอย่างวีรบุรุษ   ผู้ยังคงคุณงามความดีเอาไว้ในสถานการณ์ที่ถูก ทดลองใจมากที่สุด   แต่บาทหลวงก็เต็มใจที่จะนอนตายอย่างอิสระแทนคนแปลกหน้า   ความรักเช่นนี้ค่อนข้างเป็นที่เข้าใจยากสำหรับ มนุษย์   แต่พระเยซูทรงมอบความสมบูรณ์แบบและชีวิตที่ชอบธรรมของพระองค์ เป็นเหมือนของประทานซึ่งมอบให้แม้กระทั่งคนที่ไม่มี ค่าที่สุด   เพราะว่าการสิ้นพระชนม์ของพระองค์   เราจึงอยู่อย่างสงบสุขเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า   ทางพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา   (โรม 5:1)

4. พระเยซูทรงฟื้นขึ้นจากความตาย

การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูบนไม้กางเขน   ไม่ใช่การสิ้นสุดของเรื่องที่น่าพิศวงของพระองค์   พระองค์ไม่สามารถที่จะสิ้นพระชนม์อยู่อย่างนั้นและยังทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอด ของเราได้   พระองค์ยังทรงพระราชกิจอย่างเห็นได้ชัดในโลกของเราต่อไป

 

และถ้าพระคริสต์ไม่ได้ทรงถูกทำให้เป็นขึ้นมา ความเชื่อของพวกท่านก็ไร้ประโยชน์ ท่านก็ยังคงอยู่ในบาปของตน และถ้าอย่างนั้นคนทั้งหลายที่ล่วงหลับในพระคริสต์ ก็พินาศไปด้วย

โครินธ์ ฉบับที่หนึ่ง 15:17, 18

มูฮัมหมัดและพระพุทธเจ้าทรงเสนอความจริง ตามหลักธรรมะที่ยิ่งใหญ่บางประการให้โลกได้รับรู้   นับล้านๆคนได้รับการดลใจในการดำเนินชีวิต แต่ทั้งมูอัมหมัดและพระพุทธเจ้าทรงไม่มีพระฤทธานุภาพที่เหนือธรรมชาติที่จะให้ชีวิตแก่มนุษย์ได้   เพราะพระองค์ทั้งสองยังคงอยู่ในหลุมฝังศพของพระองค์

แต่พระเยซูทรงลุกขึ้นจากหลุมฝังศพในวันที่สามหลังการสิ้นพระชนม์ของพระองค์   (ลูกา 23 และ 24)   พระองค์ทรงมีพระสัญญาอะไรที่ทรงสามารถทำให้แก่เรา?

 

เป็นผู้ที่ดำรงชีวิตอยู่   เราได้ตายแล้ว   แต่ นี่แน่ะ   เรายังดำรงชีวิตอยู่ตลอดไปเป็นนิตย์! และเราถือลูกกุญแจทั้งหลายแห่งความตายและแห่งแดนคนตาย

วิวรณ์ 1:18

มีเพียงพระเยซูเท่านั้นที่ทรงแสดงให้เห็น   (โดยการออกมาจากหลุมฝังศพ)   ว่าพระองค์สามารถเอาชนะวิญญาณอันร้ายกาจแห่งความตายได้   โดยการฟื้นคืนพระชนม์ขึ้นมาอีกครั้ง   พระคริสต์ผู้ทรงฟื้นคืนพระชนม์ได้ให้พระสัญญาเพิ่มเติมอะไรอีกแก่เรา?

 

เพราะเรามีชีวิตอยู่ พวกท่านก็จะมีชีวิตอยู่ด้วย

ยอห์น 14:19

พระเยซูยังทรงพระชนม์อยู่!   หนึ่งองค์ซึ่งทรงปรากฏหลังสิ้นพระชนม์และทรงประกาศว่า   “เรายังมีชีวิตอยู่”   ซึ่งทรงสามารถให้ชีวิตที่อุดมสมบูรณ์และชีวิตนิรันดร์แก่เราได้ในตอนนี้   พระองค์จะอยู่ในจิตใจของเราถ้าเราได้เชื้อเชิญ พระองค์เข้ามาสถิตในเรา   (วิวรณ์ 3:20)

พระคริสต์ที่ทรงฟื้นขึ้นมานั้น   จะทรงสนองความต้องการของเราในปัจจุบันหรือไม่?

 

นี่แน่ะ เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค

มัทธิว 28:20

ชายหญิงเป็นจำนวนมากในโลกนี้ได้แบ่งปันเรื่องราวพระคริสต์ ที่ทรงช่วยให้พวกเขาเลิกยาเสพติดอัน เลวร้ายที่สุด และช่วยเยียวยารักษาจิตใจที่ชอกช้ำอย่างที่สุดของพวกเขา   การประสานเสียงของประจักษ์พยานทั้งหลาย ได้ชี้ให้เห็นถึงพระฤทธานุ ภาพของพระคริสต์ที่ทรงฟื้นขึ้นมา

นักเรียนเก่าของเราคนหนึ่งได้เขียนข้อความประทับใจและซาบซึ้งลงในกระดาษคำตอบ แผ่นหนึ่งว่า   “ฉันเป็นนักดื่มเหล้า   วันหนึ่งหลังจากที่เดินออกจากบาร์   ฉันได้เห็นแผ่นกระดาษโฆษณาเป็นทางยาว เกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนพระคัมภีร์ ของท่าน   ฉันได้เก็บขึ้นมาอ่าน   ฉันกรอกข้อมูลและฉันได้รับบทเรียนความรู้ที่แท้จริงของพระคริสต์บทแรก   หลังจากศึกษาพระคัมภีร์ได้เพียงระยะหนึ่ง   ฉันก็มอบหัวใจของฉันให้กับพระเจ้าและหยุดการดื่มเหล้า

พระเยซูได้ทรงครอบครองชีวิตของชายคนนี้   และด้วยพระฤทธานุภาพใหม่ที่เข้ามาในชีวิตของเขา   ได้ช่วยให้เขามีความสามารถที่จะเอาชนะสิ่งเสพติดได้   เป็นการพิสูจน์ได้ว่าพระฤทธานุภาพของพระองค์ ทรงมีพละกำลังมากกว่า การปฏิบัติตัวแบบเก่าๆของเขา   และเพราะว่าพระคริสต์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดจากบาปที่ทรงฟื้นขึ้นมา   พระองค์จึงทรงสามารถช่วยเราทั้งหลายที่ ประสงค์จะเข้ามาขอความช่วยเหลือจากพระองค์

5. พระเยซูเสด็จขึ้นสวรรค์

เวลาไม่นานหลังจากพระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์   พระเยซูได้เสด็จกลับไปหาพระบิดา

 

เมื่อพระองค์ [พระเยซู]ตรัสเช่นนั้นแล้ว   พระเจ้าทรงรับพระองค์ขึ้นไปต่อหน้าต่อตาพวกเขา   และมีเมฆคลุมพระองค์ให้พ้นสายตาของเขา

กิจการของอัครฑูต 1:9

         

เพียงก่อนการเสด็จขึ้นไปสวรรค์ของพระองค์   พระสัญญาอะไรที่พระเยซูทรงให้ไว้กับผู้ ติดตามทั้งหลายของพระองค์?

 

อย่าให้ใจของพวกท่านเป็นทุกข์เลย   พวกท่านวางใจในพระเจ้า   จงวางใจในเราด้วย   ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่มากมาย   ถ้าไม่มีเราคงบอกท่านแล้ว   เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับพวกท่าน เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว   เราจะกลับมาอีกและรับท่านไปอยู่กับเรา   เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนพวกท่านจะได้อยู่ที่นั่นด้วย

ยอห์น 14:1-3

6. พระเยซูทรงพันธกิจในฐานะมหาปุโรหิตแห่งสวรรค์

พระเยซูทรงมองหาที่ทางบนสวรรค์   เพื่อเตรียมไว้ให้ท่านอยู่ตลอดเวลา   พระประสงค์ทั้งหมดของพระองค์ในการเสด็จมา   การดำรงอยู่ การสิ้นพระชนม์   การฟื้นคืนพระชนม์และการเสด็จขึ้นบนสวรรค์   ก็เพื่อทรงช่วยให้ประชาชนทุกหนทุกแห่งให้รอดจากบาป   พระวจนะต่อไปนี้ในพระคัมภีร์ได้พรรณาไว้อย่างชัดเจนถึงพระประสงค์ทั้ง หลายของพระองค์ที่ทรงมีเพื่อเรา

 

บุตรทั้งหลายมีเลือดและเนื้อเช่นกันอย่างไร   พระองค์ก็ทรงมีส่วนเช่นนั้นด้วยอย่างนั้น เพื่อโดยทางความตายนั้น   พระองค์จะทรงทำลายมารผู้มีอำนาจแห่งความ ตาย   และจะทรงปลดปล่อยบรรดาคนเหล่านั้น ที่ตกเป็นทาสมาตลอดชีวิตเนื่องจากความกลัวตาย.... เพราะเหตุนี้พระองค์จึงต้องเป็นเหมือนกับพี่น้องทุกอย่างเพื่อจะได้เป็นมหาปุโรหิต   ผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาและความซื่อสัตย์   ในการกระทำกิจต่อพระเจ้าเพื่อที่จะลบล้างบาปของประชาชน   เพราะพระองค์เองได้ทรงทนทุกข์และถูกทดลอง   พระองค์จึงทรงสามารถช่วยผู้ที่ถูกทดลองได้...”

ฮีบรู 2:14-18

ตามที่กล่าวในพระคัมภีร์นี้   พระเยซูเสด็จมายังโลกของเราเพื่อพันธกิจแห่งการช่วย ชีวิตดังนี้

•        เพื่อช่วยคนให้พ้นทุกข์ทรมานจากการเป็น ทาสของบาป

•        เพื่อให้คนยอมรับพระเจ้าโดยกระทำผ่าน พันธกิจ ในฐานะมหาปุโรหิตผู้ทรงพระเมตตาและซื่อสัตย์ของเรา

•        เพื่อกำจัดสาเหตุของความบาป   การทนทุกข์ทรมานและความตายอย่างเด็ดขาด   โดยการทำลายซาตานให้หมดสิ้นไป

 

พระเยซูในฐานะปุโรหิตของเรา   คนกลางของเรา   พระองค์ทรงปรากฏต่อพระพักตร์พระบิดาของเราอย่างสม่ำเสมอเพื่อเรา   พระเยซูพระองค์เดียวกันนี้ผู้ทรงอวยพระพร เด็กๆ   ผู้ทรงฟื้นฟูจิตใจหญิงที่คบชู้สู่ชายและผู้ทรงให้อภัยโจรที่กำลังจะตาย   ขณะนี้พระองค์ทรงกำลังทำพระราชกิจอยู่บนสวรรค์เพื่อคอยดูแลช่วยเหลือตามความต้องการของเรา   “พระองค์ทรงสามารถช่วยคนเหล่านั้นที่กำลังถูกทดลอง ใจ

7. พระเยซูจะเสด็จกลับมา

          ก่อนที่พระเยซูจะเสด็จกลับ ไปบนสวรรค์   พระองค์ทรงสัญญาไว้ว่าอะไร?

 

       เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกและรับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนพวกท่านจะได้อยู่ที่นั่นด้วย

ยอห์น 14:3

เมื่อพระเยซูเสด็จกลับมา   พระองค์จะทรงไถ่บาปเราครั้ง เดียว-และ-เพื่อ-ความบาปทั้งหมด   ความเจ็บป่วย   ความโศกเศร้าและความตายซึ่งเกิดระบาดบนดาวเคราะห์ ดวงนี้   พระองค์จะทรงยินดีต้อนรับเราเข้าสู่โลกใหม่   ซึ่งเป็นโลกแห่งความสุขและชีวิตนิรันดร์ต่อพระพักตร์พระเจ้า ค้นพบ บทที่ 7  ถึงบทที่ 10 จะเป็นการสำรวจว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง   เมื่อพระเยซูเสด็จกลับมา

พระเยซู...

ทรงเสด็จมา   เป็นพระเจ้าในเนื้อหนังมังสามนุษย์

ทรงดำรงอยู่   มีชีวิตปราศจากบาปในแผ่นดินโลกของเรา

ทรงสิ้นพระชนม์   เพื่อบาปของเรา

ทรงฟื้นคืนพระชนม์   เพื่อให้เราพ้นจากความตาย

ทรงเสด็จขึ้นสวรรค์   เพื่อเตรียมพระนิเวศในสวรรค์ให้กับเรา

ทรงพันธกิจ   ทุกๆวันในฐานะมหาปุโรหิตของเรา

ทรงเสด็จมาในไม่ช้า  เพื่อนำเราไปอยู่กับพระองค์ตลอด ไป

 

ความรักที่ไม่รู้จบ

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการแต่งงานที่พ่อแม่จัดหาคู่ให้ที่ไต้หวัน   ระหว่างอู่หลงและ   “กิมฮวย”   เมื่ออู่หลงได้เปิดผ้าคลุมเจ้าสาวของเขาหลังพิธีสมรสเสร็จสิ้น   เขารู้สึกตกใจและขยะแขยงใบหน้าของเจ้าสาว ซึ่งเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากโรคฝีดาษ

หลังจากนั้นเป็นต้นมา   อู่หลงพยายามจะยุ่งเกี่ยวกับภรรยาของเขาให้น้อยที่สุดเท่าที่ จะทำได้   ส่วนภรรยาของเขาก็พยายามทำดีที่สุดเพื่อให้สามีมีความสุข   เธอทำงานในบ้านอย่างหนัก เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่ง สามีของเธอจะยอมรับเธอ   แต่สามีเธอก็ยังคงไม่แยแสและปฏิบัติต่อเธออย่างเย็นชา   ไม่ว่าเธอจะแสดงความรักต่อสามีเธอมากเพียงใดก็ ตาม

ภรรยาของเขาอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างอะไรกับหญิงม่ายเท่าใดนัก   หลังจากการแต่งงานที่น่าละอายได้ผ่านไปสิบสองปี   ดวงตาทั้งสองของอู่หลงเริ่มมองไม่เห็น   จักษุแพทย์บอกเขาว่า   ตาทั้งสองข้างจะบอดสนิทถ้าเขาไม่เปลี่ยนกระจกตาใหม่   แต่การผ่าตัดตานี้มีค่าใช้จ่ายที่แพงและต้องรอคิวยาว   ภรรยาของเขาเริ่มทำหมวกฟางในตอนเย็นเพิ่มอีกหลายชั่วโมง เพื่อให้ได้เงินมากขึ้น   วันหนึ่งอู่หลงได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่ามีกระจกตาสำหรับใช้ผ่าตัดแล้ว   ซึ่งเป็นกระจกตาของคนที่ได้รับอุบัติเหตุ   เขาจึงรีบมาโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดดวงตา

หลังจากที่เขาฟื้นตัวจากการผ่าตัด   เขาตัดสินใจเข้าพบภรรยาของเขาเพื่อขอบคุณเธอ อย่างไม่เต็มใจ   ที่เธออุตส่าห์หาเงินมาเพื่อใช้ในการผ่าตัดของเขา   เมื่อเขาหันไปมองศีรษะของเธอที่ก้มอยู่และอยู่ในระยะที่เธอสามารถมองเห็นเขา ได้   อู่หลงถึงกับอ้าปากค้าง   เธอจ้องไปที่เขาอย่างคนตาบอด   ดวงตาที่ว่างเปล่าปราศจากกระจกตา   เธอได้รับชัยชนะอย่างเข้าถึงอารมณ์   สามีของเธอทรุดตัวลงแทบเท้าเธอและสะอื้น   และนับเป็นครั้งแรกในชีวิตการแต่งงานของเธอ   ที่เขากระซิบชื่อของเธอว่า   กิมฮวย

พระเยซูทรงปรารถนาที่จะมีความสัมพันธ์กับพวกเขาเหล่านั้น   ซึ่งเพิกเฉยต่อพระองค์มาเป็นเวลานาน   พระองค์ทรงปรารถนาว่าสักวันหนึ่งในที่สุดพวกเราจะกระซิบพระนามของพระองค์ ในฐานะ พระผู้ช่วยให้รอดจากบาปของเรา   พระองค์ทรงเต็มพระทัยที่จะสละมิใช่เพียงแค่พระเนตรของพระองค์เท่านั้น   แต่ทรงเต็มพระทัยที่จะเสียสละพระวรกายทั้งหมดของพระองค์เสียด้วยซ้ำ   เพื่อแสดงให้เห็นความรักที่ไม่รู้จบของพระองค์   ความรักของพระองค์ช่างทรงอานุภาพเสียนี่กระไร   ที่พระคริสต์   เสด็จมาในโลกเพื่อทรงช่วยคนบาปให้รอด   (ทิโมธี ฉบับที่หนึ่ง 1:15)

การเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ของพระคริสต์   เป็นการสร้างสะพานทอดข้ามความเพิกเฉยของเรา   เพื่อครอบคลุมความเหินห่างของเรานั่นเอง   โดยส่วนตัวแล้ว   ท่านค้นพบหรือยังว่า   พระองค์ทรงมีพระประสงค์พาท่านขึ้นสะพานข้ามช่องว่างเหว ลึกเพื่อเข้าสู่อ้อมกอดของพระองค์   ท่านเต็มใจที่จะตอบสนองและอธิษฐาน ต่อพระองค์หรือไม่ว่า

องค์พระเยซูคริสตเจ้า   ข้าพระองค์รักพระองค์   ขอขอบพระคุณสำหรับการเสียสละอันไม่น่าเชื่อของพระองค์   ขอทรงโปรดมาสถิตในจิตใจของข้าพระองค์ และช่วยข้าพระองค์ให้รอดจากบาปในตอนนี้ด้วยเถิด  ทรงโปรดช่วยข้าพระองค์ในทุกๆเรื่อง   ขอทรงโปรดช่วยข้าพระองค์อย่างสมบูรณ์  ขอทรงโปรดช่วยข้าพระองค์นิรันดร์?

 

ค้นพบ  บทที่ 5

สะพานสู่ชีวิตที่เบิกบานใจ (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อเรื่องบทที่ 5)

1. บาปเป็นสาเหตุทำให้ถูกแยกจากพระเจ้า

ถูก

ผิด

2. ความตายมาจากผลของบาปทั้ง หมด

ถูก

ผิด

3. พระเยซูทรงมาเพื่อจ่ายบทลงโทษแห่งความตายให้กับบาป ของเรา   ทรงเป็นสะพานเชื่อมช่องว่างระหว่างเราและพระเจ้าและมอบชีวิตนิรันดร์ให้กับเรา

ถูก

ผิด

4. พระเยซูเสด็จมายังโลกของเรา

เป็นพระเจ้าผู้ทรงเริ่มจากนิรันดร์กาลเพื่อช่วยเราให้พ้นจากบาปของเรา

เป็นผู้สร้างโดยไม่มีข้อผูกมัดเพราะพระองค์ทรงสร้างเรา

5. พระเยซูทรงอยู่ในโลกของเรา

เกือบมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ถึงแม้จะถูกล่อลวงโดยซาตานให้ทำบาป

มีชีวิตไร้บาปในโลกของเรา

6. พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์

เพื่อบาปของประชาชนทั้งหมดของโลก

เพียงเพื่อความบาปของประชาชนที่เที่ยงธรรม

7. พระเยซูทรงลุกขึ้นจากหลุมฝังศพในวันที่สาม

เช่นเดียวกับมูฮัมหมัดและพระพุทธเจ้า

ดังนั้นพระองค์สามารถช่วยเราจากความตายและมอบชีวิตใหม่ให้เรา

8. พระเยซูเสด็จขึ้นสวรรค์

และเราจะไม่ได้เห็นพระองค์อีก

เพื่อเตรียมสถานที่ในสวรรค์ให้เรา

9. พระเยซูกำลังเสด็จมาในไม่ช้า เดี๋ยวนี้พระองค์ทรงทำพันธกิจในแต่ละวันในฐานะมหาปุโรหิต

โดยใช้สัตวบูชาเพื่อล้างบาปให้เรา

โดยปลดปล่อยเราจากการเป็นทาสของบาป

10. บาปเริ่มครั้งแรกบนโลกใบนี้ได้อย่างไร?   โรม 5:12

อาดัมและเอวาไม่เชื่อฟังพระเจ้า

เอวาไม่เชื่อฟังพระเจ้า

ซาตานก่อกบฏต่อพระเจ้า

ฑูตสวรรค์ก่อกบฏและไม่คุ้มครองอาดัมและเอวา

ไม่แน่ใจ

11. คำตอบของพระเจ้าในการแก้ปัญหาของบาปและความตายคืออะไร?   ยอห์น 3:16,17   และ   มัทธิว 1:21

 

12. ท่านรู้สึกอย่างไรเมื่อรู้ว่าความบาปของท่านสามารถถูกให้อภัย และท่านสามารถอยู่อย่างนิรันดร์?

 

13. คำถามที่เป็นหัวใจ: เพราะว่าพระเยซูทรงได้ทำและกำลังทำสิ่งต่างๆเพื่อเรามากมาย   ท่านเต็มใจที่จะตอบสนองพระองค์หรือไม่โดยทูลขอให้ พระองค์ทรงสถิตในจิตใจของท่านและช่วยให้ท่านรอด?

 

 




Progress