Thai Seventh-day Adventist Church of Southern California
10855 New Jersey St, Redlands, CA 92373 Phone: (909) 335-2272 Fax (909) 335-6182 "My house is the house of prayer for all people." Come... Jesus invites you.

บทที่ 8 วันที่ 16 - 22 สิงหาคม 2008

จากความเขลาสู่ความเชื่อ:อัครสาวกเปโตร

 


 

บ่ายวันสะบาโต

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้

กิจการฯ 2:14-40; กิจการฯ บทที่ 3; กิจการฯ 5:1-11; 1 เปโตรทั้งบท 2 เปโตรทั้งบท

 

ข้อควรจำ 


ข้อคิดสำคัญ : ท่านอัครสาวกเปโตรเป็นหนึ่งในผู้นำที่เข้มแข็งที่สุดของคริสตจักรยุคแรกเริ่ม พระเยซูทรงเปลี่ยนท่านเปโตรจากสาวก ที่มีความรู้สึกรุนแรงผู้ซึ่งพระองค์ไม่อาจไว้วางใจไปสู่ผู้นำที่เข้มแข็งคนหนึ่งในการเผยแพร่พระกิตติคุณแห่งความรอดขององค์พระเยซู

บ่อยครั้งที่ท่านเปโตรเป็นคนทำอะไรก่อนคิด ท่านเป็นชายที่มีความรู้สึกและความเห็นในเรื่องต่างๆ รุนแรง ข้อมูลชีวิตเช่นนี้ ทำให้ชีวิตของท่านน่าสนใจที่เราจะศึกษา ท่านเป็นอัครสาวกที่มีจิตใจอยู่ในที่ถูกต้อง แต่เป็นผู้ทำผิดพลาดมากมาย

เรื่องของท่านเปโตรช่วยให้เราเข้าใจว่าอารมณ์มีบทบาทอะไรในชีวิต คริสเตียน เมื่อท่านหลงทางในป่า ความรู้สึกอาจพาท่านหลงไปไกล ท่านสามารถมองเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น แต่ยังหลงทางอยู่ดี สิ่งที่ท่านต้องการคือเข็มทิศและแผนที่ ท่านต้องการบางสิ่งมากกว่าที่ท่านมีอยู่ตามธรรมชาติ

นี่เป็นจริงเมื่อว่ากันในเรื่องชีวิตจิตวิญญาณของเรา อะไรที่เรารู้สึกว่าไม่ใช่เป็นเครื่องทดสอบสุดท้ายว่านั่นคือความจริง เราต้องการบางอย่างมากขึ้นที่อยู่นอกตัวเรา เราต้องการเข็มทิศและแผนที่แห่งจิตวิญญาณ อารมณ์มีส่วนสำคัญมากในชีวิตของคริสเตียน แต่อารมณ์ไม่ใช่ส่วนสำคัญที่สุด ถ้าเราไม่ระมัดระวัง มันอาจเป็นอันตรายก็ได้ ท่านเปโตรเป็นคนหนึ่งที่ปล่อยให้อารมณ์นำท่านไปสู่ความยุ่งยากอยู่บ่อยครั้ง แต่หลังจากท่านได้ยอมมอบถวายชีวิตให้กับพระเยซูอย่างหมดสิ้น ท่านเปโตรเป็นดุจม้าฝีเท้าจัดสำหรับงานขององค์พระผู้เป็นเจ้าและอารมณ์ของท่านเปโตรได้กลายเป็นเครื่องมืออันทรงพลัง สำหรับการดำเนินงานที่ท่านได้รับมอบหมายให้ทำ

วันอาทิตย์ ชาวประมง (มัทธิว 4:18-20)

 “พระองค์ตรัสกับเขาว่า “จงตามเรามาเถิด และเราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา” (มัทธิว 4:19) 

 ท่านเปโตรมาจากเบธไซดาหมู่บ้านชาวประมงบนฝั่งตะวันออกเฉียง-

เหนือของทะเลกาลิลี เบธไซดา หมายความว่า “บ้านของปลา” พระเยซูทรงกระทำการอัศจรรย์หลายครั้งที่นั่นเป็นเวลาเกือบสองพันปีมาแล้ว แต่หมู่บ้านเบธไซดาหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ จนกระทั่งในปี 1987 นักโบราณคดีได้ค้นพบตำแหน่งที่ตั้งของหมู่บ้านแห่งนี้

ท่านเปโตรแต่งงานแล้ว (มัทธิว 8:14) แต่เราไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับภรรยาของท่าน หรือท่านมีบุตรกี่คน ท่านอาจมีบุตรก็เป็นได้ เราทราบว่าท่านอาศัยอยู่กับภรรยา และแม่ยายของท่านในเมืองคาเปอรนาอูม เมื่อ พระเยซูเรียกท่านให้มาเป็นอัครสาวกของพระองค์

ท่านเปโตรตอบการเรียกของพระเยซูอย่างไร ในมัทธิว 4:18-20 มีอะไรสำคัญเกี่ยวกับข้อมูลที่ท่าน เปโตรและอันดรูว์ “ละแหของพวกเขา” (ข้อ 20)

 เราจำเป็นต้องคาดคะเนว่ามีอะไรวิ่งสู่จิตใจของท่านเปโตร ที่แน่ๆ คือคำตรัสของพระเยซูมีพลังอำนาจมาก ทำให้ท่านเปโตรเตรียมตัวออกจากบ้านและละทิ้งอาชีพชาวประมง เพื่อเดินทางไปกับพระอาจารย์ ความสำคัญจุดนี้ควรเป็นสิ่งที่กระจ่างสำหรับเราทุกคน เราจำเป็นต้องมีความพร้อมอย่างเดียวกัน เราต้องติดตามพระเยซูไป ไม่ว่าจะต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง จำนวนเท่าใด (อ่านลูกา 14:26, 27)

ท่านเปโตรมาจากพื้นฐานคนทำงานใช้กำลัง ส่วนพื้นของท่านเปาโลนั้นแตกต่างกัน (กิจการฯ 22:3; โรม 11:1; ฟีลิปปี 3:5; อ่าน กิจการฯ 5:34 ด้วย) มีจุดอะไรที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากความแตกต่างนี้

 ท่านเปโตรและท่านเปาโล อาจมาจากพื้นฐานที่แตกต่างกัน แต่การทรงเรียกของพระเยซูต้องการให้ทั้งท่านเปโตรและเปาโล อุทิศถวายอย่างหมดใจเพื่อรับใช้พระองค์ ไม่ว่าเราจะเป็นคนมีฐานะ หรือหน้าที่การงานดี เป็นคนสังคมชั้นสูง ชนชั้นกลาง และชนชั้นทำงานหนัก ไม่มีข้อยกเว้นแต่ประการใด

จดจำเกี่ยวกับประสบการณ์ของท่านเอง เมื่อถูกเรียกโดยพระเยซู ท่านต้องสละหรือจ่ายค่าอะไรบ้าง มีอะไรที่ท่านจะต้องทิ้งไป ถ้ามีใครถามท่านว่าที่ท่านติดตามพระเยซูมาคุ้มค่าไหม ท่านจะตอบไปอย่างไร และทำไมจึงบอกว่าคุ้ม

วันจันทร์ ความเขลาของท่านเปโตร

 ก็เหมือนกับอัครสาวกท่านอื่นๆ ท่านเปโตรมีโอกาสพิเศษได้เล่าเรียนจากพระเยซู ท่านเปโตรเดินทางหลายร้อยกิโลเมตรกับพระเยซู รับประทานอาหารกับพระองค์ทำงานร่วมกับพระองค์ ได้ฟังเมื่อพระเยซูเทศนาสั่งสอน ได้เฝ้าสังเกตวิธีที่พระองค์ทำงานกับประชาชน ได้เห็นพระองค์รักษาโรคให้คนป่วยไข้ ท่านเปโตรได้เป็นพยานในเหตุการณ์พิเศษ อย่างเช่นขณะที่ พระเยซูทรงพระสง่าราศีบนภูเขา ได้เห็นพระองค์สนทนากับโมเสส และ เอลียาห์ ท่านอยู่เคียงข้างพระเยซูเมื่อพระองค์ถูกจับ ท่านได้เห็นพระเยซูหลังจากพระองค์เป็นขึ้นจากอุโมงค์ฝังศพ

ท่านเปโตรมีโอกาสหลายครั้งในการเรียนรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์ บ่อยครั้งท่านพบว่าตัวเองอยู่กึ่งกลางประสบการณ์ อันเป็นตัวอย่างบทเรียนการ เปลี่ยนแปลงชีวิต บทเรียนทั้งหมดเหล่านี้ได้เตรียมท่านเปโตรไว้สำหรับพันธกิจของท่าน ในฐานะเป็นผู้ประกาศเผยแพร่พระกิตติคุณที่ยิ่งใหญ่ของคริสตจักรยุคแรกเริ่ม

จากการประสบการณ์ที่ท่านมีกับพระเยซู ท่านได้ทำผิดพลาดหลายครั้ง อ่านข้อผิดพลาด ในมัทธิว 14:22-32; มัทธิว 26:36-46; มาระโก 14:29-31; มาระโก 14:66-72 และยอห์น 18:10,11 ข้อผิดพลาดนั่นคืออะไร มีบทเรียนอะไร ที่ท่านเปโตรได้เรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นๆ

 ท่านเปโตรเป็นคนกล้าเกินไป ท่านชอบแสดงออกหรือลุกขึ้นต่อสู้ไวเกินเหตุ ท่านไม่อาจทนรับความกดดันใดๆ ท่านไม่อาจนอนหลับในหน้าที่ ด้วยเหตุผลต่างๆเหล่านี้ ดูเหมือนท่านเปโตรเป็นทุกสิ่งทุกอย่างได้ ยกเว้นเป็น คริสเตียนที่สุภาพ อ่อนน้อมและจิตใจมั่นคง แต่ก่อนบทบาทชีวิตของท่านจะปิดฉาก ท่านเปโตรได้กลายเป็นผู้นำคนสำคัญของคริสตจักรยุคแรกเริ่ม ท่านเป็นผู้ประกาศที่ทรงพลัง และเป็นมิชชันนารีเดินทางออกไปประกาศอย่างไม่กลัวความเสี่ยง นับว่าเป็นชีวิตที่เหมาะกับการเป็นผู้บุกเบิก อันเป็นข้อพิสูจน์ว่าพระเจ้าทรงสามารถทำอะไรได้กับคนหนึ่ง ผู้ยอมถวายชีวิตของเขาอย่างหมดสิ้นให้กับองค์พระเยซู  

เราสามารถเรียนอะไรได้จากเรื่องนี้ เกี่ยวกับอย่าตัดสินคนอื่น หรือแม้แต่อย่าด่วนตัดสินตัวของท่านเอง

วันอังคาร เรียนรู้จากองค์พระเยซู (มัทธิว 16:13-26)

“พระองค์ตรัสถามเขาว่า “แล้วพวกท่านเล่า ว่าเราเป็นใคร” ซีโมน เปโตรทูลตอบว่า “พระองค์ทรงเป็นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่” (มัทธิว 16:15-16) 

 พระธรรมมัทธิว 16:13-26 บอกเราเกี่ยวกับการสนทนาระหว่าง ท่านเปโตรและพระเยซูอะไรบ้าง เหตุใดท่านเปโตรจึงตอบอย่างที่ท่านตอบ มีบทเรียนพื้นฐานอะไรที่พระเยซูทรงพยายามสอนเหล่าสาวก

ท่านเปโตรประกาศออกไปว่าพระเยซูเป็นพระคริสต์ (เมสสิยาห์ผู้เลือกสรรไว้) แต่ท่านมีความเข้าใจผิดในความหมายของคำพระคริสต์ หรือ พระเมสสิยาห์ ความคิดเห็นของท่านเปโตร รวมทั้งของอัครสาวกคนอื่นๆ ตลอดทั้งชนชาติยิวในเวลานั้นก็เป็นอย่างเดียวกัน กล่าวคือพวกเขาเชื่อว่า พระเมสสิยาห์จะบังเกิดมาจากวงศ์วานของกษัตริย์ดาวิด พระองค์จะรวมพลยกกองทัพออกไปโจมตีโรม เพื่อนำประเทศอิสราเอลสู่ความเป็นอิสระ จากนั้นสร้างประเทศชาติให้รุ่งเรืองเต็มไปด้วยความยุติธรรมและสันติต่อไป

แต่พระเยซูทรงสอนเหล่าอัครสาวกและฝูงชนอย่างชัดเจนว่าอาณาจักร

ของพระเจ้าไม่ใช่อาณาจักรฝ่ายโลก แต่เป็นอาณาจักรฝ่ายธรรม อาณาจักรของพระเจ้าจะไม่ถูกก่อตั้งขึ้นด้วยกองทัพที่ใช้ดาบ ดาบสองคม ธนูหรือหอก แทนที่จะเป็นเช่นนั้น เหล่าอัครสาวกและสาวกทั้งหลายจะต้องสถาปนาอาณาจักรของพระเจ้าขึ้นด้วยความรัก การให้อภัยและความชอบธรรม (ด้วยการดำเนินชีวิตอันบริสุทธิ์)

ณ จุดสำคัญของเวลา แห่งพันธกิจของพระองค์ พระเยซูทรงตัดสินพระทัยบอกกับเหล่าสาวกเกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ พระองค์ทรงบอกพวกเขาว่า พระองค์จะเสด็จไปยังกรุงเยรูซาเล็ม ณ ที่นั่น พระองค์จะถูกจับและถูกประหาร แต่พระองค์จะเป็นขึ้นสู่ชีวิตอีกครั้งในวันที่สาม เปโตรเศร้าใจมากที่พระเยซูคิดจะเสด็จไปสิ้นพระชนม์เพราะเปโตรไม่เข้าใจว่าการสิ้นพระชนม์ของพระองค์มีความสำคัญมากเพียงใดในแผนการแห่งความรอด

สำหรับแนวคิดของท่านเปโตร ไม่จำเป็นต้องมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ท่านเปโตรได้จากบ้านจากครอบครัวมาเพื่อสนับสนุนพันธกิจของพระเยซู ความตายของพระอาจารย์ไม่มีในความคิดฝันของท่านเปโตรเลย แต่มโน-ภาพที่ท่านเปโตรได้วาดไว้อย่างสวยงามคือพระเยซูจะทรงตั้งอาณาจักรของพระองค์ขึ้นบนแผ่นดินอิสราเอล และท่านเองจะต้องมีตำแหน่งสำคัญในอาณาจักรแห่งความยุติธรรมและสันติ ขบวนการแห่งความชอบธรรม และการรักษาโรคด้วยการอัศจรรย์จะมาสิ้นลงที่การตายของพระอาจารย์หรือ ในความหวาดหวั่น ท่านเปโตรไม่เข้าใจพระสัญญาของพระเยซูเลย ที่ว่า พระองค์จะทรงเป็นขึ้นในวันที่สาม

สังเกตว่าท่านเปโตรมีความเห็นแก่ตัวเพียงใดตรงนี้ ที่บางทีอาจอธิบายคำตรัสของพระเยซูในมัทธิว 16:23-26 อ่านข้อพระคัมภีร์เหล่านี้อีกครั้งหนึ่ง ท่านอาจใช้ถ้อยคำเหล่านี้ในชีวิตของท่านเองอย่างไร

วันพุธ ท่านเปโตร ในกิจการของอัครทูต (กิจการ 2:14-40)

“พระเยซูนี้พระเจ้าได้ทรงบันดาลให้คืนพระชนม์แล้ว ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นพยานในข้อนี้ เหตุฉะนั้นเมื่อทรงเชิดชูพระองค์ขึ้นอยู่ที่พระหัตถ์เบื้องขวาของพระเจ้า และครั้นพระองค์ได้ทรงรับพระวิญญาณบริสุทธิ์จากพระบิดาตามพระสัญญา พระองค์ได้ทรงเทฤทธิ์เดชนี้ลงมา ดังที่ท่านทั้งหลายได้ยิน และเห็นแล้ว” (กิจการฯ 2:32-33) 

 บันทึกส่วนใหญ่ในพระกิตติคุณทั้งสี่ ดูเหมือนไม่ได้วาดภาพท่าน เปโตรไว้ในแสงสว่างด้านบวกนัก ส่วนใหญ่แสดงให้เห็นว่าท่านเปโตร ครั้งแล้วครั้งเล่าล้มลงในความผิดพลาด บ้างก็ใหญ่หลวง กระนั้นพระกิตติคุณได้กล่าวถึงฉากสุดท้ายของท่านอัครสาวกคนหนึ่งที่อดีตมีจุดอ่อน แต่มีอนาคตน่าติดตาม 

พระเยซูทรงตรัสอะไรกับท่านเปโตรใน ยอห์น 21:14-19 เหตุใดบันทึกตอนนี้จึงน่าประหลาดใจมาก เมื่อเราคิดเกี่ยวกับอดีตของท่านเปโตร

“พระเยซูตรัสกับซีโมน เปโตรว่า “ซีโมนบุตรยอห์นเอ๋ย เจ้ารักเรามาก

กว่าคนเหล่านี้หรือ” เขาทูลพระองค์ว่า “เป็นความจริงพระเจ้าข้า พระองค์ทรงทราบว่าข้าพระองค์รักพระองค์” พระองค์ตรัสสั่งเขาว่า.. “จงเลี้ยงลูกแกะของเราเถิด” (ยอห์น 21:15) การเลี้ยงดูลูกแกะจึงเป็นภารกิจที่ท่านเปโตรดำเนินการต่อมาและท่านทำได้เป็นอย่างดี นี่เป็นข้อพิสูจน์อันอัศจรรย์ว่าพระเจ้าสามารถสร้างชีวิตใหม่ให้คนหนึ่ง ผู้ยอมมอบถวายทุกสิ่งให้กับพระองค์ได้ บุรุษผู้มีอารมณ์ร้อน ชอบทำการเอาหน้า ทำผิดพลาดเสมอ ได้เปลี่ยนเป็นคนใหม่โดยสิ้นเชิง บัดนี้ท่านเปโตรรับบทบาทสำคัญในการสถาปนาคริสตจักรแรกเริ่มขึ้นให้เป็นปึกแผ่น

พระธรรมกิจการฯ 2:14-40; กิจการฯ บทที่ 3; และกิจการฯ 5:1-11 บอกอะไรเราบ้าง เกี่ยวกับงานของท่านเปโตร

 การเปลี่ยนแปลงของชีวิตท่านเปโตรเป็นที่น่าประหลาดใจ และบทเรียนในเรื่องนี้สำหรับเราควรชัดเจน ท่านเปโตรยอมถวายตัวเองให้กับพระคริสต์โดยสิ้นเชิง ท่านจึงกลายเป็นพยานที่ทรงพลังสำหรับองค์พระผู้เป็นเจ้า ท่านเปโตรได้ทำผิดพลาดบางครั้ง บางคราวแสดงความอ่อนแอให้เห็น แต่พระเจ้ายังคงสามารถใช้ท่านเปโตรเป็นพยานอันมีพลังได้ต่อไป

ตัวท่านเองมีความแตกต่างเพียงใดในวันนี้ กับตอนแรกที่ท่านเริ่มติดตามองค์พระเยซู ท่านได้ก้าวหน้ามาถึงจุดไหนแล้ว มีจุดไหนในชีวิตที่ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นไปอีก ความก้าวหน้าอาจเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ไม่เป็นไร ที่สำคัญท่านอย่ายอมแพ้ใช่ไหม

วันพฤหัสบดี ท่านเปโตรและ จดหมายฝากของท่าน

 พระเยซูทรงตรัสกับเปโตรว่า “จงเลี้ยงดูลูกแกะของเรา” ไม่สงสัยเลยว่า ชาวประมงผู้รู้สึกท้อถอย ไม่มีแนวคิดมาก่อนว่า กำลังจะมีอะไรตามมา ท่านไม่ทราบว่า ตัวเองจะต้องรับผิดส่วนไหนในคริสตจักรขององค์พระผู้เป็นเจ้า เราได้พบในพระธรรมกิจการของอัครทูตว่าท่านเปโตรได้ทำพันธกิจที่ พระเยซูมอบให้สำเร็จด้วยดีและเราทราบด้วยว่าท่านเปโตรที่เรากล่าวถึงนี้ เป็นผู้เขียนจดหมายฝากสองฉบับด้วย งานยิ่งใหญ่ของการ “เลี้ยงดูลูกแกะ” ไม่ใช่เฉพาะกับผู้คนในสมัยของท่านเท่านั้น แต่สำหรับทุกคนในประวัติศาสตร์คริสตจักร นั่นก็คือทุกครั้งที่เราอ่านจดหมายฝากของท่าน เปโตร เรากำลังมีส่วนทำให้คำสั่งของพระคริสต์สำเร็จโดยอัครสาวก (เปโตร) ของพระองค์

จงอ่านบทใดบทหนึ่งจากจดหมายฝาก (สองฉบับ) ของท่านเปโตร อ่านจบแล้วอ่านทวนซ้ำ และอธิษฐานเกี่ยวกับเรื่องที่ได้อ่าน และพยายามจินตนาการถึงภาพท่านเปโตรกำลังเขียนข้อความที่ท่านกำลังอ่าน... ถามว่าท่านได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับ “ท่านเปโตรใหม่” จากข้อความที่ท่านได้อ่านนั้น

  จะว่าไปเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการได้ลึกซึ้งปานนั้น ถ้อยคำแห่งสติปัญญามาจากชายคนเดียวกันที่พบในพระกิติคุณ ท่านเป็นชาวประมงที่กล้าหาญ ปากของท่านกล่าวคำได้ไวกว่าใจคิด หรือความเชื่อของท่าน และชายคนนี้คือท่านเปโตร ที่เปลี่ยนเป็นคนใหม่โดยพระคุณของพระเจ้า กลายเป็นเหมือนบุคคลที่ท่านเปาโลกล่าวไว้ว่า “ผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว” (2 โครินธ์ 5:17)

 คำของท่านเปโตรมีพลังอำนาจมาก ใน 1 เปโตร 1:18-21 และ ใน 1 เปโตร 2:24 ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ ท่านเปโตรเน้นให้เห็นความสำคัญในการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูว่าเป็นวิถีทางที่เราจะได้รับความรอด ครั้งนั้นท่านเปโตรห้ามพระเยซูว่าพระองค์จะต้องไม่ไปสู่ไม้กางเขน แต่บัดนี้ท่าน เปโตรคนเดียวกันกำลังเทศนาว่าไม้กางเขนเป็นสถานที่พระเยซู ซึ่งเป็นตัวแทนคนบาป รับเอาความบาปของเราไป ให้เราศึกษา 1 เปโตร 2:18-23 (ท่านทั้งหลายที่เป็นคนรับใช้ จงเชื่อฟังนายของท่านทุกอย่าง ไม่ใช่เฉพาะนายที่เป็นคนใจดีและสุภาพเท่านั้น แต่ทั้งนายที่ร้ายด้วย) (1 เปโตร 2:18) ด้วยข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ ท่านเปโตรกำลังสอนถึงความอ่อนโยนสุภาพยอมเชื่อฟัง “การหันแก้มอีกด้านหนึ่งให้ตบ” คงไม่มีใครได้พบในชีวิตของท่าน เปโตรในบันทึกของพระกิตติคุณแน่นอน แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิตของท่านเปโตรจึงเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ ความจริงนี้นับว่าเป็นเรื่องที่ให้ความหวังทั้งหมดแก่เรา ไม่ว่าสภาพอุปนิสัยส่วนตัวของเราเองจะอยู่ตรงไหน แต่การมอบถวายชีวิตของเราให้กับพระเยซู อุปนิสัยของเราจะเติบโตขึ้นได้แน่นอน!

ให้ท่านกลับไปยังบทที่ท่านเลือกอ่านจากจดหมายของท่านเปโตร ในบทนั้นจุดคำสัญคืออะไร ท่านสามารถได้อาหารอะไรจากบทนี้ ที่ผู้เลี้ยงแกะป้อนให้ท่าน เพื่อเลี้ยงดูจิตวิญญาณของท่าน

วันศุกร์ ศึกษาเพิ่มเติม : อ่าน เอลเลน จี. ไวท์. บทชื่อ “คืนหนึ่ง
บนทะเลสาป” จากหนังสือ “ผู้พึงปรารถนาแห่งปวงชน”
หน้า 377-382

“ในตอนต้นของการเป็นสาวก ท่านเปโตรคิดว่าตัวท่านเองเข้มแข็ง เหมือนพวกฟาริสี ท่านเปโตรคิดว่า “ท่านไม่เหมือนกับชายคนอื่น” ในเย็นวันที่ท่านทรยศปฏิเสธพระเยซู พระเยซูทรงตรัสพยากรณ์ล่วงหน้าแล้วว่า “ท่านทุกคนจะทิ้งเรา ด้วยมีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า 'เราจะประหารผู้เลี้ยงแกะ และแกะฝูงนั้นจะกระจัดกระจายไป.. เปโตรทูลพระองค์ว่า “แม้คนทั้งปวงจะทิ้งพระองค์ ข้าพระองค์จะทิ้งก็หามิได้” (มาระโก 14:27, 29) ท่าน เปโตรไม่ทราบในจุดอ่อนของตัวท่านเอง ความกล้าหาญนำท่านให้หลง ท่านเปโตรคิดว่าตัวเองสามารถอยู่ห่างจากการทดลองได้ แต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เมื่อการทดสอบเกิดขึ้น ท่านเปโตรถึงกับกล่าวคำสบถ เพื่อปฏิเสธว่าไม่รู้จักพระเยซู

“เมื่อไก่ขัน ทำให้เปโตรคิดถึงคำของพระคริสต์ ท่านรู้สึกประหลาดใจ และตกตะลึงในสิ่งที่ท่านได้พูดไป ท่านเปโตรหันหน้าไปดูพระอาจารย์ ในนาทีเดียวกันนี้พระเยซูได้หันพระพักตร์มามองดูเปโตรเช่นกัน พระพักตร์ของพระองค์เศร้าหมอง แต่สายพระเนตรยังฉายความรัก ความกรุณาต่อ เปโตร สายตาของพระอาจารย์และศิษย์มองประสานกัน การมองของ พระเยซูครั้งนี้ เกือบทำให้เปโตรเข้าใจตัวท่านเอง ท่านได้รีบเดินออกไปร้องไห้อย่างขมขื่น การมองดูของพระเยซูทำให้จิตใจของเปโตรแตกสลาย ท่านเปโตรได้มายังจุดที่หันหลังกลับ ท่านกลับใจสำนึกผิดในความผิดบาป ท่านเปโตรก็เหมือนกับคนเก็บภาษี ขณะที่อธิษฐานรู้สึกเสียใจสำนึกผิด ตีอกชกตัวเองขอความเมตตา ผลที่ออกมาสำหรับคนเก็บภาษี และท่าน เปโตร ทั้งสองได้รับพระกรุณาเหมือนกัน การมองของพระคริสต์บอกกับท่านเปโตรว่าท่านได้รับการอภัยจากบาปผิด” เอลเลน จี. ไวท์. หนังสือ Christ’s Object Lessons , page 152 -154.

 

คำถามเพื่อการอภิปราย:

1. อ่านจดหมายฝากของท่านเปโตรทั้งสองฉบับ และพยายามค้นหา
สิ่งที่อยู่ในเนื้อหา ว่ามีอะไรแสดงให้เห็นว่าท่านเปโตรเป็นคน

แตกต่าง จากที่ท่านอ่านพบในพระกิตติคุณ ท่านสามารถได้รับการ

หนุนใจอะไร ในสิ่งที่ท่านได้เรียนรู้ จากสิ่งที่ท่านพบ

2. เป็นการง่ายที่จะวิพากษ์วิจารณ์ (มองหาข้อผิดพลาด) ว่าท่าน

เปโตร ขาดความเชื่อ และจมลงจากผิวน้ำ แต่ท่านเปโตรก็เป็นหนึ่ง

เดียวท่ามกลางอัครสาวกทั้งหลาย ที่มีใจกล้าก้าวออกไปจากเรือ

มีทางใดบ้างไหมในการดำเนินชีวิตคริสเตียนที่ท่านจำเป็นต้อง

“ก้าวเดินออกไปจากเรือ” ด้วยความเชื่อ คริสตจักรท้องถิ่นของ

ท่านมีสภาพอย่างไรในด้านความเชื่อโดยภาพรวม จำต้องส่งเสริม
ให้ความเชื่อเพิ่มขึ้นไหม

3. เอลเลน จี. ไวท์. เขียนไว้ว่า “สาวกแท้ทุกคนเกิดมาในอาณาจักร

ของพระเจ้าเพื่อเป็นผู้ประกาศพระกิตติคุณ” หนังสือ “ผู้พึง

ปรารถนาแห่งปวงชน” หน้า 195 ผู้ติดตามพระคริสต์หลายคน

ได้สูญเสียความชื่นชมยินดีเริ่มแรกที่มี อันเกิดจากความต้องการ

แบ่งปันสิ่งที่ตนได้พบ ได้เรียนรู้กับคนอื่น สมาชิกของโบสถ์จะ

กลับมามีความปรารถนาที่จะแบ่งปันข่าวดีได้อย่างไร ท่านจะ

ช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้กลับมามีความปรารถนานี้ คือความ

ต้องการเป็นพยานได้อย่างไร

สาระสำคัญของบทนี้: จากเรื่องของท่านเปโตร แสดงให้เห็นว่า พระเจ้าทรงสามารถทำการผ่านอัครสาวกที่อ่อนแอที่สุดได้ พระเยซูทรงชี้นำให้ท่านเปโตรมีความปรารถนาใหม่ และส่งเสริมจุดดีที่ท่านมีอยู่ พร้อมกับเสริมสร้างท่านขึ้นใหม่ให้แข็งแกร่งในความเชื่อ เพื่อให้เป็นผู้นำที่ทรงพลังของคริสตจักรยุคแรกเริ่ม

 

<บทเรียนที่เเล้ว>  <สารบัญ>   <บทเรียนถัดไป>

 

Your browser may not support display of this image.






Progress