หลักข้อเชื่อคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส
คริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสถือว่าพระคัมภีร์เป็นแหล่งที่มาของหลักคำสอนและหลักข้อเชื่อ
โดยยึดมั่นในหลักการตามคำสอนของพระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ คริสตจักรเชื่อว่า
พระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ทั้งพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่
เป็นพระวจนะของพระ เจ้า
ที่เขียนขึ้นมาจากการดลใจของพระเจ้าผ่านทางมนุษย์ผู้บริสุทธิ์ของพระเจ้า ผู้ได้สอน
และเขียนไว้ตามที่ได้รับการดลใจจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในพระวจนะนี้ พระเจ้าได้ทรง
มอบความรู้ที่จำเป็นสำหรับความรอดพ้นจากบาปให้แก่มนุษย์
พระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์เป็น การเปิดเผยน้ำพระทัยของพระเจ้าที่ไม่ผิดพลาด
เป็นมาตรฐานในการประพฤติปฏิบัติเป็น สิ่งตรวจสอบการดำเนินชีวิต
เป็นสิ่งเปิดเผยให้เห็นหลักข้อเชื่อด้วยสิทธิอำนาจ และเป็น
บันทึกให้เห็นถึงพระราชกิจของพระเจ้าในประวัติศาสตร์ที่สามารถเชื่อถือได้ (2 เปโตร
มีพระเจ้าองค์เดียว
พระบิดา พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทั้งสามทรงเป็นพระองค์เดียวกันตลอดนิรันดร์
พระเจ้าทรงเป็นองค์อมตะ สรรพานุภาพ สัพพัญญู เหนือทุกสิ่ง และสากลสถิต
พระองค์ทรงดำรงอยู่นิรันดร์และเกินกว่าการหยั่งรู้ของมนุษย์
ถึงกระนั้นมนุษย์สามารถรู้จักพระองค์จากการทรงเปิดเผยพระองค์เอง พระองค์ทรงสมควรรับการ
นมัสการ
ได้รับการเคารพบูชาและรับการปรนนิบัติจากสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างตลอดไปเป็นนิตย์ (เฉลยธรรมบัญญัติ 6:4 มัทธิว 28:19, 2 โครินธ์ 13:14
เอเฟซัส 4:4-6, 1 เป โตร 1:2,1 ทิโมธี 1:17
วิวรณ์ 14:7)
3. พระเจ้าพระบิดา
พระเจ้าพระบิดาทรงเป็นพระผู้ทรงสร้าง
เป็นแหล่งที่มา เป็นผู้ผดุงรักษา และทรงฤทธานุภาพเหนือสิ่งสารพัด
พระองค์ทรงยุติธรรมและบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ ทรงพระคุณและพระกรุณาคุณ ทรงพิโรธช้า
ทรงมีความรักอันอุดม และสัตย์จริงเป็นนิตย์
นอกจากนี้พระองค์ทรงเปิดเผยคุณลักษณะและฤทธิ์เดชในพระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์
ด้วย (ปฐมกาล 1:1 วิวรณ์
4:1,1 โครินธ์
15:8 ยอห์น 3:6,1 ยอห์น 4:,1 ทิโมธี 1:7 อพยพ 34:,7 ยอห์น 14:)
4. พระเจ้าพระบุตร
พระเจ้าพระบุตรองค์นิรันดร์เสด็จมาเป็นมนุษย์ในพระเยซูคริสต์
พระองค์เป็นผู้สร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทรงเปิด เผยพระลักษณะของพระเจ้า
ทรงกระทำให้แผนงานแห่งความรอดบาป เพื่อมนุษย์สำเร็จ และโลกได้รับการ พิพากษา
พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าแท้ตลอด นิรันดร์ และทรงเป็นมนุษย์แท้
พระองค์ทรงปฏิสนธิและประสูติ จากหญิงพรหมจารีมารีย์โดยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์
พระองค์ทรงดำรงชีพและได้รับประสบการณ์การทดลอง เช่นเดียวกับมนุษย์
ทรงเป็นเยี่ยงอย่างการเป็นผู้ชอบธรรมและความรักของพระเจ้าอย่างสมบูรณ์แบบ การกระทำ
การอัศจรรย์ของพระองค์ทำให้ประจักษ์ถึงฤทธานุภาพของพระเจ้าและได้พิสูจน์ให้เห็นว่า
ทรงเป็นพระเมสสิยาห์ ตามพระสัญญาของพระเจ้า พระองค์ทรงทนทุกข์ทรมาน
และสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อความ บาปและตาย แทนที่เราทั้งหลายด้วยความสมัครใจ รงเป็นขึ้นมาจากความตาย และเสด็จสู่สวรรค์ เพื่อปรนนิบัติอยู่ ณ สถาน
ศักดิ์สิทธิ์บนสวรรค์เพื่อเรา ทั้งหลาย พระองค์จะเสด็จกลับมาอีกด้วย
พระสิริเพื่อการช่วยกู้บรรดาประชากรของ พระองค์อีกครั้งและนำเอาทุกสิ่งกลับคืนมาดังเดิม
(ยอห์น 1:1-
3, 14 โคโลสี 1:15-19 ยอห์น 10:30,
14:19 โรม 6:23, 2 โครินธ์ 3:18
เอเฟซัส 4:11, 12 กิจการ 1:8 ยอห์น
14:16-18, 26, 15:26-27, 16:7-13
5. พระเจ้าพระวิญญาณบริสุทธิ์
พระเจ้าพระวิญญาณองค์นิรันดร์
ทรงร่วมกับพระบิดาและพระบุตรในการเนรมิตสร้าง การเสด็จมาเป็นมนุษย์
และการไถ่บาปของพระบุตร พระองค์ทรงเป็นผู้ดลใจผู้เขียนพระ คัมภีร์
ทรงประทานพลังอันแก่ชีวิตการรับใช้ของพระคริสต์
พระองค์ทรงนำมนุษย์ออกมาและให้เขายอมรับตนเอง
และประทานพลังให้แก่บรรดาผู้ตอบสนองต่อการสร้างชีวิตใหม่ รับ
การเปลี่ยนแปลงของพระองค์ไปสู่ฉายาใหม่ของพระเจ้า
พระเจ้าพระบิดาและพระบุตรได้ส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้มาประทับอยู่ใกล้บรรดาบุตรของพระองค์
พระวิญญาณทรงมอบ ของประทานฝ่ายจิตวิญญาณต่างๆ ให้แก่คริสตจักร
มอบอำนาจให้คริสตจักรเป็นพยานของพระคริสต์ และนำคริสตจักรให้ดำเนินชีวิตสอดคล้องกับพระคัมภีร์ซึ่งนำไปสู่ความจริงทั้ง
มวล (ปฐมกาล
1:1, 2 ลูกา 1:35, 4:18 กิจการ 10:38, 2 เปโตร 1:21, 2 โครินธ์ 3:18 เอเฟซัส 4:11,12 กิจการ 1:8 ยอห์น 14:16-18, 26,15:26, 27, 16:7-13)
6. การเนรมิตสร้าง
พระเจ้าทรงเป็นผู้เนรมิตสร้างสรรพสิ่ง
และได้เปิดเผยรับรองถึงพระราชกิจแห่งการเนรมิตสร้างไว้ในพระคริสตธรรมคัมภีร์
ในหกวันพระเจ้าได้ทรง “เนรมิตสร้างฟ้าและแผ่น ดิน” และบรรดาสิ่งมีชีวิตทั้งหลายเหนือแผ่นดินโลก
และทรงหยุดพักในวันที่เจ็ดของสัปดาห์แรก ด้วยเหตุนี้ระองค์ได้ทรงสถาปนาวันสะบาโตขึ้นให้เป็นอนุสรณ์นิรันดร์แห่งการเนรมิต
สร้างทุกสิ่งจนสมบูรณ์ของพระเจ้า มนุษย์คู่แรกได้รับการสร้างตามพระฉายาของพระเจ้า
เป็นผลงานพิเศษของการสร้าง และมอบหมายความรับผิดชอบให้เขาดูแลโลกนี้ เมื่อสร้างโลก
เสร็จแล้ว ทุกอย่างทรงเห็นว่า “ดี” ประกาศพระสิริของพระเจ้า (ปฐมกาล บทที่ 1 และ 2อพยพ 20:8-11
สดุดี 19:1-6, 33:6, 9, 104 ฮีบรู 11:3)
7. ล้กษณะตามธรรมชาติของมนุษย์
มนุษย์ทั้งชายและหญิงได้รับการสร้างตามพระฉายาของพระเจ้า
มีความเป็นปัจเจก มีอำนาจและมีอิสระในการคิดและการกระทำแม้ว่า เขาได้รับการสร้างให้เป็นผู้มีอิสระ
มนุษย์มีร่างกาย ความคิดและจิตวิญญาณที่เป็นเอกภาพไม่สามารถแยกออกจากกันได้
เมื่อบิดามารดาคู่แรก ไม่เชื่อฟังพระเจ้า
เขาปฏิเสธการพึ่งพาพระองค์และหลุดออกจากตำแหน่งสูงภายใต้การปกครองของพระเจ้า
พระฉายาของพระองค์ที่เขามี ีอยู่สูญเสียไปและเขาตกอยู่ในสภาพที่ต้องตาย
ลูกหลานของเขาได้รับผลของการหลงผิดและได้รับผลของการกระทำนั้น
ลูกหลานเหล่านั้นเกิด มาด้วยธรรมชาติที่อ่อนแอและมีแนวโน้มกระทำการชั่ว
แต่พระเจ้าได้นำโลกนี้กลับคืนดีกับพระองค์โดยทางพระคริสต์และโดยพระวิญญาณ
ของพระองค์ ได้นำพระฉายาของพระผู้สร้างของเขากลับคืนมาสู่มนุษย์ผู้ต้องตายที่กลับใจใหม่อีกครั้ง
มนุษย์ได้รับการสร้างขึ้นมาเพื่อถวาย พระสิริแก่พระเจ้า
เขาได้รับการทรงเรียกให้รักพระองค์และรักเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ให้ดูแลสิ่งแวดล้อมของเขา (ปฐมกาล 1:26-28, 2:7 สดุดี 8:4-8 กิจการ 17:24-28 ปฐมกาล 3 สดุดี 51:5 โรม 5:12-17, 2 โครินธ์ 5:19, 20 สดุดี 51:10, 1 ยอห์น 4:7, 8, 11, 20 ปฐมกาล
2:15)
8. การต่อสู้อันยิ่งใหญ่ระหว่างพระคริสต์กับซาตาน
บัดนี้มนุษยชาติได้เกี่ยวข้องในการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ระหว่างพระคริสต์และซาตานในเรื่องพระลักษณะของพระเจ้า
พระบัญญัติและ ความเป็นผู้มีอำนาจครอบครองเหนือจักรวาลของพระองค์
ความขัดแย้งนี้เริ่มขึ้นในสวรรค์ เมื่อผู้ที่ได้รับการสร้างขึ้นผู้หนึ่ง ได้รับมอบ
ความมีอิสรภาพในการเลือก ได้ยกย่องตนเองขึ้นกลายมาเป็นซาตาน
เป็นปฏิปักษ์กับพระเจ้า และนำไปสู่การกบฏของทูตสวรรค์จำนวนหนึ่ง ในสาม ซาตานเมื่อนำเอาอาดัมและเอวากระทำบาป
เป็นผู้ริเริ่มความคิดในการกบฏเข้ามาในโลก ความบาปที่เกิดกับมนุษย์ส่งผลให้พระ
ฉายาของพระเจ้าในชีวิตของมนุษย์บิดเบือนไป ทำให้โลกเกิดความยุ่งเหยิง
และในที่สุดนำไปสู่การถูกล้างทำลายด้วยน้ำท่วมโลก บรรดา สรรพสิ่งที่ได้รับการสร้างได้เห็นภาพของความขัดแย้งแห่งจักวาล
จนใที่สุดพระเจ้าแห่งความรักจะทรงพิสูจน์ให้เห็นว่าพระองค์ทรง เป็นฝ่ายถูกต้อง
พระคริสต์ได้ส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์และทูตสวรรค์ผู้สัตย์ซื่อเพื่อช่วยเหลือบรรดาประชากรของพระองค์ในการต่อสู้อัน
ยิ่งใหญ่นี้ เพื่อชี้แนะ ปกป้องและอุ้มชูเขาให้ดำเนินไปตามวิถีแห่งการไถ่ให้รอด (วิวรณ์ 12:4-9
อิสยาห์ 14:12-14 เอเศเคียล 28:12-18 ปฐมกาล 3
โรม 1:19-32, 5:12-21, 8:19-22 ปฐมกาล 6-8,
2 เปโตร 3:6, 1 โครินธ์ 4:9 ฮีบรู
1:14)
9. ชีวิต
ความมรณาและการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระคริสต์
จากชีวิตที่เชื่ออันสมบูรณ์แบบของพระคริสต์ต่อน้ำพระทัยของพระเจ้า
การทนทุกข์ ความมรณาและการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระองค์
พระเจ้าได้ทรงให้เป็นการไถ่บาป ของมนุษยชาติ ด้วยเหตุนี้ บรรดาผู้มีความเชื่อ
ยอมรับการไถ่นี้จะได้รับชีวิตนิรันดร์ และบรรดาสิ่งที่พระเจ้าสร้างไว้แล้วจะเข้าใจความรักนิรันดร์และบริสุทธิ์ของพระผู้สร้าง
การไถ่อัน สมบูรณ์แบบนี้พิสูจน์ให้เห็นความชอบธรรมของอิสราเอลของพระเจ้า
และพระลักษณะอันบริสุทธิ์งดงามของพระองค์
เพราะสิ่งนี้ประณามความบาปและให้การอภัยแก่เราด้วย ความ
มรณาของพระคริสต์ทดแทนและชดเชย นำสู่การคืนดีและเปลี่ยนแปลงชีวิต
การเป็นขึ้นมาจากความตายของพระคริสต์ประกาศชัยชนะของพระเจ้าเหนือพลังอำนาจของมาร
บรรดาผู้ รับเอาการไถ่จึงมีความมั่นใจในชัยชนะครั้งสุดท้ายเหนือความบาปและความตาย
เป็นการประกาศความเป็นเจ้าเหนือทุกสิ่งของพระเยซูคริสต์ ผู้ที่ทุกหัวเขาทั้งบนสวรรค์และในโลกต้อง
คุกเข่าต่อพระองค์ (ยอห์น 3:16
อิสยาห์ 53, 1 เปโตร 2:21, 22, 1 โครินธ์ 15:3, 4, 20-22, 2 โครินธ์
5:14, 15, 19-21 โรม 1:4, 3:25, 4:25, 8:3, 4, 1 ยอห์น 2:2, 4:10, โคโล สี 2:15 ฟิลิปปี 2:6-11)
10. ประสบการณ์แห่งความรอด
ความรักและพระเมตตานิรันดร์ของพระเจ้าได้ทรงกระทำให้พระคริสต์
ผู้ไม่เคยทำผิดบาปต้องมีบาปเพื่อเราทั้งหลาย เพื่อโดย
พระองค์นั้นเราทั้งหลายจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้า
โดยการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ทำให้เราสำนึกความต้องการ ความรู้
ถึงสภาพความเป็นคนบาปของตนเอง กลับใจจากการละเมิด
และฝึกฝนความเชื่อที่มีในพระเยซูผู้ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดและเป็นพระ คริสต์
ผู้ทรงเป็นผู้ตายแทนและเป็นแบบอย่างแก่เรา
ความเชื่อที่นำให้รับเอาความรอดได้มาจากฤทธิ์เดชแห่งพระวจนะ และเป็นของ
ประทานแห่งพระคุณของพระเจ้า เราทั้งหลายได้รับการทำให้เป็นผู้ไร้ผิดโดยพระคริสต์
ได้รับเข้าเป็นบุตรชายและบุตรหญิงของพระเจ้า
เป็นผู้ได้รับการปลดปล่อยจากอำนาจของบาป
เราทั้งหลายได้รับการบังเกิดใหม่และชำระให้บริสุทธิ์โดยพระวิญญาณอีกครั้ง
พระวิญญาณ ทรงสร้างจิตใจใหม่ จารึกพระบัญญัติแห่งความรักของพระเจ้าไว้ในจิตใจ
และได้รับฤทธิ์เดชในการดำเนินชีวิตอันบริสุทธิ์ เมื่อเข้าสนิทกับ
พระองค์เราทั้งหลายเป็นผู้มีส่วนในการพิพากษาด้วย (2 โครินธ์ 5:17-21
ยอห์น 3:16 กาลาเทีย 1:4, 4:4-7 ทิตัส 3:3-7
ยอห์น 16:8 กาลาเทีย 3:13, 14, 1 เปโตร 2:21,
22 โรม 10:17 ลูกา 17:5 มาระโก 9:23,
24 เอเฟซัส 2:5-10 โรม 3:21-26 โคโลสี 1:13,
14 โรม 8:14-17 กาลาเทีย 3:26 ยอห์น 3:3-8,
1 เปโตร 1:23 โรม 12:2 ฮีบรู 8:7-12
เอเศเคียล 36:25-27, 2 เปโตร 1:3,
4 โรม 8:1-4, 5:6-10)
11. คริสตจักร
คริสตจักรเป็นชุมชนของบรรดาผู้เชื่อที่ยอมรับว่าพระเยซูคริสต์เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า
และพระผู้ช่วยให้รอด เราทั้งหลายได้รับการทรงเรียกให้ออกมาจากโลก
ดำเนินตามวิถีแห่งประชากรของพระเจ้าในสมัยพระคัมภีร์พันธ สัญญาเดิม
เราร่วมกันในการนมัสการและสามัคคีธรรม ในการสั่งสอนพระวจนะ
ในการฉลองอาหารมื้อสุดท้าย ขององค์พระผู้เป็นเจ้า เพื่อการรับใช้เพื่อนมนุษย์และเพื่อการประกาศข่าวประเสริฐไปทั่วโลก
คริสตจักรได้รับสืบ ทอดสิทธิอำนาจมาจากพระคริสต์
ผู้ทรงเป็นพระวาทะที่บังเกิดเป็นเนื้อหนัง และจากพระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งได้
เขียนไว้ คริสตจักรเป็นวงศ์วานของพระเจ้า พระองค์ได้รับไว้เป็นบุตรของพระองค์
สมาชิกทั้งหลายจึงดำรงอยู่บน พื้นฐานของพันธสัญญาใหม่
คริสตจักรเป็นพระกายของพระคริสต์ เป็นชุมชนแห่งความเชื่อโดยมีพระคริสต์เป็น ศีรษะ
คริสตจักรเป็นเจ้าสาวที่พระคริสต์ได้ตายแทน
พระองค์จะได้ชำระและลบมลทินคริสตจักรไว้ เมื่อพระองค์ เสด็จมาด้วยชัยชนะ
จะทรงนำคริสตจักรถวายคริสตจักรนั้นเพื่อพระสิริของพระองค์
รวมทั้งบรรดาผู้สัตย์ซื่อ ตลอดทุกยุคสมัย
ผู้ได้รับการซื้อไว้แล้วด้วยพระโลหิตของพระองค์ ไร้ตำหนิ ริ้วรอยใดๆ
แต่บริสุทธิ์และปราศจาก มลทิน (ปฐมกาล 12:3 กิจการ 7:38 เอเฟซัส 4:11-15, 3:8-11 มัทธิว 28:19, 20, 16:13-20, 18:18 เอเฟซัส
2:19-22, 1:22, 23,
5:23-27 โคโลสี 1:17, 18)
12. คริสตจักรที่เหลืออยู่และพันธกิจของคริสตจักร
คริสตจักรแห่งโลกนี้ประกอบไปด้วยบรรดาผู้เชื่อพระคริสต์อย่างแท้จริง
แต่ในวาระสุดท้าย เป็นเวลาที่มีการ ละทิ้งความจริงในศาสนา
คริสตจักรที่เหลืออยู่ได้รับการทรงเรียกให้ออกมารักษาพระบัญญัติของพระเจ้าและ
ความเชื่อของพระเยซู คริสตจักรที่เหลืออยู่นี้ประกาศเรื่องการพิพากษาเริ่มขึ้นแล้ว
ประกาศเรื่องความรอดโดยพระ คริสต์
และป่าวประกาศเรื่องการเสด็จกลับมาครั้งที่สองที่ใกล้เข้ามาแล้ว
การทำหน้าที่นี้เป็นสัญลักษณ์ถึงทูตสวรรค์ สามองค์ของพระธรรมวิวรณ์บทที่ 14 ซึ่งประจวบกับภาระกิจการพิพากษาในสวรรค์ ยังผลให้เกิดการกลับใจและ
การเปลี่ยนแปลงใหม่ในโลก
ผู้เชื่อทุกคนได้รับการเรียกให้มีส่วนในการเป็นพยานร่วมกันทั่วโลก (วิวรณ์ 12:17, 14:6-12, 18ซ1-4,
2 โครินธ์ 5:10 ยูดา 3, 14, 1 เปโตร 1:16-19,
2 เปโตร 3:10-14
13. เอกภาพในพระกายของพระคริสต์
คริสตจักรเป็นกายหนึ่งเดียวของมวลสมาชิกผู้ได้รับการเรียกออกมาจากทุกชาติ
ทุกเผ่าพันธุ์ ทุกภาษาและจากคนทั้งปวง ในนั้นเราเป็นผู้ได้รับการสร้างใหม่
มีความแตกต่างของเชื้อ ชาติ วัฒนธรรม ความรู้และสัญชาติ
และมีความแตกต่างกันระหว่างคนชั้นสูงและคนชั้นล่าง ความรวยและความจน
เพศชายและเพศหญิง ทั้งหมดนี้ไม่ควรทำให้เรามีความแตกแยกกัน
เราทั้งหลายมีความเท่าเทียมกันในพระคริสต์
โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์พระองค์ได้ผูกพันเราทั้งหลายไว้กับพระองค์และผูกพันไว้กับพี่น้อง
เราทั้งหลายรับใช้กันและกันโดยไม่เลือกที่รัก มักที่ชังหรือไว้ตัว
เราทั้งหลายแบ่งปันความเชื่อและความหวังที่เหมือนกัน
ตามที่พระเยซูคริสต์ได้เปิดเผยไว้ในพระคัมภีร์
และมุ่งหน้าออกไปเป็นพยานแก่คนทั้งปวง ความเป็นเอกภาพ ของมีแหล่งที่มาแห่งเดียวคือ
จากพระเจ้าทั้งสามพระภาค ผู้ทรงรับเราทั้งหลายไว้เป็นบุตรของพระองค์แล้ว (โรม 12:4, 5, 1 โครินธ์ 12:12-14 มัทธิว 28:19, 20 สดุดี 133:1, 2 โครินธ์ 5:16, 17 กิจการ 17:26, 27 กาลาเทีย 3:27, 29 โคโลสี 3:10-15 เอเฟซัส 4:14-16, 4:1-6 ยอห์น 17:20-23)
14. บัพติศมา
เราแสดงความเชื่อออกมาด้วยการรับบัพติศมาเข้ามีส่วนในความตาย
และการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูคริสต์ และเป็นพยานถึงการตายต่อบาปของเรา
และจุดมุ่งหมายที่ จะดำเนินชีวิตใหม่ ด้วยเหตุนี้
เราจึงยอมรับว่าพระคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอด
มาเป็นประชากรของพระองค์ และรับเข้ามาเป็นสมาชิกในคริสตจักรของ พระองค์
พิธีบัพติศมาเป็นสัญลักษณ์ว่าเราเข้าสนิทกับพระคริสต์ การให้อภัยบาป
และการที่เราทั้งหลายได้รับเอาพระวิญญาณบริสุทธิ์
การจุ่มลงในน้ำทั้งตัวอันเป็นการยืนยันถึงความ
เชื่อที่มีต่อพระเยซูและเป็นหลักฐานแสดงถึงการกลับใจจากความบาป
เป็นการปฏิบัติตามคำสอนของพระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์และยอมรับคำสอนเหล่านั้น (โรม 6:1-6 โคโลสี 2:12-13,
กิจการ 16:30-33, 22:16, 2:38 มัทธิว 28:19,
20)
15. พิธีมหาสนิท
พิธีมหาสนิทคือการเข้ามีส่วนร่วมในสัญลักษณ์แห่งการรับเอาพระกายและพระโลหิตของพระเยซู
เป็นการแสดงออกซึ่งความเชื่อที่มีต่อพระองค์ ผู้ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและ
พระผู้ช่วยให้รอดของเราในการเข้าสนิทกับพระคริสต์นั้น
พระองค์ทรงประทับอยู่ท่ามกลางที่ประชุม
เพื่อเสริมกำลังให้แก่ผู้เชื่อให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ขณะที่เราเข้าส่วนในพิธีนี้ เท่ากับเป็น
การประกาศเรื่องความตายของพระองค์ด้วยความชื่นชมยินดีจนกว่าพระองค์เสด็จกลับมา
ในการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่พิธี ผู้ร่วมพิธีจะสำรวจตนเอง
กลับใจใหม่และสารภาพความผิดบาป ของเขา
พระอาจารย์ได้สถาปนาพิธีล้างเท้าเพื่อแสดงให้เห็นถึงการชำระตัวใหม่ เพื่อแสดงออกถึงความยินดีรับใช้กันและกันตามแบบอย่างการถ่อมตัวของพระคริสต์
เพื่อผูกพันหัวใจ ของเราทั้งด้วยความรัก
พิธีมหาสนิทเปิดกว้างสำหรับคริสเตียนผู้เชื่อทุกคน (1 โครินธ์ 10:16, 17, 11:23-30 มัทธิว
26:17-30 วิวรณ์
3:20 ยอห์น 6:48-63, 13:1-17)
16. ของประทานฝ่ายจิตวิญญาณและพันธกิจการรับใช้
พระเจ้าทรงมอบของประทานฝ่ายจิตวิญญาณให้แก่สมาชิกของคริสตจักรตลอดทุกยุคสมัยที่ผ่านมา
ให้แต่ละคนได้รับของประทานเหล่านี้เพื่อนำไปรับใช้ด้วยความรัก เพื่อประ
โยชน์แก่คริสตจักรและสังคมมนุษย์ พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงมอบของประทานเหล่านี้ แบ่งปันแก่สมาชิกคริสตจักรแต่ละคนตามน้ำพระทัยของพระองค์
ของประทานนี้ก็เพื่อเตรียม ความสามารถต่าง ๆ และการรับใช้ตามที่คริสตจักรต้องการ
เพื่อปฏิบัติงานให้สำเร็จตามที่พระเจ้าได้ทรงมอบหมาย
ตามที่กล่าวไว้ในพระคัมภีร์นั้น ของประทานเหล่านี้ได้แก่ การรับ ใช้ด้วยความเชื่อ
การรักษาโรค การเผยพระวจนะ การประกาศข่าว การสอน การบริหาร
การเป็นคนกลางเพื่อสร้างการคืนดี การมีใจเมตตา และเสียสละเพื่อการรับใช้
การบรรเทาทุกข์ เพื่อนมนุษย์ด้วยการช่วยเหลือ
และหนุนใจสมาชิกคริสตจักรบางคนได้รับการทรงเรียกจากพระเจ้าและได้รับความสามารถจากพระวิญญาณปฏิบัติหน้าที่เพื่อการรับใช้ที่ได้รับการยอม
รับจากคริสตจักร ด้วยการทำหน้าที่เป็นศิษยาภิบาล นักเทศน์ประกาศศาสนา เป็นอัครสาวก
และรับใช้ในการสอนซึ่งเป็นที่ต้องการโดยเฉพาะ
เพื่อเสริมสร้างสมาชิกคริสตจักรในการรับ ใช้
เพื่อสร้างคริสตจักรให้เจริญขึ้นฝ่ายจิตวิญญาณ
และเพื่อสนับสนุนให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวกันในความเชื่อและความรู้เรื่องพระเจ้า
เมื่อสมาชิกคริสตจักรรับเอาของประทานฝ่ายจิต
วิญญาณเหล่านี้ด้วยการเป็นผู้อารักขาของประทานแห่งพระคุณนี้ด้วยความสัตย์ซื่อ
คริสตจักรก็จะได้รับการปกป้องจากอิทธิพลของการทำลายจากคำสอนเท็จ
คริสตจักรจำเริญขึ้นตาม การเติบโตที่มาจากพระเจ้า
อันเป็นการสร้างขึ้นจากความเชื่อและความรัก (โรม 12:4-8, 1 โครินธ์ 12:9-11,
27, 28 เอเฟซัส 4:8, 11-16 กิจการ 6:1-7,
1 ทิโมธี 3:1-13, 1 เปโตร 4:10, 11)
17. ของประทานในการเผยพระวจนะ
หนึ่งในจำนวนของประทานของพระวิญญาณบริสุทธิ์
คือ การเผยพระวจนะ ของประทานนี้เป็นเครื่องหมายบ่งบอกถึง
คริสตจักรที่เหลื