บ่ายวันสะบาโต
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้
ดาเนียล บทที่ 1-3 ; ดาเนียล บทที่
6
ข้อควรจำ
ข้อคิดสำคัญ :
เรื่องของดาเนียลและสหายของเขา
ในบาบิโลนช่วยเราให้เข้าใจในความสำคัญของความสัตย์ซื่อ
และพันธกิจของเราเพื่อพระเยซู นับว่าความจริงดังกล่าวไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย
แม้ปัจจุบันเรื่องราวของดาเนียลได้ผ่านไปแล้วถึง 2,600
ปี
เรารู้ว่าพระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง
คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์(โรม 8:28)
ในสถานการณ์มืดมิดที่สุด เมื่อทุกสิ่งดูผิดไปหมด
เราสามารถหนุนใจเราเองด้วยพระสัญญาของพระเจ้าว่า ทุกสิ่งจะลงเอยด้วยดี
ตามพระประสงค์ของพระองค์ ใช่ว่าทุกสิ่งในชีวิตคริสเตียนจะราบรื่นเสมอไป
แต่ในองค์ พระเจ้า
พระองค์จะช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลดีในทุกสิ่ง
จริงอยู่พระเจ้าไม่ทรงรับประกันจะให้สิ่งที่เราต้องการเสมอไป
แต่พระองค์จะประทานให้ในสิ่งที่เหมาะสม
และในที่สุดเราจะได้กล่าวเป็นพยานในสิ่งดีที่เราได้รับพระ-สัญญาของพระเจ้าไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ในสัปดาห์นี้เราจะมุ่งศึกษาไปยังพระเจ้า
ผู้ทรงเปลี่ยนสิ่งเลวให้เป็นสิ่งดีในประสบการณ์ของเด็กหนุ่มชาวยิว
4 คน ซึ่งถูกนำตัวไปด้วยการบังคับเพื่อไปยังดินแดนของชาวต่างชาติ
แต่เพราะความจงรักภักดีของพวกเขา
พระเจ้าสามารถใช้พวกเขาเพื่อเป็นพยานในพระประสงค์และฤทธิ์อำนาจของพระองค์
โดยผ่านการทดสอบอันรุนแรง อย่างเช่นการถูกโยนเข้าไปในเตาไฟอันร้อนแรง
ถูกจับทิ้งลงไปในถ้ำสิงโตทั้งสองครั้ง
พระเจ้าทรงสำแดงความรักห่วงใยดาเนียลและสหายของเขา
โดยทรงช่วยสหายของดาเนียล และตัวดาเนียลไว้ไม่ให้เป็นอันตราย
ซึ่งในเวลาเดียวกันพระเจ้าทรงสำแดงฤทธิ์เดชของพระองค์ต่อกษัตริย์และชาวต่างชาติทั้งหลาย
ผู้รู้จักแต่รูปเคารพของพวกเขา
พระเจ้าองค์เดียวเท่านั้นที่ทรงทราบผลลัพธ์นิรันดร์ของคนหนุ่มกลุ่มนี้ที่รักและสัตย์ซื่อต่อพระองค์
วันอาทิตย์ พื้นฐานด้านจิตวิญญาณ (เฉลยธรรมบัญญัติ
6:6,7)
และจงให้ถ้อยคำที่ข้าพเจ้าบัญชาพวกท่านในวันนี้อยู่ในใจของท่านและพวกท่านจงอุตส่าห์สอนถ้อยคำเหล่านั้นแก่บุตรหลานของท่าน
เมื่อท่านนั่งอยู่ในเรือน เดินอยู่ตามทางและนอนลงหรือลุกขึ้น
จงพูดถึงถ้อยคำนั้น (เฉลยธรรมบัญญัติ 6 : 6, 7)
พวกเราส่วนมากรู้จักเรื่องของดาเนียลและสหายของเขาอย่างง่ายๆ
พวกเขาถูกกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ กษัตริย์ของอาณาจักรบาบิโลนจับไปเมื่อ ประมาณ
600 ปีก่อน ค.ศ. แต่เนื่องจากความสัตย์ซื่อของพวกเขา
พระเจ้าทรงใช้ชายหนุ่มเหล่านี้
เพื่อทำให้แผนการและพันธกิจของพระองค์ดำเนินไปได้
ในเวลาดังกล่าวนี้บาบิโลนเป็นชาติมหาอำนาจยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
แต่เรื่องราวของดาเนียล ฮานันยาห์ มิชาเอล และอาซาริยาห์
เป็นเรื่องจริงที่น่าประทับใจ
อันถือเป็นเกียรติกับบิดามารดาที่ได้สั่งสอนอบรมพวกเขามาเป็นอย่างดี
ครอบครัวของชาวยิว
จะทำหน้าที่อบรมสั่งสอนเด็กๆของพวกเขาอย่างเอาจริงเอาจัง
ส่วนใหญ่แล้วสอนผ่านเรื่องเล่า
ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในชีวิตครอบครัวผู้เป็นพ่อแม่จะเล่าเรื่องซ้ำแล้วซ้ำอีก
โดยเฉพาะเรื่องที่พระเจ้าทรงนำชนชาติอิสราเอลซึ่งปรากฏในพระคัมภีร์
อันเป็นประวัติศาสตร์ของชาติ
เด็กๆจะต้องเรียนรู้พระบัญญัติของพระเจ้าเพื่อเป็นเครื่องนำทางชีวิต
ขณะที่การไม่เชื่อฟังพระบัญญัติจะนำไปสู่ความตาย
ในเฉลยธรรมบัญญัติ 6:6,7
(และเฉลยธรรมบัญญัติ 4:9)
มีหลักการด้านจิตวิญญาณอะไรที่มีความสำคัญสำหรับเด็กๆ
และพวกเราทุกคน
มีวิธีใดบ้างที่เราจะนำเอาหลักการนี้ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันของเราเอง
บิดามารดาของดาเนียล
ฮานันยาห์ มิชาเอล และอาซาริยาห์
ไม่อาจมองเห็นอนาคตล่วงหน้าว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับลูกๆ ของพวกเขา
แต่พวกเขาได้สอนพระคัมภีร์ให้ลูกชายของตนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ในทำนองนี้ บิดามารดาได้สร้างรากฐานด้านจิตวิญญาณให้ลูกๆ อย่างแข็งแรง
และสิ่งนี้จะติดตัวพวกเขาไปตลอดชีวิต
จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่บิดามารดาทุกวันนี้จะทำอย่างเดียวกับลูกหรือลูกๆของพวกเขา
ซึ่งในเวลาเดียวกันบิดามารดาจะได้รับพรจากการเล่าเรื่องของพระเจ้าและเรื่องของบุคคลที่รักพระเจ้า
เกี่ยวกับการอัศจรรย์ ความดีและความรักของพระองค์ ให้ลูกๆของพวกเขาฟัง
แม้กับครอบครัวที่ไม่มีบุตร หรือบุตรเติบโตออกบ้านไปหมดแล้ว
เรื่องนี้ช่างมีความสำคัญยิ่งสำหรับเราที่จะระลึกถึงพระคุณ ความดี
และฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าอยู่ตลอดเวลา
ยิ่งกว่านั้นเราจะสามารถแบ่งปันเรื่องของพระเจ้าให้กับคนอื่นได้อย่างไร
ถ้าตัวเราเองไม่เคยมีประสบการณ์กับพระเจ้า
ท่านมีความสัตย์ซื่อเพียงใดในการอุทิศถวายเป็นการส่วนตัว
การอุทิศถวายของเราอาจจะช่วยเสริมกำลังความเชื่อ
และทำให้เราเป็นพยานได้ดีขึ้นเพียงใด
วันจันทร์ การทดสอบเบื้องต้น (ดาเนียล
1:4)
พวกหนุ่มๆ
ที่ปราศจากตำหนิ มีรูปร่างงามและเชี่ยวชาญในสรรพปัญญา
กอปรด้วยความรู้และเข้าใจในสรรพวิทยา กับสามารถที่จะรับราชการในพระราชวัง
และทรงให้สอนวิชาและภาษาของคนเคลเดียให้เขาทั้งหลาย (ดาเนียล
1:4)
หลังจากที่เด็กหนุ่มทั้งสี่เดินทางมาถึงกรุงบาบิโลน เป็นที่ปรากฏชัดว่า
ดาเนียล ฮานันยาห์
มิชาเอลและอาซาริยาห์จะต้องเผชิญกับการทดลอง
และอิทธิพลทางด้านลบหลายประการ
ในดาเนียล 1:4
มีอะไรเป็นสิ่งแรก ที่ตรงเข้ามาโจมตีความเชื่อของพวกเขา
เหตุใดจึงนับว่ารุนแรงถึงตายได้
สิ่งที่เราอ่านและสิ่งที่เรามองเห็นมีอิทธิพลต่อความคิดของเรา
บางทีอาจจะเป็นครั้งแรกในชีวิตของพวกเขา
ที่ดาเนียลและสหายทั้งสามได้เรียนรู้การเขียนอ่านภาษาใหม่และได้อ่านวรรณคดีที่สอนเรื่องความเชื่อที่ต่อต้านกับสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับพระเจ้ามาก่อน
เด็กหนุ่มทั้งสี่ได้ศึกษาวิชาโหราศาสตร์และเรื่องเกี่ยวกับพระเทียมเท็จต่างๆ
ตลอดจนนิยายอภินิหาร หรือตำนานที่เล่าต่อๆกันมา
ถึงตอนนี้การสงครามแห่งจิตใจและในดวงวิญญาณของพวกเขาได้ปะทุขึ้น
วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ได้แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าร่างกายของคนเรามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดอย่างยิ่งกับจิตใจของเรา
คำที่เป็นกุญแจไขข้อความในดาเนียล 1:8 แสดงให้เห็นว่าเหตุใด
ดาเนียลและสหาย (อ่าน ข้อ 12-14 )
จึงไม่ต้องการรับประทานอาหารสูงซึ่งพระราชาเสวย
คำที่เป็นกุญแจสำคัญคืออาหารนั้นเป็น มลทิน ซึ่งในภาษาฮีบรู
(ภาษาของพระคัมภีร์เดิม) หมายความว่า เปรอะเปื้อน สำหรับพวกเขาแล้ว
ประเด็นนี้ไม่ใช่เฉพาะเรื่องการดำเนินชีวิตให้มีสุขภาพดี
หรือการเลือกส่วนบุคคลเท่านั้น
แต่ที่สำคัญคือเป็นประเด็นด้านศาสนา
มีข้อแก้ตัวอะไรบ้าง
ที่ดาเนียลและสหายอาจยกขึ้นมาอ้าง
เพื่อพวกเขาจะรับประทานอาหารนั้นได้
นับตั้งแต่พวกเขาได้เดินทางมาถึงกรุงบาบิโลนแล้ว
ที่คนหนุ่มกลุ่มนี้ได้ตัดสินใจที่จะยืนหยัดอยู่ในหลักการ
ไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับการทดลองอะไรนี้เป็นรูปแบบที่พวกเขายึดไว้มั่นคงตลอดเวลาที่พวกเขาอยู่ในบาบิโลน
ซึ่งพวกเขาก็ได้รับทดสอบความเชื่อมากกว่าหนึ่งครั้ง
โดยการรักษาความสัตย์ซื่อไว้
พวกเขาได้เป็นพยานให้กับพระเจ้าแห่งสรวงสวรรค์
เป็นความอ่อนแอของมนุษย์ที่จะทำการแก้ตัวเพื่อเลือกทำสิ่งเลว
หรือประพฤติผิด มีส่วนไหนในชีวิตของท่านที่ท่านกล่าว แก้ตัว ในสิ่งที่ท่านทำ
มีขั้นตอนอะไรที่ท่านสามารถนำมาจัดการกับความอ่อนแอที่เป็นอันตรายต่อฝ่ายจิตวิญญาณนี้ได้
วันอังคาร ไม่มีการประนีประนอม (อิสยาห์
56:1-8)
อย่าให้คนต่างชาติผู้เข้าจารีตถือพระเจ้ากล่าวว่า
พระเจ้าจะทรงแยกข้าแน่จากชนชาติของพระองค์ และอย่าให้ขันทีพูดว่า
ดูเถิดข้าเป็นต้นไม้แห้ง (อิสยาห์ 56:3)
เรื่องราวที่บันทึกในพระคัมภีร์แสดงให้เห็นว่าพระเจ้าทรงมีส่วนในชีวิตของชาวบาบิโลนที่อยู่ภายใต้การปกครองกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์และในสมัยการปกครองต่อมา
คือกษัตริย์ไซรัส ผู้คนทั้งหลายได้มองเห็นภาพว่าพระเจ้า
ทรงเป็นพระเจ้าของพลไพร่อิสราเอลและของชนทุกชาติ
คิดถึงช่วงเวลา เมื่ออิสยาห์ 56:1-8 ถูกเขียนขึ้น
มีจุดสำคัญอะไรที่ผู้เผยพระวจนะเขียนไว้ในตอนนี้
อ่านดาเนียล 1:6, 7 เหตุใดชาวบาบิโลนจึงทำสิ่งนี้
ความหมายของชื่อ
มีความสำคัญต่อครอบครัวของชาวยิว สอดคล้องตามประเพณี
พวกเขามีความระมัดระวังในการตั้งชื่อให้กับเด็กๆ ชื่อ ดาเนียล หมายความว่า
พระเจ้าทรงความยุติธรรม ฮานันยาห์ หมายถึง พระเจ้าทรงพอพระทัย มิชาเอล
หมายถึง ผู้เป็นดั่งที่พระเจ้าทรงเป็น และ อาซาริยาห์ หมายถึง
พระเยโฮวาห์ได้ช่วยเหลือ
แสดงให้เห็นว่าบิดามารดารู้สึกว่าชื่อของลูกๆมีความหมายต่อชีวิตด้านจิตวิญญาณของพวกเขาอย่างยิ่ง
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ คือ อัชเปนัส
ได้ตั้งชื่อใหม่ให้หนุ่มชาวยิวทั้งสี่คนในภาษาบาบิโลน
ดาเนียลนั้นให้เรียกว่าเบลเท-ชัสซาร์ ฮานันยาห์เรียกว่าชัดรัค
มิชาเอลเรียกว่าเมชาคและอาซาริยาห์เรียกว่าอาเบดเนโก
ชื่อเหล่านี้เป็นคำถวายสักการะแก่พระรูปเคารพของชาวบาบิโลน
แต่นี่เป็นความใกล้ชิดเพียงประการเดียวที่หนุ่มชาวฮีบรูทั้งสี่ใกล้ชิดกับรูปเคารพ
หนุ่มทั้งสี่รู้สึกอึดอัดใจกับชื่อใหม่ แต่พวกเขาไม่มีทางเลือก
จำต้องใช้ชื่อใหม่ไป
ภายใต้การอวยพรของพระเจ้าไม่นานหลังจากนี้พวกเขาต่างได้รับการแต่งตั้งสู่ตำแหน่งในราชสำนักและรัฐบาลบาบิโลน
ภายหลังระยะเวลาการศึกษาเตรียมตัว
อัชเปนัสได้นำหนุ่มชาวยิวทั้งสี่เข้าเฝ้ากษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์
และพระราชาก็ทรงสัมภาษณ์เขา
ในบรรดาอนุชนเหล่านั้นไม่พบสักคนหนึ่งที่เหมือนดาเนียล ฮานันยาห์
มิชาเอลและอาซาริยาห์ (ดาเนียล 1:19)
พระองค์ถามพวกเขาเพื่อทดสอบภูมิปัญญา และทรงพบว่า
ในบรรดาเรื่องราวอันเกี่ยวกับปัญญาและความรอบรู้
ซึ่งพระราชาตรัสถามเขาทั้งหลาย
ทรงเห็นว่าเขาทั้งหลายดีกว่าพวกโหร
และพวกหมอดูซึ่งอยู่ในอาณาจักรทั้งสิ้นของพระองค์สิบเท่า (ดาเนียล
1:20)
ช่างเป็นเรื่องราวที่ทรงพลังเป็นการแสดงให้เห็นชัดว่า
พระเจ้าสามารถทำอะไรได้บ้าง ผ่านชายหนุ่มผู้สัตย์ซื่อสี่คน
พวกเขาถูกนำตัวจากกรุงเยรูซาเล็มมายังราชสำนักของบุคคลที่มีอำนาจมากที่สุดในโลก
และพวกเขาได้รับการแต่งตั้งขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญ พวกเขายืนเฝ้ากษัตริย์
เพื่อเป็นพยานให้ทราบถึงฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า
เหตุใดจึงเป็นการยอมรับได้
สำหรับชายหนุ่มชาวยิวสี่คนที่จะมีชื่อของคนที่ไม่เชื่อในพระเจ้า
แต่เป็นการยอมรับไม่ได้ที่พวกเขาจะรับประทานอาหารตามอย่างของคนที่ไม่เชื่อในพระเจ้า
เราจะทราบได้อย่างไรว่ามีอะไรแตกต่างระหว่างเรื่องของวัฒนธรรมเท่านั้น
กับเรื่องเกี่ยวกับศาสนา จงเตรียมตัวนำเอาข้อคิดนี้ไปอภิปรายในชั้น
วันพุธ ผู้ถวายคำแก้พระสุบิน
(ดาเนียล 2:1 -13)
สิ่งซึ่งพระราชาตรัสถามนั้นยากและไม่มีผู้ใดจะ
สำแดงแด่พระราชาได้นอกจากพระผู้ซึ่งมิได้อยู่กับมนุษย์ (ดาเนียล 2:11)
ดาเนียลและสหายของเขา
ได้รับการแต่งตั้งสู่ตำแหน่งสูงสุดในราชสำนักของบาบิโลน
ซึ่งเป็นอาณาจักรยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกในเวลานั้น อย่างไรก็ดี
ก็เหมือนกับราชสำนักอื่นที่มีอำนาจมาก
อันตรายใหญ่หลวงก็คอยพวกเขาอยู่ในเวลาเดียวกัน
อ่านดาเนียล 2:1-13 แล้วตอบคำถามต่อไปนี้:
1.
เหล่านักปราชญ์หรือโหราจารย์ พยายามถ่วงเวลากับกษัตริย์อย่างไร
...................................................................................................
................................................................................................................
2. กษัตริย์มีมาตรการใด เพื่อให้แน่ใจว่ากลวิธีของเขาจะใช้ไม่ได้ผล
.......................................................................................................
.................................................................................................................
3.
มีคำกล่าวใดที่เหล่านักปราชญ์ใช้
ที่แสดงให้ว่ากษัตริย์ตรัสถามในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
เหตุใดถ้อยคำดังกล่าวช่วยเป็นพยานให้เห็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า
.......................................................................................
..................................................................................................................
ก่อนหน้านี้
พระเจ้าทรงประทานให้ดาเนียล
ด้วยของประทานพิเศษด้านการตีความหมายความฝันและนิมิต (ดาเนียล
1:17) แต่ดาเนียลไม่ดำเนิน
การในเรื่องนี้ตามลำพัง
เขาเชิญให้สหายทั้งสามของเขามาพร้อมกัน และหนุนใจให้พวกเขาอธิษฐาน (ดาเนียล
1:17) เป็นที่แน่ชัดว่าถ้าปราศจากการช่วยเหลือจากพระเจ้า
ดาเนียลและสหายของเขาจะต้องพบกับชะตากรรมเดียวกับนักวิทยาคม
พวกโหรและพวกหมอดูในราชสำนักของกษัตริย์
อ่านคำอธิษฐาน ขอบพระคุณของดาเนียล (ในดาเนียล 2:20-23)
มีอะไรเป็นจุดสำคัญที่สุดในคำอธิษฐานของเขา มีความหวัง และการหนุนใจอะไร
ที่ท่านอาจได้รับจากจุดนี้สำหรับท่านเอง
พวกเราส่วนมากรู้ส่วนที่เหลือของเรื่องนี้ จนถึงตอนจบอยู่แล้ว
(ถ้ายัง ให้อ่านดาเนียล บทที่ 2 ทั้งบท) คิดเกี่ยวกับว่านี่หมายความว่าอะไร
เมื่อกษัตริย์แห่งอาณาจักรยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก
ได้ทำสิ่งที่ประหลาดสิ่งหนึ่งคือ พระราชาเนบูคัดเนสซาร์
ก็ทรงกราบลงและเคารพดาเนียล
และมีพระบัญชาให้นำเครื่องบูชาและเครื่องหอมมาถวายดาเนียล
พระราชาตรัสกับดาเนียลว่า แน่นอนทีเดียว
พระเจ้าของท่านเป็นพระเจ้าของพระทั้งหลาย
และทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของพระราชาทั้งปวง ทรงเป็นผู้เผยความลึกลับ
เพราะท่านสามารถที่จะเผยความลึกลับนี้ได้
ฝ่ายพระราชาก็พระราชทานยศชั้นสูงและของพระราชทานยิ่งใหญ่เป็นอันมากแก่ดาเนียล
และแต่งตั้งให้เป็นผู้ครอบ
ครองหมดเมืองบาบิโลนและเป็นประธานใหญ่ของนักปราชญ์ทั้งสิ้นแห่งบาบิ-โลน
(ดาเนียล 2:46-48) กษัตริย์ทรงรู้สึกประทับพระทัยมาก
ไม่ว่าจะมีอีกมากเท่าไรที่พระองค์จะต้องเรียนรู้
ตลอดหนังสือดาเนียล
พระเจ้าทรงรักษาชีวิตของพวกนักปราชญ์
และโหราจารย์ตลอดทั่วอาณาจักรบาบิโลน
พระเจ้าทรงนำกษัตริย์ผู้ไม่เชื่อในพระเจ้าอย่างน้อยที่สุด
ให้เริ่มเชื่อในพระเจ้าเที่ยงแท้
และพระองค์ได้เลื่อนขั้นให้ดาเนียลและสหายของเขาสู่ตำแหน่งที่มีอำนาจมากขึ้น
พวกเขาได้อยู่ในจุดที่สามารถเป็นพยานให้กับพระองค์กว้างไกลยิ่งขึ้น
วันพฤหัสบดี
ข้อทดสอบสองครั้งที่อาจถึงซึ่งชีวิต
และความตาย (ดาเนียล 3:16-18)
ถ้าพระเจ้าของพวกข้าพระบาทผู้ซึ่งพวกข้าพระบาทปรนนิบัติ
พอพระทัยจะช่วยกู้พวกข้าพระบาทให้พ้นจากเตาที่ไฟลุกอยู่
ข้าแต่พระราชา พระองค์ก็จะทรงช่วยกู้พวกข้าพระบาท
ให้พ้นพระหัตถ์ของฝ่าพระบาท
(ดาเนียล
3:17)
มีการทดสอบอีก 2 ครั้ง
ที่เกิดกับดาเนียลและสหายทั้งสามของเขา
ซึ่งอีกนัยหนึ่งเป็นโอกาสที่พวกเขาจะได้เป็นพยานให้กับพระเจ้าผู้เที่ยงแท้
เท่าที่ท่านพอจะมีเวลาให้ท่านอ่านดาเนียล บทที่ 3 ทั้งบท
เพื่อจะทราบถึงการทดสอบความเชื่อของหนุ่มชาวฮีบรูทั้งสามคนว่าต้องเผชิญกับอะไร
มีจุดไหนสำคัญที่สุดของดาเนียล 3:16-18 หลักการ (กฏเกณฑ์)
ยังคงมีความสำคัญเพียงใดสำหรับผู้เชื่อทั้งหลายในปัจจุบัน อ่านมัทธิว
10:28 ด้วย
อ่านดาเนียล 2:28-30 เพื่อจะทราบว่ากษัตริย์ทรงรู้สึกประทับใจเพียงใด
ที่พระองค์ได้รับความกระจ่าง
จริงๆแล้วยังมีอีกมากที่กษัตริย์ต้องเรียนรู้
แต่ชายหนุ่มผู้สัตย์ซื่อเหล่านี้ได้เป็นพยานอันทรงพลังให้กับองค์พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์
ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้
ได้แพร่ไปทั่วโลกแห่งอาณาจักรของชาวชนที่ไม่เชื่อในพระเจ้า
อีกครั้งหนึ่ง
อ่านเรื่องราวของดาเนียลต่อไป จนถึงเรื่องดาเนียลในถ้ำสิงโต (ดาเนียลบทที่ 6)
นี่เป็นบททดสอบอีกข้อหนึ่งสำหรับความเชื่อ แต่โปรดสังเกตว่าในครั้งนี้
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอาณาจักรใหม่
ท่านได้พบข้อพิสูจน์อะไรไหมในบทนี้
ที่แสดงว่ากษัตริย์แห่งอาณาจักรแห่งใหม่
ได้ทราบบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าของดาเนียล
มีคำพยานอะไรที่ราชาดาริอัสเป็นพยานให้กับพระเจ้าของดาเนียล
คำพยานนี้ถูกต้องเพียงใด สิ่งนี้สอนเราเกี่ยวกับอำนาจของพระเจ้า
ที่เข้าถึงผู้ไม่เชื่อในพระเจ้าโดยปราศจากพระวจนะของพระเจ้าที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์อย่างไร
ลองจินตนาการในทั้งสองเรื่องที่เราได้อ่านมา
ถ้าชายหนุ่มชาวยิวเหล่านี้
ได้ยอมแพ้ต่อการทดสอบเพื่อสงวนชีวิตของพวกตนก็จะเป็นเรื่องง่ายเพียงใดที่ในสองสถานการณ์ที่พวกเขาอาจได้
หาข้อแก้ตัว เพื่อจะทำในสิ่งที่ง่ายๆ แต่แทนที่จะทำอย่างนั้น
ดาเนียลและสหายรักษาความสัตย์ซื่อไว้อย่างมั่นคง
ดังนั้นผลที่ตามมาคือ
พวกเขาได้ช่วยเผยแพร่ความรู้เรื่องพระเจ้าเที่ยงแท้ให้กับทุกคน
มีไหมบางครั้งในอดีต
ที่ท่านพยายามหาทางออกแบบง่ายๆ
จากสิ่งที่ท่านทราบว่าถูกต้องแต่มันเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง
แล้วท่านรู้สึกอย่างไร
ท่านสามารถทำตัวท่านเองให้เข้มแข็งขึ้นในความเชื่อได้อย่างไร
เพื่อว่าเมื่อไรที่การทดลองได้เข้ามาอีก
ท่านจะมีพลังที่จะทำแต่ในสิ่งที่ถูกต้อง
วันศุกร์ ศึกษาเพิ่มเติม : อ่าน เอลเลน จี.
ไวท์. In the Court of Babylon, pages 479-490, Nebuchadnezzars
Dream, pages 491-502, and The Fiery Furnace , pages 503-513 , in
Prophets and Kings.
พระเจ้าทรงเรียกดาเนียลให้เป็นพยานของพระองค์ในบาบิโลน
ในทำนองเดียวกัน
พระองค์ทรงเรียกให้เราเป็นพยานของพระองค์ในโลกแห่งปัจจุบัน
ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมเล็กหรือใหญ่โตในชีวิต
พระเจ้าทรงพระประสงค์ให้เราแสดงหลักการแห่งอาณาจักรของพระองค์แก่คนอื่น
หลายคนกำลังรอให้มีงานสำคัญและใหญ่บางอย่างเข้ามาในชีวิตจึงจะทำงานการเป็นพยานทำให้เขาเสียโอกาสแสดงความสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าในแต่ละวัน
แต่ละวันไม่มีความซื่อสัตย์และจริงใจที่จะทำการเป็นพยานให้กับพระเจ้า
ซึ่งเป็นพันธกิจแห่งชีวิต
เพราะเขาคิดว่าเป็นงานที่ไม่สำคัญและเป็นงานที่เล็กน้อย
อาจเป็นไปได้ว่าพวกเขารอให้มีงานที่สำคัญและเป็นงานใหญ่เข้ามาเสียก่อนจึงจะแสดงความสามารถพิเศษเพื่อสนองความพึงพอใจให้สมใจกับความยะเยอทะยานที่รอคอย
แต่วันคืนของเขาได้ผ่านเลยไปอย่างไม่วันเรียกให้มันหวนกลับคืนมาได้
เอลเลน จี. ไวท์. ผู้เผยพระวจนะและกษัตริย์ หน้า
487,488.
ข่าวของพระเจ้าที่เล่าถึงการที่พระองค์ทรงช่วยสหายของดาเนียลให้รอดพ้นจากไฟไหม้
ได้ถูกแพร่ไปยังชนชาติต่างๆ
พร้อมกับตัวแทนของประเทศเหล่านั้นที่เดินทางมาร่วมอุทิศถวายรูปเคารพทองคำตามคำเชิญของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์
จากความสัตย์ซื่อของพลไพร่ของพระเจ้า
พระสง่าราศีของพระเจ้าได้ถูกแพร่สะพัดไปทั่วแผ่นดินโลก เอลเลน จี. ไวท์.
หนังสือ ผู้เผยพระวจนะและกษัตริย์ หน้า 512.
คำถามเพื่อการอภิปราย:
1.
ในชั้นเรียนให้พูดเกี่ยวกับคำตอบของท่านที่ให้กับคำถามสุดท้าย
ของบทเรียนสำหรับวันอังคาร
2.
เรื่องของดาเนียลเป็นบทเรียนที่ทรงพลัง เป็นการแสดงให้เห็นว่า
ดาเนียลและสหายสามารถเป็นพยานให้กับคนอื่นๆเกี่ยวกับ
พระเจ้าได้อย่างไร
นั่นคือการรักษาความสัตย์ซื่อในพระเจ้าไว้ใน
สถานการณ์ยากลำบากทุกครั้ง
ในเวลาเดียวกันมีใครกี่คนในพวก
เราที่ได้ยินเกี่ยวกับบุคคลที่ทำในสิ่งที่อาจเรียกได้ว่า
คลั่งในนาม
ของพระเจ้า
แม้ถึงขั้นยอมสูญเสียชีวิตของพวกเขา
เมื่อพบกับ
สถานการณ์ความยากลำบาก
เราจะสามารถทราบในความแตก
ต่างได้อย่างไร
ว่าเราควรจะยืนหยัดมั่นคง หรือเราจะเป็น
พยานให้กับพระเจ้าได้ดีกว่า
โดยแสดงความเต็มใจของเราที่จะ
ประนีประนอม
3.
เมื่อพูดถึงเรื่องของดาเนียลในถ้ำสิงโตทุกครั้ง
ทำให้นึกถึงเรื่อง
ของยอห์นผู้ให้บัพติศมา
เราจะสามารถเข้าใจความแตกต่างใน
ตอนจบของเรื่องได้อย่างไร
สาระสำคัญของบทนี้ :
หนังสือดาเนียลพรรณนาถึงประสบการณ์ของชายหนุ่มชาวยิวสี่คนผู้ซึ่งสัตย์ซื่อมั่นคงต่อหลักการและต่อพระเจ้า
ของพวกเขา
ความสัตย์ซื่อของพวกเขาเป็นพยานอันทรงพลังให้กับผู้ปกครองและประชากรแห่งบาบิโลน
และแม้แต่ผู้คนในประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลาย
<บทเรียนที่เเล้ว> <สารบัญ> <บทเรียนถัดไป>