ค้นพบ
บทที่ 5
สะพานสู่ชีวิตที่เบิกบานใจ
-การตอบสนองความหิวภายในจิตใจเรา
-สะพานที่ทอดข้ามเหวแห่งความบาปความตาย
-ความจริงเจ็ดประการที่ท่านควรรู้เกี่ยวกับพระเยซู
-ความรักที่ไม่รู้จบ
สะพานสู่ชีวิตที่เบิกบานใจ
มีผู้พบโครงกระดูกของชายคนหนึ่งข้างๆที่กำบังชั่วคราว บนเกาะเปลี่ยวท่ามกลางมหาสมุทรแอตแลน ติคตอนกลาง กะลาสีนิรนามคนหนึ่งได้เขียนบันทึกการพิสูจน์ที่ทารุณ ตลอดระยะเวลาสี่เดือนของเขา ในปี 1725 กองเรือรบชาวดัชท์ได้นำเขาไปทิ้งที่ชายฝั่งเกาะแอสเซนชั่น (Ascension) ด้วยคดีอาชญากรรมบางคดีที่ไม่ได้กล่าวถึง ในไม่ช้าชีวิตเขาได้ตกต่ำลงจนต้องกินเลือดเต่า เพื่อ ประทังความหิวกระหายน้ำอย่างรุนแรงของเขา ชายผู้นี้ได้รับความทรมานทางร่างกายอย่างแสนสาหัส แต่ความทรมานที่มากยิ่งกว่าซึ่งเห็นได้ชัดจากบันทึกของเขา คือ ความสำนึกผิดที่ร้ายแรงของเขาต่างหาก
เขาได้เขียนบันทึกที่แสนจะทรมานเช่น “เคราะห์ร้ายที่ทำให้ต้องพบกับความตายในที่สุด ช่างเป็นความเจ็บปวดเสียนี่กระไรที่เกิดขึ้นทันทีกับมนุษย์ผู้ทอดทิ้งเส้น ทางแห่งความชอบธรรม แต่กลับยินดีเพิ่มจำนวนบนเส้นทางแห่งการถูกสาปแช่ง” ความโดดเดี่ยวที่เลวร้ายที่สุดของกะลาสีบนเกาะเปลี่ยวนั้นคือ ความรู้สึกที่ถูกแยกออกจากพระเจ้าของ เขา ซึ่งเป็นสิ่งที่เหลือทนในตอนจบนั่นเอง
มนุษย์ได้ต่อสู้ดิ้นรนกับการมีจิตใจที่โดดเดี่ยวอ้างว้าง แม้กระทั่งอาดัมและเอวา “หลบไปซ่อนตัวอยู่ในหมู่ต้นไม้ในสวนนั้น ให้พ้นจากพระพักตร์พระเจ้า” หลังจากที่ได้กินผลไม้ต้องห้าม (ปฐมกาล 3:8) เมื่อพระเจ้าทรงมาและเรียกเขาทั้ง สอง อารมณ์ที่แปลกใหม่ของความละอาย ความผิดและความกลัวได้กระตุ้นความสนใจให้ทั้งคู่วิ่งหนีพระองค์เป็นครั้งแรก และน่าเสียดายที่เราช่างคุ้นเคยกับความรู้สึกนี้เสียจริงๆในปัจจุบัน
อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการแยกระหว่างเรากับพระเจ้า?
“แต่ว่าความบาปชั่วของเจ้าทั้งหลาย ได้กระทำให้เกิดการแยกระหว่างเจ้ากับพระเจ้าของเจ้า และบาปของเจ้าทั้งหลาย ได้บังพระพักตร์ของพระองค์เสียจากเจ้า พระองค์จึงมิได้ยิน”
— อิสยาห์ 59:2
(หากมิได้ทำเครื่องหมายใดๆไว้ บทความทั้งหมดภาคภาษาอังกฤษในบท ค้นพบ นี้มาจากพระคัมภีร์ฉบับสากลเล่มใหม่ [เอ็นไอวี] แปลไทยจาก “พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิม ฉบับ 1971 (ย่อขนาดปี 1998), ภาคพันธสัญญาใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2002 สงวนลิขสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย ใช้โดยได้รับอนุญาต”)
ความบาปทำลายอุปสรรคต่างๆจนสามารถแยกเราออกจากพระเจ้าได้ แต่เหวลึกยักษ์ที่แยกมนุษย์ทำบาปออกจากพระเจ้าผู้บริสุทธิ์นั้นไม่ได้เกิดจากการกระทำของพระองค์ พระเจ้าไม่ได้ทรงวิ่งหนีอาดัมและเอวา แต่พวกเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายวิ่งหนีออกห่างจากพระองค์
การตอบสนองความหิวภายในจิตใจเรา
ก่อนที่บาปจะทำให้ภาพพจน์เสียหาย อาดัมและเอวาได้เพลิดเพลินกับความใกล้ชิด กับพระผู้สร้างของเขาทั้งสองในสวนเอเดนที่สวยงาม เป็นเรื่องน่าสลดใจอย่างยิ่งที่เขาเสียรู้คำโกหกของซาตาน ที่บอกเขาทั้งสองว่า พวกเขาจะฉลาดเหมือนพระเจ้า และการเสียรู้ของเขาทั้งสองนั่นเอง ที่ทำให้ถูกตัดขาดจากความเชื่อในพระผู้สร้างของเขา ผลของความบาปของเขาคือความเหินห่าง (เป็นความเหินห่างที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวแรกนี้) ที่ทำให้ถูกแยกออกจากกัน (ปฐมกาล 3:15 ถึง 4:8) การถูกแยกออกจากพระเจ้าส่งผลให้เกิดความ ตายอย่างแท้จริง “เพราะว่าค่าจ้างของบาปคือความตาย” (โรม 6:23)
หลังจากที่อาดัมและเอวาถูกขับไล่ออกจากสวนเอเดน เขาพบชีวิตโลกภายนอกนั้นยากกว่ามาก เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นการคลอดลูกหรือการเตรียมดินเพื่อเพาะปลูก ต้องแลกด้วยเลือด หยาดเหงื่อและน้ำตา สิ่งที่ยากยิ่งกว่าและสุดจะทนคือ ความเปล่าเปลี่ยวของจิตใจซึ่งได้เริ่มโจมตีเขาทั้งสอง ความผูกพันที่ใกล้ชิดระหว่างพระเจ้ากับเขาเริ่มสั่น คลอน เขาทั้งสองพบว่าความต้องการทั้งหลาย ที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจของเขาไม่มีความมั่นคง เขาทั้งสองพบความปรารถนาที่ไม่ได้รับการตอบสนอง เขาทั้งสองพบการถวิลหาที่แสนเจ็บปวด เขาทั้งสองมีความรู้สึกไม่ต่างอะไรกับกะลาสีที่ถูกทิ้งบนเกาะ ซึ่งต้องพบกับความเศร้าสลดที่สุดของสิ่งทั้งมวลนั่นคือ ความโดดเดี่ยวอ้างว้างจากบาป
ตอนนี้เงื่อนไขอะไรที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ทั้งมวล?
“เพราะเหตุนี้ บาปได้เข้ามาในโลกเพราะคนคนเดียว และความตายก็เกิดมาเพราะบาปนั้น และความตายก็ได้แผ่ไปถึงมวลมนุษย์ทุกคน เพราะมนุษย์ ทุกคนทำบาป”
— โรม 5:12
เพราะว่าอาดัมและเอวาได้ฝ่าฝืนกฎเป็นคู่แรก ดังนั้น “ทุกคน” (เชื้อชาติมนุษย์ทั้งหมด) จึงตกในบาปแบบเดียวกันและมุ่งสู่ความตาย ซึ่งเป็นบทลงโทษขั้นสุดท้ายของ บาป
เพราะความบาปทำให้เราขาดการติดต่อกับพระเจ้า และทำให้เรารู้รสชาติความหิวภาย ในจิตใจอย่างมากที่มิได้ติดต่อกับพระองค์เหมือนดั่งเคย มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่ทรงสามารถมอบความมั่นคงทางจิตใจตามความต้องการของเราได้ บ่อยครั้งที่เราพยายามตอบสนองความหิวภายในจิตใจเราโดยการทำสิ่งที่เราพอใจเช่น การเดินซื้อของในห้างสรรพสินค้าอย่างไม่อั้น การแข่งกันทำงานอย่างบ้าคลั่งเพื่อการเลื่อนตำแหน่งในบริษัท การล่องเรือสำราญไปเที่ยวที่คาริบเบียน และบางครั้งเราพยายามดับความหิวภายในจิตใจด้วยการดื่มของมึนเมา เสพยาเสพติดหรือการเที่ยวสำส่อน แต่สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดก็สามารถทำให้จิตใจเราหายหิวเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น
ความปรารถนาซึ่งไร้ชื่อเสียงเรียงนาม และแรงความหิวผลักดันภายในจิตใจซึ่งไม่ได้รับการตอบสนองอย่างแท้จริงของเรานั้น เป็นอาการขั้นพื้นฐานของการไขว่คว้าหาพระเจ้า เพราะไม่มีอะไรที่จะรักษาได้ นอกจากความรักของพระองค์ที่เข้ามาสถิตในชีวิตของเราเท่านั้น
ทางเดียวเท่านั้นที่สามารถตอบสนองความหิวภายในจิตใจมนุษย์ คืออะไร?
“พระองค์ทรงสำแดงวิถีแห่งชีวิตแก่ข้าพระองค์ ต่อพระพักตร์พระองค์มีความชื่นบานอย่างเปี่ยมล้น ในพระหัตถ์ขวาของพระองค์มีความเพลิดเพลินอยู่เป็น นิตย์”
— เพลงสดุดี 16:11
มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่สามารถทำให้เราออกจากเกาะด้วยความเบิกบานใจอย่างแท้จริง วิธีนั้นคือเมื่อมีการเชื่อมต่อช่องว่างระหว่างเรากับพระเจ้า และเราสามารถเดินข้ามช่องว่างนั้นเพื่อมาอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระองค์นั่น เอง
สะพานที่ทอดข้ามเหวแห่งความบาปความตาย
หัวใจของพระเจ้าทรงปวดร้าวในวันที่อาดัมและเอวาหันหลังให้พระองค์ และพระองค์ยังทรงเศร้าพระทัยต่อความโศกเศร้าและโศกนาฏกรรมของมนุษย์ พระเจ้าทรงปรารถนาที่จะช่วยตอบ สนองความต้องการที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจของเรา และทรงปรารถนาที่จะรักษาบาดแผลทางอารมณ์ของเรา พระองค์ไม่พอพระทัยที่ทรงทำได้แต่เพียงทอดพระเนตรข้ามช่องว่างเหว ลึกนั้นอย่างเห็นอกเห็นใจมนุษย์ เจ้าช่องว่างเหวลึกแห่งความบาปความตายนี่เองหนอที่คอยแยกเราออกจากพระเจ้า ดังนั้นด้วยพระเมตตากรุณาของ พระองค์ พระองค์จึงทรงตัดสินพระทัยเป็นสะพานด้วยพระองค์เองเพื่อให้เราเดินเข้าหาพระองค์
พระเจ้าทรงกลายเป็นสะพานข้ามช่องว่างเหวลึกนั้นด้วยพระองค์เองได้อย่างไร?
“พระเยซูคริสต์เสด็จมาในโลก เพื่อทรงช่วยคนบาปให้ รอด”
— ทิโมธี ฉบับที่หนึ่ง 1:15
พระเยซูทรงเอาพระชนม์เข้าเสี่ยงแทน เหมือนการพูดอุปมาอุปไมยแบบไทยๆ ว่า พระองค์ทรงเอาพระชนม์แขวนบนเส้นด้าย พระองค์ทรงยอมเสียสละพระองค์เป็นเครื่องบูชาไถ่บาป เป็นการจ่ายบทลงโทษแห่งบาป (บทลงโทษขั้นสุดท้ายของบาปคือความตาย) ด้วยพระชนม์ของพระองค์เอง และพระองค์ทรงมอบพระชนม์ที่เที่ยงธรรมสมบูรณ์แบบของพระองค์ ให้กับทุกคนอย่างอิสระเสรีที่ต้องการได้รับการอภัยบาปที่ไม้กางเขน ไม้กางเขนของพระคริสต์เป็นสะพานเชื่อมโยงช่องว่างเหวลึก ระหว่างความปรารถนาที่มีไม่หยุดกับสันติสุขที่พระเจ้าทรงมอบให้ เป็นสะพานเชื่อมโยงช่องว่างเหวลึก ระหว่างแผ่นดินแห่งบาปที่ใช้ชีวิตไร้สาระ กับแผ่นดินแห่งธรรมที่ใช้ชีวิตเบิกบานอย่างไม่รู้จบ
ทำไมพระเยซูทรงเต็มใจที่จะเสด็จมา?
“พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ เพราะว่าพระเจ้าทรงให้พระบุตรเข้ามาในโลก ไม่ใช่เพื่อพิพากษาโลก แต่เพื่อช่วยกู้โลกให้รอดโดยพระบุตรนั้น”
— ยอห์น 3:16, 17
พระเยซูเสด็จมายังโลกของเรา ทำให้อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ตรงข้ามกับอาณาจักร ของซาตานอย่างชัดเจนเหมือนอย่างละคร เป็นไปได้ที่เรื่องราวการมีพระชนม์ สิ้นพระชนม์ และฟื้นคืนพระชนม์ของพระเจ้าสามารถทำให้คนบาปได้รับ การอภัยและรอดจากบาป (แต่ถึงกระนั้นก็ตามก็มิได้หมายความว่าการทำบาปนั้นถือเป็นเรื่องเล็กน้อยที่พระเยซูทรงสามารถให้อภัยได้ ที่จริงแล้วการทำบาปก็ยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่ควรทำอยู่ดี) นอกจากนี้ยังทรงให้เอกภพเห็นพระเกียรติคุณที่แท้จริงของพระ คริสต์และตัวตนที่แท้จริงของซาตาน เมื่อพระองค์ทรงถูกตรึงกางเขน........... นั่นคือสะพานพังลงแล้วหรือพูดอีกนัยหนึ่งว่าพระวรกายพระคริสต์ทรงแตกสลายแล้ว พระวรกายที่มีโลหิตไหลได้ดึงชายหญิงให้หลุดออกมาจากกับดักแห่งบาป ความรักของพระองค์ได้ทอดข้ามช่องว่างเหวลึกเพื่อเป็น ทางให้คนที่วางใจและเชื่อในพระเจ้า (เชื่อในพระคริสต์ให้เป็นเหมือนพระผู้ช่วยให้รอดบาปและพระเจ้าของเขา) สามารถเดินข้ามไปสู่ชีวิตนิรันดร์ได้
ความจริงเกี่ยวกับพระเยซูที่สำคัญเจ็ดประการที่ท่านควรทราบ
ความจริงที่เกี่ยวกับพระเยซูเจ็ดประการนี้จะไม่เกิดขึ้นกับมนุษย์คนใดในโลกนี้เลย ยกเว้นพระเยซู
1. พระเยซูเสด็จมาจากสวรรค์สู่โลก
พระเยซูทรงถูกระบุว่าเป็นอย่างไร?
“และท่านจะเรียกนามของท่านว่าที่ปรึกษามหัศจรรย์ พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พระบิดานิรันดร์ องค์สันติราช”
— อิสยาห์ 9:6
ถึงแม้ว่าพระเยซูทรงบังเกิดจากมารดาที่เป็นมนุษย์ (มัทธิว 1:22, 23) พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า พระเจ้าในเนื้อหนังมังสามนุษย์ พระเยซูทรงอ้างว่าพระองค์ทรงมีพระชนม์อยู่ตั้งแต่เมื่อใด?
“ก่อนอับราฮัมเกิด เราเป็นอยู่แล้ว!”
— ยอห์น 8:58
พระเยซูทรงประกาศต่อโลกว่า “เราเป็นอยู่แล้ว” พระองค์ทรงมีตัวตนของพระองค์เอง พระเยซูทรงเป็นอยู่ตลอดเวลาและจะทรงเป็นอยู่ตลอดไป
ในศตวรรษที่ 19 ดไวท์ แอล มูดี้ และบิลลี่ เกรแฮม ได้เคยพูดถึงการประสูติของพระเยซูว่า “จะเป็นการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่แด่พระเยซู หากพระองค์จะเสด็จมา บรรทมอยู่ในเปลเงิน ได้รับการดูแลจากบรรดาฑูตสวรรค์ และเสวยอาหารจากช้อนทอง แต่พระผู้สร้างแผ่นดินโลกและสวรรค์กลับเสด็จมาในรูปเนื้อหนังมังสามนุษย์ เกิดในรางหญ้า มีบิดามารดาที่ยากจน อยู่ในสภาพแวดล้อมเลวร้ายที่สุดที่เป็นไปได้”
พระเยซูเสด็จมายังโลกของเราทำไม?
ฑูตสวรรค์องค์หนึ่งบอกโยเซฟถึงเวลาที่พระเยซูทรงบังเกิด
“เธอ [มารีย์] จะให้พระกำเนิดบุตรชาย แล้วจงเรียกนามท่านว่า เยซู เพราะว่าท่านจะทรงช่วยชนชาติของท่านให้รอดจากบาปของ พวกเขา”
— มัทธิว 1:21
พระเยซู พระผู้ทรงสร้างเอกภพ (ยอห์น 1:1-3, 14) ทรงเต็มพระทัยมายังโลกของเรา เพื่อช่วยเราให้พ้นบาปและความตาย พระนามของพระองค์นั้นทรงเป็นพระสัญญา ที่สามารถช่วยมนุษย์ที่อ่อนแอให้พบความสุขที่แท้จริงและชีวิตนิรันดร์
2. พระเยซูทรงดำรงอยู่ในชีวิตที่ไร้บาป
“พระเยซูพระบุตรของพระเจ้า.... แต่ทรงเคยถูกทดลองใจเหมือนเราทุกอย่าง ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังปราศจากบาป”
— ฮีบรู 4:14, 15
พระเยซูทรงมีอยู่จริง ทรงเป็นชีวิต-ที่มีเลือด-เนื้อหนังมังสา ที่สมบูรณ์แบบด้วยศีลธรรม พระเจ้าทรงลงมือกระทำมากกว่าทรงตรัสเพียงอย่างเดียว เพื่อช่วยเราให้มีชีวิตที่พ้นบาปและมีชีวิตที่ได้รับความพึงพอใจที่มากกว่า พระองค์ทรงวางแผนเพื่อการเสนอข้อเท็จจริงที่ดีที่สุดของพระองค์ โดยผ่านชีวิตของพระ คริสต์ โดยถูกทดลองใจเหมือนอย่างมนุษย์จริงๆทุกประการ พระคริสต์ทรงมีชีวิตปราศจากความบาปที่น่าสนใจยิ่งกว่าการ เทศนาครั้งใดๆที่เคยมีมา
ซาตาน (คู่ต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของพระคริสต์) วางอุบายหลอกล่อพระเยซูให้ทำบาป ตลอดพระชนม์บนโลกของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นเมื่อครั้งพระคริสต์ทรงอดอาหารในถิ่นทุรกันดารยูเดียนหลังการรับศีลบัพติศมาของ พระองค์ และก่อนที่พระองค์จะทรงเริ่มพันธกิจในที่สาธารณะของพระองค์ มารได้โจมตีพระองค์อย่างดุร้ายที่สุดเพื่อทำลายความซื่อสัตย์ของ พระเมสสิยาห์ (มัทธิว 4:1-11) และในช่วงเวลากลางคืนที่แสนยาวนานในสวนเกทเสมนี ก่อนการตรึงกางเขนของพระคริสต์ ความกดดันของการทดลองได้ถึงจุดเข้มข้นเสียจนกระทั่ง เหงื่อของพระเยซูเป็น เหมือนโลหิตเม็ดใหญ่ไหลหยดลงถึงดิน (ลูกา 22:44)
ไม่มีใครอีกแล้วที่จะต้องเผชิญกับการจู่โจมจากปีศาจที่ถูกยืดเวลาออกไปและต่อสู้กันอย่างเข้นข้น อะไรขนาดนี้ แต่พระคริสต์ทรงยืนหยัดมั่นคงต่อทุกเหตุการณ์ที่มารขว้างใส่พระองค์ "ยังคงไร้ซึ่งความบาป"พระเยซูทรงถูกทดลองทั้งจิตใจและปัญหาต่างๆของมนุษย์อย่างครบถ้วน ดังนั้นพระองค์จึงทรงเข้าใจการต่อสู้ดิ้นรนและความต้องการต่างๆของเรา พระองค์สามารถที่จะ "เห็นใจในความอ่อนแอของเรา" (ฮีบรู 4:15)
ทำไมพระเยซูจึงทรงจำเป็นที่จะต้องมีชีวิตที่ไร้บาป?
“พระเจ้าทรงทำพระองค์ [พระคริสต์] ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป เพราะเห็นแก่เรา เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทาง พระองค์”
— โครินธ์ ฉบับที่สอง 5:21
เราอาจจะถอดความตอนนี้ได้ว่า “พระเจ้าทรงทำพระเยซู (ผู้ซึ่งไม่มีบาป) ให้มีบาปเพื่อเรา หมายความว่าพระองค์จะทรงแทนที่ชีวิตที่เต็มไปด้วยบาปของเราด้วยชีวิตที่ไร้บาปของ พระองค์ เมื่อพระเยซูทรงมอบชีวิตไร้บาปของพระองค์ให้เรา เราก็จะไม่มีบาปโดยปริยาย” พระเยซูทรงชนะการทดลองใจและมีพระชนม์ที่ไร้บาป ซึ่งแสดงถึงวัตถุประสงค์ของการส่งต่อชีวิตที่ไร้บาปของพระองค์มายังเรา เพื่อแลกกับชีวิตเก่าที่บาปของเรา นั่นคือวิธีที่คนบาปถูกพิพากษาคือ ด้วยคุณงามความดีของพระคริสต์ เรา (คนบาปที่พระเยซูทรงไถ่บาปให้) จะถูกประกาศว่าเรามีความชอบธรรมต่อพระเจ้าผู้บริสุทธิ์นั่นเอง
3. พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพื่อกำจัดบาปออกไป
มีกี่คนที่ทำบาป?
“เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า”
— โรม 3:23
อะไรคือบทลงโทษสำหรับบาป?
“เพราะว่าค่าจ้างของบาปคือความตาย แต่ของประทานจากพระเจ้า คือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา”
— โรม 6:23
ทำไมพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์?
“อันที่จริง มีน้อยคนนักจะยอมตายเพื่อคนชอบธรรม แต่บางทีอาจมีคนยอมตายเพื่อคนดีก็ได้ แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เรา คือขณะ ที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อเรา” (โรม 5:7, 8)
“จงดูพระเมษโปดกของพระเจ้า ผู้ทรงรับบาปของโลกไป!” (ยอห์น 1:29)
เราทุกคนทำบาปและมีแนวโน้มเข้าสู่ความตายนิรันดร์ ซึ่งเป็นบทลงโทษสุดท้ายของบาป แต่พระเยซู “กลายเป็นคนมีบาปเพื่อเรา” (โครินธ์ ฉบับที่สอง 5:21) พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์แทนที่เรา เพื่อจ่ายบทลงโทษความตายแทนเรา การกระทำของพระองค์ในการสิ้นพระชนม์นั้นเป็นของประทาน ดังนั้น “ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” (โรม 6:23)
วันหนึ่งในค่ายความตายของนาซีแห่งออสช์วิทส์ ผู้บัญชาการได้ประกาศว่า นักโทษสิบคนต้องตาย เพราะมีคนหนึ่งหนีออกไปได้ มีการอ่านรายชื่อทั้งสิบคนที่ลานสนาม เมื่อเรียกชื่อถึงคนสุดท้าย เขาสะอึกสะอื้นด้วยความเศร้าว่า “แล้วภรรยาและลูกๆของฉันล่ะ!”
ทันใดนั้นนักโทษที่อายุมากกว่าได้ก้าวออกมาข้างหน้า เขาคือบาทหลวงแม็กซี่มิลเลี่ยน โคลบี้ ผู้ซึ่งคล้ายนักบุญที่ได้ทำหน้าที่แบ่งปันความรักของพระ เจ้าท่ามกลางความน่ากลัวของออสช์วิทส์ “ท่านผู้บัญชาการครับ” โคลบี้พูด “ได้โปรดให้ผมตายแทนเขาจะได้ไหม?”
เจ้าหน้าที่ประหลาดใจมากแต่ก็สั่งให้โคลบี้มารวมกับอีกเก้าคนแล้วเดินไปที่บล็อค 13 ท่ามกลางความมืด พวกเขาได้ถูกปล่อยให้อดอาหารตายที่ชั้นใต้ดินที่เหม็นเน่า หลายวันต่อมา พวกเขาได้ยินเสียงอธิษฐานและเพลงสรรเสริญมาจากห้องขังของโคลบี้ ซึ่งในที่สุดโคลบี้ก็ถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดกรดคาร์บอลิคเข้าสู่ร่างกาย
บาทหลวงโคลบี้มีชีวิตอย่างวีรบุรุษ ผู้ยังคงคุณงามความดีเอาไว้ในสถานการณ์ที่ถูก ทดลองใจมากที่สุด แต่บาทหลวงก็เต็มใจที่จะนอนตายอย่างอิสระแทนคนแปลกหน้า ความรักเช่นนี้ค่อนข้างเป็นที่เข้าใจยากสำหรับ มนุษย์ แต่พระเยซูทรงมอบความสมบูรณ์แบบและชีวิตที่ชอบธรรมของพระองค์ เป็นเหมือนของประทานซึ่งมอบให้แม้กระทั่งคนที่ไม่มี ค่าที่สุด เพราะว่าการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ “เราจึงอยู่อย่างสงบสุขเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า ทางพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” (โรม 5:1)
4. พระเยซูทรงฟื้นขึ้นจากความตาย
การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูบนไม้กางเขน ไม่ใช่การสิ้นสุดของเรื่องที่น่าพิศวงของพระองค์ พระองค์ไม่สามารถที่จะสิ้นพระชนม์อยู่อย่างนั้นและยังทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอด ของเราได้ พระองค์ยังทรงพระราชกิจอย่างเห็นได้ชัดในโลกของเราต่อไป
“และถ้าพระคริสต์ไม่ได้ทรงถูกทำให้เป็นขึ้นมา ความเชื่อของพวกท่านก็ไร้ประโยชน์ ท่านก็ยังคงอยู่ในบาปของตน และถ้าอย่างนั้นคนทั้งหลายที่ล่วงหลับในพระคริสต์ ก็พินาศไปด้วย”
— โครินธ์ ฉบับที่หนึ่ง 15:17, 18
มูฮัมหมัดและพระพุทธเจ้าทรงเสนอความจริง ตามหลักธรรมะที่ยิ่งใหญ่บางประการให้โลกได้รับรู้ นับล้านๆคนได้รับการดลใจในการดำเนินชีวิต แต่ทั้งมูอัมหมัดและพระพุทธเจ้าทรงไม่มีพระฤทธานุภาพที่เหนือธรรมชาติที่จะให้ชีวิตแก่มนุษย์ได้ เพราะพระองค์ทั้งสองยังคงอยู่ในหลุมฝังศพของพระองค์
แต่พระเยซูทรงลุกขึ้นจากหลุมฝังศพในวันที่สามหลังการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ (ลูกา 23 และ 24) พระองค์ทรงมีพระสัญญาอะไรที่ทรงสามารถทำให้แก่เรา?
“เป็นผู้ที่ดำรงชีวิตอยู่ เราได้ตายแล้ว แต่ นี่แน่ะ เรายังดำรงชีวิตอยู่ตลอดไปเป็นนิตย์! และเราถือลูกกุญแจทั้งหลายแห่งความตายและแห่งแดนคนตาย”
— วิวรณ์ 1:18
มีเพียงพระเยซูเท่านั้นที่ทรงแสดงให้เห็น (โดยการออกมาจากหลุมฝังศพ) ว่าพระองค์สามารถเอาชนะวิญญาณอันร้ายกาจแห่งความตายได้ โดยการฟื้นคืนพระชนม์ขึ้นมาอีกครั้ง พระคริสต์ผู้ทรงฟื้นคืนพระชนม์ได้ให้พระสัญญาเพิ่มเติมอะไรอีกแก่เรา?
“เพราะเรามีชีวิตอยู่ พวกท่านก็จะมีชีวิตอยู่ด้วย”
— ยอห์น 14:19
พระเยซูยังทรงพระชนม์อยู่! หนึ่งองค์ซึ่งทรงปรากฏหลังสิ้นพระชนม์และทรงประกาศว่า “เรายังมีชีวิตอยู่” ซึ่งทรงสามารถให้ชีวิตที่อุดมสมบูรณ์และชีวิตนิรันดร์แก่เราได้ในตอนนี้ พระองค์จะอยู่ในจิตใจของเราถ้าเราได้เชื้อเชิญ พระองค์เข้ามาสถิตในเรา (วิวรณ์ 3:20)
พระคริสต์ที่ทรงฟื้นขึ้นมานั้น จะทรงสนองความต้องการของเราในปัจจุบันหรือไม่?
“นี่แน่ะ เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค”
— มัทธิว 28:20
ชายหญิงเป็นจำนวนมากในโลกนี้ได้แบ่งปันเรื่องราวพระคริสต์ ที่ทรงช่วยให้พวกเขาเลิกยาเสพติดอัน เลวร้ายที่สุด และช่วยเยียวยารักษาจิตใจที่ชอกช้ำอย่างที่สุดของพวกเขา การประสานเสียงของประจักษ์พยานทั้งหลาย ได้ชี้ให้เห็นถึงพระฤทธานุ ภาพของพระคริสต์ที่ทรงฟื้นขึ้นมา
นักเรียนเก่าของเราคนหนึ่งได้เขียนข้อความประทับใจและซาบซึ้งลงในกระดาษคำตอบ แผ่นหนึ่งว่า “ฉันเป็นนักดื่มเหล้า วันหนึ่งหลังจากที่เดินออกจากบาร์ ฉันได้เห็นแผ่นกระดาษโฆษณาเป็นทางยาว เกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนพระคัมภีร์ ของท่าน ฉันได้เก็บขึ้นมาอ่าน ฉันกรอกข้อมูลและฉันได้รับบทเรียนความรู้ที่แท้จริงของพระคริสต์บทแรก หลังจากศึกษาพระคัมภีร์ได้เพียงระยะหนึ่ง ฉันก็มอบหัวใจของฉันให้กับพระเจ้าและหยุดการดื่มเหล้า”
พระเยซูได้ทรงครอบครองชีวิตของชายคนนี้ และด้วยพระฤทธานุภาพใหม่ที่เข้ามาในชีวิตของเขา ได้ช่วยให้เขามีความสามารถที่จะเอาชนะสิ่งเสพติดได้ เป็นการพิสูจน์ได้ว่าพระฤทธานุภาพของพระองค์ ทรงมีพละกำลังมากกว่า การปฏิบัติตัวแบบเก่าๆของเขา และเพราะว่าพระคริสต์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดจากบาปที่ทรงฟื้นขึ้นมา พระองค์จึงทรงสามารถช่วยเราทั้งหลายที่ ประสงค์จะเข้ามาขอความช่วยเหลือจากพระองค์
5. พระเยซูเสด็จขึ้นสวรรค์
เวลาไม่นานหลังจากพระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์ พระเยซูได้เสด็จกลับไปหาพระบิดา
“เมื่อพระองค์ [พระเยซู]ตรัสเช่นนั้นแล้ว พระเจ้าทรงรับพระองค์ขึ้นไปต่อหน้าต่อตาพวกเขา และมีเมฆคลุมพระองค์ให้พ้นสายตาของเขา”
— กิจการของอัครฑูต 1:9
เพียงก่อนการเสด็จขึ้นไปสวรรค์ของพระองค์ พระสัญญาอะไรที่พระเยซูทรงให้ไว้กับผู้ ติดตามทั้งหลายของพระองค์?
“อย่าให้ใจของพวกท่านเป็นทุกข์เลย พวกท่านวางใจในพระเจ้า จงวางใจในเราด้วย ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่มากมาย ถ้าไม่มีเราคงบอกท่านแล้ว เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับพวกท่าน เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกและรับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนพวกท่านจะได้อยู่ที่นั่นด้วย”
— ยอห์น 14:1-3
6. พระเยซูทรงพันธกิจในฐานะมหาปุโรหิตแห่งสวรรค์
พระเยซูทรงมองหาที่ทางบนสวรรค์ เพื่อเตรียมไว้ให้ท่านอยู่ตลอดเวลา พระประสงค์ทั้งหมดของพระองค์ในการเสด็จมา การดำรงอยู่ การสิ้นพระชนม์ การฟื้นคืนพระชนม์และการเสด็จขึ้นบนสวรรค์ ก็เพื่อทรงช่วยให้ประชาชนทุกหนทุกแห่งให้รอดจากบาป พระวจนะต่อไปนี้ในพระคัมภีร์ได้พรรณาไว้อย่างชัดเจนถึงพระประสงค์ทั้ง หลายของพระองค์ที่ทรงมีเพื่อเรา
“บุตรทั้งหลายมีเลือดและเนื้อเช่นกันอย่างไร พระองค์ก็ทรงมีส่วนเช่นนั้นด้วยอย่างนั้น เพื่อโดยทางความตายนั้น พระองค์จะทรงทำลายมารผู้มีอำนาจแห่งความ ตาย และจะทรงปลดปล่อยบรรดาคนเหล่านั้น ที่ตกเป็นทาสมาตลอดชีวิตเนื่องจากความกลัวตาย.... เพราะเหตุนี้พระองค์จึงต้องเป็นเหมือนกับพี่น้องทุกอย่างเพื่อจะได้เป็นมหาปุโรหิต ผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาและความซื่อสัตย์ ในการกระทำกิจต่อพระเจ้าเพื่อที่จะลบล้างบาปของประชาชน เพราะพระองค์เองได้ทรงทนทุกข์และถูกทดลอง พระองค์จึงทรงสามารถช่วยผู้ที่ถูกทดลองได้...”
— ฮีบรู 2:14-18
ตามที่กล่าวในพระคัมภีร์นี้ พระเยซูเสด็จมายังโลกของเราเพื่อพันธกิจแห่งการช่วย ชีวิตดังนี้
• เพื่อช่วยคนให้พ้นทุกข์ทรมานจากการเป็น ทาสของบาป
• เพื่อให้คนยอมรับพระเจ้าโดยกระทำผ่าน พันธกิจ ในฐานะมหาปุโรหิตผู้ทรงพระเมตตาและซื่อสัตย์ของเรา
• เพื่อกำจัดสาเหตุของความบาป การทนทุกข์ทรมานและความตายอย่างเด็ดขาด โดยการทำลายซาตานให้หมดสิ้นไป
พระเยซูในฐานะปุโรหิตของเรา คนกลางของเรา พระองค์ทรงปรากฏต่อพระพักตร์พระบิดาของเราอย่างสม่ำเสมอเพื่อเรา พระเยซูพระองค์เดียวกันนี้ผู้ทรงอวยพระพร เด็กๆ ผู้ทรงฟื้นฟูจิตใจหญิงที่คบชู้สู่ชายและผู้ทรงให้อภัยโจรที่กำลังจะตาย ขณะนี้พระองค์ทรงกำลังทำพระราชกิจอยู่บนสวรรค์เพื่อคอยดูแลช่วยเหลือตามความต้องการของเรา “พระองค์ทรงสามารถช่วยคนเหล่านั้นที่กำลังถูกทดลอง ใจ”
7. พระเยซูจะเสด็จกลับมา
ก่อนที่พระเยซูจะเสด็จกลับ ไปบนสวรรค์ พระองค์ทรงสัญญาไว้ว่าอะไร?
“เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกและรับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนพวกท่านจะได้อยู่ที่นั่นด้วย”
— ยอห์น 14:3
เมื่อพระเยซูเสด็จกลับมา พระองค์จะทรงไถ่บาปเราครั้ง เดียว-และ-เพื่อ-ความบาปทั้งหมด ความเจ็บป่วย ความโศกเศร้าและความตายซึ่งเกิดระบาดบนดาวเคราะห์ ดวงนี้ พระองค์จะทรงยินดีต้อนรับเราเข้าสู่โลกใหม่ ซึ่งเป็นโลกแห่งความสุขและชีวิตนิรันดร์ต่อพระพักตร์พระเจ้า ค้นพบ บทที่ 7 ถึงบทที่ 10 จะเป็นการสำรวจว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง เมื่อพระเยซูเสด็จกลับมา
พระเยซู...
ทรงเสด็จมา เป็นพระเจ้าในเนื้อหนังมังสามนุษย์
ทรงดำรงอยู่ มีชีวิตปราศจากบาปในแผ่นดินโลกของเรา
ทรงสิ้นพระชนม์ เพื่อบาปของเรา
ทรงฟื้นคืนพระชนม์ เพื่อให้เราพ้นจากความตาย
ทรงเสด็จขึ้นสวรรค์ เพื่อเตรียมพระนิเวศในสวรรค์ให้กับเรา
ทรงพันธกิจ ทุกๆวันในฐานะมหาปุโรหิตของเรา
ทรงเสด็จมาในไม่ช้า เพื่อนำเราไปอยู่กับพระองค์ตลอด ไป
ความรักที่ไม่รู้จบ
มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการแต่งงานที่พ่อแม่จัดหาคู่ให้ที่ไต้หวัน ระหว่างอู่หลงและ “กิมฮวย” เมื่ออู่หลงได้เปิดผ้าคลุมเจ้าสาวของเขาหลังพิธีสมรสเสร็จสิ้น เขารู้สึกตกใจและขยะแขยงใบหน้าของเจ้าสาว ซึ่งเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากโรคฝีดาษ
หลังจากนั้นเป็นต้นมา อู่หลงพยายามจะยุ่งเกี่ยวกับภรรยาของเขาให้น้อยที่สุดเท่าที่ จะทำได้ ส่วนภรรยาของเขาก็พยายามทำดีที่สุดเพื่อให้สามีมีความสุข เธอทำงานในบ้านอย่างหนัก เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่ง สามีของเธอจะยอมรับเธอ แต่สามีเธอก็ยังคงไม่แยแสและปฏิบัติต่อเธออย่างเย็นชา ไม่ว่าเธอจะแสดงความรักต่อสามีเธอมากเพียงใดก็ ตาม
ภรรยาของเขาอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างอะไรกับหญิงม่ายเท่าใดนัก หลังจากการแต่งงานที่น่าละอายได้ผ่านไปสิบสองปี ดวงตาทั้งสองของอู่หลงเริ่มมองไม่เห็น จักษุแพทย์บอกเขาว่า ตาทั้งสองข้างจะบอดสนิทถ้าเขาไม่เปลี่ยนกระจกตาใหม่ แต่การผ่าตัดตานี้มีค่าใช้จ่ายที่แพงและต้องรอคิวยาว ภรรยาของเขาเริ่มทำหมวกฟางในตอนเย็นเพิ่มอีกหลายชั่วโมง เพื่อให้ได้เงินมากขึ้น วันหนึ่งอู่หลงได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่ามีกระจกตาสำหรับใช้ผ่าตัดแล้ว ซึ่งเป็นกระจกตาของคนที่ได้รับอุบัติเหตุ เขาจึงรีบมาโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดดวงตา
หลังจากที่เขาฟื้นตัวจากการผ่าตัด เขาตัดสินใจเข้าพบภรรยาของเขาเพื่อขอบคุณเธอ อย่างไม่เต็มใจ ที่เธออุตส่าห์หาเงินมาเพื่อใช้ในการผ่าตัดของเขา เมื่อเขาหันไปมองศีรษะของเธอที่ก้มอยู่และอยู่ในระยะที่เธอสามารถมองเห็นเขา ได้ อู่หลงถึงกับอ้าปากค้าง เธอจ้องไปที่เขาอย่างคนตาบอด ดวงตาที่ว่างเปล่าปราศจากกระจกตา เธอได้รับชัยชนะอย่างเข้าถึงอารมณ์ สามีของเธอทรุดตัวลงแทบเท้าเธอและสะอื้น และนับเป็นครั้งแรกในชีวิตการแต่งงานของเธอ ที่เขากระซิบชื่อของเธอว่า กิมฮวย
พระเยซูทรงปรารถนาที่จะมีความสัมพันธ์กับพวกเขาเหล่านั้น ซึ่งเพิกเฉยต่อพระองค์มาเป็นเวลานาน พระองค์ทรงปรารถนาว่าสักวันหนึ่งในที่สุดพวกเราจะกระซิบพระนามของพระองค์ ในฐานะ พระผู้ช่วยให้รอดจากบาปของเรา พระองค์ทรงเต็มพระทัยที่จะสละมิใช่เพียงแค่พระเนตรของพระองค์เท่านั้น แต่ทรงเต็มพระทัยที่จะเสียสละพระวรกายทั้งหมดของพระองค์เสียด้วยซ้ำ เพื่อแสดงให้เห็นความรักที่ไม่รู้จบของพระองค์ ความรักของพระองค์ช่างทรงอานุภาพเสียนี่กระไร ที่พระคริสต์ “เสด็จมาในโลกเพื่อทรงช่วยคนบาปให้รอด” (ทิโมธี ฉบับที่หนึ่ง 1:15)
การเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ของพระคริสต์ เป็นการสร้างสะพานทอดข้ามความเพิกเฉยของเรา เพื่อครอบคลุมความเหินห่างของเรานั่นเอง โดยส่วนตัวแล้ว ท่านค้นพบหรือยังว่า พระองค์ทรงมีพระประสงค์พาท่านขึ้นสะพานข้ามช่องว่างเหว ลึกเพื่อเข้าสู่อ้อมกอดของพระองค์ ท่านเต็มใจที่จะตอบสนองและอธิษฐาน ต่อพระองค์หรือไม่ว่า
องค์พระเยซูคริสตเจ้า ข้าพระองค์รักพระองค์ ขอขอบพระคุณสำหรับการเสียสละอันไม่น่าเชื่อของพระองค์ ขอทรงโปรดมาสถิตในจิตใจของข้าพระองค์ และช่วยข้าพระองค์ให้รอดจากบาปในตอนนี้ด้วยเถิด ทรงโปรดช่วยข้าพระองค์ในทุกๆเรื่อง ขอทรงโปรดช่วยข้าพระองค์อย่างสมบูรณ์ ขอทรงโปรดช่วยข้าพระองค์นิรันดร์?
ค้นพบ บทที่ 5
สะพานสู่ชีวิตที่เบิกบานใจ (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อเรื่องบทที่ 5)
1. บาปเป็นสาเหตุทำให้ถูกแยกจากพระเจ้า
ถูก
ผิด
2. ความตายมาจากผลของบาปทั้ง หมด
ถูก
ผิด
3. พระเยซูทรงมาเพื่อจ่ายบทลงโทษแห่งความตายให้กับบาป ของเรา ทรงเป็นสะพานเชื่อมช่องว่างระหว่างเราและพระเจ้าและมอบชีวิตนิรันดร์ให้กับเรา
ถูก
ผิด
4. พระเยซูเสด็จมายังโลกของเรา
เป็นพระเจ้าผู้ทรงเริ่มจากนิรันดร์กาลเพื่อช่วยเราให้พ้นจากบาปของเรา
เป็นผู้สร้างโดยไม่มีข้อผูกมัดเพราะพระองค์ทรงสร้างเรา
5. พระเยซูทรงอยู่ในโลกของเรา
เกือบมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ถึงแม้จะถูกล่อลวงโดยซาตานให้ทำบาป
มีชีวิตไร้บาปในโลกของเรา
6. พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์
เพื่อบาปของประชาชนทั้งหมดของโลก
เพียงเพื่อความบาปของประชาชนที่เที่ยงธรรม
7. พระเยซูทรงลุกขึ้นจากหลุมฝังศพในวันที่สาม
เช่นเดียวกับมูฮัมหมัดและพระพุทธเจ้า
ดังนั้นพระองค์สามารถช่วยเราจากความตายและมอบชีวิตใหม่ให้เรา
8. พระเยซูเสด็จขึ้นสวรรค์
และเราจะไม่ได้เห็นพระองค์อีก
เพื่อเตรียมสถานที่ในสวรรค์ให้เรา
9. พระเยซูกำลังเสด็จมาในไม่ช้า เดี๋ยวนี้พระองค์ทรงทำพันธกิจในแต่ละวันในฐานะมหาปุโรหิต
โดยใช้สัตวบูชาเพื่อล้างบาปให้เรา
โดยปลดปล่อยเราจากการเป็นทาสของบาป
10. บาปเริ่มครั้งแรกบนโลกใบนี้ได้อย่างไร? โรม 5:12
อาดัมและเอวาไม่เชื่อฟังพระเจ้า
เอวาไม่เชื่อฟังพระเจ้า
ซาตานก่อกบฏต่อพระเจ้า
ฑูตสวรรค์ก่อกบฏและไม่คุ้มครองอาดัมและเอวา
ไม่แน่ใจ
11. คำตอบของพระเจ้าในการแก้ปัญหาของบาปและความตายคืออะไร? ยอห์น 3:16,17 และ มัทธิว 1:21
12. ท่านรู้สึกอย่างไรเมื่อรู้ว่าความบาปของท่านสามารถถูกให้อภัย และท่านสามารถอยู่อย่างนิรันดร์?
13. คำถามที่เป็นหัวใจ: เพราะว่าพระเยซูทรงได้ทำและกำลังทำสิ่งต่างๆเพื่อเรามากมาย ท่านเต็มใจที่จะตอบสนองพระองค์หรือไม่โดยทูลขอให้ พระองค์ทรงสถิตในจิตใจของท่านและช่วยให้ท่านรอด?