Thai Seventh-day Adventist Church of Southern California
10855 New Jersey St, Redlands, CA 92373 Phone: (909) 335-2272 Fax (909) 335-6182 "My house is the house of prayer for all people." Come... Jesus invites you.

บทที่ 9 วันที่ 23 - 29 สิงหาคม 2008

ผู้นำงานการประกาศฯ : อัครสาวกเปโตร


บ่ายวันสะบาโต

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้

สดุดี 18:2, 31; สดุดี 95:1; มัทธิว 16:18; กิจการฯ 5:15; กิจการ 10:25; กิจการฯ 10:28- 43; กิจการฯ 11:19-26; กาลาเทีย 2:11-14

 

ข้อควรจำ 



ข้อคิดสำคัญ : หลังจากที่ท่านเปโตรได้เปลี่ยนแปลงแล้ว ท่านกลายเป็นผู้ประกาศพระกิตติคุณที่ยิ่งใหญ่เท่าที่โลกเคยรู้จัก แต่ยังมีบทเรียนอีกหลายบทที่ท่านเปโตรจำเป็นต้องเรียนรู้

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราได้ศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงอันอัศจรรย์ของท่านเปโตร เราทราบว่า ท่านเปโตรได้เริ่มจากการเป็นสาวกที่อ่อนแอ ขึ้นสู่การเป็นผู้นำที่เข้มแข็งของคริสตจักร เป็นการง่ายเพียงใด หลังที่ท่าน เปโตรได้ล้มเหลวอย่างน่ากลัว ที่ท่านจะถูกตัดออกจากงานรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้า แต่นั่นไม่ใช่แผนการของพระเจ้าสำหรับวีรบุรุษผู้อ่อนแอท่านนี้

ภายหลังที่ท่านเปโตรได้กลับมาแล้ว ท่านได้อุทิศถวายชีวิตของท่านให้พันธกิจหนึ่ง : นั่นคือที่จะแบ่งปันอาหารฝ่ายจิตวิญญาณให้กับฝูงแกะทั้งใน และนอกคอกแกะของพระคริสต์

สัปดาห์ที่แล้วเราได้เรียนรู้ด้วยว่า พระคริสต์ได้ทำอะไรในชีวิตของท่านเปโตร เพื่อทำให้ท่านเป็นผู้ประกาศเผยแพร่ที่ยิ่งใหญ่ ในสัปดาห์นี้เราจะพิจารณาผลลัพธ์ในพันธกิจของท่าน เราจะติดตามประสบการณ์บางอย่างของท่านเปโตร ขณะที่ท่านมีบทบาทสำคัญในงานของคริสตจักรยุคแรกเริ่ม และในการเผยแพร่พระกิตติคุณให้กับชนต่างชาติ

มีบทเรียนอันอัศจรรย์บางข้อสำหรับเราในทุกวันนี้ จากเรื่องของท่าน เปโตรที่เราสามารถเรียนรู้ได้ จากทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวของท่าน

วันอาทิตย์ คำสั่งที่ให้กับท่านเปโตร : ศึกษาอย่างละเอียด

(มัทธิว 16:18)

 “ฝ่ายเราบอกท่านว่าท่านคือเปโตร และบนศิล นี้ เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้ และพลังแห่งความตายจะมีชัยต่อคริสตจักรนั้นหามิได้” (มัทธิว 16:18)

 คำที่พระเยซูตรัสกับท่านเปโตร ในมัทธิว 16:18 เป็นคำสั่งที่ผู้เชื่อเข้าใจผิดกันมากที่สุดคำหนึ่งของพระคัมภีร์ทั้งเล่ม คริสเตียนจำนวนมากในประวัติศาสตร์ได้ยืนหยัดอยู่กับการตีความหมายต่างๆที่ผู้นำได้ตีความหมายแตกต่างกันออกไป

พระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ 32:4; สดุดี 18:2, 31; สดุดี 95:1; 1 โครินธ์ 10:4; เอเฟซัส 2:20; และ 1 เปโตร 2:6 ช่วยเราให้เข้าใจคำว่า “ศิลา” ที่แท้ หมายความว่าอะไร

 การตีความหมายไม่ได้เกี่ยวข้องว่าท่านเปโตรได้รับเกียรติมากเพียงใด ไม่ว่าท่านเปโตรจะมีตะลันต์ความสามารถอย่างไร และไม่เกี่ยวกับว่างานของท่านเปโตรมีความสำคัญมากเพียงใด ความจริงมีอยู่ว่า คริสตจักรของพระเจ้าไม่เคยถูกก่อตั้งขึ้นบนมนุษย์คนบาป พระเยซูคริสต์เองคือ “ศิลา” และคริสตจักรได้ตั้งอยู่บนศิลานี้ เราทุกคนรวมทั้งท่านเปโตร ต่างมั่นคง ปลอดภัยตราบที่พึ่งพิงบนศิลาคือองค์พระเยซูคริสต์ การพึ่งพิงที่ว่าคือการที่เรามอบถวายตัวเอง ด้วยความเชื่อและการเชื่อฟัง “เหตุฉะนั้นผู้ใดที่ได้ยินคำเหล่านี้ของเรา และประพฤติตาม เขาก็เปรียบเสมือนผู้ที่มีสติปัญญาสร้างเรือนของตนไว้บนศิลา” (มัทธิว 7:24) แน่นอนองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบอนาคตของท่านเปโตร และทราบว่าท่านจะกลายเป็นคนเช่นไร แต่เป็นที่แน่นอนด้วยว่า พระองค์จะไม่ทรงตั้งท่านเปโตรซึ่งเป็นคนบาป และมีประสบการณ์ล้มเหลวมาแล้วเป็นรากฐาน หรือบุคคลสำคัญที่สุด โดยเฉพาะตั้งท่านขึ้นเป็นศิลา ซึ่งหมายถึงเป็นรากฐานของคริสตจักร

ถ้อยคำของพระคริสต์บอกเราเกี่ยวกับการที่เราจะเป็นคนถ่อมใจในชีวิต และในงานด้านความรอดเพื่อคนอื่นว่ามีความสำคัญเพียงใด เหตใดจึงกล่าวได้ว่า ของประทาน คือความสามารถของเราจะไม่มีค่า ถ้าเราไม่มอบถวายชีวิตของเราอย่างหมดสิ้นให้กับองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ว่าเราจะมีความสามารถเพียงใดก็ตาม

วันจันทร์ เงาของท่านเปโตร (กิจการฯ 5:15)

 “จนเขาหามคนเจ็บป่วยออกไปที่ถนนวางบนที่นอนและแคร่ เพื่อเมื่อ เปโตรเดินผ่านไป อย่างน้อยเงาของท่านจะได้ถูกเขาบางคน” (กิจการฯ 5:15)

 ไม่นานต่อมา หลังจากที่พระเยซูเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ ท่านเปโตรได้กลายเป็นผู้นำท่ามกลางเหล่าผู้เชื่อประมาณ 120 คน หนังสือกิจการฯ ตามปกติจะเอ่ยนามของท่านเปโตร เป็นคนแรกท่ามกลางเหล่าอัครสาวก ท่านเปโตรนำเหล่าผู้เชื่อในการเลือกผู้มาแทนยูดาส ต่อมาในวันเพ็นเตคอสท์ ท่านเปโตรได้ยืนขึ้นกล่าวเทศนากับฝูงชน ด้วยฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ตรงนี้เราตระหนักแน่ว่าท่านเปโตรได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของท่านแล้ว “ฝ่ายเปโตรได้ยืนขึ้นกับอัครทูตสิบเอ็ดคน และได้กล่าวแก่คนทั้งปวงด้วยเสียงอันดังว่า “ท่านชาวยูเดียและบรรดาคนที่อยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม จงทราบเรื่องนี้และฟังถ้อยคำของข้าพเจ้าเถิด” (กิจการฯ 2:14) (อ่านกิจการ 2:14-41) จากผลงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ โดยผ่านการเทศนาชองท่านเปโตร มี 3,000 คนรับเอาพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอด และได้รับบัพติศมาเข่าสู้คริสตจักรในคราวเดียวกัน

ในโอกาสต่อมา เราอ่านเกี่ยวกับท่านเปโตร เมื่อท่านกำลังเดินกับเพื่อนอัครสาวกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนมานานก่อนสมัยติดตามพระเยซู คือ ท่านยอห์นเข้าไปในพระวิหาร เพื่อจะอธิษฐาน ท่านเปโตรได้ทำการอัศจรรย์รักษาโรค ซึ่งเป็นการอัศจรรย์ครั้งแรกในหนังสือกิจการฯ ท่านได้รักษาโรคของคนง่อย ที่เป็นง่อยมาตั้งแต่เกิด ให้หายเป็นปกติ (กิจการ 3:6-8)

เปรียบเทียบ กิจการฯ 3: 6 , 12, 13 และ กิจการฯ 4 :10 มีหัวข้อสามัญอะไร ที่ปรากฏอยู่โดยตลอดในคำสอนของท่านเปโตร ?

 ท่านเปโตรมีประสบการณ์อันยาวนาน และขมขื่นจากความพยายามจะทำสิ่งต่างๆ ด้วยพลกำลังของท่านเอง ท่านไม่เคยลืมครั้งที่ท่านจมลงสู่ทะเลลึก เมื่อท่านได้ละสายตาจากพระเยซู ท่านไม่เคยลืมการทรยศที่ท่านปฏิเสธพระเยซูหลังจากที่พระองค์ถูกจับ ท่านไม่ลืมครั้งที่พระเยซูทรงว่ากล่าวท่าน เมื่อท่านพยายามจะทำสิ่งต่างๆ ตามวิธีของท่านเอง ท่านเปโตรได้เรียนรู้บทเรียนของท่านจริงๆ ท่านจึงเริ่มพึ่งพิงในฤทธิอำนาจขององค์พระผู้เป็นเจ้า ที่ท่านต้องการเป็นอย่างยิ่ง

มีอะไรกำลังเกิดขึ้น ใน กิจการฯ 5:15 และกิจการฯ 10:25 มีความกดดันหนักหน่วงอะไรบนท่านเปโตรตรงนี้ มีอันตรายใหญ่หลวงอะไร ที่ท่านเปโตร หรือใครๆก็ตาม ถ้าต้องเผชิญกับสถานการณ์อย่างเดียวกันนี้

 ประชาชนจำนวนมาก ต้องการ “เงาของท่านเปโตรเดินผ่าน” เพื่อให้เงาสัมผัสคนป่วยเหล่านั้น ในตอนนี้จะเห็นได้ว่า ฤทธิอำนาจของพระเจ้าได้สวมทับท่านเปโตร แต่ท่านต้องเผชิญกับการท้าทายด้านจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่

ท่านจะทำประการใด ถ้าประชาชนเชื่อถือศรัทธาในตัวท่าน เหมือนที่เกิดขึ้นกับท่านเปโตร มีวิธีใด วิธีเดียวที่ท่านอาจรักษาตัวท่านจากอันตรายอันน่ากลัวที่สุดจากความหยิ่งด้านจิตวิญญาณ

วันอังคาร การจัดระเบียบคริสตจักรแรกเริ่ม

(กิจการฯ 11:19-26)

 “บารนาบัสจึงไปหาเซาโลที่เมืองทาร์ซัส เมื่อพบแล้วจึงพามายังเมืองอันทิโอก ท่านทั้งสองได้ประชุมกันกับคริสตจักรตลอดปีหนึ่ง ได้สั่งสอนคนเป็นอันมาก และในเมืองอันทิโอกนั่นเอง พวกสาวกได้ชื่อว่าคริสเตียนเป็นครั้งแรก” (กิจการ ฯ 11:25-26)

 ในประวัติศาสตร์ยุคแรกเริ่มของคริสตจักร เหล่าผู้เชื่อขายบ้าน และสิ่งที่เขาเป็นเจ้าของ เพื่อนำมาแบ่งปันกับผู้เข้ามาเชื่อใหม่ที่มีความขัดสน พวกเขามาร่วมประชุมนมัสการพระเจ้าทุกวัน และต่างมีความชื่นชมยินดีที่ได้สังสรรค์ด้วยกัน พวกเขา “ได้สรรเสริญพระเจ้าและคนทั้งปวงก็ชอบใจ ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้า ได้ทรงโปรดให้คนทั้งหลายซึ่งกำลังจะรอด มาเข้ากับพวกสาวกทุกวันๆ” (กิจการ 2:47) สิ่งต่างๆ ดำเนินได้ด้วยดี ภายใต้การนำของเหล่าอัครสาวก

แต่เมื่อคริสตจักรเติบโตขึ้น ปัญหาหลายอย่างได้ตามมา เป็นที่แน่ชัดว่าจะต้องมีการจัดระเบียบของคริสตจักรขึ้น ท่านเปโตร และอัครสาวกท่านอื่นๆตระหนักว่า จะต้องมีความสมดุลระหว่างการช่วยสมาชิกคริสตจักรท้องถิ่น และการเทศนาพระวจนะของพระเจ้า ดังนั้น “อัครทูตทั้งสิบสองคนจึงเรียกบรรดาศิษย์ให้ประชุมกัน แล้วกล่าวว่า “ซึ่งเราจะละเลยพระวจนะของพระเจ้า มัวไปแจกอาหารก็หาควรไม่” (กิจการฯ 6:2)

ขณะเมื่อมีกลุ่มนมัสการพระเจ้ารวมตัวกันมากขึ้นในพื้นที่ใหม่ ๆ จึงเป็นที่ประจักษ์ว่าจะต้องมีการจัดระเบียบให้ดีขึ้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเหล่าผู้เชื่อได้รับการฝึกอบรมอย่างถูกต้องสำหรับความเชื่อใหม่ของพวกเขา

คริสตจักรในกรุงเยรูซาเล็มเริ่มส่งผู้ประกาศเผยแพร่ออกไปเยี่ยมเยียน และประกาศพระกิตติคุณเป็นคู่ๆ (กล่าวคือปฏิบัติตามรูปแบบของพระเยซูเมื่อพระองค์ส่งอัครสาวกออกไปทำการเป็นคู่ๆ)

กลุ่มผู้นำในกรุงเยรูซาเล็มทำอะไร ในกิจการฯ 8:14 เมื่อพวกเขาได้ยินเกี่ยวกับกลุ่มผู้เชื่อใหม่ในแคว้นสะมาเรีย ที่ท่านฟีลิปได้ก่อตั้งขึ้น หรือในกิจการฯ 11:19-26 เมื่อมีโบสถ์ตั้งขึ้นในเมืองอันทิโอก เหตุใดการตัดสินใจในเรื่องนี้จึงสำคัญ

 ตลอดในหนังสือกิจการฯ เราได้เห็นท่านเปโตร และผู้นำคริสตจักรคนอื่นๆ ในกรุงเยรูซาเล็มได้เฝ้าดูอย่างใกล้ชิด ที่คริสตจักรต่างๆได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท่ามกลางคนต่างชาติ เหล่าผู้นำตระหนักว่าเป็นการง่ายมาก ที่ผู้เชื่อชาวต่างชาติจะหวนกลับไปสู่ความเชื่อและแนวปฏิบัติดั้งเดิมของพวกเขา หรือไม่ก็อาจถูกชักจูงไปให้เชื่อในหลักคำสอนเทียมเท็จ การที่คนหนึ่งได้รับบัพตีศมาในพระคริสต์แล้ว เท่ากับพวกเขาได้กลายเป็นทารกฝ่ายจิตวิญญาณ เหล่าผู้เชื่อใหม่เหล่านี้จะต้องเติบโตด้วย “น้ำนม” แห่งพระวจนะของพระเจ้า ทั้งนี้เพื่อพวกเขาจะมีความเชื่อมั่นคงในหลักข้อเชื่อต่อไป

ท่านสามารถทำอะไรได้มากขึ้นเพื่อช่วยให้สมาชิกใหม่ยั่งรากลึกลงในองค์พระเยซูและข่าวสารของเรา เหตุใดไม่นำเอาสมาชิกใหม่มาอยู่ในการปกป้องของท่านและจากนั้นช่วยเขา หรือเธอให้เติบโตต่อไป

วันพุธ วิสัยทัศน์กว้างไกล (กิจการฯ 1:8)

 “แต่ท่านทั้งหลายจะได้รับพระราชทานฤทธิ์เดช เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จมาเหนือท่าน และท่านทั้งหลายจะเป็นพยานฝ่ายเราในกรุงเยรูซาเล็ม ทั่วแคว้นยูเดีย แคว้นสะมาเรีย และจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก” (กิจการฯ 1:8)

 ภายหลังวันเพ็นเตคอสต์ ชีวิตของท่านเปโตรได้เปลี่ยนไป ท่านได้กลายเป็นผู้นำที่ทรงพลังของคริสตจักร แต่ยังมีหลายสิ่งที่ท่านจะต้องเรียนรู้อีกต่อไปซึ่งก็เหมือนกับอัครสาวกท่านอื่นๆ ท่านเปโตรยังคงเชื่อว่าพันธกิจของท่านเพื่อชนชาติยิวเท่านั้น

คำกล่าวอะไรของพระเยซู ในกิจการฯ 1:8 ได้ช่วยให้ท่านเปโตร และคนอื่นให้เข้าใจว่าสิ่งต่างๆจะต้องไม่เหมือนเดิมตามที่เขาทั้งหลายเคยคาดหวังไว้ตามความเข้าใจของพวกเขา งานการประกาศเผยแพร่ นั้นมีความหมายถึงอะไร ?

ในกิจการฯ 10:1-14 ท่านเปโตรได้รับนิมิต ในนิมิตนั้น มีเสียงบอกให้ท่านรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด ในฐานะที่เป็นคนยิวท่านรู้สึกประหลาดใจในคำสั่งนั้น “ฝ่ายเปโตรจึงทูลว่า “มิได้ พระเจ้าข้า เพราะว่าสิ่งซึ่งเป็นของต้องห้าม หรือของมลทินนั้น ข้าพระองค์ไม่เคยรับประทานเลย” (กิจการฯ 10:14) ซึ่งก็เหมือนกับเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสซึ่งได้รับคำสั่งในนิมิตไม่ให้สูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล

แน่นอนในความเป็นจริง พระเจ้าไม่ได้บอกให้ท่านเปโตรรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด ในทำนองเดียวกันพระองค์จะไม่สั่งให้เราสูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ นิมิตที่ท่านเปโตรได้รับเป็นคำอุปมาเปรียบเทียบ ตอนแรกท่านเปโตรสงสัยว่านิมิตที่ท่านได้รับหมายถึงอะไร“เมื่อเปโตรยังคิดสงสัยเรื่องนิมิตที่เห็นนั้นว่ามีความหมายอย่างไร ดูเถิดคนที่โครเนลิอัสใช้ไปนั้น เมื่อถามหา และพบตึกของซีโมนแล้วก็มายืนอยู่หน้าประตูรั้ว”(กิจการฯ 10:17) แต่ในไม่ช้า ท่านเปโตรก็ประจักษ์แจ้ง เมื่อท่านได้รับเชิญจากคนในบ้านของโครเนลิอัสซึ่งเป็นคนต่างชาติ

กิจการฯ 10:28-43 สอนเกี่ยวกับความหมายจริงๆ ของนิมิต มีอะไรตอนนี้ทำให้ท่านเปโตรเข้าใจ ในขณะเมื่อก่อนท่านไม่เข้าใจ

 สำหรับเราทั้งหลายในวันนี้ เราเข้าใจกระจ่างแล้วว่าพระกิตติคุณนั้นเป็นข่าวสำหรับชาวโลกทั้งมวล แต่นั่นทำให้ให้บางคนรู้สึกประหลาดใจ อย่างที่ท่านเปโตรรู้สึก เพราะท่านมีพื้นฐานมาจากชนชาวยิว เป็นสิ่งสำคัญเพียงใดที่เราจะไม่ปล่อยให้วัฒนธรรม หรือใจอคติ ทำให้เราเหมือนมีม่านบังตา จึงมีความสำคัญยิ่ง ที่เราจะเป็นเหมือนท่านเปโตร คือได้รับทรรศนะกว้างขึ้นเกี่ยวกับพันธกิจของคริสตจักรเรา

มีม่านบังตาอะไรสำหรับบางคน หรือ บางวัฒนธรรมที่ท่านรู้สึกลำบากใจที่จะขจัดออกไป หรือบางทียังมีบางสิ่งที่โบสถ์หลายแห่งของท่านยังคงมีบางสิ่งคล้าย “ม่านบังตา” อยู่ ท่านจะทำประการใดเพื่อให้มีทรรศนะกว้างขึ้น

วันพฤหัสบดี เติบโตขึ้นในพระคุณ (กาลาเทีย 2:11-14)

“ด้วยว่าก่อนที่คนของยากอบมาถึงนั้น ท่านได้กินอยู่ด้วยกันกับคนต่างชาติ แต่พอคนพวกนั้นมาถึง ท่านก็ปลีกตัวออกไปอยู่เสียต่างหาก เพราะกลัวพวกที่ถือพิธีเข้าสุหนัต”(กาลาเทีย 2:12)

 

 เมื่อสมาชิกของโบสถ์ที่อยู่ในพระคริสต์ร่วมกันดำเนินพันธกิจอันเดียวกัน ความเข้าใจผิด และการไม่เห็นด้วยกันอาจเป็นประเด็นอุบัติขึ้นมาได้ในบางครั้ง เรื่องก็เป็นจริงเช่นเดียวกันกับคริสเตียนยุคแรกเริ่ม

และสำหรับท่านเปโตร ท่านได้รับพรจากพระเจ้า ท่านมีความสำคัญต่องานของคริสตจักร แต่ภายหลังวันเพ็นเตคอสต์ แต่ท่านยังมีช่องว่างให้เติบโตอีกต่อไป เป็นสิ่งที่พิเศษเพียงใด ที่แม้ท่านจะทำผิดบ้าง พระเจ้ายังคงใช้ท่าน

มีอะไร ที่กาลาเทีย 2:11-14 บอกเราว่า ท่านเปโตรยังคงไม่เข้าใจในบางสิ่งบางอย่าง

 ท่านเปาโลรู้สึกเสียใจเพราะท่านเชื่อว่าท่านเปโตรทำตัวเหมือนคนหน้าซื่อใจคด ภายหลังที่ท่านเปโตรได้รับนิมิตเกี่ยวกับอาหารไม่บริสุทธิ์ และประสบการณ์ของท่านกับโครเนลิอัส ท่านเริ่มใช้ชีวิตคลุกคลีกับชาวต่างชาติ จากการกระทำตัวเช่นนี้ ชาวยิวที่เป็นคริสเตียนในกรุงเยรูซาเล็มบางคนได้ว่ากล่าวท่าน (กิจการฯ 11:2) ท่านเปโตรได้กล่าวให้เหตุผลในการปฏิบัติตัวของท่าน ผลที่เกิดขึ้นคือ ผู้ที่ว่ากล่าวท่านได้เปลี่ยนใจ “ครั้นคนทั้งหลายได้ยินคำเหล่านั้นก็นิ่งอยู่ แล้วได้สรรเสริญพระเจ้าว่า “พระเจ้าได้ทรงโปรดแก่คนต่างชาติให้กลับใจใหม่ จนได้ชีวิตรอดด้วย” (กิจการฯ 11:18)

 แต่ตอนนี้ท่านเปาโลรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพราะที่ผ่านมา ท่านเปโตรได้ทำดีเป็นอันมากสำหรับคนต่างชาติ แต่ตอนนี้ท่านเปโตรได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของท่าน ตอนนี้ท่านเปโตรยอมค้อมศีรษะให้แก่คริสเตียนยิว และทำตัวขัดกับสิ่งที่ท่านเชื่อ กล่าวคือเมื่อมีกลุ่มชาวยิวอยู่ร่วมด้วย ท่านเปโตรปฏิเสธที่จะรับประทานกับชาวต่างชาติ เพราะท่านไม่อยากให้คริสเตียนยิวรู้สึกโกรธท่าน แต่การกระทำนี้ทำให้ท่านเปาโลรู้สึกโกรธ จึงได้กล่าวต่อว่าท่านเปโตร อนึ่งในอีกตอนหนึ่งของข้อเขียน ท่านเปาโลได้กล่าวเตือนอย่างแข็งขันต่อคนที่ทำตัวให้คนที่มีความเชื่อน้อยสะดุด โดยกล่าวว่า “แต่จงระวังอย่าให้เสรีภาพของท่านนั้น ทำให้คนที่มีความเชื่อน้อยหลงผิดไป เพราะว่าถ้าผู้ใดเห็นท่านที่มีความรู้ นั่งรับประทานอาหารในโบสถ์ของรูปเคารพ จิตสำนึกผิดชอบที่อ่อนของคนนั้นจะไม่เหิมขึ้น ทำให้แต่จงระวังอย่าให้เสรีภาพของท่านนั้น ทำให้คนที่มีความเชื่อน้อยหลงผิดไป” (1 โครินธ์ 9-10) (อ่านต่อ ข้อ 11-14 ด้วย)

เป็นที่ชัดแจ้งว่า ในประเด็นของการคลุกคลีกับคนต่างชาติ ท่านเปาโล ในฐานะเป็นอัครสาวกทำการประกาศกับคนต่างชาติ เชื่อว่าหลักการสำคัญที่สุดของพันธกิจของท่าน คือ มนุษย์ทุกคนทุกชาติทุกภาษามีค่าเท่าเทียมกันในสายพระเนตรของพระเจ้า

ท่านเปาโลกำลังพูดเกี่ยวกับ อะไร ใน 1 โครินธ์ 8:9-14 ท่านจะนำอาสิ่งที่ท่านเปาโลกล่าวมาใช้กับตัวท่านเอง และโบสถ์ของท่านอย่างไร มีสิ่งใดบ้างไหมที่ท่านอาจกำลังทำอยู่ที่เป็นการทำให้เกิด “การสะดุด” แก่สมาชิกที่ยังอ่อนแอในความเชื่อ

วันศุกร์ ศึกษาเพิ่มเติม :

วิธีที่พระเยซูทรงทำการเสริมสร้าง เปโตรเป็นบทเรียนสำหรับท่าน และ พี่น้องคริสเตียนทั้งหลาย ท่านเปโตรได้ปฏิเสธองค์พระผู้เป็นเจ้า ความรักที่พระเยซูมีต่อท่านเปโตรไม่อ่อนกำลังลงและเมื่อท่านเปโตรออกทำการเทศนาพระวจนะกับคนอื่นๆ ท่านจะต้องพบกับคนบาปด้วยความอดทน ด้วยความรักและการให้อภัย เพราะท่านระลึกถึงความอ่อนแอและความล้มเหลวของท่านในอดีต ท่านเปโตรต้องทำงานกับแกะและลูกแกะซึ่งจะต้องเอาใจใส่อย่างนุ่มนวลเหมือนกับที่พระเยซูทรงปฏิบัติต่อท่าน” เอลเลน จี. ไวท์. หนังสือ The Acts of the Apostles , page 516.

 “ท่านเปโตรล้มลงบ่อยๆ ท่านล้มลงในการทดลอง แต่ต่อมาท่านได้รับการช่วยกู้ให้กลับมาร่วมงานกับพี่น้องในพระคริสต์ของท่าน ท่านมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระเยซูมากและรู้จักหลักการเป็นอย่างดีจากพระองค์ ท่านเปโตรได้รับการฝึกอบรมอย่างดีที่สุดเพื่อเป็นสาวก ท่านมีพรสวรรค์ในการเทศนาพระคำทั้งหมดนี้ทำให้ท่านเปโตรมีคุณสมบัติพร้อมต่อการเป็นสาวก ดังนั้นจึงดูเหมือนจะเป็นเรื่องแปลกที่ท่านเปโตรจะมีสองหน้าในตำแหน่งของท่าน ท่านจะต้องเป็นคนตั้งมั่นในหลักการของพระกิตติคุณ แทนที่จะเป็นเช่นนั้น ท่านกลับนึกหวาดกลัวว่าผู้คนบางกลุ่มจะไม่เห็นด้วย ทั้งๆ ที่ท่านทำในสิ่งที่ถูก ขอพระเจ้าทรงช่วยให้เราทุกคนรู้สึกตัวว่า เราช่วยตัวเองไม่ได้ที่จะนำเรือฝ่าคลื่นลมตรงไปข้างหน้าสู่ท่าเรืออันปลอดภัย แต่เราทั้งหลายมีพระคุณของพระคริสต์เป็นสิ่งที่จะช่วยเราได้ พระคุณของพระองค์เท่านั้นที่สามารถช่วยให้เท้าของเราไม่สะดุดล้มลง” เอลเลน จี. ไวท์., The SDA Bible Commentary , volume 6 , pages 1108 , 1109.

คำถามเพื่อการอภิปราย:

1. ในชั้นเรียน อภิปรายปัญหาในการทำงานกับสมาชิกที่อ่อนแอ
ในคริสตจักร ที่อาจรู้สึกท้อถอยเกี่ยวกับข้อปฏิบัติบางประการ

เราควรจะช่วยประคับประคองเขามากเพียงใด เรามีหลักการอะไร
ให้ทำตาม ขณะที่พยายามจะไม่ดูแคลนผู้คน หรือลบหลู่แนว
ปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมของพวกเขา

2. ความหยิ่งด้านจิตวิญญาณเป็นอันตรายได้สำหรับทุกคน เราจะ
ปกป้องตัวเราเองจากอันตรายนี้ได้อย่างไร เราจะทำสิ่งนี้ได้
อย่างไรเมื่อเรากำลังประสบกับความสำเร็จยิ่งใหญ่ในการเอาชนะ
จิตวิญญาณ ในการรับใช้หรือดำเนินการในภารกิจด้านหนึ่งด้าน
ใดของคริสตจักร องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงช่วยรักษาผู้รับใช้ของ
พระองค์ให้มีความถ่อมใจเสมอได้อย่างไร

3. คริสตจักรของท่านจัดระเบียบรูปแบบของสมาคมมากกว่าการจัด

ระเบียบแบบการประกาศเผยแพร่ออกไปไหม ถ้าเป็นอย่างนั้น

ท่านสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อช่วยให้คริสตจักรมีภาระทางใจใน
การประกาศเผยแพร่พระกิตติคุณมากขึ้น


สาระสำคัญของบทนี้: ท่านอัครสาวกเปโตรได้ผ่านคืนอันมืดมิดของจิตวิญญาณ ทั้งก่อน ทั้งระหว่างและทั้งภายหลังการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู เมื่อพระเยซูทรงคืนพระชนม์จากความตาย พระองค์ให้โอกาสแก่เปโตรอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ท่านสัตย์ซื่อต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่าน ท่านเปโตรอุทิศถวายตัวดำเนินภารกิจ และเสริมกำลังคริสตจักรให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น เพื่อเผชิญกับความท้าทายของกาลเวลา

<บทเรียนที่เเล้ว>  <สารบัญ>  <บทเรียนถัดไป>

 




Progress