Thai Seventh-day Adventist Church of Southern California
10855 New Jersey St, Redlands, CA 92373 Phone: (909) 335-2272 Fax (909) 335-6182 "My house is the house of prayer for all people." Come... Jesus invites you.

บทที่ 5 วันที่ 26 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม 2008

มัทธิว บทที่ 10 : พระเยซูกับเหล่าสาวก

 


 

บ่ายวันสะบาโต  

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้

เลวีนิติ 25:8-54; มัทธิว บทที่ 10; ยอห์น 10:10


ข้อควรจำ 


ข้อคิดสำคัญ : พระเยซู พระบรมครูยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ทรงตรัสสั่งสอนสาวกของพระองค์ ก่อนส่งพวกเขาออกไปเป็นพยาน มีหลักการอะไรที่เราอาจเรียนรู้ในเรื่องนี้ เพื่อจะนำไปใช้ในปัจจุบันได้

พระเยซูทรงทราบถึงบทบาทสำคัญในงานของพระองค์ นั่นคือฝึกอบรมเหล่าสาวกทั้งหลาย เพื่อให้พวกเขาสานต่อพันธกิจพิเศษของพระองค์ ในวันหนึ่งทรงนำพวกเขาเดินทางไปแถบมณฑลกาลิลี ทรงเทศนา สั่งสอนและรักษาโรคต่างๆ หลังจากนั้น เมื่อทรงเห็นว่าพวกเขาได้รับการฝึกฝนพอสมควรเแล้ว พระองค์ทรงส่งอัครสาวกทั้งสองออกเดินทางเที่ยวแรกเพื่อไปเป็นพยานแก่คนทั้งหลาย ในการทำเช่นนี้ ก็เพื่อพวกอัครสาวกจะต้องได้รับ “ประสบการณ์ในฐานะเป็นมิชชันนารี หรือผู้ประกาศข่าวประเสริฐด้วยตัวของพวกเขาเอง”

 เหล่าสาวกได้รับการศึกษาพิเศษจากบรมครูผู้ยิ่งใหญ่เท่าที่โลกได้รู้จัก พวกเขาได้มองเห็นพระเยซู ผู้ทรงดำเนินชีวิตเป็นต้นแบบในหลักการที่ทรงควบคุมวิถีของจักรวาล พวกเขาได้เห็นต้นแบบที่สมบูรณ์พร้อมว่ามนุษย์ควรดำรงชีวิตอย่างไร

 นับถึงเวลาดังกล่าวนี้ เหล่าสาวกได้อยู่กับพระเยซูมาแล้วราวหนึ่งปี แต่พวกเขาได้เดินทางและสนทนาใกล้ชิดกับพระองค์ ผู้เป็นองค์เดียวที่ทรงตรัสว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต” (ยอห์น 14:6) เวลาได้มาถึง ที่เหล่าสาวกจะได้ออกไปปฏิบัติงานภาคสนาม จากสิ่งที่เขาได้เล่าเรียนมา ซึ่งขั้นตอนของการเรียนรู้คือการทรงสอน และดำเนินชีวิตเป็นต้นแบบ จากนั้นส่งพวกเขาออกไปทำการในพื้นที่ที่ทรงมอบหมายให้

สัปดาห์นี้เราจะศึกษาคำสอนของพระเยซูที่ทรงให้ต่อสาวกของพระองค์ ขณะที่พวกเขากำลังจะออกไปดำเนินพันธกิจที่ได้รับมอบหมาย

วันอาทิตย์ แผ่นดินสวรรค์อยู่ใกล้แล้ว (มัทธิว 10:7)

 “จงไปพลางประกาศพลางว่า 'แผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว” (มัทธิว 10:7)

 อ่านมัทธิว 10:7 คำว่า “แผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว” หมายความว่าอย่างไร ท่านเข้าใจคำว่า “แผ่นดินสวรรค์” หมายความถึงอะไร

  คำว่า “อาณาจักรหรือแผ่นดิน” หมายถึงแผ่นดินที่อยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ อาณาจักรของพระเจ้า หรือแผ่นดินสวรรค์ รวมไปถึงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของแผ่นดินโลก และพื้นที่ด้านจิตวิญญาณ” ครั้งหนึ่งพระเยซูทรงตรัสว่า “และเขาจะไม่พูดว่า 'มาดูนี่' หรือ 'ไปดูโน่น' เพราะดูเถิด แผ่นดินของพระเจ้าอยู่ท่ามกลางท่านทั้งหลาย” (ลูกา 17:21)

คำว่า “แผ่นดินสวรรค์อยู่ในท่าน” หมายความว่าอย่างไร เราจะเข้าใจแนวคิดนี้ได้อย่างไร

 ยอห์นผู้ให้บัพติศมา เริ่มประกาศเทศนาว่า “จงกลับใจเสียใหม่ เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว” (มัทธิว 3:2) พระคัมภีร์ใหม่ได้ชี้ไปยังองค์พระเยซูอย่างชัดเจนว่า พระองค์เป็นกษัตริย์แห่งพระสัญญาของชนชาติอิสราเอล พระองค์ได้ทำให้ความหวังทั้งมวลและคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์เดิมสำเร็จสมจริง (อ่านลูกา 1:32, 33) แต่ประชาชาติอิสราเอลรอคอยมา เพื่อพวกเขาจะได้กษัตริย์ที่จะทรงสถาปนาอาณาจักรทางการเมืองขึ้นจริง พวกเขาหวังว่าพระองค์จะนำทัพปลดปล่อยประเทศอิสราเอลให้เป็นอิสระจากโรม

อาณาจักรแห่งสวรรค์ที่พระเยซูทรงกล่าวถึง แตกต่างจากอาณาจักรที่ชนชาติอิสราเอลรอคอยเป็นอย่างมาก มันไม่ใช่อาณาจักรที่ก่อตั้งขึ้น เมื่อฝ่ายโรมันเป็นฝ่ายแพ้ อาณาจักรหรือแผ่นดินสวรรค์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวนี้ที่ประชาชนสามารถมองเห็นพระเยซู ได้ยินเสียงของพระองค์ และสามารถเรียนรู้หลักการที่พระเยซูทรงวางไว้เพื่อนำไปสู่ความรอด และ แผ่นดินสวรรค์ ตอนนี้ที่พวกเขาสามารถเรียนรู้จากตัวอย่างชีวิตของพระองค์ พวกเขาสามารถเข้าใจหลักการแห่งรัฐบาลของพระเจ้าในชีวิตจริง ตอนนี้พวกเขาสามารถเลือกเป็นส่วนหนึ่งในแผ่นดินของพระเจ้าได้ บัดนี้พวกเขาสามารถรับพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ตามพระสัญญารวมทั้งได้รับชัยชนะเหนือความบาปและรับเอาความหวังแห่งชีวิตชั่วนิรันดร์

ท่านสามารถชื่นชมยินดีในทางใดบ้าง ที่ได้ใช้สิทธิของการดำเนินชีวิตใน “แผ่นดินของพระเจ้า” มีโอกาสไหนและพระสัญญาข้อใดที่ท่านยังล้มเหลวไม่ได้ใช้ ทั้งๆ ที่พระเยซูทรงสัญญาจะประทานให้

วันจันทร์ คำสอนสำหรับมิชชันนารี (มัทธิว บทที่ 10)

จงรักษาคนเจ็บป่วยให้หาย คนตายแล้วให้ฟื้น คนโรคเรื้อนให้หายสะอาด และจงขับผีให้ออก ท่านทั้งหลายได้รับเปล่าๆ จงให้เปล่าๆ อย่าหาเหรียญทองคำ หรือเงิน หรือทองแดงไว้ในไถ้ของท่าน” (มัทธิว 10:8, 6-9)

ในมัทธิว บทที่ 10 พระเยซูทรงตรัสสั่งให้อัครสาวกทั้ง 12 คนออกไปทำงานของมิชชันนารี คือการประกาศเผยแพร่ข่าวประเสริฐ อ่านทบทวนบทนี้และหลังจากนั้นตอบคำถามต่อไปนี้:

ที่พระเยซูทรงตรัสสั่งว่า “ดูเถิด เราใช้พวกท่านไปดุจแกะอยู่ท่ามกลางหมาป่า เหตุฉะนั้นจงฉลาดเหมือนงูและไม่มีภัยเหมือนนกพิราบ” ( ข้อ 16 ) คำสั่ง “ให้ฉลาดเหมือนงูและไม่มีภัยเหมือนนกพิราบ” หมายความว่าอย่างไร เราจะนำคำสอนของพระเยซูตอนนี้มาประยุกต์ใช้ในชีวิตของเราในปัจจุบันได้อย่างไร

มีสิ่งหนึ่งในมัทธิว 10:2-4 บอกเราว่าสาวกทั้งหมดของพระเยซูมีเหมือนกัน มีข้อความอะไรบอกว่าเราจำเป็นต้องระวังระไว เมื่อเราทำการประกาศกับคนที่อยู่ต่างวัฒนธรรม

มีอำนาจพิเศษอะไรที่สาวกทั้งหลายได้รับ ถ้าปราศจากอำนาจนี้ เราจะยังสามารถให้การช่วยเหลือ และเป็นพยานให้กับโลกได้อยู่อีกหรือไม่

วันอังคาร คนต่างชาติ (ที่ไม่ใช่คนยิว) และคนยิว

(มัทธิว 10:5 , 6)

 “สิบสองคนนี้ พระเยซูทรงใช้ให้ออกไปและสั่งเขาว่า “อย่าไปทางที่ไปสู่พวกต่างชาติ และอย่าเข้าไปในเมืองของชาวสะมาเรีย แต่ว่าจงไปหาแกะหลงของวงศ์วานอิสราเอลนั้นดีกว่า” (มัทธิว 10:5 , 6)

 พระเยซูทรงส่งสาวกของพระองค์ออกไป พระองค์กำชับพวกเขาอย่างชัดเจนว่าให้ไปหาชนชาติอิสราเอลเท่านั้น ไม่ใช่คนต่างชาติ เราอาจคิดว่า “คำสั่งนี้ไม่ยุติธรรม” เหตุใดจึงให้ประกาศข่าวดีเฉพาะคนยิวเท่านั้น เหตุใดคนเชื้อชาติอื่นๆ จึงไม่มีโอกาสได้รับพระวจนะของพระเจ้า อย่างน้อยก็ในช่วงเวลานั้น

คำตอบคือการประกาศกับชนชาติอื่นๆ ต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าเพราะคนเหล่านั้นมีพื้นฐานและวัฒนธรรมแตกต่างไป พระเยซูไม่ทรงประสงค์ให้พวกสาวกตกอยู่ในอันตรายในงานแรกของพวกเขา” เอลเลน จี. ไวท์. เขียนไว้ว่าถ้าสาวกทั้งหลายได้ประกาศกับชนต่างชาติก่อนๆ พวกเขาจะสูญเสียอิทธิพลกับชนชาติยิวไป ชนชาติยิวควรจะเป็นชนชาติแรกที่ได้ข่าวของพระเจ้า” From Advent Review and Sabbath Herald , April 19, 1892 เอลเลน จี. ไวท์. ยังให้ความเห็นด้วยว่าชาวต่างชาติจะอวดว่า พวกเขาได้รับการโปรดปรานจากพระเจ้ามากกว่าซึ่งจะทำให้พวกฟาริสีและชนต่างชาติโต้แย้งกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะทำให้สาวกทั้งหลายเกิดความท้อถอย” เอลเลน จี. ไวท์. The Signs of Times , July 18 , 1900

ในพันธกิจที่เราดำเนินไปทุกวันนี้ เราจะต้องมีความรู้สึกไวต่อแนวปฏิบัติของบางวัฒนธรรม การปฏิบัติเหล่านี้อาจนำเราไปสู่ความผิดพลาด พวกเขาอาจจะเป็นฝ่ายผิดและอาจทำให้เราไม่สบายใจ แต่เราไม่อาจมองข้ามพวกเขาและยังคงเป็นพยานที่ดีได้

พระเยซูทรงตรัสอะไรในยอห์น 10:10 ที่อาจช่วยเรา ขณะที่เราพบกับประชาชนที่มีแนวปฏิบัติที่เป็นอันตราย

 ในฐานะที่เราเป็นผู้ติดตามของพระคริสต์ เราจำเป็นต้องมีความรู้สึกไวต่อวัฒนธรรม ที่เราพยายามนำพวกเขามาหาพระเจ้า สิ่งสุดท้ายที่เราไม่อยากให้พวกเขารู้สึกคือ “เราดีกว่า หรือมีดีกว่าพวกเขา” เมื่อเรามีบางสิ่งที่ดีกว่า เช่นเราอาจชี้ให้พวกเขาดำเนินชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีกว่า ดังนั้นจงให้ข่าวสารและการใช้ชีวิตของเราแสดงออกมาว่า เรามีสิ่งที่ดีกว่า

ท่านคิดว่ามีส่วนไหนในรูปแบบการดำเนินชีวิตคริสเตียน ที่คนอื่นอยากเป็นหรืออยากมี ดำเนินชีวิตของท่านเป็นข่าวสารถูกส่งออกไปในรูปแบบใด

วันพุธ พันธกิจแบบองค์รวม (มัทธิว 10:7, 8)

จงไปพลางประกาศพลางว่า 'แผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว' จงรักษาคนเจ็บป่วยให้หาย คนตายแล้วให้ฟื้น คนโรคเรื้อนให้หายสะอาด และจงขับผีให้ออก ท่านทั้งหลายได้รับเปล่าๆ จงให้เปล่าๆ” (มัทธิว 10:7, 8)

 นอกเหนือจากการเทศนาพระกิตติคุณ มีอะไรอื่นอีกรวมอยู่กับพันธกิจของเหล่าสาวกทั้งหลาย

 พระบัญชาของพระเยซูที่ทรงให้กับเหล่าสาวก ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับด้านจิตวิญญาณเท่านั้น แต่พวกเขาต้องดูแล เอาใจใส่ด้านร่างกายของผู้ที่เขาทำงานด้วย (อะไรๆ ที่ร่างกายต้องการ) แน่นอนสิ่งสำคัญที่สุดที่พวกเขาต้องนำเสนอแก่ทุกคนคือความรอดและชีวิตชั่วนิรันดร์ แต่นั่นไม่ได้หมาย

ความว่าพวกเราต้องมองข้ามความเจ็บปวด และความทุกข์ยากทั้งหลาย ที่เราพบอยู่รอบตัวเรา

เมื่อพระเยซูทรงสอนในธรรมศาลา (โบสถ์ของชาวยิว)ในเมืองนาซาเร็ธ

พระองค์อ่านจากหนังสืออิสยาห์และทรงทำให้พระวจนะที่อ่านเป็นถ้อยคำของพระองค์เอง “พระวิญญาณแห่งพระเป็นเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า เพราะว่าพระองค์ได้ทรงเจิมตั้งข้าพเจ้าไว้ เพื่อนำข่าวดีมายังคนยากจน พระองค์ได้ทรงใช้ข้าพเจ้าให้ร้องประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย ให้ประกาศแก่คนตาบอดว่าจะได้เห็นอีก ให้ปล่อยผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ และให้ประกาศปีแห่งความโปรดปรานของพระเป็นเจ้า” (ลูกา 4:18, 19) ที่พระเยซูทรงประกาศเช่นนี้ หมายถึง “ปีแห่งความชื่นชมยินดี” (เลวีนิติ 25:8- 54) ทุกรอบ 50 ปี ในปีดังกล่าวนี้ที่ดินที่ได้ขายไป หรือ จำนองไว้กับใคร จะต้องกลับไปสู่เจ้าของดั้งเดิม

 

มีอะไรที่ดูเหมือนเป็นประเด็นหลักด้านศาสนา ในเลวีนิติ 25:8-54 องค์พระผู้เป็นเจ้า (พระเยซู) ทรงมีหลักการอะไร ในการสอนให้กับพลไพร่ของพระองค์

 ตามที่ เอลเลน จี. ไว้ท์. กล่าว “กฏข้อนี้ได้ตั้งขึ้น เพื่อไม่ให้คนเรารวย หรือยากจนเกินไป” หนังสือ “การศึกษา” หน้า 43 ในปีแห่งความชื่นชมยินดี คนที่เป็นทาสทุกคนจะได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระด้วย และหนี้ทุกประเภทจะถูกยกเลิกไป

พระเยซูทรงสอนให้สาวกของพระองค์มีพันธกิจที่สมดุล เหล่าสาวกต้องเตรียมผู้คนไว้สำหรับอาณาจักรแห่งสวรรค์ แต่พวกเขาต้องระลึกไว้เสมอว่าอาณาจักรของพระเจ้าส่วนหนึ่งอยู่กับพวกเขาแล้วด้วย ดังนั้นพวกเขาต้องสนองความต้องการทุกอย่างให้กับประชาชน รวมทั้งด้านร่างกาย และด้านสังคม โดยการพยายามที่จะสนองความต้องการของพี่น้องเดี๋ยวนี้ จะเท่ากับเราสามารถเปิดพวกเขาสู่พระสัญญาแห่งชีวิตนิรันดร์อันแท้จริง

ท่านปฏิบัติต่อบางคนที่ไม่เท่าเทียมกับท่าน ในบางประการอย่างไร เมื่อไรเป็นครั้งสุดท้ายที่ท่านได้ทำบางอย่าง เพื่อใครบางคนด้วยใจเมตตา ห่วงใย โดยไม่มีความเห็นแก่ตัว

วันพฤหัสบดี อย่าได้กลัวพวกเขา (มัทธิว 10:22)

 “คนทั้งปวงจะเกลียดชังท่าน เพราะความภักดีที่ท่านมีต่อเรา แต่ผู้ใดที่ทนได้ถึงที่สุด ผู้นั้นจะรอด” (มัทธิว 10:22) 

 คำสอนของพระเยซูที่ให้กับเหล่าสาวกของพระองค์ ทรงเน้นกับข้อแนะ

นำที่ว่าพวกเขาจะแก้ไขปัญหาที่พวกเขาจะต้องพบอย่างไร นอกจากนี้เป็นข่าวสารที่พวกเขาจะเทศนาสั่งสอนเกี่ยวกับความรักและการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง แต่พวกเขาจะพบกับบางคนที่ต่อต้านพวกเขา พระเยซูทรงกล่าวแนะนำว่าพวกเขาจะต้องเตรียมความพร้อมไว้ เพื่อจะตอบให้ผู้ต่อต้านพวกเขาได

มีข่าวสารสำคัญอะไรสำหรับเรา ในมัทธิว 10:22 : ฮีบรู 10:35,36

 พระเยซูทรงหนุนใจให้สาวกของพระองค์ดำเนินการต่อไป แม้พวกเขาจะถูกต่อต้าน อัครสาวกเปาโลกล่าวว่า “เราชื่นชมยินดีในความทุกข์ยากของเราด้วย เพราะเรารู้ว่าความทุกข์ยากนั้น ทำให้เกิดความอดทน และความอดทนทำให้เห็นว่าเราเป็นคนที่พระเจ้าทรงใช้ได้ และการที่เราเห็นเช่นนั้นทำให้เกิดมีความหวังใจ” (โรม 5:3,4) ท่านยากอบเขียนไว้ว่า “เพราะท่านทั้งหลายรู้ว่าการทดลองความเชื่อของท่านนั้น ทำให้เกิดความหนักแน่นมั่นคง” (ยากอบ 1:3)

 ในทางใดบ้าง ที่ความยากลำบากอาจเป็นสิ่งทดลองความเชื่อของท่าน ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของท่านจะเข้มแข็งขึ้น เมื่อท่านรักษาความเชื่อไว้ ให้ผ่านความยากลำบากเหล่านี้ไป

 พระเยซูบอกกับสาวกของพระองค์ว่าพวกเขาไม่ควรกลัวต่อสถานการณ์ที่ยากลำบาก พวกเขาจะถูกนำไปยืนต่อหน้าข้าราชการระดับสูง หรือแม้แต่กษัตริย์เพื่อเป็นพยานแห่งความเชื่อให้แก่พระเจ้า “แต่เมื่อเขาอายัดท่านไว้นั้นอย่าเป็นกังวลว่าจะพูดอย่างไร เพราะเมื่อถึงเวลาคำที่ท่านจะพูดนั้น พระเจ้าจะทรงประทานแก่ท่านในเวลานั้น” (มัทธิว 10:19) พระเจ้าทรงสัญญาว่าพระองค์จะตรัสผ่านเราและจะประทานถ้อยคำที่จะพูดออกมา

หนังสือกิจการของอัครทูตมีบันทึกมากมายในสิ่งที่เกิดขึ้นตามที่ พระเยซูทรงตรัสเตือนไว้ ท่านเปโตรและเปาโล และสาวกคนอื่นๆ อีกหลายคนได้ถูกนำยืนไปต่อหน้าผู้ปกครองอยู่บ่อยๆ เพื่อให้เหตุผลแห่งความเชื่อของพวกเขา แต่ละครั้งพวกเขาพูดอย่างกล้าหาญเพื่อเป็นพยานในความเชื่อของพวกเขา พระเยซูทรงสอนสาวกทั้งหลายของพระองค์ว่าพระเจ้าทรงเอาพระทัยใส่แม้นกกระจาบตัวเล็กๆ และพระองค์ยังนับเส้นผมของเราไว้ “ถึงผมของท่านทั้งหลายก็ทรงนับไว้แล้วทุกเส้น เหตุฉะนั้นอย่ากลัวเลย ท่านทั้งหลายก็ประเสริฐกว่านกกระจาบหลายตัว” (มัทธิว 10:31,31)

พระเยซูทรงกล่าวสัญญาอะไรแก่เรา ใน มัทธิว 10:38, 39 มีอะไรที่พระองค์ไม่ได้ตรัสสัญญาต่อเรา ท่านได้รับการปลอบหนุนอะไรสำหรับตัวท่านเองจากถ้อยคำเหล่านี้

วันศุกร์ ศึกษาเพิ่มเติม อ่านเอลเลน จี. ไว้ท์. “ผู้ประกาศเผยแพร่
พระกิตติคุณคนแรก” ในหนังสือ “ผู้พึงปรารถนาแห่งปวง
ชน” หน้า 349-358

“ปัจจุบันจิตใจของมนุษย์ยังแข็งกระด้างเหมือนตอนพระคริสต์อยู่ในโลกนี้ พวกเขาจะทำทุกอย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้เพื่อช่วยซาตานกีดกันไม่ให้ใครมาเป็นผู้รับใช้พระคริสต์ พวกเขาจะทำอย่างเดียวกันในการต่อต้านพระคริสต์เมื่อพระองค์อยู่ในโลกนี้ พวกเขาจะพูดโกหก พวกเขาจะวิพากษ์วิจารย์ผู้รับใช้ของพระเจ้าและโยนความผิดให้ เพื่อให้คนนั้นหันหลังให้กับผู้รับใช้ของพระเจ้า และพวกเขาวางแผนร้ายทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการฉ้อฉล หลอกลวงพวกเขาทำได้ทั้งนั้น และพวกเขาจะไม่ซื่อสัตย์ แม้จะอยู่ในที่ควรมีความซื่อสัตย์ก็ตาม พวกเขาจะกล่าวหาผู้รับใช้ของพระเจ้า แม้ว่าพวกเขาเองจะเป็นผู้ลวงคนนั้น หรือคนเหล่านั้นไปสู่ความชั่วร้ายเอง แต่ผู้รับใช้ของพระเจ้ายินดีแม้แต่สละชีวิตของตนเอง ถ้าเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า โดยการกระทำเช่นนี้ พวกเขาได้ทำให้งานของพระเจ้ารุดหน้าต่อไป” เอลเลน จี. ไว้ท์. Testimonies for the Church, volume 4 , page 234.

คำถามเพื่อการอภิปราย

1. เขตพื้นที่ดำเนินพันธกิจทุกวันนี้ มีความแตกต่างจากสมัยของ

พระคริสต์อย่างไร มีสิ่งใดบ้างที่เหมือนกัน

2. อภิปรายในชั้นเรียนเกี่ยวกับความหมายว่า มีชีวิตอยู่ใน “อาณา
จักรแห่งสวรรค์” เดี๋ยวนี้หมายความว่าอย่างไร เราจะต้องแสดง
อะไรออกมาว่าเรามีชีวิตอยู่ในอาณาจักรแห่งสวรรค์ ถ้ามีใครคิด
พิจารณาคริสตจักรของเราในภาพรวม พวกเขาจะพบอะไร ที่ทำให้
เราทั้งหลายแตกต่างจากคริสเตียนอื่นๆ ที่ร่วมมือกันทำงานเพื่อ
การดีของพระเจ้า


3. ท่านและคริสตจักรท้องถิ่นที่เข้านมัสการ มีส่วนร่วมในการประกาศ

พระกิตติคุณและการเป็นพยานมากเพียงใด ท่านจะทำการช่วย
บุคคลที่อยู่รอบตัวท่านที่ตกอยู่ในปัญหาความทุกข์ยากอย่างไร
คริสตจักรท้องถิ่นของท่านจะให้การช่วยเหลือคนอื่นได้มากขึ้นใน
ปัญหาเดียวกันนี้ได้อย่างไร เหตุใดแผนกหรือส่วนของงานด้านนี
จึงมีความสำคัญ แต่เหตุใดการให้การช่วยเหลือด้านความจำเป็น
ฝ่ายร่างกายแก่บุคคลที่อยู่แวดล้อมเราจึงไม่ค่อยเพียงพอ ในเวลา
เดียวกัน มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อเรามุ่งแต่จะเทศนาประกาศแต่ด้าน
จิตวิญญาณ แต่ไม่ให้การเอาใจใส่งานการดูแลด้านสังคม

สาระสำคัญของบทนี้ : พระบรมครูยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ใช้เวลาในการสั่งสอนสาวกทั้งหลายของพระองค์ ก่อนที่จะส่งพวกเขาออกไปทำงานในท้องทุ่งแห่งข่าวประเสริฐ หลักการที่ทรงแจกแจงให้พวกเขาได้เรียนรู้ไม่จำกัดในเรื่องของเวลา ดังนั้นเราจะต้องไม่ล้มเหลวที่จะเชื่อฟังหลักการเหล่านี้ ในปัจจุบัน

<บทเรียนที่แล้ว> <สารบัญ> <บทเรียนถัดไป>

Your browser may not support display of this image.

 




Progress