Thai Seventh-day Adventist Church of Southern California
10855 New Jersey St, Redlands, CA 92373 Phone: (909) 335-2272 Fax (909) 335-6182 "My house is the house of prayer for all people." Come... Jesus invites you.

ค้นพบ

บทที่ 14

ความลับของการตอบรับคำอธิษฐาน

·            การสนทนากับพระเจ้า

·            วิธีการอธิษฐาน

·            การอธิษฐานส่วนตัวและการอธิษฐานในที่สาธารณะ

·            ความลับเจ็ดประการของการตอบรับคำอธิษฐาน

·            บทบาทของฑูตสวรรค์เมื่อเราอธิษฐาน

·            การดำเนินชีวิตแบบคริสเตียน
ความลับของการตอบรับคำอธิษฐาน

         

อนาโตลิ   ลีวิติน   (นักประวัติศาสตร์และนักประพันธ์ชาวรัสเซีย)   ได้ใช้เวลาหลายปีในไซบีเรียน กูแลค   ที่ซึ่งคำวิงวอนทูลขอต่อพระเจ้าดูเหมือนจะถูกแช่แข็งไว้ที่พื้นดิน   แต่ในที่สุดเขาก็กลับมาได้อย่างลงตัวด้วยจิตวิญญาณที่แรงกล้าทีเดียว   “สิ่งมหัศจรรย์อันยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งทั้งปวงคือการอธิษฐาน  เขาเขียนไว้   “ฉันต้องหันเข้าหาพระเจ้าทางจิตใจและทันใดนั้น ฉันรู้ถึงแรงขับเคลื่อนจากที่ไหนสักแห่ง ได้ไหลพรั่งพรูเข้ามาในวิญญาณและในเนื้อตัวของฉัน   นั่นคืออะไร?   นั่นคือจิตบำบัดหรือ?   ไม่ใช่เลย   มันไม่ใช่จิตบำบัด   ไม่ใช่การฟื้นฟูจิตใจ   แต่เป็นความแข็งแกร่งที่ฉัน   (ชายชราที่ไม่มีความสำคัญอะไรและเบื่อหน่ายชีวิต)   ได้รับซึ่งคอยชุบชีวิตและช่วยให้ฉันรอดพ้นจากบาป   และคอยพยุงฉันขึ้นเหนือโลก?   แรงนั้นมาจากภายนอกตัวฉัน ซึ่งไม่มีแรงขับเคลื่อนใดในโลกที่จะสามารถต้านทานสิ่งนั้นได้

 

ในบทเรียนนี้เราให้ความสนใจกับวิธีการอธิษฐาน   “การหายใจแห่งวิญญาณ”   ซึ่งสามารถช่วยเราสร้างความสัมพันธ์กับพระเจ้าให้แข็งแกร่งขึ้น และมีชีวิตคริสเตียนที่มั่นคงแข็งแรงขึ้น

 

การสนทนากับพระเจ้า

เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าพระเจ้าทรงได้ยินคำอธิษฐานของเรา?

 

“‘พระเจ้าตรัสว่า   เพราะเรารู้แผนงานที่เรามีไว้สำหรับเจ้า เป็นแผนงานเพื่อสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพื่อทุกขภาพ   เพื่อจะให้อนาคตและความหวังใจแก่เจ้า    แล้วเจ้าจะทูลขอต่อเรา   และมาอธิษฐานต่อเรา และเราจะฟังเจ้า เจ้าจะแสวงหาเราและพบเรา เมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วยสิ้นสุดใจของเจ้า’”

เยเรมีย์ 29:11-13 (หากมิได้ทำเครื่องหมายใดๆไว้ บทความทั้งหมดภาคภาษาอังกฤษในบท ค้นพบ นี้มาจากพระคัมภีร์ฉบับสากลเล่มใหม่ [เอ็นไอวี] แปลไทยจาก พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิม ฉบับ 1971 (ย่อขนาดปี 1998), ภาคพันธสัญญาใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2002 สงวนลิขสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย ใช้โดยได้รับอนุญาต”)

พระเยซูทรงให้หลักประกันอะไรว่าพระองค์จะทรงได้ยินและตอบคำอธิษฐานของเรา?

 

เราบอกพวกท่านว่า   จงขอแล้วจะได้   จงหาแล้วจะพบ   จงเคาะแล้วจะเปิดให้แก่ท่าน

        ลูกา 11:9

การอธิษฐานเป็นการสนทนาโต้ตอบกัน   พระเยซูทรงสัญญาว่า

นี่แน่ะ!   เรายืนเคาะอยู่ที่ประตู   ถ้าใครได้ยินเสียงของเราและเปิดประตู   เราจะเข้าไปหาเขาและจะรับประทานอาหารร่วมกับเขา   และเขาจะรับประทานอาหารร่วมกับเรา

วิวรณ์ 3:20

จะเป็นอย่างไรหนอถ้าได้นั่งลงและพูดคุยกับพระคริสต์ระหว่างรับประทานอาหารมื้อเย็นที่แสนวิเศษ? ประการแรกให้เราทูลให้พระองค์ทราบในทุกๆสิ่งที่อยู่ในจิตใจของเราในการอธิษฐาน   (ไม่ใช่เพียงแต่ทำให้เป็นคำพูดที่สวยหรูและน่าศรัทธา)   ประการที่สองให้เราฟังอย่างตั้งใจขณะที่เราภาวนาอธิษฐาน   พระเจ้าทรงพูดคุยกับเราโดยตรง   และในขณะที่เราอ่านพระวจนะของพระเจ้าอย่างใจจดใจจ่อ   พระเจ้าจะทรงพูดคุยกับเราผ่านหน้ากระดาษในพระคัมภีร์นั่นเอง

 

การอธิษฐานเป็นวิธีการดำเนินชีวิตของคริสตชน

 

จงชื่นบานอยู่เสมอ   จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ   จงขอบพระคุณในทุกกรณี เพราะนี่แหละเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า   สำหรับพวกท่านในพระเยซูคริสต์

เธสะโลนิกา ฉบับที่หนึ่ง 5:16-18

เราจะสามารถ   “อธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ”   ได้อย่างไร?   เราจะต้องคุกเข่าของเราตลอดเวลา หรือกล่าวคำชื่นชม หรือวิงวอนซ้ำๆกันตลอดเวลาหรือ?   ไม่ใช่แน่นอน   พระคัมภีร์เป็นชีวิตที่ใกล้ชิดกับพระเยซูมาก จนเราอิสระที่จะพูดคุยทางใจกับพระองค์ได้ทุกเมื่อทุกโอกาสทุกสถานที่

 

อย่ามัวแต่คิดว่าเราไม่มีเวลา   ไม่มีสถานที่เหมาะๆที่จะทูลขอหรือสนทนากับพระเจ้าเลย   ไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้นการยกระดับจิตวิญญาณที่แน่วแน่ของเราที่จะตั้งใจอธิษฐานได้   ท่ามกลางฝูงชนตามท้องถนน   ช่วงเวลาการทำธุรกิจ   เราอาจส่งคำวิงวอนต่อพระเจ้าและทูลขอคำชี้แนะจากพระองค์...... เราควรเปิดประตูหัวใจไว้ตลอดเวลา   และทูลเชิญพระคริสต์ให้ทรงมาสถิตกับเรา   เหมือนเป็นแขกผู้เยี่ยมเยียนจากสวรรค์มาในวิญญาณเรา”   จาก Steps to Christ, หน้า 99

 

ทางที่ดีที่สุดทางหนึ่งที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดแบบนี้คือการเรียนรู้การภาวนาในขณะที่เราอธิษฐาน

 

ขอการภาวนาของข้าเป็นสิ่งที่พอพระทัย   ข้าเปรมปรีดิ์ในพระเจ้า

เพลงสดุดี 104:34

จงปฏิบัติหน้าที่เหล่านี้และทุ่มเทตัวเองให้กับหน้าที่ดังกล่าว

ทิโมธี ฉบับที่หนึ่ง 4:15, ฉบับคิงส์เจมส์

แต่ความปีติยินดีของผู้นั้นอยู่ในพระธรรมของพระเจ้า   เขาภาวนาพระธรรมของพระองค์ทั้งกลางวันและกลางคืน

เพลงสดุดี 1:2

อย่ามัวแต่เร่งทูลขอรายการต่างๆขณะที่ท่านอธิษฐาน   แต่ขอให้ท่านรอคอย   ขอให้ท่านพิจารณาใคร่ครวญสักเล็กน้อยจะทำให้เพิ่มพูนความสัมพันธ์ที่ยิ่งยวดของท่านกับพระเจ้า

 

ท่านทั้งหลายจงเข้าใกล้พระเจ้า   แล้วพระองค์จะเสด็จเข้ามาใกล้ท่าน

        ยากอบ 4:8

          ยิ่งเราเข้าใกล้พระเยซูมากเท่าไร   เราก็ยิ่งสามารถพบพระพักตร์พระองค์มากขึ้นเท่านั้น   ดังนั้นขอให้เราคงการสนทนากับพระเยซูไว้   อย่าคิดเหินห่างจากอำนาจพระองค์   ไม่ต้องกังวลกับการใช้คำพูดให้ถูกต้อง   เพียงแต่เปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่างด้วยคำพูดที่ซื่อสัตย์ก็เพียงพอแล้ว   โปรดจำไว้ว่าพระองค์ทรงผ่านการทรมานจากการสิ้นพระชนม์พระองค์เองเพื่อเป็นเพื่อนสนิทคุ้นเคยของเรา

วิธีการอธิษฐาน

เมื่อเรามีส่วนร่วมในการอธิษฐานอย่างเป็นทางการในที่สาธารณะหรือจะเป็นการอธิษฐานส่วนตัวก็ตาม   เราอาจต้องการอธิษฐานตามที่พระเยซูทรงให้เมื่อครั้งการเทศนาที่เนินเขา   พระองค์ทรงสอนเหล่าสาวกของพระองค์ถึงการอธิษฐานต่อพระเจ้า เพื่อให้การอธิษฐานของพวกเขาได้รับการตอบรับโดย   “สอนเราให้อธิษฐานดังนี้

 

ข้าแต่พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย   ผู้สถิตในสวรรค์   ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ   ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่   ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์ ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก   ขอประทานอาหารประจำวันแก่พวกข้าพระองค์ในวันนี้   และขอทรงยกบาปผิดของพวกข้าพระองค์   เหมือนพวกข้าพระองค์ยกโทษบรรดาคนที่ทำผิดต่อข้าพระองค์   และขออย่าทรงนำพวกข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง   แต่ขอให้พวกข้าพระองค์พ้นจากความชั่วร้าย   ขอให้แผ่นดินและพระฤทธานุภาพและพระเกียรติคุณของพระองค์ จงเป็นของท่านทั้งหลายตลอดไป..... อาเมน

มัทธิว 6:9-13

ตามแบบแผนที่พระเยซูทรงจัดไว้ในคำอธิษฐานของพระองค์   เราเข้าหาพระเจ้าในฐานะที่ทรงเป็นพระบิดาบนสรวงสวรรค์ของเรา โปรดทูลขอให้พระประสงค์ของพระองค์เข้ามาสถิตในจิตใจของเรา   เพราะพระประสงค์ของพระองค์มีอำนาจเหนือสิ่งอื่นใดทั้งปวงบนสรวงสวรรค์   เราค้นหาพระองค์เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์   เพื่อการให้อภัยและเพื่อให้เกิดทัศนคติการรู้จักให้อภัย   เราระลึกอยู่ตลอดเวลาว่าความสามารถของเราในการต่อต้านบาปนั้นมาจากพระเจ้า   คำอธิษฐานของพระคริสต์จบลงด้วยการสรรเสริญพระองค์ในรูปแบบต่างๆ

 

ต่อไปพระเยซูทรงสอนเหล่าสาวกของพระองค์ให้ทูลขอพระบิดา   “ในนามของเรา”   (ยอห์น 16:23)   ว่านั่นคือคำอธิษฐานที่สอดคล้องกับหลักการต่างๆของพระเยซู   และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมโดยปกติชาวคริสเตียนจึงมักปิดคำอธิษฐานด้วยคำว่า   “ในนามของพระเยซูคริสตเจ้า   อาเมน”   อาเมนคือคำฮีบรูที่แปลว่า   “ขอให้เป็นดังนั้นด้วยเถิด

 

บางครั้งคริสตชนมีต้นแบบการอธิษฐานต่อพระเจ้า   บ่อยครั้งที่เขาทั้งหลายท่องจำและกล่าวซ้ำๆในที่สาธารณะ   แม้ว่าการอธิษฐานต่อพระเจ้าได้ให้แนวทางสิ่งที่จะอธิษฐานทูลขอรวมถึงวิธีการสร้างคำอธิษฐาน   แต่การสนทนากับพระเจ้าของเราจะได้ผลดีที่สุดหากออกมาจากใจที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

 

ขอให้ดูที่การอธิษฐานที่หลากหลายของชายหญิงในพระคัมภีร์   ที่ได้ให้บทเรียนพื้นฐานอันหนึ่งแก่เราว่า   ให้อธิษฐานถึงทุกสิ่งทุกอย่าง   พระเจ้าทรงเชื้อเชิญเราให้อธิษฐานในเรื่องที่จำเป็นเช่นการให้อภัยบาปของเรา   (ยอห์น ฉบับที่หนึ่ง 1:9)   การเพิ่มพูนความเชื่อ   (มาระโก 9:24)   สิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต   (มัทธิว 6:11)   การรักษาให้หายจากความทรมานและเจ็บป่วย   (ยากอบ 5:15)   ในเวลาเดียวกันพระองค์ทรงให้ความมั่นใจว่า   เราจะได้รับความห่วงใยและทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการตามที่ทูลขอต่อพระเยซู   ไม่มีสิ่งใดที่จะเล็กน้อยเกินกว่าที่จะอธิษฐาน

 

จงละความกังวลทุกอย่างของพวกท่านไว้กับพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย

  เปโตร ฉบับที่หนึ่ง 5:7

พระผู้ช่วยให้รอดบาปของเราทรงสนพระทัยในรายละเอียดการดำรงชีวิตของเราทุกเรื่อง   พระเจ้าทรงยินดีในการอธิษฐานของเรา   พระทัยของพระองค์นั้นอบอุ่นเมื่อจิตใจเราเข้าถึงความรักและความเชื่อของพระองค์

การอธิษฐานส่วนตัว

พวกเราส่วนใหญ่มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ   และรีรอที่จะแบ่งปันเรื่องเหล่านั้นถึงแม้จะเป็นการแบ่งปันให้กับเพื่อนสนิทที่สุดของเราก็ตาม   พระเจ้าทรงประสงค์ให้เราผ่อนคลายอย่างเต็มที่เมื่ออธิษฐานหนึ่งต่อหนึ่งกับพระองค์   พระองค์ไม่ทรงประสงค์ที่จะรู้ข้อมูลใดๆ   พระฤทธานุภาพทรงรู้ถึงความกลัวที่ลึกลับ   แรงกระตุ้นที่ซ่อนไว้   ความไม่พอใจของเราที่ถูกฝังไว้   แท้จริงแล้วพระองค์ทรงรู้ดีกว่าเราเสียอีก   แต่เราจำเป็นต้องเปิดหัวใจต่อพระองค์   ผู้ทรงเป็นหนึ่งเดียว   ผู้ทรงสนิทสนมกับเราและผู้ทรงรักเราอย่างหาที่สุดมิได้   การรักษาจะเริ่มขึ้นต่อเมื่อพระเยซูทรงสามารถสัมผัสบาดแผลได้เท่านั้น   เราจำเป็นต้องยอมรับปัญหาต่างๆและระลึกถึงความต้องการของเรา   การเติบโตจะเกิดขึ้นเมื่อพระเยซูสามารถสัมผัสความอ่อนแอต่างๆของเราได้เท่านั้น

 

เมื่อเราอธิษฐาน   พระเยซูมหาปุโรหิตของเราจะทรงอยู่ใกล้เรา เพื่อช่วยเหลือเราทุกครั้งในยามต้องการ

 

เพราะว่า เราไม่ได้มีมหาปุโรหิต ที่ไม่สามารถจะเห็นใจในความอ่อนแอของเรา แต่ทรงเคยถูกทดลองใจเหมือนเราทุกอย่าง ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังปราศจากบาป    ฉะนั้นขอให้เราเข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณด้วยความกล้า   เพื่อเราจะได้รับพระเมตตา   และจะพบพระคุณที่ช่วยเราในยามต้องการ

ฮีบรู 4:15, 16

เรารู้สึกกังวลใจ   เครียดหรือรู้สึกผิดบ้างไหม?   จงถวายสิ่งเหล่านั้นให้พระเจ้า   การอธิษฐานจะนำเราไปสู่พระเมตตาและพระเกียรติคุณของพระองค์   แล้วพระองค์จะทรงสามารถช่วยเราได้ในยามต้องการ

 

เราควรมีสถานที่พิเศษเพื่อการอธิษฐานส่วนตัวหรือไม่?

 

ส่วนท่านเมื่ออธิษฐานจงเข้าในห้องชั้นใน   และเมื่อปิดประตูแล้ว   จงอธิษฐานต่อพระบิดาของท่านผู้สถิตในที่ลี้ลับ   แล้วพระบิดาของท่านผู้ทอดพระเนตรเห็นในที่ลี้ลับจะประทานบำเหน็จแก่ท่าน

มัทธิว 6:6

คริสเตียนทุกคนจะอธิษฐานเพิ่มเติมระหว่างเดินตามถนน   ระหว่างทำงานหรือระหว่างเข้าสังคมที่สนุกสนาน   เขาทุกคนควรจะกำหนดเวลาอธิษฐานส่วนตัวในแต่ละวัน   ดาเนียล   (เจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงในบาบิโลนและเป็นชายผู้ยิ่งใหญ่ของพระเจ้า)   จะอธิษฐานสามครั้งต่อวันคือเวลาเช้า   กลางวันและกลางคืน   คริสตชนเกือบทั้งหมดจะกำหนดเวลาและสถานที่ เพื่ออยู่กับพระเจ้าโดยการศึกษาพระคัมภีร์และการอธิษฐาน   ขอให้ท่านจัดทำตารางนัดพบพระเจ้าในเวลาที่ท่านตื่นตัวและสนใจที่สุด

การอธิษฐานในที่สาธารณะ

การอธิษฐานร่วมกับคนอื่นเป็นการสร้างข้อผูกมัดและเป็นวิธีพิเศษ ในการเรียกหาพระฤทธานุภาพของพระเจ้า

 

เพราะว่ามีสองสามคนประชุมกันที่ไหน ในนามของเรา   เราจะอยู่ท่ามกลางพวกเขาที่นั่น

มัทธิว 18:20

โปรดจำไว้ว่าการอธิษฐานของพระเจ้าใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งนาที ที่จะพูดซ้ำ   การอธิษฐานในที่สาธารณะควรจะต้องสรุป   อย่าเบี่ยงเบนผู้ฟังด้วยคำพูดที่ดูเหมือนท่านเป็นคนพูดกับผู้ฟังจริงๆ ไม่ใช่พระเจ้า   อย่ารู้สึกว่าท่านต้องพูดด้วยสำเนียงแปลกๆซึ่งไม่เป็นธรรมชาติ   การพูดที่แสดงความเคารพนับถืออย่างง่ายๆและอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นวิธีที่ดีกว่ามากในการเข้าพบกษัตริย์ของกษัตริย์ทั้งปวงหรือพระเจ้าของพระเจ้าทั้งปวง

 

มีสิ่งหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราสามารถทำได้ในฐานะครอบครัวเดียวกันคือการพัฒนาชีวิตการอธิษฐานด้วยกัน   จงแสดงให้เด็กๆของท่านเห็นว่าเราสามารถทูลความต้องการของเราต่อพระองค์โดยตรง   พวกเขาจะตื่นเต้นหากพระเจ้าทรงตอบรับคำอธิษฐานซึ่งเป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ในชีวิต   ขอให้ครอบครัวนมัสการพระเจ้าด้วยความสุขและแบ่งปันเรื่องราวด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลาย

 

ความลับเจ็ดประการของการตอบรับคำอธิษฐาน

เมื่อโมเสสอธิษฐานให้ทะเลแดงแยกกัน   เมื่ออิไลจาอธิษฐานให้ไฟลงมาจากสวรรค์   เมื่อดาเนียลอธิษฐานฑูตสวรรค์องค์หนึ่งได้ปิดปากสิงโตที่ตะกละ   พระคัมภีร์จะตอบรับคำอธิษฐานเรามากมายด้วยความตื่นเต้น   และสิ่งนี้เตือนให้ทราบว่าการอธิษฐานเป็นเหมือนการเคาะเรียกพระฤทธานุภาพ ที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้า   จงพิจารณาพระคำสัญญาที่ยิ่งใหญ่ของพระคริสต์ที่ว่า

 

สิ่งใดที่พวกท่านขอในนามของเรา    เราจะทำสิ่งนั้น

ยอห์น 14:14

พระเยซู   “ผู้ทรงสามารถทำทุกสิ่งได้มากยิ่งกว่าที่เราทูลขอหรือคิด”   (เอเฟซัส 3:20)   พระเจ้าทรงสัญญาว่า   “จงทูลเราและเราจะตอบเจ้า”   (เยเรมีย์ 33:3)   แต่อย่างไรก็ตามผู้อธิษฐานบางคนดูเหมือนไม่สนใจ   ทำไม?   มีเงื่อนไขที่แนบมากับการอธิษฐานหรือ?   นี่คือหลักเจ็ดประการที่จะช่วยให้ท่านอธิษฐานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

1. ขอให้เข้าใกล้พระคริสต์

ถ้าพวกท่านติดสนิทอยู่กับเรา และถ้อยคำของเราติดสนิทอยู่กับท่านแล้ว    ท่านจะขอสิ่งใดที่ท่านปรารถนา    ก็จะได้สิ่งนั้น

ยอห์น 15:7

เมื่อเราสนิทสนมกับพระเจ้าเป็นอันดับแรกและคอยติดต่อพระองค์   เราต้องคอยหมั่นหาและฟังคำตอบรับการอธิษฐานของเรามิฉะนั้นเราอาจไม่พบคำตอบรับอธิษฐานนั้น

2. ขอให้เชื่อมั่นพระเจ้า

ทุกสิ่งที่ท่านอธิษฐานขอด้วยความเชื่อก็จะได้

        มัทธิว 21:22

ความเชื่อหมายถึงคำอธิษฐานของเราจะมากยิ่งกว่าการเคาะไม้เรียก   เรากำลังรอการตอบรับคำอธิษฐานของเราจริงๆจากพระบิดาบนสรวงสวรรค์   หากท่านยังรู้สึกอึดอัดที่จะมีความเชื่อ   ขอให้ท่านจำไว้ว่าพระผู้ช่วยให้รอดบาปของเราทรงแสดงอัศจรรย์ต่อคนที่ทูลขอเมื่อเข้าตาจนดังนี้

 

ข้าพเจ้าเชื่อ   และขอโปรดช่วยในส่วนที่ขาดอยู่ด้วยเถิด!”

        มาระโก 9:24

แค่มีสมาธิในการแสดงความเชื่อ   ท่านก็จะมี จริงๆ อย่าไปกังวลกับความเชื่อที่ท่านไม่มี

3. ขอให้ยอมจำนนต่อพระประสงค์ของพระเจ้าอย่างน้อบนอม

และนี่เป็นความมั่นใจที่เรามีต่อพระองค์    คือถ้าเราทูลขอสิ่งใดที่เป็นพระประสงค์ของพระองค์ พระองค์ก็ทรงฟัง

ยอห์น ฉบับที่หนึ่ง 5:14

ขอให้จำไว้ว่าพระเจ้ามีพระประสงค์ที่จะมอบสิ่งต่างๆให้เราและสอนเราผ่านการอธิษฐาน   ดังนั้นบางครั้งพระองค์ตรัสคำ   “ปฏิเสธ”   บางครั้งพระองค์ทรงหันเหเราไปอีกทิศทางหนึ่ง   สิ่งเหล่านี้ควรดลใจให้เราอธิษฐานมากขึ้นเพื่อ   “ให้การตอบรับคำอธิษฐานเป็นจริง”   ในอนาคต   การอธิษฐานเป็นวิธีการเข้าใกล้พระประสงค์ของพระเจ้ามากขึ้นและมากขึ้น   ดังนั้นเราจำเป็นต้องติดสนิทกับการตอบรับของพระเจ้าอย่างฉับไวและเรียนรู้จากสิ่งเหล่านั้น   ขอให้เราเจาะจงทูลขออย่างสม่ำเสมอเพื่อให้คำทูลขอนั้นมีการตอบรับที่เป็นจริง

 

พระคัมภีร์เปิดเผยให้เราทราบถึงพระประสงค์ของพระเจ้า   (เพลงสดุดี 119:105, 133)   และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงช่วยส่งเราให้ถึงเป้าหมาย   “พระวิญญาณทรงอธิษฐานขอเพื่อธรรมิกชนตามพระประสงค์ของพระเจ้า”   (โรม 8:27)   ขอให้จำไว้ว่าความประสงค์ของเราจะตรงกับพระประสงค์ของพระเจ้าเสมอ   หากเราสามารถเห็นสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำ

 

4. ขอให้รอคอยพระเจ้าอย่างอดทน

ข้าพเจ้าได้เพียรรอคอยพระเจ้า   พระองค์ทรงเอนพระองค์ ลงฟังคำร้องทูลของข้าพเจ้า

เพลงสดุดี  40:1

ประเด็นสำคัญคือให้ท่านมีจุดศูนย์รวมที่พระเจ้า   มุ่งความสนใจมาที่การตอบรับคำอธิษฐานของพระองค์   อย่าเพียงแต่อ้อนวอนทูลขออย่างรวดเร็ว แต่กลับมองปัญหาด้วยความหวาดกลัว   อย่ายอมให้ความหวาดกลัวนั้นชนะเหนือท่าน   อย่าทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าเพียงหนึ่งนาทีแต่กลับจมปลักกับปัญหาอย่างคุ้มคลั่งในเวลาที่เหลือ   ขอให้รอคอยพระเจ้าด้วยความอดทน   ความรวดเร็วในยุคการทำอาหารเย็นด้วยไมโครเวฟ และเข้าหาสีสรรบันเทิงด้วยการกดปุ่ม ทำให้เราเคยชินกับระเบียบวินัยแย่ๆเหล่านั้น

5. ขอให้หยุดการกระทำบาปใดๆ

ถ้าข้าพเจ้าได้บ่มความชั่วไว้ในใจข้าพเจ้า   องค์พระผู้เป็นเจ้าคงไม่ทรงสดับ

        เพลงสดุดี 66:18

ขอให้รับรู้ว่าบาปทำให้เกิดวงจรลัดในพระฤทธานุภาพของพระเจ้า อันมีผลต่อการดำรงชีวิตของเรา   ความบาปแยกเราออกจากพระเจ้า   (อิสยาห์ 59:1, 2)   สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าท่านต้องสมบูรณ์แบบ เพื่อรอรับคำตอบจากการอธิษฐาน   ความหมายง่ายๆคือท่านไม่สามารถทำบาปมือหนึ่ง และขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าอีกมือหนึ่ง   การสารภาพบาปด้วยความจริงใจและการกลับใจจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้

 

หากเราไม่ยินยอมให้พระเจ้าทรงนำเราเพื่อให้หลุดพ้นจากความคิด   คำพูดคำจา   และการกระทำอันชั่วร้ายแล้ว   คำอธิษฐานก็จะไม่บังเกิดผลแต่ประการใด

 

พวกท่านขอและไม่ได้รับเพราะขอผิด    หวังจะเอาไปสนองความปรารถนาชั่วของตนเอง

        ยากอบ 4:3

พระเจ้าทรงไม่   “ตอบรับ”   คนใจบาปหรือคนเห็นแก่ตัว   ขอให้ท่านเปิดหูฟังพระบัญญัติพระเจ้า   ความประสงค์ของพระองค์และพระองค์จะทรงเปิดพระกรรณเพื่อสดับฟังคำทูลขอจากท่าน

 

ถ้าผู้ใดไม่ฟังพระบัญญัติ    แม้คำอธิษฐานของเขาก็เป็นสิ่งน่าเกลียดน่าชัง

สุภาษิต 28:9

6. ขอให้รู้ถึงพระประสงค์ของพระเจ้า

พระเจ้าทรงตอบรับคำอธิษฐานคนที่ทูลขอต่อพระพักตร์ และพระฤทธานุภาพของพระองค์เพื่อการดำเนินชีวิต

คนที่หิวและกระหายความชอบธรรมก็เป็นสุข เพราะว่าพระเจ้าจะทรงให้อิ่ม

มัทธิว 5:6

7. ขอให้อธิษฐานอย่างมุ่งมั่น

พระเยซูทรงแสดงให้เห็นถึงความจำเป็น ในการอธิษฐานอย่างมุ่งมั่นของเรา   โดยเล่าเรื่องหญิงม่ายผู้ดื้อรั้นเหลือเกินที่ยังคงร้องขอผู้พิพากษาอย่างไม่หยุด   จนในที่สุดผู้พิพากษาพูดอย่างหัวเสียว่า

 

“‘แต่เพราะแม่ม่ายคนนี้มาทำให้ข้าลำบาก   ข้าจะให้ความยุติธรรมแก่นางเพื่อไม่ให้นางมารบกวนให้รำคาญใจบ่อยๆ!’   และองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า   จงฟังคำที่ผู้พิพากษาอธรรมคนนี้พูด   พระเจ้าจะไม่ประทานความยุติธรรมแก่คนที่พระองค์ทรงเลือกไว้    คือพวกที่ร้องถึงพระองค์ทั้งกลางวันกลางคืนหรือ?   พระองค์จะทรงอดทนได้หรือ?’”

ลูกา 18:5, 7

ขอให้เรามุ่งมั่นทูลขอพระเจ้าต่อไปเรื่อยๆ   ขอให้สนทนากับพระองค์ถึงความต้องการ   ความหวังและความฝันทั้งหลายของท่าน   ขอให้เจาะจงทูลขอพระพรและความช่วยเหลือจากพระองค์ในยามจำเป็น   ขอให้เราเฝ้าคอยฟังจนกระทั่งท่านได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างจากการตอบรับคำอธิษฐานจากพระเจ้า

 

การช่วยเหลือของฑูตสวรรค์เพื่อรับคำตอบจากการอธิษฐาน

ขณะที่เราอธิษฐาน   พระเจ้าทรงส่งฑูตสวรรค์มาตอบคำอธิษฐานต่างๆของเรา โดยไม่คำนึงถึงระยะทางและความเร็ว

ฑูตสวรรค์ทั้งปวง    เป็นเพียงวิญญาณที่รับใช้พระเจ้า    ที่ทรงส่งไปปรนนิบัติ บรรดาคนที่จะได้รับความรอดไม่ใช่หรือ?”

ฮีบรู 1:14

ในพระวจนะเพลงสดุดีมีการร้องยินดีปรีดา สำหรับการรับใช้ของบรรดาฑูตสวรรค์ของพระเจ้าที่คอยตอบคำอธิษฐานของเขา

 

ข้าพเจ้าได้แสวงพระเจ้า   และพระองค์ทรงตอบข้าพเจ้า   และทรงช่วยกู้ข้าพเจ้าจากความกลัวทั้งสิ้นของข้าพเจ้า   ฑูตสวรรค์ของพระเจ้าได้ตั้งค่ายล้อมบรรดาผู้ที่เกรงกลัวพระองค์ และช่วยเขาทั้งหลายให้รอด

เพลงสดุดี 34:4, 7

หลังจากการถูกทดลองใจสี่สิบวัน   (การตอบคำอธิษฐานของพระเยซู)    “แล้วมารจึงไปจากพระองค์   และมีพวกฑูตสวรรค์มาปรนนิบัติพระองค์”   (มัทธิว 4:11)   เมื่อเราอธิษฐาน   พระเจ้าทรงส่งทูตสวรรค์มาช่วยตอบคำอธิษฐานต่างๆของเรา

 

พระคัมภีร์แนะนำว่าทุกคนมีทูตสวรรค์ประจำตัวคอยคุ้มครองอยู่

 

จงระวังให้ดี   อย่าดูหมิ่นผู้เล็กน้อยเหล่านี้สักคนหนึ่ง เพราะเราขอบอกท่านทั้งหลายว่า ฑูตสวรรค์ของพวกเขา คอยเฝ้าอยู่เฉพาะพระพักตร์พระบิดาของเรา ผู้สถิตในสวรรค์เสมอ

มัทธิว 18:10

อพยพ 23:20;   ฮีบรู13:2;   เพลงสดุดี91:11,12;   และกิจการของอัครฑูต 5:19 พระวจนะเหล่านี้พูดถึงทูตสวรรค์ที่คอยรับใช้ผู้ที่ดำเนินชีวิตด้วยการอธิษฐาน

 

การอธิษฐานเป็นการทดลองใจอย่างหนึ่งที่น่าเกรงขามที่สุดที่เราสามารถมีส่วนร่วมได้ในฐานะมนุษย์   ดังนั้นขอให้เริ่มสร้างประสบการณ์ส่วนตัวของท่านเสียแต่วันนี้เพื่อการค้นพบของท่าน   เพราะว่าการอธิษฐานของเราที่ว่า

 

องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ใกล้แล้ว   อย่ากระวนกระวายในสิ่งใดๆเลย   แต่จงทูลพระเจ้าให้ทรงทราบทุกสิ่งที่พวกท่านขอ   โดยการอธิษฐานและการวิงวอน   พร้อมกับการโมทนาพระคุณ แล้วสันติสุขของพระเจ้าที่เกินความเข้าใจ   จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านทั้งหลายไว้ในพระเยซูคริสต์

ฟีลิปปี 4:5-7

ข้าแต่พระบิดาผู้สถิตบนสรวงสวรรค์    ข้าพระองค์ต้องการจะสนิทสนมกับพระองค์มากขึ้น    ข้าพระองค์ยังคงต้องการติดต่อกับพระองค์ผ่านการอธิษฐาน    ขอโปรดสอนข้าพระองค์ถึงวิธีการอธิษฐานที่มีประสิทธิภาพ    ขอโปรดแสดงให้ข้าพเจ้ารู้วิธีการฟังที่ดีขึ้น    รู้ทางไปสู่จุดหมายที่ดีขึ้น    รู้การตอบรับคำอธิษฐานที่ดีขึ้น     ในนามของพระเยซูคริสตเจ้าที่ข้าพระองค์ทูลขอ    อาเมน

 

การดำเนินชีวิตแบบคริสเตียน

บทเรียนนี้และบทที่ 15 ถึง 20 แสดงถึงการดำเนินชีวิตของชาวคริสเตียน

พระคัมภีร์อธิบายความแตกต่างอย่างชัดเจนของการดำเนินชีวิตแบบคริสเตียนหรือไม่?

 

คือได้รับการสอนให้ทิ้งตัวเก่าของพวกท่าน ที่คู่กับการประพฤติแบบเดิมซึ่งถูกตัณหาล่อลวงทำให้พินาศไป    และให้วิญญาณและจิตใจของพวกท่านได้รับการเปลี่ยนใหม่    และรับการสอนให้สวมสภาพใหม่ซึ่งได้รับการสร้างขึ้นตามแบบของพระเจ้า ในความชอบธรรมและความบริสุทธิ์อย่างแท้จริง

เอเฟซัส 4:22-24

คริสตชนจะ   “ทิ้งตัวเก่า”   ซึ่งเป็นผลจาก   “ตัณหาที่ล่อลวง”   และ   “สวมสภาพใหม่”   นั่นคือ   “การสร้างขึ้นตามแบบของพระเจ้า”   ในการเกิดใหม่เราถูก   “สร้าง”   ให้เป็นคนที่แตกต่างด้วยการดำเนินชีวิตแบบคริสเตียนอย่างเห็นได้ชัด

พระคัมภีร์จะคอยดลใจเราให้อยู่กับชีวิตใหม่ตลอดเวลาเช่นเดียวกับพระวิญญาณบริสุทธิ์จะคอยเปลี่ยนนิสัยเรา

      

เพราะฉะนั้น   เมื่อเรามีพยานมากมายอยู่รอบข้างอย่างนี้แล้ว   ก็ขอให้เราละทิ้งทุกอย่างที่ถ่วงอยู่   และบาปที่เกาะแน่น   ขอให้เรายังคงวิ่งแข่งด้วยความทรหดอดทน ในการแข่งขันที่อยู่ข้างหน้าเรา    โดยจับตามองที่พระเยซูผู้เบิกทางความเชื่อ   และผู้ทรงทำให้ความเชื่อนั้นสมบูรณ์   พระองค์ทรงสู้ทนต่อกางเขน   เพื่อความยินดีที่อยู่ต่อหน้าพระองค์   ทรงถือว่าความอับอายนั้นไม่เป็นสิ่งสำคัญ   และพระองค์ประทับเบื้องขวาพระที่นั่งของพระเจ้า   ท่านทั้งหลายจงคิดถึงพระองค์ผู้ทรงยอมทนต่อการคัดค้านของคนบาป เพื่อท่านจะไม่รู้สึกท้อใจ

ฮีบรู 12:1-3

พระคัมภีร์ใช้สนามกีฬาที่ยิ่งใหญ่เป็นลู่แข่งสำหรับจิตวิญญาณชาวคริสเตียน   ผู้ชมรอบสนามรวมถึงชายหญิงที่มีความเชื่อที่ยิ่งใหญ่ซึ่งกล่าวถึงในบทก่อนหน้า   (ฮีบรู 11)   เป็น   “ประจักษ์พยานมากมาย”   ส่วนเราเป็นผู้เข้าแข่งขัน

 

ในฐานะคริสตชนเราจะเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่คอยหน่วงเราไว้   “โยนทิ้งไป”   และใส่พลังงานทั้งหมดลงไปในการวิ่งเพื่อให้ได้รับชัยชนะ   และเพื่อเป็นหลักประกันในการรับชัยชนะ   เราต้อง   “เพ่งมองพระเยซู”   และพินิจพิเคราะห์พระองค์”   เพื่อให้ความคิดและการกระทำของเราเป็นเหมือนเช่นพระคริสต์   ทำให้เป็นไปได้ที่จะมีการดำเนินชีวิตและได้รับของประทานชีวิตนิรันดร์จากพระองค์   เพราะพระองค์   “ทรงอดทนต่อกางเขน”   และกลายเป็นพระเจ้าผู้ชนะเหนือบาปและความตายของเรา

 

เราเรียนรู้อะไรจาก   “ประจักษ์พยานมากมาย”   ในช่วงเวลาของพระคัมภีร์เก่า?   หากท่านมีเวลาว่างขอให้อ่านฮีบรู 11   และจดวิธีที่   “ความเชื่อ”   ทำให้ชายหญิงผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้สามารถเอาชนะอุปสรรคและการทดลองใจทุกอย่าง   ชัยชนะของพวกเขาสามารถเป็นของท่านได้   ไม่ว่าจะอยู่ท่ามกลางชีวิตที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่มีมา   ขณะที่ท่านอ่านบทที่ 11 ขอให้สังเกตคำเหล่านี้ที่ชี้ถึงความเด็ดขาดที่แน่วแน่และการกระทำที่มุ่งมั่น

ชายหญิงเหล่านี้จะได้รับความสำเร็จอย่างอัศจรรย์ใจโดยผ่าน   “ความเชื่อ ของการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์   กุญแจแห่งความสำเร็จของพวกเขาเช่นเดียวกับคริสตชนคือ   “การเพ่งมองพระเยซู”   เพราะพระองค์ทรงเป็นศูนย์กลางความเชื่อของเรา   พระคริสต์ทรงมีฤทธานุภาพที่คอยดลใจชีวิตคริสตชน   พระองค์ทรงมอบความเชื่อซึ่งเป็นคุณภาพที่จำเป็นอย่างหนึ่งในการดำเนินชีวิตคริสตชน และเป็นปัจจัยกระตุ้นบุคลิกนิสัยที่ดีให้มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

 

โดยผ่านความเชื่อพระเยซู   การดำเนินชีวิตแบบคริสตชนเป็นผลทำให้เกิดสันติสุข   รู้สึกถึงความปลอดภัยและมีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างสมบูรณ์แบบ

 

พระองค์ [พระเจ้า] ทรงรักษาไว้ในศานติภาพอันสมบูรณ์   เพราะเขาวางใจในพระองค์ [อยู่ในพระองค์, ฉบับคิงส์เจมส์]”

อิสยาห์ 26:3 (แปลไทยจาก พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิม ฉบับ 1971 (ย่อขนาดปี 1998),ภาคพันธสัญญาใหม่ ฉบับมาตรฐาน 2002 สงวนลิขสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย ใช้โดยได้รับอนุญาต”)

 

นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเรามีศูนย์กลางการดำเนินชีวิตของเรา ในพระคริสต์ที่ยังทรงพระชนม์อยู่

 

ครั้งหนึ่งภรรยาผู้เผยแพร่ศาสนาชาวสิงคโปร์ถามชายชราคนหนึ่ง ซึ่งกลายเป็นคริสเตียนหลังจากที่เกือบทั้งชีวิตของเขานับถือศาสนาพุทธ   “มิสเตอร์ ลิม   ท่านเห็นความแตกต่างอย่างไรระหว่างการนับถือศาสนาพุทธหรือศาสนาคริสต์?”

 

คำตอบง่ายครับ”   เขาตอบ   “เพราะว่าผมพบพระเยซูในฐานะพระผู้ช่วยให้รอดจากบาปของผมทำให้ผมมีสันติสุขในจิตใจมากเหลือเกิน

 

ผู้มีความเชื่อรายใหม่ๆมักพบคำถามนี้บ่อยๆว่า   “เดี๋ยวนี้ท่านดำเนินชีวิตแบบคริสเตียน   ท่านสังเกตเห็นความแตกต่างอะไรที่เกิดขึ้นในชีวิตของท่าน?”

คำตอบธรรมดาที่สุดคือ   “ฉันพบสันติสุขในจิตใจของฉัน

 

บทนี้และอีกหกบทต่อไปเป็นเรื่องการดำเนินชีวิตคริสเตียน   เปิดเผยถึงความลับการมีความสุขในชีวิตคริสเตียน   พวกเขาช่วยให้เราสนิทสนมและมีชีวิตคริสตชนกับพระเจ้าที่แข็งแกร่งขึ้น   ดังนั้นขอให้เริ่มเพ่งมองพระเยซูเสียแต่วันนี้   และท่านจะเป็นส่วนหนึ่งของการฉลองชัยชนะครั้งสุดท้าย   เมื่อแผ่นดินสันติสุขของพระคริสต์ไม่เป็นที่ท้าทายสำหรับท่านอีกต่อไป

 

ค้นพบ บทที่ 14

ความลับของการตอบรับคำอธิษฐาน (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อเรื่องบทที่ 14)

1. การอธิษฐาน

คือการสนทนาพูดคุยโต้ตอบกับพระเจ้า

เป็นการทำสัญญากับธรรมิกชนของโบสถ์

 

2. การอธิษฐานคือการเรียนรู้อย่างเป็นทางการที่เราต้องทำห้าครั้งต่อวัน

ถูก

ผิด

 

3. เราอธิษฐาน

เกี่ยวกับทุกสิ่ง

เฉพาะเรื่องใหญ่ๆเท่านั้น

 

4. เราอธิษฐานเพราะพระเจ้าทรงต้องการข้อมูลล่าสุดทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรา

ถูก

ผิด

 

5. เราอธิษฐานเพราะพระเยซูมหาปุโรหิตของเราทรงเห็นอกเห็นใจเรา

ถูก

ผิด

 

6. การอธิษฐานกับคนอื่นก่อให้เกิดผลจากฤทธานุภาพของพระเจ้าในวิธีที่พิเศษ

ถูก

ผิด

 

7. ความยาวของการอธิษฐานในที่สาธารณะควรจะใช้เวลาอย่างน้อยที่สุดห้านาที

ถูก

ผิด

 

8. บางครั้งการอธิษฐานของเราก็ได้รับคำตอบ

ถูก

ผิด

 

9. การอธิษฐานของเราทำให้เราเป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้ามากขึ้นและมากขึ้น

ถูก

ผิด

 

10. เราอธิษฐานแล้วคอยคำตอบจากพระเจ้าอย่างอดทน

ถูก

ผิด

 

11. พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐาน   ถึงแม้ว่าเป็นการอธิษฐานของคนเหล่านั้นที่ยังยึดติดในบาปของเขาอยู่

ถูก

ผิด

 

12. เราควรจะยังคงอธิษฐานจนกระทั่งเราได้รับคำตอบจากพระเจ้า

ถูก

ผิด

 

13. ฑูตสวรรค์ช่วยพระเจ้าตอบการอธิษฐานของเรา

ถูก

ผิด

 

14. เมื่อเราอธิษฐาน เรามีความมั่นใจอะไรในพระเจ้า?   ยอห์น ฉบับที่หนึ่ง 5:14

 

15. ประโยชน์ของการอธิษฐานคืออะไร?   มัทธิว 7:7-8,   มัทธิว 26:41,   และลูกา 21:36

 

16. ท่านคิดอย่างไรที่หลายๆคนไม่อธิษฐานบ่อยๆ?

 

17. คำถามที่เป็นหัวใจ: เป็นความปรารถนาของท่านใช่หรือไม่ ที่จะนำชีวิตของท่านมาสัมผัสกับพระฤทธานุภาพของพระเจ้าโดยผ่านการอธิษฐาน?

 




Progress