บ่ายวันสะบาโต
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้
เลวีนิติ 25:8-54; มัทธิว บทที่
10; ยอห์น
10:10
ข้อควรจำ
ข้อคิดสำคัญ : พระเยซู
พระบรมครูยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ทรงตรัสสั่งสอนสาวกของพระองค์
ก่อนส่งพวกเขาออกไปเป็นพยาน มีหลักการอะไรที่เราอาจเรียนรู้ในเรื่องนี้
เพื่อจะนำไปใช้ในปัจจุบันได้
พระเยซูทรงทราบถึงบทบาทสำคัญในงานของพระองค์
นั่นคือฝึกอบรมเหล่าสาวกทั้งหลาย
เพื่อให้พวกเขาสานต่อพันธกิจพิเศษของพระองค์
ในวันหนึ่งทรงนำพวกเขาเดินทางไปแถบมณฑลกาลิลี ทรงเทศนา
สั่งสอนและรักษาโรคต่างๆ หลังจากนั้น
เมื่อทรงเห็นว่าพวกเขาได้รับการฝึกฝนพอสมควรเแล้ว
พระองค์ทรงส่งอัครสาวกทั้งสองออกเดินทางเที่ยวแรกเพื่อไปเป็นพยานแก่คนทั้งหลาย
ในการทำเช่นนี้ ก็เพื่อพวกอัครสาวกจะต้องได้รับ
“ประสบการณ์ในฐานะเป็นมิชชันนารี
หรือผู้ประกาศข่าวประเสริฐด้วยตัวของพวกเขาเอง”
เหล่าสาวกได้รับการศึกษาพิเศษจากบรมครูผู้ยิ่งใหญ่เท่าที่โลกได้รู้จัก
พวกเขาได้มองเห็นพระเยซู
ผู้ทรงดำเนินชีวิตเป็นต้นแบบในหลักการที่ทรงควบคุมวิถีของจักรวาล
พวกเขาได้เห็นต้นแบบที่สมบูรณ์พร้อมว่ามนุษย์ควรดำรงชีวิตอย่างไร
นับถึงเวลาดังกล่าวนี้
เหล่าสาวกได้อยู่กับพระเยซูมาแล้วราวหนึ่งปี
แต่พวกเขาได้เดินทางและสนทนาใกล้ชิดกับพระองค์ ผู้เป็นองค์เดียวที่ทรงตรัสว่า
“เราเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต” (ยอห์น 14:6) เวลาได้มาถึง
ที่เหล่าสาวกจะได้ออกไปปฏิบัติงานภาคสนาม จากสิ่งที่เขาได้เล่าเรียนมา
ซึ่งขั้นตอนของการเรียนรู้คือการทรงสอน และดำเนินชีวิตเป็นต้นแบบ
จากนั้นส่งพวกเขาออกไปทำการในพื้นที่ที่ทรงมอบหมายให้
สัปดาห์นี้เราจะศึกษาคำสอนของพระเยซูที่ทรงให้ต่อสาวกของพระองค์
ขณะที่พวกเขากำลังจะออกไปดำเนินพันธกิจที่ได้รับมอบหมาย
วันอาทิตย์ แผ่นดินสวรรค์อยู่ใกล้แล้ว
(มัทธิว 10:7)
“จงไปพลางประกาศพลางว่า
'แผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว” (มัทธิว 10:7)
อ่านมัทธิว
10:7 คำว่า “แผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว” หมายความว่าอย่างไร
ท่านเข้าใจคำว่า “แผ่นดินสวรรค์” หมายความถึงอะไร
คำว่า “อาณาจักรหรือแผ่นดิน”
หมายถึงแผ่นดินที่อยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ อาณาจักรของพระเจ้า
หรือแผ่นดินสวรรค์ รวมไปถึงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของแผ่นดินโลก
และพื้นที่ด้านจิตวิญญาณ” ครั้งหนึ่งพระเยซูทรงตรัสว่า
“และเขาจะไม่พูดว่า 'มาดูนี่' หรือ 'ไปดูโน่น'
เพราะดูเถิด แผ่นดินของพระเจ้าอยู่ท่ามกลางท่านทั้งหลาย” (ลูกา
17:21)
คำว่า “แผ่นดินสวรรค์อยู่ในท่าน”
หมายความว่าอย่างไร เราจะเข้าใจแนวคิดนี้ได้อย่างไร
ยอห์นผู้ให้บัพติศมา
เริ่มประกาศเทศนาว่า “จงกลับใจเสียใหม่
เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว” (มัทธิว 3:2)
พระคัมภีร์ใหม่ได้ชี้ไปยังองค์พระเยซูอย่างชัดเจนว่า
พระองค์เป็นกษัตริย์แห่งพระสัญญาของชนชาติอิสราเอล
พระองค์ได้ทำให้ความหวังทั้งมวลและคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์เดิมสำเร็จสมจริง
(อ่านลูกา 1:32, 33) แต่ประชาชาติอิสราเอลรอคอยมา
เพื่อพวกเขาจะได้กษัตริย์ที่จะทรงสถาปนาอาณาจักรทางการเมืองขึ้นจริง
พวกเขาหวังว่าพระองค์จะนำทัพปลดปล่อยประเทศอิสราเอลให้เป็นอิสระจากโรม
อาณาจักรแห่งสวรรค์ที่พระเยซูทรงกล่าวถึง
แตกต่างจากอาณาจักรที่ชนชาติอิสราเอลรอคอยเป็นอย่างมาก
มันไม่ใช่อาณาจักรที่ก่อตั้งขึ้น เมื่อฝ่ายโรมันเป็นฝ่ายแพ้
อาณาจักรหรือแผ่นดินสวรรค์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเดี๋ยวนี้
เดี๋ยวนี้ที่ประชาชนสามารถมองเห็นพระเยซู ได้ยินเสียงของพระองค์
และสามารถเรียนรู้หลักการที่พระเยซูทรงวางไว้เพื่อนำไปสู่ความรอด และ
แผ่นดินสวรรค์ ตอนนี้ที่พวกเขาสามารถเรียนรู้จากตัวอย่างชีวิตของพระองค์
พวกเขาสามารถเข้าใจหลักการแห่งรัฐบาลของพระเจ้าในชีวิตจริง
ตอนนี้พวกเขาสามารถเลือกเป็นส่วนหนึ่งในแผ่นดินของพระเจ้าได้
บัดนี้พวกเขาสามารถรับพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ตามพระสัญญารวมทั้งได้รับชัยชนะเหนือความบาปและรับเอาความหวังแห่งชีวิตชั่วนิรันดร์
ท่านสามารถชื่นชมยินดีในทางใดบ้าง ที่ได้ใช้สิทธิของการดำเนินชีวิตใน
“แผ่นดินของพระเจ้า”
มีโอกาสไหนและพระสัญญาข้อใดที่ท่านยังล้มเหลวไม่ได้ใช้ ทั้งๆ
ที่พระเยซูทรงสัญญาจะประทานให้
วันจันทร์ คำสอนสำหรับมิชชันนารี (มัทธิว บทที่
10)
“จงรักษาคนเจ็บป่วยให้หาย คนตายแล้วให้ฟื้น
คนโรคเรื้อนให้หายสะอาด และจงขับผีให้ออก ท่านทั้งหลายได้รับเปล่าๆ จงให้เปล่าๆ
อย่าหาเหรียญทองคำ หรือเงิน หรือทองแดงไว้ในไถ้ของท่าน” (มัทธิว 10:8,
6-9)
ในมัทธิว บทที่ 10 พระเยซูทรงตรัสสั่งให้อัครสาวกทั้ง 12
คนออกไปทำงานของมิชชันนารี คือการประกาศเผยแพร่ข่าวประเสริฐ
อ่านทบทวนบทนี้และหลังจากนั้นตอบคำถามต่อไปนี้:
ที่พระเยซูทรงตรัสสั่งว่า “ดูเถิด
เราใช้พวกท่านไปดุจแกะอยู่ท่ามกลางหมาป่า
เหตุฉะนั้นจงฉลาดเหมือนงูและไม่มีภัยเหมือนนกพิราบ” ( ข้อ 16 ) คำสั่ง
“ให้ฉลาดเหมือนงูและไม่มีภัยเหมือนนกพิราบ” หมายความว่าอย่างไร
เราจะนำคำสอนของพระเยซูตอนนี้มาประยุกต์ใช้ในชีวิตของเราในปัจจุบันได้อย่างไร
มีสิ่งหนึ่งในมัทธิว 10:2-4
บอกเราว่าสาวกทั้งหมดของพระเยซูมีเหมือนกัน
มีข้อความอะไรบอกว่าเราจำเป็นต้องระวังระไว
เมื่อเราทำการประกาศกับคนที่อยู่ต่างวัฒนธรรม
มีอำนาจพิเศษอะไรที่สาวกทั้งหลายได้รับ ถ้าปราศจากอำนาจนี้
เราจะยังสามารถให้การช่วยเหลือ และเป็นพยานให้กับโลกได้อยู่อีกหรือไม่
วันอังคาร คนต่างชาติ (ที่ไม่ใช่คนยิว)
และคนยิว
(มัทธิว 10:5 , 6)
“สิบสองคนนี้
พระเยซูทรงใช้ให้ออกไปและสั่งเขาว่า
“อย่าไปทางที่ไปสู่พวกต่างชาติ
และอย่าเข้าไปในเมืองของชาวสะมาเรีย
แต่ว่าจงไปหาแกะหลงของวงศ์วานอิสราเอลนั้นดีกว่า” (มัทธิว 10:5 ,
6)
พระเยซูทรงส่งสาวกของพระองค์ออกไป
พระองค์กำชับพวกเขาอย่างชัดเจนว่าให้ไปหาชนชาติอิสราเอลเท่านั้น
ไม่ใช่คนต่างชาติ เราอาจคิดว่า “คำสั่งนี้ไม่ยุติธรรม”
เหตุใดจึงให้ประกาศข่าวดีเฉพาะคนยิวเท่านั้น
เหตุใดคนเชื้อชาติอื่นๆ จึงไม่มีโอกาสได้รับพระวจนะของพระเจ้า
อย่างน้อยก็ในช่วงเวลานั้น
คำตอบคือการประกาศกับชนชาติอื่นๆ
ต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าเพราะคนเหล่านั้นมีพื้นฐานและวัฒนธรรมแตกต่างไป
พระเยซูไม่ทรงประสงค์ให้พวกสาวกตกอยู่ในอันตรายในงานแรกของพวกเขา”
เอลเลน จี. ไวท์. เขียนไว้ว่าถ้าสาวกทั้งหลายได้ประกาศกับชนต่างชาติก่อนๆ
พวกเขาจะสูญเสียอิทธิพลกับชนชาติยิวไป
ชนชาติยิวควรจะเป็นชนชาติแรกที่ได้ข่าวของพระเจ้า” From Advent Review and Sabbath Herald , April 19,
1892 เอลเลน จี. ไวท์.
ยังให้ความเห็นด้วยว่าชาวต่างชาติจะอวดว่า
พวกเขาได้รับการโปรดปรานจากพระเจ้ามากกว่าซึ่งจะทำให้พวกฟาริสีและชนต่างชาติโต้แย้งกัน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะทำให้สาวกทั้งหลายเกิดความท้อถอย” เอลเลน จี.
ไวท์. The Signs
of Times , July 18 , 1900
ในพันธกิจที่เราดำเนินไปทุกวันนี้
เราจะต้องมีความรู้สึกไวต่อแนวปฏิบัติของบางวัฒนธรรม
การปฏิบัติเหล่านี้อาจนำเราไปสู่ความผิดพลาด
พวกเขาอาจจะเป็นฝ่ายผิดและอาจทำให้เราไม่สบายใจ
แต่เราไม่อาจมองข้ามพวกเขาและยังคงเป็นพยานที่ดีได้
พระเยซูทรงตรัสอะไรในยอห์น
10:10 ที่อาจช่วยเรา
ขณะที่เราพบกับประชาชนที่มีแนวปฏิบัติที่เป็นอันตราย
ในฐานะที่เราเป็นผู้ติดตามของพระคริสต์
เราจำเป็นต้องมีความรู้สึกไวต่อวัฒนธรรม ที่เราพยายามนำพวกเขามาหาพระเจ้า
สิ่งสุดท้ายที่เราไม่อยากให้พวกเขารู้สึกคือ “เราดีกว่า
หรือมีดีกว่าพวกเขา” เมื่อเรามีบางสิ่งที่ดีกว่า
เช่นเราอาจชี้ให้พวกเขาดำเนินชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีกว่า
ดังนั้นจงให้ข่าวสารและการใช้ชีวิตของเราแสดงออกมาว่า
เรามีสิ่งที่ดีกว่า
ท่านคิดว่ามีส่วนไหนในรูปแบบการดำเนินชีวิตคริสเตียน
ที่คนอื่นอยากเป็นหรืออยากมี
ดำเนินชีวิตของท่านเป็นข่าวสารถูกส่งออกไปในรูปแบบใด
วันพุธ พันธกิจแบบองค์รวม
(มัทธิว 10:7, 8)
“จงไปพลางประกาศพลางว่า 'แผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว'
จงรักษาคนเจ็บป่วยให้หาย คนตายแล้วให้ฟื้น
คนโรคเรื้อนให้หายสะอาด และจงขับผีให้ออก
ท่านทั้งหลายได้รับเปล่าๆ จงให้เปล่าๆ” (มัทธิว 10:7,
8)
นอกเหนือจากการเทศนาพระกิตติคุณ
มีอะไรอื่นอีกรวมอยู่กับพันธกิจของเหล่าสาวกทั้งหลาย
พระบัญชาของพระเยซูที่ทรงให้กับเหล่าสาวก
ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับด้านจิตวิญญาณเท่านั้น แต่พวกเขาต้องดูแล
เอาใจใส่ด้านร่างกายของผู้ที่เขาทำงานด้วย (อะไรๆ ที่ร่างกายต้องการ)
แน่นอนสิ่งสำคัญที่สุดที่พวกเขาต้องนำเสนอแก่ทุกคนคือความรอดและชีวิตชั่วนิรันดร์
แต่นั่นไม่ได้หมาย
ความว่าพวกเราต้องมองข้ามความเจ็บปวด และความทุกข์ยากทั้งหลาย
ที่เราพบอยู่รอบตัวเรา
เมื่อพระเยซูทรงสอนในธรรมศาลา (โบสถ์ของชาวยิว)ในเมืองนาซาเร็ธ
พระองค์อ่านจากหนังสืออิสยาห์และทรงทำให้พระวจนะที่อ่านเป็นถ้อยคำของพระองค์เอง
“พระวิญญาณแห่งพระเป็นเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า
เพราะว่าพระองค์ได้ทรงเจิมตั้งข้าพเจ้าไว้ เพื่อนำข่าวดีมายังคนยากจน
พระองค์ได้ทรงใช้ข้าพเจ้าให้ร้องประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย
ให้ประกาศแก่คนตาบอดว่าจะได้เห็นอีก
ให้ปล่อยผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ
และให้ประกาศปีแห่งความโปรดปรานของพระเป็นเจ้า” (ลูกา 4:18, 19)
ที่พระเยซูทรงประกาศเช่นนี้ หมายถึง “ปีแห่งความชื่นชมยินดี” (เลวีนิติ 25:8-
54) ทุกรอบ 50 ปี ในปีดังกล่าวนี้ที่ดินที่ได้ขายไป หรือ จำนองไว้กับใคร
จะต้องกลับไปสู่เจ้าของดั้งเดิม
มีอะไรที่ดูเหมือนเป็นประเด็นหลักด้านศาสนา ในเลวีนิติ 25:8-54
องค์พระผู้เป็นเจ้า (พระเยซู) ทรงมีหลักการอะไร ในการสอนให้กับพลไพร่ของพระองค์
ตามที่ เอลเลน จี. ไว้ท์.
กล่าว “กฏข้อนี้ได้ตั้งขึ้น เพื่อไม่ให้คนเรารวย หรือยากจนเกินไป”
หนังสือ “การศึกษา” หน้า 43 ในปีแห่งความชื่นชมยินดี
คนที่เป็นทาสทุกคนจะได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระด้วย
และหนี้ทุกประเภทจะถูกยกเลิกไป
พระเยซูทรงสอนให้สาวกของพระองค์มีพันธกิจที่สมดุล
เหล่าสาวกต้องเตรียมผู้คนไว้สำหรับอาณาจักรแห่งสวรรค์
แต่พวกเขาต้องระลึกไว้เสมอว่าอาณาจักรของพระเจ้าส่วนหนึ่งอยู่กับพวกเขาแล้วด้วย
ดังนั้นพวกเขาต้องสนองความต้องการทุกอย่างให้กับประชาชน รวมทั้งด้านร่างกาย
และด้านสังคม โดยการพยายามที่จะสนองความต้องการของพี่น้องเดี๋ยวนี้
จะเท่ากับเราสามารถเปิดพวกเขาสู่พระสัญญาแห่งชีวิตนิรันดร์อันแท้จริง
ท่านปฏิบัติต่อบางคนที่ไม่เท่าเทียมกับท่าน ในบางประการอย่างไร
เมื่อไรเป็นครั้งสุดท้ายที่ท่านได้ทำบางอย่าง เพื่อใครบางคนด้วยใจเมตตา
ห่วงใย โดยไม่มีความเห็นแก่ตัว
วันพฤหัสบดี
อย่าได้กลัวพวกเขา (มัทธิว 10:22)
“คนทั้งปวงจะเกลียดชังท่าน
เพราะความภักดีที่ท่านมีต่อเรา แต่ผู้ใดที่ทนได้ถึงที่สุด
ผู้นั้นจะรอด” (มัทธิว 10:22)
คำสอนของพระเยซูที่ให้กับเหล่าสาวกของพระองค์
ทรงเน้นกับข้อแนะ
นำที่ว่าพวกเขาจะแก้ไขปัญหาที่พวกเขาจะต้องพบอย่างไร
นอกจากนี้เป็นข่าวสารที่พวกเขาจะเทศนาสั่งสอนเกี่ยวกับความรักและการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง
แต่พวกเขาจะพบกับบางคนที่ต่อต้านพวกเขา
พระเยซูทรงกล่าวแนะนำว่าพวกเขาจะต้องเตรียมความพร้อมไว้
เพื่อจะตอบให้ผู้ต่อต้านพวกเขาได้
มีข่าวสารสำคัญอะไรสำหรับเรา
ในมัทธิว 10:22 : ฮีบรู 10:35,36
พระเยซูทรงหนุนใจให้สาวกของพระองค์ดำเนินการต่อไป แม้พวกเขาจะถูกต่อต้าน
อัครสาวกเปาโลกล่าวว่า “เราชื่นชมยินดีในความทุกข์ยากของเราด้วย
เพราะเรารู้ว่าความทุกข์ยากนั้น ทำให้เกิดความอดทน
และความอดทนทำให้เห็นว่าเราเป็นคนที่พระเจ้าทรงใช้ได้
และการที่เราเห็นเช่นนั้นทำให้เกิดมีความหวังใจ” (โรม 5:3,4)
ท่านยากอบเขียนไว้ว่า
“เพราะท่านทั้งหลายรู้ว่าการทดลองความเชื่อของท่านนั้น
ทำให้เกิดความหนักแน่นมั่นคง” (ยากอบ 1:3)
ในทางใดบ้าง
ที่ความยากลำบากอาจเป็นสิ่งทดลองความเชื่อของท่าน
ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของท่านจะเข้มแข็งขึ้น เมื่อท่านรักษาความเชื่อไว้
ให้ผ่านความยากลำบากเหล่านี้ไป
พระเยซูบอกกับสาวกของพระองค์ว่าพวกเขาไม่ควรกลัวต่อสถานการณ์ที่ยากลำบาก
พวกเขาจะถูกนำไปยืนต่อหน้าข้าราชการระดับสูง
หรือแม้แต่กษัตริย์เพื่อเป็นพยานแห่งความเชื่อให้แก่พระเจ้า
“แต่เมื่อเขาอายัดท่านไว้นั้นอย่าเป็นกังวลว่าจะพูดอย่างไร
เพราะเมื่อถึงเวลาคำที่ท่านจะพูดนั้น
พระเจ้าจะทรงประทานแก่ท่านในเวลานั้น” (มัทธิว 10:19)
พระเจ้าทรงสัญญาว่าพระองค์จะตรัสผ่านเราและจะประทานถ้อยคำที่จะพูดออกมา
หนังสือกิจการของอัครทูตมีบันทึกมากมายในสิ่งที่เกิดขึ้นตามที่
พระเยซูทรงตรัสเตือนไว้ ท่านเปโตรและเปาโล และสาวกคนอื่นๆ
อีกหลายคนได้ถูกนำยืนไปต่อหน้าผู้ปกครองอยู่บ่อยๆ
เพื่อให้เหตุผลแห่งความเชื่อของพวกเขา
แต่ละครั้งพวกเขาพูดอย่างกล้าหาญเพื่อเป็นพยานในความเชื่อของพวกเขา
พระเยซูทรงสอนสาวกทั้งหลายของพระองค์ว่าพระเจ้าทรงเอาพระทัยใส่แม้นกกระจาบตัวเล็กๆ
และพระองค์ยังนับเส้นผมของเราไว้
“ถึงผมของท่านทั้งหลายก็ทรงนับไว้แล้วทุกเส้น
เหตุฉะนั้นอย่ากลัวเลย
ท่านทั้งหลายก็ประเสริฐกว่านกกระจาบหลายตัว” (มัทธิว 10:31,31)
พระเยซูทรงกล่าวสัญญาอะไรแก่เรา ใน มัทธิว 10:38, 39
มีอะไรที่พระองค์ไม่ได้ตรัสสัญญาต่อเรา
ท่านได้รับการปลอบหนุนอะไรสำหรับตัวท่านเองจากถ้อยคำเหล่านี้
วันศุกร์ ศึกษาเพิ่มเติม อ่านเอลเลน
จี. ไว้ท์.
“ผู้ประกาศเผยแพร่
พระกิตติคุณคนแรก” ในหนังสือ
“ผู้พึงปรารถนาแห่งปวง
ชน” หน้า 349-358
“ปัจจุบันจิตใจของมนุษย์ยังแข็งกระด้างเหมือนตอนพระคริสต์อยู่ในโลกนี้
พวกเขาจะทำทุกอย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้เพื่อช่วยซาตานกีดกันไม่ให้ใครมาเป็นผู้รับใช้พระคริสต์
พวกเขาจะทำอย่างเดียวกันในการต่อต้านพระคริสต์เมื่อพระองค์อยู่ในโลกนี้
พวกเขาจะพูดโกหก พวกเขาจะวิพากษ์วิจารย์ผู้รับใช้ของพระเจ้าและโยนความผิดให้
เพื่อให้คนนั้นหันหลังให้กับผู้รับใช้ของพระเจ้า และพวกเขาวางแผนร้ายทุกอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นการฉ้อฉล หลอกลวงพวกเขาทำได้ทั้งนั้น และพวกเขาจะไม่ซื่อสัตย์
แม้จะอยู่ในที่ควรมีความซื่อสัตย์ก็ตาม
พวกเขาจะกล่าวหาผู้รับใช้ของพระเจ้า
แม้ว่าพวกเขาเองจะเป็นผู้ลวงคนนั้น หรือคนเหล่านั้นไปสู่ความชั่วร้ายเอง
แต่ผู้รับใช้ของพระเจ้ายินดีแม้แต่สละชีวิตของตนเอง
ถ้าเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า โดยการกระทำเช่นนี้
พวกเขาได้ทำให้งานของพระเจ้ารุดหน้าต่อไป” เอลเลน จี. ไว้ท์.
Testimonies for the Church, volume 4
, page 234.
คำถามเพื่อการอภิปราย
1.
เขตพื้นที่ดำเนินพันธกิจทุกวันนี้
มีความแตกต่างจากสมัยของ
พระคริสต์อย่างไร
มีสิ่งใดบ้างที่เหมือนกัน
2.
อภิปรายในชั้นเรียนเกี่ยวกับความหมายว่า มีชีวิตอยู่ใน
“อาณา
จักรแห่งสวรรค์”
เดี๋ยวนี้หมายความว่าอย่างไร
เราจะต้องแสดง
อะไรออกมาว่าเรามีชีวิตอยู่ในอาณาจักรแห่งสวรรค์
ถ้ามีใครคิด
พิจารณาคริสตจักรของเราในภาพรวม พวกเขาจะพบอะไร
ที่ทำให้
เราทั้งหลายแตกต่างจากคริสเตียนอื่นๆ
ที่ร่วมมือกันทำงานเพื่อ
การดีของพระเจ้า
3.
ท่านและคริสตจักรท้องถิ่นที่เข้านมัสการ มีส่วนร่วมในการประกาศ
พระกิตติคุณและการเป็นพยานมากเพียงใด
ท่านจะทำการช่วย
บุคคลที่อยู่รอบตัวท่านที่ตกอยู่ในปัญหาความทุกข์ยากอย่างไร
คริสตจักรท้องถิ่นของท่านจะให้การช่วยเหลือคนอื่นได้มากขึ้นใน
ปัญหาเดียวกันนี้ได้อย่างไร
เหตุใดแผนกหรือส่วนของงานด้านนี้
จึงมีความสำคัญ
แต่เหตุใดการให้การช่วยเหลือด้านความจำเป็น
ฝ่ายร่างกายแก่บุคคลที่อยู่แวดล้อมเราจึงไม่ค่อยเพียงพอ
ในเวลา
เดียวกัน
มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อเรามุ่งแต่จะเทศนาประกาศแต่ด้าน
จิตวิญญาณ
แต่ไม่ให้การเอาใจใส่งานการดูแลด้านสังคม
สาระสำคัญของบทนี้ :
พระบรมครูยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก
ใช้เวลาในการสั่งสอนสาวกทั้งหลายของพระองค์
ก่อนที่จะส่งพวกเขาออกไปทำงานในท้องทุ่งแห่งข่าวประเสริฐ
หลักการที่ทรงแจกแจงให้พวกเขาได้เรียนรู้ไม่จำกัดในเรื่องของเวลา
ดังนั้นเราจะต้องไม่ล้มเหลวที่จะเชื่อฟังหลักการเหล่านี้
ในปัจจุบัน
<บทเรียนที่แล้ว> <สารบัญ> <บทเรียนถัดไป>