บทที่
1 วันที่ 28 มิถุนายน - 4 กรกฎาคม
2008
ในสมัยของอัครสาวกเปาโล
บ่ายวันสะบาโต
อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้
กิจการฯ 9:1-9 ; กิจการฯ 22: 3-5
; 25-29 ; โรม 7:19-25 ;โรม 11: 1 ;
ฟีลิปปี 3:5; 2 เปโตร 1: 3-8
ข้อควรจำ
ข้อคิดสำคัญ :
อัครสาวกเปาโลเป็นผู้มีอิทธิพลมากบนโลกในสมัยของท่าน
ท่านเป็นผู้เผยแผ่คริสตธรรมให้ขยายออกไปออกนอกแวดวงชนชาติอิสราเอลและชนชาติยิว
ชีวิตและพันธกิจที่เปาโลได้ทำไป
เป็นต้นแบบการดำเนินพันธกิจของพระเจ้าให้กับเราในปัจจุบัน
แนวคิดของข่าวประเสริฐ
ที่เหล่าสาวกประกาศว่าข่าวประเสริฐนั้น
เป็นข่าวดีสำหรับชนชาติยิวและชนต่างชาติ ทำให้ชาวยิวหลายคนตกใจแทบช็อค
ทั้งนี้เพราะนับตั้งแต่บรรพบุรุษของพวกเขามา
เรื่องเกี่ยวกับพระเจ้าผู้ทรงเนรมิตสร้างโลกเรื่องของศาสนาและพิธีกรรมต่างๆ
พวกเขาเข้าใจว่าล้วนเป็นของชนชาติยิวเท่านั้น
แต่สาวกของพระเยซูพากันประกาศว่าความรอดเป็นของคนทั้งโลกไม่เฉพาะของชาวยิวชาติเดียว
อัครสาวกเปาโลเป็นแกนนำคนสำคัญ
ที่ได้เดินทางออกไปทำการประกาศสั่งสอนในเรื่องนี้ ประวัติชีวิตของเปาโล
ตลอดจนบุคลิกภาพส่วนตัว
ทำให้ท่านเหมาะสมอย่างลงตัวกับการที่พระเจ้าทรงเรียกท่านให้ทำงานชิ้นสำคัญนี้
ถ้าจะกล่าวตามสำนวนภาษาสมัยนี้ก็จะกล่าวได้ว่า
ท่านเป็นคนที่เหมาะสมที่สุด สำหรับช่วงเวลานั้น
ที่จะนำข่าวประเสริฐออกไปประกาศกับทุกคน
คริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส
ได้รับการทรงเรียกจากพระเจ้าในทำนองเดียวกัน
ในช่วงตอนปลายของศตวรรษที่สิบเก้า
คริสตจักรแอ๊ดเวนตีสได้เริ่มส่งมิชชันนารีออกไปประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้านอกประเทศอเมริกา
ย่างก้าวสำคัญที่ได้เริ่มต้นในตอนนั้น
เป็นการทำให้พันธกิจของแอ๊ดเวนตีสกลายเป็นพันธกิจนานาชาติซึ่งในปัจจุบันเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสมีหน่วยงานประกาศอยู่ในประเทศต่างๆ
มากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก
วันอาทิตย์ ภูมิหลังของท่านเปาโล (กิจการ
22:3-5 , 25-29)
ข้าพเจ้าเป็นยิว
เกิดในเมืองทาร์ซัสแคว้นซีลีเซีย
แต่ได้เติบโตขึ้นในเมืองนี้และได้เล่าเรียนกับท่านอาจารย์กามาลิเอล
ตามธรรมบัญญัติของบรรพบุรุษของเราโดยถี่ถ้วนทุกประการ
จึงมีใจร้อนรนในการปรนนิบัติ พระเจ้า
เหมือนอย่างท่านทั้งหลายทุกวันนี้ (กิจการ 22:3)
พระเยซูคริสต์และอัครสาวกเปาโลเป็นบุคคลสองคนที่มีอิทธิพลมากที่
สุดในพระคัมภีร์ใหม่
ท่านเปาโลได้นำเอาข่าวดีเกี่ยวกับพระเยซูไปประกาศ
แก่ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลก
อันเป็นที่รู้จักในสมัยของท่าน
ท่านเปาโลเกิดที่เมืองทาร์ซัส
ซึ่งเป็นเมืองเหลวงของแคว้นซีลีเซีย
อันเป็นพื้นที่อยู่ในเขตการปกครองของโรมซึ่งในปัจจุบันเป็นประเทศตุรกี
พื้นที่แถบนี้เป็นที่รู้จักกันดีในเวลานั้นว่าเป็นแหล่งผลิตผ้าที่ทำจากขนแพะ
ช่างทำเต้นท์ในสมัยของท่านเปาโล
นิยมนำผ้าขนแพะนี้ไปเย็บทำเป็นเต้นท์ใช้กันอย่างแพร่หลาย
และเปาโลได้อาศัยทำการอยู่กับเขา
เพราะว่าทั้งสองฝ่ายเป็นช่างทำเต็นท์ด้วยกัน (กิจการฯ
18:3)
ข้อพระคัมภีร์ กิจการฯ 22:3-5, 25-29; โรม 11:1; และฟีลิปปี
3:5
บอกเราเกี่ยวกับท่านเปาโลอย่างไร
ข้อความในข้อพระคัมภีร์ดังกล่าวช่วยทำให้เราเข้าใจว่าเหตุใดท่านจึงเป็นพยานที่ดีเยี่ยม
ในช่วงเวลาของประวัติศาสตร์ตอนนั้น
ในช่วงสมัยของท่านเปาโล
ทารกเกิดมาได้สิทธิ์เป็นสัญชาติโรม ถือว่าเป็นที่ภาคภูมิใจอย่างสูง
แต่คนหนึ่งอาจซื้อสิทธิเป็นประชากรโรมันได้ในราคา 500 ดรัชมัส
(เหรียญเงินแท้ของกรีกโบราณที่ใช้กันในสมัยนั้น)
เงินจำนวนนี้เท่ากับค่าจ้างแรงงานระดับกลางในเวลาเกือบสองปี
เมื่อคนหนึ่งเป็นประชากรของโรมัน เขาจะได้สิทธิหลายอย่าง
สิทธิดังกล่าวรวมไปถึงความปลอดภัยจากการถูกเฆี่ยนหรือได้รับโทษประหารโดยที่ไม่ได้รับการสืบสวนก่อน
(อ่านกิจการฯ 22:23-29) นอกจากนี้ผู้เป็นประชากร
จะมีสิทธิ์ในการออกเสียงในการเลือกตั้ง ทำหนังสือสัญญาต่างๆ
จดทะเบียนสมรส และเป็นอิสระจากการจ่ายภาษี
แต่ท่านเปาโลมีชาติกำเนิดเป็นคนยิว มีความเข้มแข็งฝ่ายจิตวิญญาณ
(กิจการฯ 22:3) ท่านเปาโลมาจากเผ่าเบ็นจามิน
ได้เติบโตขึ้นในครอบครัวของพวกฟาริสี
ได้รับการศึกษาอย่างดีกับกามาลิเอล (ข้อ 3)
ซึ่งเป็นครูชั้นยอดคนหนึ่งของชนชาติยิวในเวลานั้น
เราทราบได้จากจดหมายที่ท่านเปาโลเขียนถึงชาวกาลาเทีย ที่ท่านกล่าวว่า
และเมื่อข้าพเจ้าอยู่ในลัทธิยิวนั้น
ข้าพเจ้าได้ก้าวหน้าเกินกว่าเพื่อนหลายคนที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน
และที่เป็นชนชาติเดียวกัน เพราะเหตุที่ข้าพเจ้ามีหัวรุนแรง
ยิ่งกว่าเขาในเรื่องขนบธรรมเนียมของบรรพบุรุษของข้าพเจ้า (กาลาเทีย
1:14) ท่านเปาโลคิดว่า
การเชิดชูคำสอนและธรรมเนียมของบรรพบุรุษ ทำได้โดยการออกไปจับ
และลงโทษเหล่าผู้ติดตามพระเยซู
ท่านเปาโลเป็นทั้งผู้มีหัวรุนแรงและประชากรของโรม
แต่เมื่อพระเยซูทรงปรากฏแก่ท่านในนิมิต
ขณะกำลังเดินทางไปจับสาวกของพระเยซู
ท่านได้ประจักษ์แจ้งว่าพระเยซูทรงเป็นพระเมสสิยาห์ที่ชนชาติยิวรอคอย
ท่านได้กลับใจใหม่และได้กลายเป็นอัครสาวกยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกรู้จัก
มีส่วนไหนในชีวิตของท่านเอง
(สัญชาติ การศึกษา การที่รับเลี้ยงดูมาและอื่นๆ)
ที่อาจใช้เป็นเครื่องมือพิเศษในการเป็นพยานได้
ท่านอาจใช้ประโยชน์จากภูมิหลังแห่งชีวิตของท่าน
เพื่อช่วยให้การเป็นพยานได้ผลดีขึ้นอย่างไร
วันจันทร์ การกลับใจใหม่ของเปาโล และ
การถูกเรียก
(กิจการฯ 9:1-9)
เมื่อเซาโลเดินทางไปใกล้จะถึงเมืองดามัสกัส ในทันใดนั้น
มีแสงสว่างส่องมาจากฟ้าล้อมตัวเขาไว้รอบ เซาโลจึงล้มลงถึงดินและได้ยินพระสุรเสียงตรัสมาว่า
เซาโล เซาโลเอ๋ย เจ้าข่มเหงเราทำไม เซาโลจึงทูลถามว่า
พระองค์เจ้าข้า พระองค์ทรงเป็นผู้ใด พระองค์ตรัสว่า เราคือเยซู
ซึ่งเจ้าข่มเหง (กิจการฯ 9:3-5)
สมัยก่อนที่ท่านเปาโลกลับใจมาเป็นคริสเตียน ท่านมีชื่อว่า เซาโล
อันเป็นชื่อที่เป็นศัตรูของคริสตจักร
ต่อมาเมื่อท่านได้รับประสบการณ์กับพระผู้เป็นเจ้า
ซึ่งไม่เพียงทำให้ชีวิตของท่านเปลี่ยนแปลงเท่านั้น
แต่ยังทำให้ประวัติศาสตร์ได้รับรู้เกี่ยวกับประสบการณ์การบังเกิดใหม่ของท่านด้วย
อ่านกิจการฯ 9:1-9
เกี่ยวกับประสบการณ์การบังเกิดใหม่ของท่านเปาโล มีอะไรเกิดขึ้น
ที่ทำให้ท่านเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง
เป็นการยากไหมที่ท่านจะยอมรับว่าในอดีตการที่ท่านข่มเหงคริสเตียน
เป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์เกี่ยวกับองค์พระเยซู
ท่านเปาโลไม่จำเป็นต้องได้รับคำอธิบายอันลึกซึ้งในเรื่องศาสนา
ก่อนที่ท่านจะยอมจำนนและติดตามพระเยซู แต่ท่านได้กลับใจทันที ณ ตรงนั้น
เมื่อท่านได้ทราบว่าพระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้าและพระองค์ได้ทรงตรัสว่า
แต่เจ้าจงลุกขึ้นเข้าไปในเมืองและเจ้าจะต้องทำประการใดจะมีคนบอกให้รู้
(กิจการ 9:6)
ท่านเปาโลได้เชื่อฟังและทำตามศัตรูตัวเอกของพระเยซู
บัดนี้ได้กลายเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าที่ถ่อมใจนอบน้อม
หลังจากที่ท่านเปาโลมีประสบการณ์การบังเกิดใหม่
ท่านได้พบกับ เปโตร ยากอบและยอห์น
ซึ่งท่านเหล่านี้กลายเป็นเสาหลัก (ผู้นำคนสำคัญ) ของคริสตจักร
พวกเขาเห็นพร้องกันว่าท่านเปาโลเป็นอัครสาวกเพื่อทำหน้าที่พิเศษคือการออกไปประกาศพระกิตติคุณให้กับคนต่างชาติ
(คนที่ไม่ใช่ชนชาติยิว) (กาลาเทีย 2:7-9)
อ่านกิจการฯ 13:47 และ อิสยาห์ 49:5,6 ท่านเปาโลและบารนาบัส
มีบทบาทอะไรที่พระเยซูเองก็ทรงมีเช่นกัน (ลูกา 2:30-32)
ท่านเปาโลมองเห็นว่าตัวท่านเองเป็นผู้สื่อข่าวพิเศษที่จะเข้าถึงคนต่างชาติแต่ขณะเดียวกัน
ท่านได้แบ่งปันข่าวดีให้กับชนชาวยิวด้วย ในทำนองเดียวกัน อัครสาวกท่านอื่น
เช่นท่านเปโตรได้เทศนาสั่งสอนกับชาวยิวเป็นส่วนมาก
ขณะที่ในบางโอกาสพระเจ้าทรงใช้ท่านให้เป็นพยานกับคนต่างชาติ
ตามบันทึกแล้ว ท่านเปโตรเป็นอัครสาวกคนแรกที่ประกาศกับคนต่างชาติ (อ่านกิจการฯ
บทที่ 10)
อาจมีไม่กี่คนในพวกเราที่มีประสบการณ์การกลับใจใหม่ที่ทรงพลังอย่างที่ได้เกิดขึ้นกับท่านเปาโล
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เราทุกคนต้องกลับใจใหม่
ท่านเองมีประสบการณ์การกลับใจใหม่อย่างไร สิ่งสำคัญที่สุด
ท่านได้เรียนรู้อะไรจากการกลับใจใหม่ของท่าน
ที่อาจช่วยท่านให้นำคนอื่นให้มีประสบการณ์การบังเกิดใหม่ของพวกเขาด้วยเช่นกัน
วันอังคาร เปาโล :
ชายผู้ซึ่งรู้สึกอย่างที่เรารู้สึก (โรม 7:14)
โอย
ข้าพเจ้าเป็นคนน่าสมเพชอะไรเช่นนี้
ใครจะช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากร่างกายนี้ซึ่งเป็นของความตายได้ (โรม 7:24)
เราทราบดีว่าท่านเปาโลเป็นอัครสาวกผู้ยิ่งใหญ่
ที่นำเอาพระกิตติคุณไปสู่คนต่างชาติ
และเป็นผู้นำที่ทรงพลังในการเผยแพร่พระกิตติคุณไปทั่วอาณาจักรโรม
ดังนั้นเราอาจคิดว่าท่านเป็นมนุษย์มีพลังอำนาจเหนือคนทั่วไป
เป็นธรรมิกชนที่สมบูรณ์แบบและเป็นผู้สื่อข่าวแห่งความเชื่อชั้นยอด
แต่นั่นไม่ใช่ภาพลักษณ์ที่พระคัมภีร์ใหม่ให้ไว้
พระคัมภีร์ให้ความจำกัดความไว้ว่ามนุษย์ทุกรูปนามอยู่ภายใต้ความบาป
รวมทั้งเราทั้งหลายเป็นคนบาปที่ต่างต้องการพระคุณของพระเจ้า
ท่านอัครสาวกเปาโลก็ไม่ได้แตกต่างจากเราในจุดดังกล่าวนี้
มีหลายครั้งที่พระคัมภีร์บันทึกไว้
ดูเหมือนท่านเปาโลมีความปรารถนาแรงกล้ายิ่งนักจนเกือบจะก้าวร้าว
ท่านต่อสู้เพื่อสิทธิ์ของท่านบ่อยครั้ง ขณะเมื่อท่านและสิลาส
เพื่อนร่วมทำพันธกิจถูกขังไว้ในเรือนจำ
ท่านได้อ้างสิทธิในฐานะที่เป็นคนสัญชาติโรม (กิจการฯ 16:36-40)
ครั้งต่อมาขณะที่อยู่ในศาลของอากริปปา ท่านเปาโล
ฏีกาคดีของท่านไปถึงซีซาร์จักรพรรดิ์ของอาณาจักรโรม
ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิทธิ์ของชาวโรมพึงได้รับ
ซึ่งต่อมาภายหลังเมื่อคดีของท่านไปถึงโรมแล้วท่านอาจได้รับการปล่อยตัว
(กิจการฯ 26:32)
มีอะไรที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากท่านเปาโล ตามที่บันทึกไว้ใน กิจการฯ 15:
37-39; โรม 7:19-25; 1 โครินธ์ 9:27; และ 2 โครินธ์ 12:7
เป็นสิ่งปลอบประโลมใจที่ได้ทราบว่าแม้ยักษ์ใหญ่แห่งความเชื่อเช่นท่านอัครสาวกเปาโล
ก็ยังไปไม่ถึงขั้นดีรอบคอบ หรือสมบูรณ์แบบ
เพราะมีบางครั้งท่านทำผิดพลาดด้วย
ท่านเปาโลต้องการพระคุณของพระเยซู
และการอภัยบาปในชีวิตของท่านเช่นเดียวกับเรา
ข้อเขียนของท่านเปาโลแสดงให้เห็นว่าท่านมองเห็นความบาปในชีวิตของท่านเป็นอย่างดี
การที่ท่านเข้าใจในความอ่อนแอของตนเองและว่ายังมีข้อบกพร่อง
ทำให้ท่านเปาโลเป็นครูและนักเทศน์ที่มีพลังอำนาจ
ในการนำคนทั้งหลายมารับเอาพระคุณแห่งความรอดของพระเจ้า
โรม 7:24
บอกเราเกี่ยวกับความเข้าใจในตนเองของท่านเปาโลอะไรบ้าง
ท่านได้รับความหวังและการปลอบประโลมใจอะไรจากถ้อยคำเหล่านี้
ชีวิตของท่านเปาโลไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่พระเจ้ายังทรงใช้ท่านอยู่ดี
เราทั้งหลายจะต้องทราบในความผิดบาปของเรา และอ้างพระสัญญาของ
พระเจ้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ชัยชนะ (เหนือความบาป)
เหตุใดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะไม่ปล่อยให้ความผิดของเราทำให้เราท้อถอยไปจากการทำงานรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้า
วันพุธ
ชีวิตและความรอดผ่านทางองค์พระคริสต์
(1 โครินธ์ 2:2)
เพราะข้าพเจ้าตั้งใจว่าจะไม่แสดงความรู้เรื่องใดๆ
ในหมู่พวกท่านเลย
เว้นแต่เรื่องพระเยซูคริสต์และการที่พระองค์ทรงถูกตรึงที่กางเขน (1
โครินธ์
2:2)
หัวข้อสำคัญที่ท่านเปาโลนำเสนอในพันธกิจตลอดชีวิตของท่าน
คือสิ่งที่จุดประกายให้การรับใช้ของท่านเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
สุดยอดของหัวข้อคือเรื่องพระเยซูถูกตรึงบนไม้กางเขน
เหตุการณ์ยิ่งใหญ่นี้เป็นเหตุผลเบื้องหลังทุกสิ่งที่ท่านเปาโลสอนและที่ได้ทำไป
เมื่อท่านเขียนถึงชาวโครินธ์ ท่านบอกว่าท่านจะไม่แสดงความรู้ในเรื่องใดๆ
นอกจากเรื่องที่พระเยซูทรงถูกตรึงที่ไม้กางเขน (1 โครินธ์ 2:2)
เมื่อท่านเขียนถึงชาวกาลาเทีย ท่านกล่าวว่า
แต่ข้าพเจ้าไม่ต้องการอวด นอกจากเรื่องกางเขนของพระเยซู
คริสตเจ้าของเรา ซึ่งโดยกางเขนนั้นโลกตรึงไว้แล้วจากข้าพเจ้า
และข้าพเจ้าก็ตรึงไว้แล้วจากโลก (กาลาเทีย 6:14)
ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ แสดงให้เราเห็นว่าสำหรับท่านเปาโลแล้ว
ไม้กางเขนของพระคริสต์และการที่พระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์เป็นหัวข้อหลักแห่งความเชื่อของท่าน
ตลอดข้อเขียนของท่าน เปาโลได้พรรณนาในหลากหลายสำนวน
ถึงสิ่งยิ่งใหญ่ที่พระเยซูได้กระทำผ่านทางไม้กางเขน
เพื่อช่วยมนุษย์ทั้งมวลให้รอด
โรม 5:10; โรม 6:18; โรม 7:2-4; โรม 8:15-17; กาลาเทีย 2:16;
เอเฟซัส 1:7; 1 ทิโมธี 2:6; และ 1 เปโตร 1:18, 19
บอกอะไรเราเกี่ยวกับสิ่งที่พระคริสต์ได้ทรงทำเพื่อเรา
ท่านเปาโลใช้ตัวอย่างหลากหลายแสดงให้เห็นว่าพระเยซูได้ทรงกระทำอะไรเพื่อเรา
ทั้งนี้เพราะไม่มีตัวอย่างอันเดียวสามารถอธิบายสิ่งที่พระคริสต์ทำเพื่อเราที่ไม้กางเขนได้ทั้งหมด
ไม้กางเขนมีความสำคัญต่อความเชื่อของท่านเองอย่างไร
ท่านมองไปที่ไม้กางเขนอย่างมุ่งมั่นเพียงใด
เหตุใดจึงมีความสำคัญที่จะรักษาไม้กางเขนเป็นศูนย์กลางในการเป็นพยานทั้งหมดของเรา
วันพฤหัสบดี หัวข้อแห่งความหวัง
(1 มิโมธี 6:11)
แต่ท่านผู้เป็นคนของพระเจ้า
จงหลีกหนีเสียจากสิ่งเหล่านี้ จงมุ่งมั่นในความชอบธรรม
ในทางของพระเจ้า ความเชื่อ ความรัก
ความอดทน และความอ่อนสุภาพ (1 ทิโมธี 6:11)
จากบทเรียนเมื่อวานนี้
เราได้เรียนรู้ว่าเรื่องการสิ้นพระชนม์บนกางเขนของพระเยซูเป็นหัวข้อสำคัญเพียงใดในชีวิตและการสอนของท่านเปาโล
วันนี้เราจะศึกษาถึงหัวข้อสำคัญอื่นๆ ของท่านเปาโล
ตัวอย่างเช่นหัวข้อที่เน้นเรื่อง
การดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยของ
พระเจ้าหรือการดำเนินชีวิตตามแบบของพระคริสต์
โดยอาศัยการช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์
ท่านเปาโลกล่าวไว้อย่างชัดเจนหลายแห่งในตลอดข้อเขียนของท่านว่าความรอดเป็นของที่พระเจ้าทรงประทานให้เปล่า
เป็นของประทานที่ไม่อาจซื้อหาหรือแลกได้ด้วยการทำดี (โรม 5:15; โรม 6:23;
เอเฟซัส 2:8)
แต่ความรอดนั้นไม่ได้ให้สิทธิ์เราทำอะไรๆเหมือนก่อนที่เราพบพระเยซูเพื่อสนองต่อพระคุณของพระเยซู
เราจะต้องดำเนินชีวิตอย่างที่พระองค์ขอให้เราดำเนิน
ท่านเปาโลเขียนถึงทิโมธีว่า
แต่ท่านผู้เป็นคนของพระเจ้า จงหลีกหนีเสียจากสิ่งเหล่านี้
จงมุ่งมั่นในความชอบธรรม ในทางของพระเจ้า ความเชื่อ ความรัก ความอดทน
และความอ่อนสุภาพ (1 ทิโมธี 6:11)
เราไม่ทำในสิ่งที่ถูกเพื่อให้พระเยซูทรงช่วยเราให้รอด
แต่เราทำในสิ่งที่ถูกเพราะเราได้รับความรอดแล้ว ท่านเปาโลกล่าวว่า
เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์
ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ประกอบการดี
ซึ่งพระเจ้าได้ทรงดำริไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เรากระทำ (เอเฟซัส 2:10)
เราไม่ได้เชื่อฟังพระเจ้าเพื่อให้พระองค์ทรงรักเรา
ยอมรับเราหรือให้เราได้ตั๋วไปสวรรค์ เมื่อเรารับเอาของประทานแห่งความรอด
เราได้รับมาอย่างหมดจดปราศจาก เงื่อนไขผูกพัน
เราเชื่อฟังพระเจ้าเพราะว่าความรักอันทรงพลังของพระองค์นำเราให้ประกอบการดี
เราเชื่อฟังพระองค์เพราะว่าความรักของพระองค์ผลักดันเราให้ทำ ( 2 โครินธ์
5:14
เพราะว่าความรักของพระคริสต์ได้ครอบครองเราอยู่)
ท่านเปโตรให้เหตุผลอะไร ใน
2 เปโตร 1:3-8 เพื่อดำเนินชีวิตอันดีงาม
มีเหตุผลอะไรที่ท่านอาจเพิ่มเข้าไปอีก
ท่านเปาโลเขียนไว้ว่า
ท่านไม่ต้องการให้เราเป็น คนโง่เขลา (ไม่มีความรู้)
เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคนเราตายลง (1 เธสะโลนิกา 4:13)
เหตุใดจึงมีความสำคัญที่เราจะเข้าใจความจริงเกี่ยวกับชีวิตภายหลังความตาย
กุญแจของหัวข้อต่างๆ
ที่ท่านเปาโลนำไปเทศนาสั่งสอน ทุกหัวข้อมีความเชื่อมโยงกัน
โดยการสิ้นพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู
พระองค์ได้ชัยชนะเหนือความตาย
ในวันหนึ่งข้างหน้าพระองค์จะเสด็จกลับมาครั้งที่สองเพื่อนำของประทานแห่งชีวิตนิรันดร์มาประทานให้กับผู้ที่เชื่อติดตามพระองค์
(อ่าน 1 เธสะโลนิกา 4:13-18)
ว่าพระองค์จะทรงเรียกใครให้เป็นขึ้นจากความตาย
ผู้ติดตามพระเยซูเหล่านี้ได้แสดงความรักของพวกเขาต่อพระองค์
จากลักษณะการดำเนินชีวิตของพวกเขา (อ่านเอเฟซัส 4:20-32)
มีความหวังหนึ่งเดียวอะไรของคริสเตียนที่มีความหมายมากที่สุดต่อท่าน
จากพระสัญญาทั้งหมดที่มีอยู่ มีข้อไหนเสนอความหวังยิ่งใหญ่ที่สุดให้ท่าน
เหตุใดท่านจึงคิดอย่างนั้น เขียนคำตอบของท่านลงบนแผ่นกระดาษ
และนำไปที่ชั้นในวันสะบาโต
วันศุกร์ ศึกษาเพิ่มเติม :
อ่านข้อเขียนของเอลเลน จี. ไวท์.
จากผู้ที่ข่มเหงกลายมาเป็นอัครสาวก จากหนังสือ The Acts of
the Apostles หน้า 112-122
จากการเชื่อในสิ่งที่ไม่จริง
ไม่ได้ทำให้ท่านเปาโลเป็นคนมีความเมตตา
กรุณาในเรื่องความจริงเกี่ยวกับพระเยซูเห็นได้จากที่ท่านไปขอการสนับสนุน
จากฝ่ายบ้านเมือง
แล้วออกเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อจับผู้ติดตามพระเยซู
และนำพวกเขาไปขังไว้ในเรือนจำ จากข้อเขียน ของ เอลเลน
จี.ไวท์. ใน
หนังสือ Selected
Messages, book 1, pages 214, 215
แม้อัครสาวกเปาโลจะได้รับเกียรติ
และสิทธิทั้งหมดเท่าที่ประชากรของโรมคนหนึ่งจะได้รับ
นอกจากนี้ท่านได้รับการศึกษาดี เท่าที่ชาวฮีบรูคนหนึ่งจะก้าวถึงได้
การที่ท่านได้เป็นศิษย์ของกามาลิเอลซึ่งเป็นครูระดับปรมาจารย์คนหนึ่งของชนชาติยิวเวลานั้น
ทำให้ท่านเปาโลมีโอกาสได้เล่าเรียนในวิชาต่างๆ
ที่จะส่งเสริมท่านสู่ระดับมาตรฐานสูงส่งของสังคม
รวมทั้งที่ได้เรียนวิชาวิทยาศาสตร์และความรู้อื่นๆ อย่างแตกฉาน
แต่ท่านยังคงอยู่ในมุมมืดจนกระทั่งพระเยซูได้สำแดงความสว่างแก่ท่าน
ต่อมาท่านเปาโลเข้าใจดีว่า
การที่ได้รู้จักพระเยซูและรับเอาพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด
เป็นสิ่งปรารถนาสูงสุดของการมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันและเพื่อชีวิตชั่วนิรันดร์
ท่านเข้าใจดีว่าการก้าวไปถึงมาตรฐานสูงเป็นสิ่งจำเป็น เอลเลน จี. ไวท์.
Advent Review and Sabbath Herald, July 18, 1899
แก่นความจริงอันยิ่งใหญ่ ที่จะจดจำไว้ขณะที่ศึกษาพระคัมภีร์คือ
การดำเนินชีวิต และการสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์บนกางเขนและความจริงอื่นๆ
ทุกข้อเกี่ยวโยงกับความเชื่อข้อนี้
จากแสงสว่างแห่งไม้กางเขนเท่านั้น
ที่เราจะเข้าใจคุณลักษณะแห่งพระบัญญัติของพระเจ้า
และดวงวิญญาณที่แปดเปื้อนความบาปและสามารถรับชำระให้สะอาดได้
โดยผ่านการชำระบาปที่บังเกิดขึ้นโดยพระเยซูบนไม้กางเขนเพียงประการเดียว
เอลเลน จี. ไวท์. The Bible Commentary, volume 6, page
1084.
คำถามเพื่อการอภิปราย :
1. หลักข้อเชื่อ
ข้อไหนที่มีความสำคัญมากที่สุดต่อท่าน
หลักข้อ
เชื่อนั้นมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของท่านอย่างไร
ท่านจะให้
คำตอบเหล่าคนที่ให้ความสำคัญกับหลักข้อเชื่อที่แตกต่างจากท่าน
อย่างไร
2.
ไม้กางเขนมีความสำคัญในโบสถ์ท้องถิ่นของท่านมากเพียงใด
ท่านจะทำอะไรได้บ้าง ในฐานะส่วนบุคคล
หรือกลุ่มที่จะทำให้เรื่อง
ไม้กางเขนมีความสำคัญในโบสถ์ของท่าน รวมทั้งในการประกาศ
ออกไปในชุมชนท้องถิ่นด้วย
3. ในชั้นเรียน
ให้แบ่งปันคำตอบสุดท้ายของหัวข้อศึกษาสำหรับ
วันพฤหัสบดีของท่านด้วย
สาระสำคัญของบทนี้
:
จากชีวิตของอัครสาวกเปาโลแสดงให้เห็นว่าไม่มีข้อจำกัดที่พระเจ้าจะทรงทำการผ่านมนุษย์ผู้อ่อนแอ
ภูมิหลังและความสามารถพิเศษของท่านเปาโลช่วยให้ท่านเผยแพร่ข่าวดีเกี่ยวกับพระเยซูในเขตพื้นที่ทำงานใหม่ได้เป็นอย่างดี
<กลับสู่หน้าหลัก> <สารบัญ> <บทเรียนถัดไป>