คู่มือศึกษาพระคัมภีร์โรงเรียนวันสะบาโตผู้ใหญ่
ไตรมาสที่
3
กรกฎาคม - สิงหาคม -
กันยายน 2008
พิมพ์จำนวน
เล่ม
ผู้ประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้า
เขียนโดย
เกรี่
ครอส
แปลโดย
ศาสนาจารย์ รังสิต
อิศฤงคาร
จัดพิมพ์โดย
ศาสนาจารย์ ดร. บุญรัตน์
มูลแก้ว
แผนกพันธกิจโรงเรียนวันสะบาโต
สำนักงานคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสแห่งประเทศไทย
12 ซ.ปรีดี พนมยงค์ 37 ถ.สุขุมวิท
71 แขวงคลองตันเหนือ
เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
10110
โทร. (02) 391-3595,
391-0525
คำนำ
ผู้ประกาศข่าวประเสริฐแห่งความหวัง
สเวเด อิงก์มาร์ เบิร์กแมน
เล่าเรื่องของอัศวินคนหนึ่งชื่อ แอนโตนิอัส บล็อค วันหนึ่ง
บล็อคกำลังคุกเข่าหน้าห้องสารภาพบาป เพื่อสารภาพบาปของเขา
ต่อมาภายหลังเขาได้ทราบว่าวันนั้นเขาสารภาพบาปกับคนตายซึ่งสวมชุดสีดำสวมบทบาทเหมือนบาดหลวง
บล็อคบอกว่าเขาไม่ได้แสวงหาความเชื่อ แต่แสวงหาความรู้
บล็อค กล่าวต่อไปว่า
“สิ่งที่ผมต้องการคือ
อยากเห็นพระเจ้าทรงเอื้อมพระหัตถ์มาสัมผัสและตรัสกับผมขณะที่ผมยังมีชีวิตอยู่”
คนตายนั้นจึงกล่าวแก่บล็อคว่า
บางทีพระเจ้าคงไม่มีจริง และคงไม่มีสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น
บล็อคกล่าวว่า
“ชีวิตเป็นสิ่งที่น่าสะพึงกลัวมาก ถ้าคนหนึ่งจะต้องเผชิญกับความตาย
ถ้าเขาหรือหล่อนไม่มีความรอดในองค์พระเยซูคริสต์
ก็จะเท่ากับทุกสิ่งว่างเปล่า”
ปัจจุบันนี้คนนับร้อยนับพันล้านคนกำลังเผชิญหน้ากับ “ความว่างเปล่า”
เพราะพวกเขาไม่มีความเชื่อในพระเจ้า
พวกเขาไม่มีความหวังอะไรให้ยึดเหนี่ยว
จึงไม่สงสัยเลยว่าเหตุใดคนจำนวนมากมุ่งแสวงหาความสะดวกสบายในชีวิตนี้
มุ่งกอบโกยความเพลิดเพลินจากหลายสิ่งที่หาได้ในโลกนี้
พวกเขามองเห็นความเชื่อของคริสเตียนเป็นสิ่งประหลาด
เพราะความเชื่อของเราไม่ได้มองไปที่สิ่งที่ตาเรามองเห็นซึ่งจะมีอยู่เป็นอยู่ในช่วงสั้นๆ
แต่มองไปยังสิ่งที่ตาแห่งความเชื่อมองเห็น ซึ่งจะคงอยู่ถาวรตลอดไป
ดังที่พระวจนะของพระเจ้าได้กล่าวไว้ว่า
“เพราะว่าเราไม่ได้เห็นแก่สิ่งของที่เรามองเห็นอยู่
แต่เห็นแก่สิ่งของที่มองไม่เห็น
เพราะว่าสิ่งของซึ่งมองเห็นอยู่นั้นเป็นของไม่ยั่งยืน
แต่สิ่งซึ่งมองไม่เห็นนั้นก็ถาวรนิรันดร์” (2 โครินธ์ 4:18)
ในฐานะเป็นคริสเตียน
เราเป็นผู้แทนของพระเจ้าที่จะนำความหวังในพระเยซูไปสู่พวกเขา
จากคู่มือศึกษาพระคัมภีร์ของไตรมาสนี้
เราจะมุ่งศึกษาถึงผู้ประกาศข่าวประเสริฐหลายท่าน
ที่พระเยซูมอบหมายให้พวกเขานำเอาข่าวประเสริฐออกไปสู่คนอื่น
เขาจะต้องแสดงให้เห็นว่า มีพระเจ้าพระองค์หนึ่งที่ทรงรัก และสนพระทัยในพวกเขา
และเขาจะต้องแจ้งให้คนทั้งหลายทราบด้วยว่าชีวิตของคนเรามีสิ่งเลวร้ายน่ากลัวอยู่มากมาย
แต่นั่นไม่ใช่ความน่ากลัวครั้งสุดท้าย
เพราะว่าในวันสุดท้ายพระเจ้าจะทรงทำให้ทุกสิ่งเกิดความสงบสุข
พระคัมภีร์บันทึกเรื่องราวของผู้ประกาศข่าวแห่งความหวังอันประเสริฐเปี่ยมของพระเจ้าไว้หลายคน
บทเรียนวันสะบาโตของไตรมาสนี้
จะนำเราไปศึกษาประวัติของมิชชั่นนารีที่ประสบความสำเร็จยอดเยี่ยมหลายคนเพื่อจะได้ทราบว่าพวกเขาเป็นใครและพวกเขาได้ทำอะไรบ้าง
ในการนำคนทั้งหลายมาสู่
ความรู้แห่งความรอดขององค์พระผู้เป็นเจ้า
เอลเลน จี. ไวท์.
เล่าเรื่องของชายคนหนึ่ง
ผู้ซึ่งเกือบแข็งตายในหิมะที่ตกทับถมตัวเขาเพราะชายคนนี้ได้ล้มลงและกระดูกขาหัก
ทั้งๆที่เจ็บปวด แต่เขาไม่หยุดกระเสือกกระสนต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด
เขาล้มลงในร่องข้างทางเดินและหิมะเริ่มโปรยปรายมาบนตัวเขา
ความหนาวจัดทำให้เขาเป็นเหน็บแขนขาเคลื่อนไหวไม่ได้
พลันเมื่อเขาได้เสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งเดินทางผ่านมา
ทั้งๆที่เหนื่อยแทบขาดใจ เขาได้รวบรวมกำลังตะโกนว่า “ช่วยด้วย..ช่วยด้วย!”
ชายคนนั้นได้ยินเสียงตรงเข้ามาใช้สองมือโกยหิมะออก
จากนั้นใช้ผ้าถูไปมาบนใบหน้าและแขนขาของชายผู้ถูกหิมะกัด
ที่สุดเขาพยุงชายผู้น่าสงสารขึ้นพาดบนบ่าและเดินฝ่าหิมะไปสู่ความปลอดภัย
ต่อมาชายผู้เดินแบกเพื่อนบ้านของเขาสู่ความปลอดภัยทราบว่าเท่ากับได้ช่วยให้ตัวเขาได้รับความปลอดภัยด้วย
โดยการแบกเพื่อนไว้บนบ่า
แข็งใจเดินฝ่าหิมะหนาไปทำให้หัวใจสูบฉีดโลหิตหนักหน่วงกว่าปกติ
อันเป็นเหตุทำให้ร่างกายของเขาอบอุ่นขึ้น” (Ellen G. White, Testimonies for the Church, volume 4, page
319)
บทเรียนของชีวิตจริงในเรื่องนี้คืออะไร? โบสถ์ที่เข้มแข็ง
คือโบสถ์ที่มุ่งดำเนินพันธกิจเพื่อช่วยเหลือคนอื่น
การแบ่งปันความรักของพระเจ้าแก่คนอื่นที่อยู่รอบๆตัว
จะนำเอาความสดชื่นมีชีวิตชีวาและพลังงานมาให้กับโบสถ์
จะเป็นที่น่าเสียดาย
ถ้าเราจะศึกษาบทเรียนของไตรมาสนี้
แค่เพื่อมีความสนใจบุคคลในประวัติศาสตร์และไม่มีอะไรนอกเหนือกว่านั้น
เราจะต้อง
ให้ชีวิตของพวกเขา
เป็นแรงบันดาลใจให้เรามุ่งมั่นดำเนินพันธกิจในโลกนี้ที่
กำลังประสบกับความหายนะ
ไม่มีงานช่วยชีวิตอะไรที่มีความสำคัญยิ่งยวดกว่าการช่วยคนอื่นให้มาพบกับพระเยซูคริสต์
คำอธิษฐานของเราคือ
ขอให้คู่มือศึกษาพระคัมภีร์ของไตรมาสนี้
ที่ศึกษาถึงผู้ประกาศข่าวแห่งความหวังของพระเยซูในพระคัมภีร์
เป็นสิ่งดลใจเราทั้งหลายให้มีความกระตือรือร้นในการแบ่งปันความรักของพระเจ้ากับเพื่อนๆ
และเพื่อนบ้านของเรา ตลอดจนคนทั้งหลายในพื้นที่ทำการของ
พระเจ้าทั่วโลก เพราะในการดำเนินการเช่นนี้
เราจะได้พบเส้นทางเข้าสู่พื้นที่ใหม่ในชีวิตคริสเตียนของเรา
อาจารย์เกรี่ ครูส
เป็นชาวออสเตรเลีย
เกิดในครอบครัวมิชชันนารีที่เดินทางไปรับใช้พระเจ้าในฟิจิ
ปัจจุบันอาจารย์ เกรี่ ครูซ
รับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการแผนกพันธกิจแอ๊ดเวนตีส
แห่งสำนักงานใหญ่ของคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส อาจารย์เกรี่
แต่งงานแล้วกับคุณเบตตินาและทั้งสองมีบุตรสาวหนึ่งคน คือ เบธานี
เกรซ
สารบัญ
บทที่ ชื่อเรื่อง
หน้า
1 ในเวลาเช่นนี้:
อัครสาวกเปาโล 6
วันที่ 28 มิถุนายน – 6 กรกฏาคม
2008............................
2 เป็นคนทุกชนิด ต่อคนทั้งปวง : เปาโลเทศน์ให้โลกฟัง
19
วันที่ 5-11 กรกฏาคม
2008...............................................
3 ยอห์นผู้ให้บัพติศมา : เตรียมหนทางสำหรับพระเยซู
32
วันที่ 12 – 18 กรกฏาคม 2008
.......................................
4
พระบุตรของพระเจ้าอยู่กับเรา
46
วันที่ 19-25 กรกฏาคม
2008...........................................
5
มัทธิว บทที่ 10 :
พระเยซูกับเหล่าสาวก
58
วันที่ 26 กรกฏาคม – 1 สิงหาคม
2008.............................
6
พระผู้ช่วยให้รอดผู้ทรงพระเมตตาคุณ
69
วันที่ 2-8 สิงหาคม
2008.................................................
7
อัครสาวกยอห์น
81
วันที่ 9 – 15 สิงหาคม
2008...........................................
8 จากความเขลาสู่ความเชื่อ :
อัครสาวกเปโตร
93
วันที่ 16 – 22 สิงหาคม
2008.........................................
9
ผู้นำงานการประกาศฯ : อัครสาวกเปโตร
105
วันที่ 23 – 29 สิงหาคม 2008
........................................
10
สตรีผู้ปฏิบัติภารกิจพิเศษ
118
วันที่ 30 สิงหาคม – 5 กันยายน 2008
...........................
11
พันธกิจในต่างแดน : ดาเนียลและสหาย
130
วันที่ 6 – 12 กันยายน
2008..........................................
12 ของประทานเพื่อการรับใช้ :
ฟีลิป
143
วันที่ 13-19 กันยายน
2008...........................................
13
“ขอส่งข้าพระองค์” : ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์
156
วันที่ 20 - 26 กันยายน 2008
.......................................